
ไม่ว่าจะคนรักเสียงเพลงหรือสายเดินทางแทบทุกคนจะมีหูฟังบลูทูธเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไว้ฟังเพลงเพลงหรือ Podcast โปรดได้ทุกเมื่อและตัดเสียงรบกวนภายนอกได้หมด ซึ่งผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ก็รู้เรื่องนี้ดีจึงพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องจึงเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่แทบทุกปีมีทุกระดับราคาตั้งแต่พันบาทต้นไปจนหลักหมื่นบาท มีฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ให้ใช้หลายอย่างและปรับแต่งการทำงานในแอพฯ ได้หลากหลาย ส่วนดีไซน์ภายนอกก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับสำหรับเสริมลุคการแต่งตัวของใครหลายๆ คนเลย
นอกจากเรื่องสเปคกับแอพฯ ใช้งานแล้ว หูฟังทุกรุ่นจะมี “คาร์แรคเตอร์เสียง” เฉพาะตัวว่าแบรนด์นี้เน้นแต่งเสียงให้เบสเด่นหนักแน่น, เสียงเครื่องดนตรีเด่นหรือนักร้องคมชัด ฯลฯ แล้วแต่ละคนก็มีรสนิยมการฟังเพลงแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้ลองหาหูฟังของแบรนด์หรือเป็นรุ่นที่สนใจได้เลยยิ่งดี จะได้รู้ว่าโทนเสียงถูกใจไหมจะให้ไม่ต้องซื้อมาเสียเงินฟรีให้เสียอารมณ์ในภายหลัง
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหูฟังบลูทูธ
- ระยะเวลาใช้งานสูงสุดในหน้าโฆษณาสเปคหูฟังบลูทูธมักตั้งค่าระดับเสียง 50% และปิดระบบตัดเสียงรบกวน (Noise cancellation) ทิ้ง ซึ่งถ้าใช้แล้วระยะเวลาจะลดลงไปพอควร ตามจริงแล้วฟองน้ำหูฟังเองก็ช่วยกันเสียงรบกวนจากภายนอกไปพอสมควร
- หูฟังแต่ละรุ่นจะรองรับ Codec เสียง SBC, AAC เป็นพื้นฐาน ถ้ารุ่นไหนรองรับ LDAC แล้วเปิดใช้งานจะทำให้รายละเอียดเสียงดีขึ้น ฟังเพลงได้อรรถรสกว่าเดิม
- หูฟังบลูทูธจะมีสาย AUX ขนาด 3.5 มม. แถมมาให้ในกล่องเพื่อต่ออุปกรณ์ได้ตามปกติและบางรุ่นอาจมีขั้วแปลงสองขาสำหรับใช้กับหน้าจอ In-Flight Entertainment (IFE) ได้ด้วย
- หูฟังบลูทูธจะมีทั้งหมด 3 โหมด คือ Noise Cancelling ไว้ตัดเสียงรบกวนภายนอก, Ambient sound เปิดให้เสียงสภาพแวดล้อมเข้ามาได้ให้ระวังตัวตอนเกิดเหตุได้ทันและ Ambient sound off ปิดระบบตัดเสียงและปล่อยให้เสียงภายนอกเข้าทิ้งไป ให้ฟองน้ำหูฟังทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวนด้วยตัวมันเอง
7 หูฟังบลูทูธน่าใช้ ฟังเพลงดีตัดเสียงเยี่ยมทุกสถานการณ์
- ANKER Soundcore Q20i (1,299 บาท)
- CMF Headphone Pro (3,299 บาท)
- CREATIVE Zen Hybrid SXFI (3,760 บาท)
- Baseus With Sound by Bose Inspire XH1 (4,490 บาท)
- MARSHALL Major V (5,990 บาท)
- Sony WH-1000XM6 (13,390 บาท)
- Bose Quietcomfort Ultra Headphones 2nd Gen (17,900 บาท)

1. ANKER Soundcore Q20i (1,299 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 40 mm. 20Hz~40kHz |
| Connectivity & Codec | 3.5 mm. Audio combo USB-C Bluetooth 5.3 AAC SBC Hi-Res Audio |
| Battery life | ปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 60 ชม. เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 40 ชม. ชาร์จด้วย USB-C รองรับการชาร์จเร็ว 5 นาที ใช้ได้ 4 ชม. |
| Application | Soundcore app |
| Price | 1,299 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Anker Shopee Mall |
ถ้าใครมองหาหูฟังบลูทูธตัวใหม่ไว้ต่อมือถือและโน้ตบุ๊คเพื่อใช้ฟังเพลงหรือโทร-รับสายสะดวกแถมราคาก็เป็นมิตรกับกระเป๋าเงินด้วย ขอแนะนำให้ดู ANKER Soundcore Q20i ไว้เป็นตัวเลือกแรกได้เลย เพราะนอกจากดาวน์โหลดแอพฯ มาใช้ปรับแต่งโทนเสียงเซ็ต EQ แล้วอัพเดตเฟิร์มแวร์ครบจบในตัวแล้ว ยังตัดเสียงรบกวนดีเกินราคาไปพอควรแถมฟังเพลงได้ตั้งแต่ 40~60 ชม. ขึ้นอยู่กับเจ้าของว่าเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนไหม ซึ่งนอกจากฟังเพลงระหว่างเดินทางไปกลับและนั่งทำงานในออฟฟิศดีแล้วยังตัดเสียงในเคบินเครื่องบินให้ได้พักผ่อนตอนเดินทางข้ามประเทศนานหลายชั่วโมง
จุดน่าเสียดายของ Soundcore Q20i อย่างแรกคือ ไม่รองรับ Codec LDAC เหมือนเฮดโฟนรุ่นอื่น แต่โดยสเปคแล้วมันก็มีค่า Frequency response สูงมาก ทำให้เก็บเรนจ์เสียงกว้างเหมาะกับเพลงหลายสไตล์ จุดควรระวังคือโครงหูฟังเป็นพลาสติกซึ่งอาจแตกหักได้เวลาใช้ไปสักระยะหนึ่งแต่แลกกับราคาหลักพันบาทต้นก็ถือว่าไม่แพงมากพอให้มองข้ามข้อสังเกตเหล่านี้ได้บ้าง ในภาพรวมก็ถือเป็นหูฟังคุณภาพดีราคาเป็นมิตร
ข้อดี
- ไดรเวอร์หูฟังบลูทูธมีขนาดใหญ่ ตอบสนองความถี่สูงให้ฟังเพลงได้สนุกและราคาไม่แพง
- แบตเตอรี่ในหูฟังใช้งานนานสุด 60 ชม. ถ้าเปิดระบบตัดเสียงรบกวนก็อยู่ถึง 40 ชม.
- มีแอพฯ Soundcore ให้ดาวน์โหลดไปตั้งค่าและอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้หูฟังได้
- รองรับฟีเจอร์ Multipoint connection ต่ออุปกรณ์ 2 เครื่อง สลับใช้งานสะดวก
- ติดปุ่มควบคุมมาให้บนตัวหูฟังและมีพอร์ต USB-C, 3.5 mm. Audio combo ให้ใช้งาน
- มีระบบ Hybrid Active Noise Cancelling ตัดเสียงรบกวนภายนอกดีมาก
ข้อสังเกต
- โครงหูฟังเป็นก้านพลาสติก ถ้าใช้งานไปสักระยะอาจเสื่อมสภาพแล้วหักเสียหาย
- รองรับ Codec เสียงแบบมาตรฐานเท่านั้น ไม่รองรับ LDAC Codec
2. CMF Headphone Pro (3,299 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 40 mm. 20Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | 3.5 mm. Audio combo USB-C Bluetooth 5.4 LDAC Hi-Res Audio |
| Battery life | ปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 100 ชม. เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 50 ชม. LDAC ปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 70 ชม. LDAC เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 38 ชม. ชาร์จด้วย USB-C รองรับการชาร์จเร็ว 5 นาที ใช้ได้ 4 ชม. |
| Application | Nothing X app |
| Price | 3,299 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Dotlife Shopee Mall |
หูฟังบลูทูธอย่าง CMF Headphone Pro เป็นผลิตภัณฑ์ในเครือ Nothing ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร สำหรับแบรนด์ CMF จะเน้นราคาประหยัดให้ผู้ใช้ทั่วไปตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น แถมมีฟีเจอร์ครบเครื่อง มี Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair ให้จับคู่มือถือและโน้ตบุ๊คไวขึ้น รองรับ LDAC ให้เล่นเพลงแบบไร้สายดีกว่า Codec พื้นฐานแถมฟังเพลงนานสุด 100 ชม. ถ้าเปิดระบบตัดเสียงรบกวนและ LDAC ก็ยังเล่นเพลงนานถึง 38 ชม. พอให้สวมหูฟังเพลงตั้งแต่บินจากประเทศไทยจนถึงอเมริกาแน่นอน ส่วนการตั้งค่าก็ใช้แอพฯ Nothing X เซ็ตตั้งค่ารวมถึงอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้หูฟังได้สะดวกมาก
ถึงมีฟีเจอร์และลูกเล่นเยอะ แต่หูฟัง CMF ตัวนี้กันน้ำและฝุ่นระดับ IPX2 แค่พอทนน้ำจากสเปรย์ฉีดเท่านั้น พอใส่ออกกำลังกายได้แต่ใช้เสร็จก็ควรเช็ดทำความสะอาดทันทีและควรเก็บไม่ให้เจอฝนหรือน้ำหกใส่ก็ช่วยยืดอายุหูฟังนี้ไปได้อีกนานแล้ว อีกอย่างคือหูฟังนี้ไม่มี Multipoint connection จึงต่อใช้งานครั้งละเครื่องเท่านั้น จัดว่าน่าเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ยังได้ฟีเจอร์อื่นๆ กลับมาหลายอย่างก็ยังพอคุ้มกันอยู่
ข้อดี
- โครงหลักของหูฟังบลูทูธเป็นพลาสติกเนื้อเหนียวพิเศษ ไม่หักเสียหายง่ายๆ
- แบตเตอรี่ในตัวใช้งานได้นานสุด 100 ชม. ต่อครั้งและรองรับการชาร์จเร็ว
- รองรับ LDAC Codec และ Hi-Res Audio ให้เสียงดีฟังเพลงเพราะ
- รองรับ Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair ให้จับคู่มือถือและโน้ตบุ๊คเร็ว
- ดาวน์โหลดแอพฯ Nothing X มาควบคุมหูฟังและถ้าหาไม่เจอก็กดตามหาได้
- มีระบบ Hybrid Noise Cancelling ตัดเสียงรบกวนภายนอกดีมาก
ข้อสังเกต
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IPX2 เท่านั้น แนะนำให้ใช้ในอาคารเป็นหลักไม่ควรโดนฝนหรือของเหลว
- ไม่มีฟีเจอร์ Multipoint connection เวลาต่อใช้งานจะอิงกับอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งเท่านั้น
3. CREATIVE Zen Hybrid SXFI (3,760 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 40 mm. 20Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | 3.5 mm. Audio combo USB-C Bluetooth 5.3 AAC SBC |
| Battery life | ปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 70 ชม. เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 40 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Application | Creative app SXFI app |
| Price | 3,760 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Creative Shopee Mall |
ชาวพีซีพอได้ยินชื่อแบรนด์ CREATIVE เมื่อไหร่ก็ต้องคิดถึงลำโพงเสียงดีราคาเป็นมิตร พอทำหูฟังบลูทูธอย่าง CREATIVE Zen Hybrid SXFI มาขายก็ยังคงมาตรฐานเรื่องเสียงดีเช่นเดิมด้วยแอพฯ SXFI แยกเฉพาะเพื่อปรับตั้งค่าโปรไฟล์เพื่อใช้ Spatial Holography จำลองเสียงจากหลายทิศทางได้แล้วก็ปรับในแอพฯ Creative เพื่อเซ็ตรูปแบบเสียงให้ถูกจริตผู้ใช้ขึ้น เสริมด้วยระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกทั้งแบบ Adaptive, Hybrid ให้ฟังเพลงเต็มอิ่มแล้วตัดเสียงในเคบินเครื่องบินตอนเดินทางข้ามประเทศดีมากตั้งแต่เริ่มออกบินจนแลนดิ้งปลายทาง หรือถ้าใช้งานตามปกติก็มีระบบ Multipoint connection สลับใช้งานระหว่างโน้ตบุ๊คและมือถือสะดวกมาก
กลับกันหูฟัง Zen Hybrid SXFI จะรองรับแต่ Codec พื้นฐานอย่าง SBC, AAC เท่านั้น ไม่รองรับ LDAC, LC3+ ทำให้รายละเอียดเสียงจะต่างกันอยู่บ้าง แถมไม่รองรับการชาร์จเร็วจึงควรต่อชาร์จตอนแบตเตอรี่เริ่มน้อยแล้วสัญญาณเสียงตอนฟังเพลงกับ Podcast ไม่ต่อเนื่อง ปกติแล้วก็ 2 สัปดาห์ต่อครั้งเท่านั้น ซึ่งถ้าทั้งสองประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็เก็บไว้พิจารณาตอนจะซื้อหูฟังบลูทูธใหม่ได้เลย
ข้อดี
- แบตเตอรี่มีความจุสูง ใช้งานต่อเนื่องนานสุด 70 ชม. ใช้ฟังเพลงจนจบการเดินทางข้ามประเทศ
- ดาวน์โหลดแอพฯ Creative, SXFI มาใช้ตั้งค่าอุปกรณ์กับโปรไฟล์เสียงเพลงให้เข้ากับรสนิยมขึ้น
- มีฟีเจอร์ Super X-Fi ไว้จำลองเสียงหลากหลายทิศทางให้ฟังเพลงเต็มอรรถรสขึ้น
- ใช้สั่งการ Siri และ Google Assistant ระหว่างสวมฟังเพลงอยู่โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมา
- ดีไซน์ให้พับก้านให้ไดรเวอร์หูฟังเก็บเข้ามาได้ ช่วยประหยัดพื้นที่กระเป๋าขึ้น
- มีฟีเจอร์ Multipoint connection ต่อมือถือกับโน้ตบุ๊คสลับใช้งานสะดวก
- มีระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive ANC, Hybrid ANC ไม่ให้เสียงภายนอกรบกวนมาก
ข้อสังเกต
- รองรับเฉพาะ Codec เสียงพื้นฐานเท่านั้น ไม่รองรับ LDAC, LC3+ เหมือนรุ่นอื่น
- ไม่รองรับการชาร์จเร็ว ต้องปล่อยหูฟังเพื่อชาร์จเป็นเวลานานพอควร
4. Baseus With Sound by Bose Inspire XH1 (4,490 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 35 mm. 20Hz~40kHz |
| Connectivity & Codec | 3.5 mm. Audio combo USB-C Bluetooth 6.1 LDAC Dolby Audio Hi-Res Audio |
| Battery life | ปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 100 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Application | Baseus App |
| Price | 4,490 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Baseus Shopee Mall |
จุดเด่นของ Baseus With Sound by Bose Inspire XH1 อยู่ตรงไดรเวอร์เสียงได้ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงอย่าง Bose มาช่วยปรับแต่งให้มิติเสียงดีขึ้นเป็นพิเศษ มี Bass Boost ให้คนชอบเสียงเพลงมีแรงปะทะหนักกว่าเดิมเปิดใช้งานในแอพฯ Baseus ได้ แถมรองรับ LDAC Codec ร่วมกับ Dolby Audio ทำให้ยิ่งฟังเพลงดีขึ้น นานสุดถึง 100 ชม. ให้เพลินกับคอนเทนต์หรือเพลงโปรดได้ตั้งแต่เริ่มเดินทางจนถึงปลายทางแน่นอนและตัดเสียงรบกวนด้วยระบบ Adaptive ANC ให้เสียงภายนอกไม่กวนใจเกินไป เสียดายว่า Baseus ไม่มีระบบ Google Fast Pair หรือ Microsoft Swift Pair มาให้ใช้ ไม่รองรับ Multipoint connection เน้นต่อใช้งานทีละเครื่อง จึงน่าเสียดายอยู่บ้าง แต่ถ้าเน้นต่อมือถือฟังเพลงเป็นหลักไม่ได้สลับอุปกรณ์ไปมาบ่อยก็เหมาะมาก ยิ่งใครชอบฟังเพลงเน้นเสียงเบสเป็นหลักยิ่งชอบใจ
ข้อดี
- ใช้การเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 6.1 ใหม่ ประหยัดพลังงานและทำงานดีขึ้น
- หูฟังผ่านการปรับแต่งร่วมกับ Bose ทำให้ฟังเพลงได้หลายแนว
- ตั้งค่าอัพเดตเฟิร์มแวร์, โปรไฟล์เสียงและอื่นๆ ในแอพฯ Baseus ได้โดยตรง
- รองรับ LDAC Codec, Dolby Audio ในตัว ช่วยให้ฟังเพลงและดูหนังดีขึ้น
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 100 ชม. ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องนานมาก
- มีระบบ Adaptive ANC ตัดเสียงรบกวนดีขึ้น ฟังเพลงได้อรรถรสกว่าเดิม
ข้อสังเกต
- ไม่รองรับฟีเจอร์ Multipoint connection เน้นต่อใช้งานกับอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเป็นหลัก
- ไม่มีฟีเจอร์จับคู่เร็วอย่าง Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair ให้ใช้งาน
5. MARSHALL Major V (5,990 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 40 mm. 20Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | 3.5 mm. Audio combo USB-C Bluetooth 5.3 Auracast MPEG-2 AAC LC3 |
| Battery life | ใช้ได้นานสุด 100 ชม. ชาร์จด้วย USB-C Wireless charging |
| Application | Marshall Bluetooth app |
| Price | 5,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Marshall Shopee Mall |
ใครรักการฟังเพลงย่อมรู้ดีว่า MARSHALL โดยเฉพาะลำโพงมีคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์เสียงเฉพาะตัว ซึ่ง MARSHALL Major V เองก็ได้คาร์แรคเตอร์เสียงนั้นมาใช้ครบถ้วน รองรับ Codec เสียง LC3 เสริมด้วย Bluetooth Auracast ทำให้หูฟังบลูทูธนี้ฟังเพลงในโหมดไร้สายดีเป็นพิเศษ ฟังเพลงนานถึง 100 ชม. ให้อยู่กับเพลงโปรดได้จนเต็มอิ่ม เสริมลูกเล่นปุ่ม M-Button ให้กดเรียก Spotify ขึ้นมาฟังเพลงหรือเปลี่ยนเป็นคำสั่งอื่นในแอพฯ Marshall Bluetooth ก็ได้ ต่อชาร์จด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สายก็สะดวกทั้งคู่ โทนเสียงของหูฟัง Marshall จะเน้นเสียงเบสนำ เสียงนักร้องกับเครื่องดนตรีตามเสมอกันและมีสเตจเสียงกว้างระดับหนึ่ง จึงเหมาะกับเพลงยุคปัจจุบันทุกแนว
MARSHALL Major V ไม่มีระบบ Active Noise cancelling มาตัดเสียงรบกวนภายนอกตอนฟังเพลงจึงต้องพึ่งการตัดเสียงของฟองน้ำหูฟังเป็นหลัก จึงมีเสียงแทรกได้บ้างประปรายและไม่รองรับการชาร์จเร็วจึงใช้เวลาชาร์จนานกว่าหูฟังรุ่นอื่นอยู่บ้าง ซึ่งถ้าใครจะซื้อหูฟังบลูทูธตัวนี้มาใช้ก็ต้องทำใจยอมรับสักหน่อย แต่ถ้าใช้ในบ้านหรือออฟฟิศเป็นหลักก็ไม่ต้องซีเรียสทั้งสองเรื่องนี้นัก
ข้อดี
- ไดรเวอร์เสียงปรับแต่งเฉพาะให้โทนเสียงเป็นสไตล์ MARSHALL ได้เสียงดีเป็นพิเศษ
- Bluetooth รองรับ Auracast ให้ส่งสัญญาณเสียงดีขึ้นกว่าเดิม
- รองรับ LC3, MPEG-2 AAC Codec ให้คุณภาพเสียงเพลงคมชัดขึ้น
- ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 100 ชม. รองรับการชาร์จด้วยสาย USB-C และไร้สาย
- ตั้งค่าผ่านแอพฯ MARSHALL Bluetooth เซ็ตโทนเสียงให้ตรงใจกว่าเดิม
- ดีไซน์ก้านหูฟังแบบพับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่และลดโอกาสเกิดความเสียหาย
- มีปุ่ม M-Button มาให้ตั้งคีย์ลัดไว้เปลี่ยนคำสั่งใช้งานได้ง่ายขึ้น
ข้อสังเกต
- ไม่มีระบบ Active noise cancelling เน้นตัดเสียงรบกวนด้วยฟองน้ำหูฟัง
- ไม่รองรับการชาร์จเร็ว ถ้าแบตเตอรี่หมดแล้วต้องใช้เวลาชาร์จนานพอควร
6. Sony WH-1000XM6 (13,390 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 30 mm. 20Hz~40kHz |
| Connectivity & Codec | 3.5 mm. Audio combo USB-C Bluetooth 5.3 NFC LDAC LC3 DSEE Extreme |
| Battery life | ปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 40 ชม. เปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 30 ชม. ชาร์จด้วย USB-C รองรับการชาร์จเร็ว 3 นาที ใช้ได้ 3 ชม. |
| Application | Sony Sound Connect |
| Price | 13,390 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: RTB Flagshop Store Shopee Mall |
Sony WH-1000XM6 ซึ่งรีวิวไปก่อนหน้านี้เป็นหูฟังบลูทูธที่น่าใช้มาก ทั้งคุณภาพเสียงดีรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงครบถ้วน ประกอบกับระบบ DSEE Extreme ทำให้คุณภาพเสียงไฟล์เพลงตอนฟังด้วยระบบไร้สายดีขึ้นมาก แถมตั้งค่าฟีเจอร์ในแอพฯ Sound Connect เซ็ต EQ ให้ตามรสนิยมได้ง่ายด้วยวิธีดั้งเดิมหรือใช้วิธีเปิดเพลงแล้วกดเลือกสไตล์เสียงที่ระบบสุ่มปรับมาให้เท่านั้น มี Multipoint Connection ให้จับคู่โน้ตบุ๊คและมือถือพร้อมกันแล้วสลับใช้งานได้ แถมเวลาต่อสาย AUX เข้าคอมแล้ว ระบบจะใช้ EQ ปรับแต่งพิเศษโดยทีม Sony INZONE ให้เหมาะกับการเล่นเกมทันที แม้ราคาจะสูงหลักหมื่นบาทแต่ฟีเจอร์ถือว่าครบเครื่องทั้งเพื่อความบันเทิงตอนเดินทางและเวลาเล่นเกม
อย่างไรก็ตาม WH-1000XM6 มีข้อสังเกตเด่นๆ อยู่ 2 อย่าง คือ ระบบตัดเสียงรบกวน Active noise cancelling ทำงานดีเกินตัวมากจนทำให้เจ้าของเวียนหัวเมื่อสวมเอาไว้เฉยๆ แล้วไม่เปิดเพลงฟัง ส่วนระบบ Speak-to-Chat ก็จับเสียงเจ้าของแล้วตัดเป็น Ambient sound ให้พูดคุยกับผู้อื่นบ่อยๆ แม้ว่าจะกำลังฮัมเพลงหรือเผลอพูดกับตัวเองอยู่ก็ตาม ส่วนตัวแนะนำให้ใช้โหมด Quick attention แทนจะสะดวกกว่า ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงขึ้นชื่อว่า Sony ก็การันตีคุณภาพได้แล้วและซื้อไปไม่ผิดหวังแน่นอน
ข้อดี
- ไดรเวอร์รองรับความถี่สูง ทำให้ฟังเพลงได้หลายแนวและรองรับ LDAC, LC3 Codec ครบถ้วน
- มี DSEE Extreme ช่วยเสริมรายละเอียดเสียงเพลงให้มีมิติขึ้น ฟังเพลงเพราะกว่าเดิม
- แอพฯ Sony Sound Connect มีฟังก์ชั่นให้ใช้งานมากมายทั้งอัพเดตเฟิร์มแวร์และปรับ EQ
- รองรับ Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair ให้จับคู่กับพีซีและสมาร์ทโฟนได้เร็ว
- มีฟีเจอร์ Multipoint connection สลับเชื่อมต่อสองอุปกรณ์ได้สะดวก
- ฟีเจอร์ Quick attention เพียงแตะหูฟังก็คุยกับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง
- ใช้งานแบบเปิดตัดเสียงรบกวนนานสุด 30 ชม. และชาร์จเร็ว 3 นาที ใช้ได้ 3 ชม.
- ถ้าต่อสาย Audio jack จะมี Game EQ ปรับแต่งโดยทีม INZONE ให้เล่นเกมดีขึ้น
ข้อสังเกต
- ราคาค่อนข้างสูงหลักหมื่นบาท ทำให้ผู้ใช้บางคนตัดสินใจได้ค่อนข้างยาก
- ระบบตัดเสียงเวลาไม่ได้เปิดเพลงหรือคลิปฟังจะดูดเสียงมากจนอาจเวียนศีรษะ
- Speak-to-Chat สำหรับพูดคุยกับผู้อื่นระหว่างสวมหูฟังทำงานเร็วเกินไปแม้แต่เสียงฮัมเพลงก็ตาม
7. Bose Quietcomfort Ultra Headphones 2nd Gen (17,900 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 40 mm. 20Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | 3.5 mm. Audio combo USB-C Bluetooth 5.4 AAC SBC |
| Battery life | ปิดการตัดเสียงรบกวนใช้ได้นานสุด 30 ชม. ใช้ระบบ Immersive Audio ใช้ได้นานสุด 23 ชม. ชาร์จด้วย USB-C รองรับการชาร์จเร็ว 15 นาที ใช้ได้ 3 ชม. |
| Application | Bose app |
| Price | 17,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Bose Shopee Mall |
Bose Quietcomfort Ultra Headphones 2nd Gen ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเสียงดีน่าประทับใจ เสียงเบสหนักแน่นมีมิติแถมกลมกลืนกับเสียงเครื่องดนตรีกับนักร้องนำได้ดี ถูกใจคนรักเสียงเพลงมาก สามารถปรับ EQ ในแอพฯ พร้อมเซ็ตระบบ Bose CustomTune ให้เสียงเข้ากับสไตล์การฟังเพลงของแต่ละคนได้สะดวกรวดเร็ว เรื่องการตัดเสียงรบกวนก็เกลี่ยเสียงภายนอกไปหมดจดทั้งกดเรียกใช้เองหรือให้ระบบ ActiveSense ตรวจจับระดับเสียงแล้วเปิด Noise cancelling อัตโนมัติก็ได้ เทียบกับ Sony แล้วต่างก็ทำงานดีไม่แพ้กันและถูกหยิบยกมาแนะนำในบทความหรือบอกต่อกันเป็นระยะๆ โดยเฉพาะใครเดินทางไปต่างประเทศบ่อยแล้วอยากจะนอนให้เต็มอิ่มไม่มีเสียงของผู้โดยสารวัยเยาว์รบกวนก็เก็บไว้เป็นตัวเลือกได้ไม่ผิดหวังแถมมีให้เลือก 5 สี ให้เข้ากับลุคและรสนิยมส่วนตัวด้วย
เรื่องต้องใส่ใจกับหูฟัง Bose Quietcomfort Ultra ตัวนี้นอกจากราคาสูงร่วม 20,000 บาทแล้ว มันก็ไม่รองรับ LDAC, LC3 Codec เหมือนหูฟังบลูทูธรุ่นอื่น ทำให้คุณภาพเสียงของไฟล์เพลงตอนส่งมาแบบไร้สายอาจจะด้อยกว่าบ้าง แต่ถ้าใครชอบโทนและการตัดเสียงรบกวนของ Bose เป็นทุนเดิมก็คุ้มค่าตัวแน่นอน
ข้อดี
- Active noise cancelling ตัดเสียงดีมากและฟองน้ำ Plush comfort ช่วยให้สวมใส่สบาย
- ระบบ ActiveSense จะตัดเสียงรบกวนภายนอกโดยอัตโนมัติเมื่อเสียงแวดล้อมเริ่มดังเกินไป
- ตั้งค่า EQ และอัพเดตเฟิร์มแวร์ด้วยแอพฯ Bose ให้เล่นเพลงถูกรสนิยมเจ้าของยิ่งขึ้น
- มีฟีเจอร์ Bose CustomTune ปรับแต่งเสียงให้เข้ากับรูปแบบหูของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
- แบตเตอรี่ใช้งานนานสุด 30 ชม. มีระบบชาร์จเร็ว 15 นาที ใช้งานได้ 3 ชม.
- มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ, ขาว, ม่วงมิดไนท์, สีดำตัดทอง และสีครีมตัดทอง
ข้อสังเกต
- รองรับ Codec พื้นฐานอย่าง AAC, SBC เท่านั้น ไม่รองรับ LDAC, LC3 และอื่นๆ
- ราคาร่วม 18,000 บาท ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับหูฟังบลูทูธรุ่นอื่น
สรุปสเปค 7 หูฟังบลูทูธตัวเด็ด ตัดเสียงดีฟังเพลงเพลิน!



สุดท้ายแล้วเวลาจะซื้อหูฟังใหม่สักตัว ไม่ว่ายังไงก็ขอแนะนำให้ไปทดลองฟังเสียงของหูฟังตัวนั้นจริงๆ สักครั้งก่อน ลองเปิดเพลงที่เรารักพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนสักนิดแล้วฟังดูว่าโทนเสียงจากตัวหูฟังนั้นเป็นอย่างไร ถ้าต้องฟังเพลงโปรดในโทนเสียงนี้ไปอย่างน้อย 2-3 ปีแล้วจะชอบหรือเปล่า? ซึ่งความหูและความรู้สึกไปในทางเดียวกันว่า “ใช่” มั่นใจว่ามันจะไม่ผิดหวังแน่นอน ส่วนฟีเจอร์เสริม, สเปคร้อยแปดก็เป็นประเด็นรองลงมา ซึ่งถ้าเสียงกับฟีเจอร์ใช้งานต่างถูกต้องถูกใจไปหมดก็ค่อยตัดสินใจซื้อก็ไม่สาย ไม่เสียเงินฟรีและได้ของถูกใจกลับบ้านไปใช้ในที่สุด
บทความที่เกี่ยวข้อง






