
แท็บเล็ต HUAWEI MatePad Series ณ ตอนนี้มีรุ่นย่อยให้เลือกมากมายตั้งแต่ราคาหลักพันบาทกลางเพื่อใช้งานทั่วไป ได้หน้าจอใหญ่ไปจนหลักหมื่นพร้อมสเปคแรงทรงพลังให้ใช้ทำงานได้ดีไม่แพ้กับโน้ตบุ๊คเลย ซึ่งถ้าไล่จากรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากจนรุ่นเรือธงในปี 2026 จะเป็นดังนี้
- MatePad SE – เน้นใช้ดูหนังฟังเพลงทั่วไปและมี HUAWEI M-Pen lite ให้ใช้วาดเขียนและมี Kids Corner ไว้รวมแอพฯ ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ มีราคาไม่เกินหมื่นบาทพอให้เลือกซื้อมาใช้งานได้
- MatePad 11.5 (2025) – หน้าจอ PaperMatte กันแสงสะท้อนมีเนื้อด้านคล้ายกระดาษ ทำให้อ่านข่าวหรือหนังสือสะดวก หน้าจอมีความละเอียดและค่า Refresh Rate ดีกว่า MatePad SE และรองรับ HUAWEI M-Pencil (รุ่นที่ 3) ไว้ใช้จดวาดเขียนสิ่งต่างๆ เหมาะกับคนรักการอ่านและราคายังไม่เกินหมื่นบาทเช่นกัน
- MatePad Mini – แท็บเล็ต HUAWEI หน้าจอ OLED PaperMatte ขนาด 8.8″ เท่าหนังสือหรือพ็อคเก็ตบุ๊คตอบโจทย์หนอนหนังสือยิ่งขึ้น มีโหมด eBook ให้ใช้ นำ HUAWEI M-Pencil Pro จดได้ แต่ราคาอยู่ในช่วงหมื่นบาทต้น
- MatePad 11.5 S (2026) – หน้าจอปิดฟิล์ม PaperMatte ลดแสงสะท้อนมีขอบเขตสีกว้าง แถมเคส Smart Keyboard มาให้ใช้พิมพ์งานสะดวกขึ้นและซื้อ HUAWEI M-Pencil (รุ่นที่ 3) มาใช้ร่วมได้
- MatePad 12 X – ออกแบบมาให้ทำางานทดแทนโน้ตบุ๊คได้ในบางโอกาสแต่เพิ่มปริมาณแบตเตอรี่จากรุ่น 11.5 S ให้มากขึ้น แถม HUAWEI Smart Keyboard มาให้และรองรับ HUAWEI M-Pencil Pro ใหม่แทน หน้าจอเพิ่มขนาดเป็น 12″
- MatePad Pro 12.2″ – พาเนลหน้าจอ Tandem OLED PaperMatte แสดงสีสันได้ดีกว่าเดิม เหมาะกับการวาดภาพทำงานกราฟิค แถม HUAWEI Glide Keyboard เป็นเคสและแป้นพิมพ์มาให้พร้อมกับ M-Pencil (รุ่นที่ 3) มีช่องเก็บปากกาในเคสคีย์บอร์ดพร้อมชาร์จในเวลาเดียวกัน ช่วยให้ทำงานแทนโน้ตบุ๊คในบางโอกาสได้และวาดภาพสะดวกยิ่งขึ้น
- MatePad Pro Max – แท็บเล็ต HUAWEI เรือธงหน้าจอ 13.2″ ไล่เลี่ยกับโน้ตบุ๊คบางเบาในปัจจุบันและใช้ทำงานแทนโน้ตบุ๊คสะดวกพอควร ใช้ HUAWEI Glide Keyboard กับ M-Pencil Pro และเชื่อมต่อเมาส์เพื่อทำงานเอกสารหรือวาดภาพได้ เหมาะจะพกคู่หรือใช้แทนโน้ตบุ๊คก็เหมาะ
ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะตัวว่าดีไซน์มาเพื่อใช้ด้านความบันเทิงเป็นหลักหรือใช้ทำงานได้ตั้งแต่เปิดเว็บไซต์, ดูหนังฟังเพลง, อ่านหนังสือรวมถึงวาดเขียนไปจนใช้แทนโน้ตบุ๊คได้ในบางโอกาสด้วย แต่ก็ต้องปรับตัวจากการใช้ระบบปฏิบัติการ Android มาเป็น HarmonyOS กับแอพฯ ของ HUAWEI เองและดาวน์โหลดแอพฯ ใน HUAWEI AppGallery แทน ซึ่งตอนนี้ก็มีให้เลือกใช้มากขึ้นพอควรจึงใช้งานสะดวกขึ้นมาก
เรื่องควรทราบก่อนซื้อแท็บเล็ต HUAWEI
- M-Pencil (รุ่นที่ 3) โดยสเปคแล้วรองรับหัวปากกา 1 แบบ, รองรับแรงกดหัวปากกา 10,000 ระดับ, ชาร์จไร้สายด้วยการติดกับแถบบนแท็บเล็ตและเชื่อมต่อไร้สายด้วย NearLink ให้ทำงานได้เร็วและเสถียรขึ้น
- M-Pencil Pro สามารถถอดเปลี่ยนหัวสไตลัสได้ 3 แบบ โดยเน้นการวาดเขียนให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มระบบบีบปากกาเรียกคำสั่งลัดใช้งานและชาร์จไร้สายและใช้วิธีเชื่อมต่อด้วย NearLink เช่นกัน
- NearLink เป็นโปรโตคอลการเชื่อมต่อไร้สายซึ่งมี HUAWEI เป็นผู้นำการพัฒนา ใช้พื้นฐานของ SparkLink Low Energy (SLE) และ SparkLink Basic (SLB) มาผสานกับข้อดีของ Wi-Fi และ Bluetooth ทำให้รับส่งข้อมูลระยะสั้นดีขึ้น โดย HUAWEI Mate 60 Series นำระบบการเชื่อมต่อนี้มาใช้เป็นรุ่นแรก
- ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ปัจจุบันพัฒนามาถึง HarmonyOS 7 แล้ว โดยเน้นปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและพึ่งพาการทำงานกับ Agentic AI กว่าเดิม
6 แท็บเล็ต HUAWEI น่าใช้ ทำงานเวิร์ค ลูกเล่นเยอะทำงานสะดวก!
- MatePad SE 11″ (6,990 บาท)
- MatePad 11.5 Standard Edition (9,890 บาท)
- MatePad Mini (16,490 บาท)
- MatePad 11.5 S (2026) (16,990-17,990 บาท)
- MatePad 12 X (19,990 บาท)
- MatePad Pro Max (39,990 บาท)

1. MatePad SE 11″ (6,990 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 11″ Full HD+ (1920*1200) TFT LCD ขอบเขตสี 100% sRGB กล้องหน้าความละเอียด 5MP กล้องหลังความละเอียด 8MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | HiSilicon Kirin 710A แบบ Octa-core Storage 128 GB RAM 8 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | HarmonyOS 2 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 2.0 Wi-Fi 5 (802.11ac) Bluetooth 5.1 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 7,700mAh ชาร์จเร็ว 22.5W |
| ราคา | 6,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HUAWEI Shopee Mall |
แท็บเล็ต HUAWEI ราคาถูกสุดสำหรับคนต้องการลองว่าแท็บเล็ตและระบบ HarmonyOS ใช้งานสะดวกระดับใดแต่ไม่อยากลงทุนแพงเกินไปก็เริ่มกับ MatePad SE 11″ ราคา 6,990 บาท ก่อนได้ว่าระบบ HarmonyOS กับ AppGallery มีแอพฯ ครอบคลุมการใช้งานทั้งทำงานและความบันเทิงหรือไม่ แล้วถ้าใครมีลูกหลานอยากหาแท็บเล็ตสักเครื่องไว้เผื่อให้ดูคลิปหรือใช้ Kids Corner เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ก็ได้ แถมมี eBook Mode ไว้เปิดอ่านหนังสือหรือเอกสารต่างๆ ได้สบายตานานต่อเนื่องหลายชั่วโมงแล้วชาร์จแบตเตอรี่กลับได้รวดเร็วด้วย สำหรับคนต้องการใช้สไตลัส M-Pen Lite วาดเขียนสิ่งต่างๆ แนะนำให้ซื้อรุ่น LTE เพิ่มเงินอีก 1,700 บาทแทน เพราะหน้าจอรุ่น Wi-Fi รองรับเฉพาะการใช้นิ้วแตะเลือกเท่านั้น แต่ในภาพรวมถือเป็นแท็บเล็ตจอใหญ่สเปคน่าสนใจสำหรับคนต้องการลองใช้ HUAWEI Ecosystem ดูว่าเหมาะกับวิธีการใช้งานของเราหรือไม่
ข้อดี
- หน้าจอมีขนาดใหญ่ 11″ ขอบเขตสีกว้างราคา 6,990 บาทเท่านั้น
- มีหน่วยความจำ 8 / 128 GB ให้ติดตั้งแอพฯ จาก AppGallery ได้พอควร
- แบตเตอรี่มีความจุ 7,700mAh รองรับชาร์จเร็ว 22.5W ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง
- ดาวน์โหลดแอพฯ จาก HUAWEI AppGallery มาใช้งานได้หลากหลาย
- มี eBook Mode สำหรับปรับการแสดงผลให้เหมาะกับการอ่านหนังสือหรือบทความ
ข้อสังเกต
- สไตลัส M-Pen Lite ใช้กับรุ่น LTE เท่านั้น ใช้กับรุ่น Wi-Fi ไม่ได้
2. MatePad 11.5 Standard Edition (9,890 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 11.5″ 2.5K (2456*1600) TFT LCD Refresh Rate 120 Hz 100% sRGB กล้องหน้าความละเอียด 5MP กล้องหลังความละเอียด 13MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | HiSilicon Kirin 8020 แบบ Octa-core Storage 128 GB RAM 8 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | HarmonyOS 4.3 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 2.0 Wi-Fi 6 (802.11ax) Bluetooth 5.2 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 10,100mAh ชาร์จเร็ว 40W |
| ราคา | 9,890 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HUAWEI Shopee Mall |
MatePad 11.5 Standard Edition ราคาร่วมหมื่นบาทเครื่องนี้เป็นแท็บเล็ต HUAWEI พร้อม Smart Keyboard case แถมมาให้พร้อมใช้งาน ประกอบกับชิปเซ็ต Kirin 8020, RAM 8 GB และ Storage 128 GB พอดาวน์โหลดแอพฯ จาก AppGallery เพิ่มแล้วก็ใช้งานสะดวกขึ้นและเบาพกง่าย ถ้าซื้อ M-Pencil (รุ่นที่ 3) มาใช้ร่วมด้วยก็วาดเขียนและเซ็นเอกสารสะดวกขึ้น ทั้งทำเอกสารใน WPS Office, เซ็นเอกสารไฟล์ PDF หรือวาดภาพในแอพฯ GoPaint ก็ง่ายมาก แถมมีกล้องหลังความละเอียด 13MP ติดมาให้ถ่ายภาพประกอบบันทึกการประชุมหรือเลคเชอร์ง่ายกว่าเดิมแล้วข้อมูลไม่ตกหล่น
แต่ HUAWEI MatePad ตัวนี้ยังเป็นหน้าจอ TFT LCD ทั่วไป ไม่ได้ปิดฟิล์ม PaperMatte มาลดแสงสะท้อน ดังนั้นจออาจสะท้อนแสงหลอดนีออนหรือแดดบ้างและถ้าอยากใช้ M-Pencil แนะนำให้กดเลือกรุ่นขายพร้อมปากกาซึ่งเพิ่มเงินอีก 1,500 บาท เพราะทางบริษัทไม่ได้แถมมาในกล่องเหมือนคีย์บอร์ดเคส แต่ถึงจะมีข้อสังเกตบ้างแต่ก็เป็นแท็บเล็ต HUAWEI น่าพกไว้ใช้คู่กับโน้ตบุ๊คอีกรุ่นหนึ่ง
ข้อดี
- หน้าจอขนาด 11.5″ มีความละเอียดสูง ขอบเขตสีกว้างและค่า Refresh Rate 120 Hz
- กล้องหลังมีความละเอียด 13MP ไว้ใช้ถ่ายภาพประกอบการจดบันทึกได้
- แบตเตอรี่มีความจุสูงและชาร์จเร็ว 40W ทำให้ใช้งานต่อเนื่องนานจนจบวัน
- ระบบปฏิบัติการเป็น HarmonyOS 4.3 ทำงานดีและโหลดแอพฯ จาก AppGallery ได้
- แถม Smart Keyboard มาให้พร้อมใช้และเพิ่มเงิน 1,500 บาทซื้อ M-Pencil ได้
ข้อสังเกต
- หน้าจอเป็นแบบกระจก LCD ทั่วไป ไม่ใช่จอ PaperMatte กันแสงสะท้อนแบบรุ่นอื่น
3. MatePad Mini (16,490 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 8.8″ WUXGA+ (2560*1600) Flexible OLED PaperMatte Refresh Rate 120 Hz ขอบเขตสีกว้าง P3 Delta-E <1 กล้องหน้าความละเอียด 32MP กล้องหลังความละเอียด 50MP กล้องหลัง Ultrawide ความละเอียด 8MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | HiSilicon Kirin 9010B แบบ Hexa-core Storage 256 GB RAM 8 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | HarmonyOS 4.3 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 2.0 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.2 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 6,400mAh ชาร์จเร็ว 66W |
| ราคา | 16,490 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HUAWEI Shopee Mall |
หน้าจอขนาด 8.8″ ของ MatePad Mini ถ้าวัดแล้วจะเท่ากับขนาดของพ็อคเก็ตบุ๊คทั่วไป เจ้าของแค่ดาวน์โหลด Meb: E-Book, readAwrite หรือ Tunwalai มาอ่านการ์ตูนหรือนิยายได้สะดวกหรือเปิดเบราเซอร์อ่านข่าวหรือบทความใดๆ ง่ายขึ้น แถมมีโหมดอ่าน E-book กับถนอมสายตาให้เปิดใช้ควบคู่กับหน้าจอปิดฟิล์ม PaperMatte ยิ่งทำให้อ่านง่ายสบายตาขึ้น ถ้าซื้อ M-Pencil รุ่น 3 หรือ Pro มาใช้ก็ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นตั้งแต่วาดเขียนเซ็นเอกสารหรือวาดลงบนภาพถ่ายก็ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น แถมมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดรวมกับปุ่มล็อคหน้าจอมาให้เพื่อความสะดวกปลอดภัยขึ้น เป็นแท็บเล็ตขนาดกะทัดรัดเพื่อหนอนหนังสือและคนรักการอ่านโดยเฉพาะ ประกอบกับชิปเซ็ตและหน่วยความจำก็มากพอให้ใช้ทำงานได้ดีอีกหลายปี
กลับกันถ้าใครต้องพิมพ์งานเป็นประจำจะไม่ถูกใจแท็บเล็ต HUAWEI นี้นัก เพราะเคสเป็นแบบปิดหน้าจออย่างเดียวไม่มีแป้นพิมพ์ในตัว ถ้าจะพิมพ์ก็ต้องต่อคีย์บอร์ด Bluetooth แทน ซึ่งถ้าใครไม่ได้ใช้พิมพ์งานก็ไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้ามองหาแท็บเล็ตไว้อ่านหนังสือหรือข่าวเป็นประจำจะเหมาะกับเครื่องนี้มากกว่า
ข้อดี
- หน้าจอ OLED ปิดฟิล์ม PaperMatte มาให้ มีขอบเขตสีกว้างสวยงามและคมชัดลดแสงสะท้อน
- หน้าจอขนาด 8.8″ พกพาง่ายเพราะขนาดเท่าหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ค เหมาะกับคนชอบอ่านหนังสือ
- ชิปเซ็ต HiSilicon Kirin 9010BN กับ RAM, SSD ความจุสูงสมรรถนะดีน่าใช้
- ใช้สไตลัส M-Pencil Pro วาดภาพสะดวกและเปลี่ยนหัวปากกาได้ 3 แบบ ให้เข้ากับการใช้งาน
- กล้องหน้ามีความละเอียด 32MP และกล้องหลัง 50MP ช่วยให้ถ่ายภาพคมชัดขึ้น
- แบตเตอรี่มีความจุ. 6,400mAh อาจไม่เยอะแต่รองรับการชาร์จเร็ว 66W
- มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ด้านข้างเครื่องรวมกับปุ่ม Power ให้ปลดล็อคใช้งานง่าย
ข้อสังเกต
- ใช้ Smart Keyboard ไม่ได้ ถ้าจะพิมพ์งานต้องต่อ Bluetooth Keyboard เท่านั้น
4. MatePad 11.5 S (2026) (16,990-17,990 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 11.5″ 2.8K (2800*1840) PaperMatte TFT LCD Refresh Rate 144 Hz กล้องหน้าความละเอียด 8MP กล้องหลังความละเอียด 13MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | HiSilicon Kirin T92C แบบ Octa-core Storage 256 GB RAM 12 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | HarmonyOS 4.3 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 3.0 Wi-Fi 6 (802.11ax) Bluetooth 5.2 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 8,800mAh ชาร์จเร็ว 40W |
| ราคา | 16,990-17,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HUAWEI Shopee Mall |
MatePad 11.5 S (2026) มีจุดสังเกตเพียงเรื่องพาเนลหน้าจอเป็น TFT LCD ไม่ใช่พาเนล OLED เหมือนแท็บเล็ต HUAWEI รุ่นอื่น ทำให้สีไม่สดนักแต่ยังปิดฟิล์ม PaperMatte ไว้กันแสงสะท้อนจากหลอดนีออนหรือแสงอาทิตย์ ทำให้ดูเนื้อหาบนหน้าจอ 11.5″ คมชัดยิ่งขึ้นชัดเจนและและมีโหมด E-Book กับโหหมดถนอมสายตาให้ใช้เช่นกัน พอต่อเคสแป้นพิมพ์เสร็จแล้วก็ใช้งานสะดวกเหมือนโน้ตบุ๊คและถ้าสั่งพร้อม M-Pencil ก็ใช้จดโน้ต, เซ็นเอกสารและวาดภาพกับแอพฯ GoPaint ได้ด้วย ตัวแอพฯ รองรับ Canvas 8K ทำให้ศิลปินวาดภาพเก็บรายละเอียดดีขึ้นหรือจะใช้ตัดคลิปกับแอพฯ Wondershare Filmora ก็สะดวก
ถ้าสังเกตรายละเอียดสเปคจะเห็นว่าทาง HUAWEI ไม่ได้ติดเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้เหมือนรุ่น MatePad Mini จึงต้องพิมพ์รหัสผ่านหรือวาด Pattern เป็นหลัก แม้จะยุ่งยากกว่าบ้างแต่ถ้าใครมีความคิดจะซื้อแท็บเล็ตมาใช้ล่ะก็ขอแนะนำให้เก็บรุ่นนี้เป็นอีกตัวเลือกไว้ได้เลยเช่นกัน
ข้อดี
- หน้าจอ PaperMatte กันแสงสะท้อน มีความละเอียดและภาพลื่นไหลใช้งานดีมาก
- ชิปเซ็ตมีสมรรถนะสูงและหน่วยความจำมากพอให้ใช้ทำงานได้ลื่นไหลไม่แพ้โน้ตบุ๊ค
- พอร์ต USB-C 3.0 ช่วยให้ถ่ายโอนข้อมูลและทำงานได้สะดวกรวดเร็ว
- แถมเคสแป้นพิมพ์ HUAWEI Smart Keyboard มาให้ใช้ทำงานสะดวกขึ้น
- ใช้ควบคู่กับสไตลัส M-Pencil (รุ่นที่ 3) เพื่อวาดเขียนสิ่งต่างๆ ได้ง่าย
- แบตเตอรี่มีความจุสูงและชาร์จเร็ว 40W ช่วยให้ใช้งานนานขึ้นจนจบวัน
ข้อสังเกต
- พาเนลหน้าจอเป็น TFT LCD เท่านั้น ไม่ใช่เป็นพาเนล OLED แบบแท็บเล็ต HUAWEI เครื่องอื่น
- ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ตรงปุ่ม Power ต้องพิมพ์รหัสผ่านแทนเท่านั้น
5. MatePad 12 X (19,990 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 12″ 2.8K (2800*1840) PaperMatte IPS ขอบเขตสีกว้าง P3 กล้องหน้าความละเอียด 8MP กล้องหลังความละเอียด 50MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | HiSilicon Kirin T92B แบบ Octa-core Storage 256 GB RAM 12 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | HarmonyOS 4.3 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 3.1 Gen1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.2 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 10,100mAh ชาร์จเร็ว 66W |
| ราคา | 19,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HUAWEI Shopee Mall |
MatePad 12 X เป็นแท็บเล็ต HUAWEI หน้าจอใหญ่สเปคดีจนใช้งานแทนโน้ตบุ๊คได้หลายโอกาส โดยเฉพาะพกเข้าไปจดบันทึกการประชุมถือว่าเหมาะมาก หน้าจอมีขนาดใหญ่ 12″ ความละเอียดสูง ประกอบกับเคส Smart Keyboard และ M-Pencil Pro แล้วช่วยให้จดบันทึกการประชุมสะดวกกว่าเดิมแถมใช้กล้องหลังความละเอียดสูงถ่ายภาพเพิ่มเพื่อเก็บรายละเอียดกับข้อมูลเพิ่มได้ แถมมีแบตเตอรี่มากถึง 10,100mAh ดังนั้นจะต้องประชุมทั้งวันก็ไม่มีปัญหา ส่วนศิลปินนักวาดคนไหนหาแท็บเล็ตจอใหญ่ไว้วาดภาพกับแอพฯ GoPaint เหมาะมาก แค่เปลี่ยนหัวสไตลัส M-Pencil Pro ให้เข้ามือสักนิดยิ่งช่วยให้วาดภาพสะดวกขึ้นอีก แถมตัวปากกาก็มีฟังก์ชั่นลัดมากมายทั้งบีบตัวด้ามเพื่อเรียกคำสั่งลัดหรือ Tools ใช้บ่อยหรือแตะท้ายด้ามเรียกแอพฯ Notes มาใช้งานก็ได้ แถมถ้าใครวาดภาพบ่อยปลายปากกาก็แพนเส้นหนาบางตามแรงกดมืออีกด้วย
จุดน่าเสียดายเล็กน้อยของ MatePad 12 X คือพาเนลหน้าจอเป็น IPS ไม่ใช่ OLED จึงแสดงสีสันไม่สดนัก แต่ยังปิดฟิล์ม PaperMatte มากันแสงสะท้อนให้ทำงานสะดวกขึ้น และแท็บเล็ตเครื่องนี้ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ตรงปุ่ม Power ซึ่งถ้าติดมาให้ก็จะดีมาก แม้จะขาดบางอย่างไปแต่ในภาพรวมถือว่าน่าใช้และทำงานไม่แพ้โน้ตบุ๊คเลย
ข้อดี
- หน้าจอ PaperMatte IPS ขนาด 12″ มีความละเอียดสูงและขอบเขตสีกว้าง ใช้งานดีมาก
- ชิปเซ็ตและหน่วยความจำมีความจุสูงพอให้ทำงานได้ลื่นไหลไม่แพ้โน้ตบุ๊ค
- ชุดระบายความร้อนชิปเซ็ตเป็นแบบ Vapor Chamber ช่วยคุมอุณหภูมิให้ทำงานเสถียรขึ้น
- มีพอร์ต USB-C 3.1 และรองรับ Wi-Fi 7 (802.11be) และ Bluetooth 5.2 ในตัว
- กล้องหลังมีความละเอียดสูง 50MP ใช้ถ่ายภาพเพื่อทำงานหรือเน้นความสวยงามก็เหมาะ
- แบตเตอรี่มีความจุ 10,100mAh และชาร์จเร็ว 66W ทำให้ใช้งานนานข้ามวันได้สบาย
- ต่อเคส Smart Keyboard เพิ่มเพื่อพิมพ์งานได้เหมือนโน้ตบุ๊คและรองรับ M-Pencil Pro
ข้อสังเกต
- ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ MatePad Mini จึงต้องปลดล็อคด้วยวิธีอื่นแทน
- พาเนลหน้าจอเป็น IPS ขอบเขตสีกว้างเท่านั้น ไม่ใช่ OLED และค่า Refresh Rate ไม่สูง
6. MatePad Pro Max (39,990 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 13.2″ 3K (3000*2000) PaperMatte Flexible OLED Refresh Rate 144 Hz กล้องหน้าความละเอียด 12MP กล้องหลังความละเอียด 50MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | HiSilicon Kirin T93 Pro Storage 256 GB RAM 12 GB |
| ระบบปฏิบัติการ | HarmonyOS 4.3 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 3.1 Gen1 Wi-Fi 6 (802.11ax) Bluetooth 6 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 10,000mAh ชาร์จเร็ว 40W |
| ราคา | 39,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: HUAWEI Shopee Mall |
แท็บเล็ต HUAWEI MatePad Pro Max รวมเอาสเปค, ฟีเจอร์และลูกเล่นโดดเด่นของแบรนด์มาใส่เอาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะหน้าจอ PaperMatte Flexible OLED ขนาด 13.2″ ความละเอียดสูงพอกับหน้าจอโน้ตบุ๊คมาให้ใช้คู่กับเคสคีย์บอร์ดใหม่แบบมีช่องเก็บพร้อมชาร์จสไตลัส M-Pencil Pro ไปพร้อมกันแล้ว ยังได้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่และหน่วยความจำจุมากพอให้ทำงานได้สะดวกขึ้นตั้งแต่งานเอกสารทั่วไป, จดการประชุม, ตัดต่อคลิปก็สะดวก ส่วนเคส Glide Keyboard ใหม่นอกจากพิมพ์งานดีขึ้นแล้วยังมีช่องเก็บสไตลัสโดยเฉพาะไม่ให้ตกหายไปไหน เวลาหยิบออกมาวาดภาพกับแอพฯ GoPaint เสร็จแล้วก็เก็บแล้วชาร์จไปพร้อมกัน แถมแบตเตอรี่ในตัวก็มีความจุสูงจนใช้งานได้ข้ามวันแล้วยังชาร์จเร็วอีกด้วย
กลับกัน MatePad Pro Max ราคาเริ่มต้นสูงรวม 40,000 บาท ถ้าต้องการรุ่นความจุ 512 GB ก็ต้องเพิ่มเงินอีก 10,000 บาท แถมไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือให้ใช้จึงต้องปลดล็อคเครื่องด้วยวิธีอื่น แถมขนาดหน้าจอก็ใหญ่พอกับโน้ตบุ๊คจึงควรมีช่องเก็บแท็บเล็ตไซซ์นี้โดยเฉพาะจะเก็บเครื่องได้ดีขึ้นไม่ไปกระทบกระแทกของชิ้นอื่น ถ้ายอมรับข้อสังเกตเหล่านี้ได้ก็จัดว่าน่าใช้มาก
ข้อดี
- ชิปเซ็ต HiSilicon Kirin T93 Pro มีสมรรถนะสูง ใช้งานดีรอบด้าน
- หน้าจอมีขนาดใหญ่ 13.2″ มีความละเอียดสูง เป็นพาเนล OLED และปิดฟิล์ม PaperMatte ด้วย
- กล้องหลังมีความละเอียดสูงให้ถ่ายภาพเพื่อใช้ทำงานหรือเอาสวยงามก็เหมาะสม
- แถมคีย์บอร์ด Glide Keyboard ดีไซน์ใหม่มีช่องเก็บ M-Pencil Pro โดยเฉพาะ
- แบตเตอรี่มีความจุ 10,000mAh และรองรับการชาร์จเร็ว 40W ใช้งานได้นานจนจบวัน
- พอร์ต USB-C 3.1 รับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว รองรับ Wi-Fi 6 (802.11ax) และ Bluetooth 6
ข้อสังเกต
- ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ 13.2″ เวลาพกไปไหนต้องใส่ช่องเก็บโน้ตบุ๊คเป็นหลัก
- ไม่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ ต้องใช้วิธีอื่นเพื่อปลดล็อคเครื่องใช้งาน
- ราคาเริ่มต้น 39,990 บาท มีราคาค่อนข้างสูงแต่แถมอุปกรณ์เสริมมาครบพร้อมใช้งาน
สรุปสเปค 6 แท็บเล็ต HUAWEI น่าใช้ ทำงานก็ดีเรื่องบันเทิงก็เหมาะ!


แท็บเล็ต HUAWEI ถึงจะไม่มี Google Mobile Services (GMS) ให้ใช้งานมานานแล้วและเปลี่ยนมาใช้ HarmonyOS ซึ่งทางบริษัทพัฒนาเองก็จริง แต่ใน AppGallery ก็มีแอพฯ สำคัญทั้งการเงินกับธนาคาร, บริการ, ความบันเทิงและอื่นๆ ให้โหลดไปติดตั้งได้ ซึ่งถ้าใครไม่เน้นเล่นเกมก็ยังพอใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวกพอควร ซึ่งถ้าใครชอบตัวระบบปฏิบัติการของ HUAWEI และสินค้าซึ่งทางบริษัทพัฒนาขึ้นมาจำหน่ายแล้วอยากลองปรับตัวเข้ากับระบบนี้ก็ไม่ลำบากเหมือนช่วงแรกแล้ว ดังนั้นถ้าใครอยากลองสัมผัสรสชาติใหม่ๆ ก็น่าสนใจเช่นกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง






