
แท็บเล็ต Samsung Galaxy จะแยกเป็นสองซีรีส์หลัก คือ Tab A-Series เพื่อใช้งานทั่วไปอย่างดูหนังฟังเพลง, อ่านข่าวกับหนังสือและเล่นเกมฆ่าเวลาได้ ด้าน Tab S-Series จะได้สเปคและฟีเจอร์เพิ่มอย่างรองรับสไตลัส S Pen และต่อ Keyboard cover เพื่อใช้แทนโน้ตบุ๊คในบางสถานการณ์ได้สะดวกรวดเร็วกว่า เช่นตอนเลคเชอร์หรือประชุมงาน, เซ็นเอกสารสำคัญหรือสเก็ตช์ภาพเก็บเอาไว้ใช้ในอนาคตได้สะดวกขึ้น ถึงจะถูกจัดเป็นกลุ่มเรือธงแต่ก็มีรุ่นย่อยราคาหมื่นบาทให้เลือกไปใช้ได้จนรุ่นเรือธงฟีเจอร์ครบเครื่องก็มีให้ใช้ ซึ่งแท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S-Series ก็จะมีรุ่นย่อยแยกกันตามรหัสกำกับท้ายว่าเป็นอย่างไร สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านได้ที่นี่
เรื่องควรรู้ก่อนซื้อแท็บเล็ต Samsung มาใช้งาน
- แท็บเล็ตรุ่นเรือธงของ Samsung ณ ตอนนี้เป็น Tab S11 Series และยังมีรุ่นก่อนหน้าอย่าง Tab S10 บางรุ่นย่อยให้เลือกซื้อได้ และลดลงมาเป็นซีรีส์ FE และ Lite โดยตัดฟีเจอร์บางอย่างออกให้ราคาไม่สูงมาก
- Galaxy Tab S-Series ทุกรุ่นจะใช้สไตลัส S Pen และ Keyboard cover ได้ แต่บางรุ่นอาจไม่รองรับระบบ Samsung DeX เปลี่ยนหน้า UI จากแท็บเล็ตให้เหมือนโน้ตบุ๊ค
- เมื่อกดปุ่มบนสไตลัสและแตะบนหน้าจอจะเปิดวงแหวนเรียก Shortcut สำหรับวาดภาพหรือเรียกโปรแกรมใช้งานขึ้นมาได้ทันที ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
- ถ้าต้องการแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่เท่ากับโน้ตบุ๊คจะมี Galaxy Tab Ultra Series ขนาดหน้าจอ 14.6″ ให้เลือกซื้อและตอนนี้มีเฉพาะรุ่น 5G เท่านั้น
5 แท็บเล็ต Samsung สายเรือธงตัวแรงน่าใช้ สเปคดีมีสไตลัสให้เขียน!
- Galaxy Tab S10 Lite 5G (6/128 GB) (15,990 บาท)
- Galaxy Tab S10 FE 5G (8/128 GB) (19,900 บาท)
- Galaxy Tab S10+ Wi-Fi (12/256GB) (25,900 บาท)
- Galaxy Tab S11 Wi-Fi (12/128 GB) (26,900 บาท)
- Galaxy Tab S11 Ultra 5G (12/256 GB) (44,900 บาท)

1. Galaxy Tab S10 Lite 5G (6/128 GB) (15,990 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 10.9″ WUXGA+ (2112*1320) TFT LCD Refresh Rate 90 Hz กล้องหน้าความละเอียด 5MP กล้องหลังความละเอียด 8MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | Sasmung Exynos 1380 แบบ Octa-core Storage 128 GB RAM 6 GB MicroSD Card รองรับสูงสุด 2 TB |
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 7 พัฒนาจาก Android 15 |
| การเชื่อมต่อ | 5G FDD / TDD Sub6 USB-C 2.0 Wi-Fi 6 (802.11ax) Bluetooth 5.3 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | แบตเตอรี่ 8,000mAh ชาร์จเร็ว 25W |
| ราคา | 15,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Samsung Thailand Shopee Mall |
Galaxy Tab S10 Lite 5G เหมาะกับคนต้องการแท็บเล็ต Samsung ราคาเข้าถึงได้และมีสไตลัสแถมมาพร้อมใช้งานทันทีและถ้าจะใช้ Keyboard cover ไว้พิมพ์งานหรือเมล์แทนโน้ตบุ๊คได้ในบางโอกาสและถ้าพกเข้าห้องประชุมหรือเลคเชอร์ก็ทำงานได้ง่ายขึ้นแถมมีกล้องหลังไว้ถ่ายภาพหรือคลิปไว้ใส่เป็นบันทึกการประชุมแถมและรองรับ Galaxy AI ไว้กดเรียกขึ้นมาใช้ถอดความบันทึกเสียงและแก้ไขภาพได้ด้วย เวลาพกไปใช้งานนอกสถานที่ก็เชื่อมต่อ 5G ได้ไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi อย่างเดียว และถึงเป็นรุ่น Lite ก็มี Samsung DeX ไว้ให้เปลี่ยนหน้า UI เป็นแบบพีซีแล้วต่อหน้าจอแยกทำงานง่ายขึ้นเหมือนแท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S-Series ตัวอื่น
ส่วนข้อสังเกตอย่างแรกคือ ชิปเซ็ต Samsung Exynos 1380 มีสมรรถนะพอใช้ดูหนังฟังเพลง, ทำงานเอกสาร, ท่องเว็บเท่านั้น ถ้าเล่นเกมชั้นนำจะไม่ค่อยลื่นไหลและกล้องหลังมีความละเอียด 8MP พอให้ใช้ถ่ายภาพทำงานได้ไม่ถึงกับเน้นเอาสวยงาม ถ้ายอมรับทั้งสองเรื่องนี้ได้ก็ขอแนะนำให้เก็บไว้เป็นตัวเลือกแรกๆ ได้เลย
ข้อดี
- หน้าจอมีขนาด 10.9″ ความละเอียดสูงและใช้สไตลัส S Pen เขียนจดวาดบนหน้าจอได้
- มีหน่วยความจำในเครื่อง 6 / 128 GB เพิ่ม MicroSD card ได้อีก 2 TB
- รองรับฟีเจอร์ Samsung DeX เปลี่ยนหน้า UI แบบแท็บเล็ตเป็นโน้ตบุ๊คได้
- กันฝุ่นและของเหลวได้ระดับ IP42 ป้องกันภายในตัวเครื่องได้ระดับหนึ่ง
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6, Bluetooth 5.3 และ 5G FDD / TDD Sub6 ได้
- อัพเดตเฟิร์มแวร์และ Android ได้นานสุดถึงปี 2032 รวม 7 ปี ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย
ข้อสังเกต
- ชิปเซ็ต Samsung Exynos 1380 มีสมรรถนะพอใช้งานทั่วไปและเล่นเกมฆ่าเวลาได้
- กล้องหลังมีความละเอียด 8MP พอให้ถ่ายภาพใช้งานได้เท่านั้น
2. Galaxy Tab S10 FE 5G (8/128 GB) (19,900 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 10.9″ WUXGA+ (2340*1440) TFT LCD Refresh Rate 90 Hz กล้องหน้า Ultrawide ความละเอียด 12MP กล้องหลังความละเอียด 13MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | Samsung Exynos 1580 แบบ Octa-core Storage 128 GB RAM 8 GB MicroSD Card รองรับสูงสุด 1.5 TB |
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 7 พัฒนาจาก Android 15 |
| การเชื่อมต่อ | 5G FDD Sub6 USB-C 2.0 Wi-Fi 6 (802.11ax) Bluetooth 5.3 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | 8,000mAh ชาร์จเร็ว 45W |
| ราคา | 19,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Samsung Shopee Mall |
Galaxy Tab S10 FE 5G เทียบกับ Tab S10 Lite 5G ในข้อก่อนแล้วจะแชร์ฟีเจอร์หลายอย่างร่วมกันแต่อัพเกรดกล้องหน้าและหลังให้มีความละเอียดสูงขึ้นพอให้ใช้ถ่ายภาพทำงานและ Video call ดีขึ้น เปลี่ยนชิปเซ็ตเป็น Exynos 1580 ให้ทำงานได้ลื่นไหล เล่นเกมออนไลน์ปรับกราฟิคระดับเริ่มต้นได้แล้วและมี Samsung DeX Mode ให้ใช้ได้ เพิ่มเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้ยืนยันตัวก่อนปลดล็อคใช้งานด้วย เทียบกันแล้ว S10 FE จะทำงานได้ลื่นไหลและเล่นเกมดีกว่าแต่ S10 Lite ราคาถูกกว่าพอให้มีเงินเหลือไว้ซื้ออุปกรณ์เสริมได้อีก จุดนี้ขึ้นอยู่ว่าอยากได้แท็บเล็ตราคาเป็นมิตรและฟีเจอร์พอใช้หรือมากกว่านี้ก็เลือกได้ตามสะดวก
ข้อดี
- หน้าจอมีขนาด 10.9″ ความละเอียดและค่า Refresh Rate ดีให้ภาพลื่นไหลต่อเนื่อง
- กล้องหน้าและหลังมีความละเอียดสูงพอให้ถ่ายภาพใช้งานได้คมชัดพอควร
- แบตเตอรี่มีความจุ 8,000mAh และชาร์จเร็ว 45W ให้แบตเตอรี่เต็มเร็วขึ้น
- รองรับฟีเจอร์ Samsung DeX เปลี่ยนหน้า UI แบบแท็บเล็ตเป็นโน้ตบุ๊คได้
- แถมสไตลัส S Pen มาให้พร้อมใช้และซื้อ Keyboard Cover มาใช้ร่วมกันได้
- อัพเดตเฟิร์มแวร์และ Android ได้นานสุดถึงปี 2032 รวม 7 ปี
- มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ยืนยันตัวก่อนปลดล็อคเครื่อง
ข้อสังเกต
- Samsung Exynos 1580 มีสมรรถนะสูงแต่ถ้าเล่นเกมชั้นนำควรปรับกราฟิคไม่สูงมาก
- รองรับ MicroSD Card เพียง 1.5 TB ไม่เหมือนรุ่นอื่นที่รองรับ 2 TB
3. Galaxy Tab S10+ Wi-Fi (12/256GB) (25,900 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 12.4″ Dynamic AMOLED 2X (2800*1752) AMOLED Refresh Rate 120 Hz กล้องหน้า Ultrawide ความละเอียด 12MP กล้องหลังความละเอียด 13MP กล้องหลัง Ultrawide ความละเอียด 8MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | MediaTek Dimensity 9300+ แบบ Octa-Core Storage 256 GB RAM 12 GB MicroSD Card รองรับสูงสุด 1.5 TB |
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 7 พัฒนาจาก Android 15 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 3.2 Gen1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.3 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | 10,090mAh ชาร์จเร็ว 45W |
| ราคา | 25,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Samsung Shopee Mall |
Galaxy Tab S10+ Wi-Fi มีดีกรีเป็นอดีตแท็บเล็ต Samsung เรือธงหน้าจอใหญ่ 12.4″ ความละเอียดสูงให้ใช้ S Pen วาดเขียนงานได้ง่ายแถมต่อ Keyboard cover พิมพ์งานแทนโน้ตบุ๊คได้สะดวกอีกด้วย แถมมี Galaxy AI ไว้ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาพกเข้าไปบันทึกเสียงในห้องประชุมหรือเลคเชอร์แล้วอัดเสียงมาทำบันทึกได้สะดวกขึ้นมาก ถ้าจะถ่ายภาพประกอบในโน้ตก็มีกล้องหลังคู่ความละเอียดสูงไว้ใช้งาน ส่วนเสริมซึ่งทำให้ Tab S10+ Wi-Fi น่าใช้ยิ่งขึ้น คือกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 และได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใช้ยืนยันตัวก่อนปลดล็อคให้ใช้งาน จึงไม่ต้องห่วงว่าใครจะแอบมาใช้เครื่องของเราโดยพลการ
ด้านชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9300+ ก็มีสมรรถนะสูงไม่แพ้ Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 แต่ด้าน MediaTek จะคุมอุณหภูมิได้ดีไม่ร้อนจนเกินไปและประหยัดแบตเตอรี่ด้วย ถ้าใช้ทำงานทั่วไปอย่างเปิดเว็บกับแอพฯ เพื่อทำงาน, ดูหนังฟังเพลงก็ไวทันใจ จึงต่อหน้าจอแยกแล้วใช้ Samsung DeX Mode ทำงานสะดวกและยังใช้เล่นเกม Genshin Impact หรือ Wuthering Waves ตั้งค่ากราฟิคสูงสุดได้สบายมาก แต่พอมีรุ่นใหม่แล้วจึงเหลือจำหน่ายแต่รุ่น Wi-Fi และเพิ่ม MicroSD Card ได้เพียง 1.5 TB ไม่ใช่ 2 TB เหมือนรุ่นใหม่ แต่ถ้าทั้งสองจุดนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญและใช้สมาร์ทโฟน Samsung อยู่แล้วก็ซื้ออดีตเรือธงเครื่องนี้ไปใช้ได้ไม่ผิดหวังแน่นอน
ข้อดี
- ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9300+ มีสมรรถนะสูงทั้งทำงานและเล่นเกมชั้นนำได้ดี
- มีหน่วยความจำเยอะพอให้ทำงานได้ลื่นไหลและใส่ MicroSD card เพิ่มได้ถึง 2 TB
- เชื่อมต่อด้วย USB-C 3.2 Gen1, Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.3 ได้ดี
- แบตเตอรี่มีความจุสูงและชาร์จเร็ว 45W จึงใช้งานได้นานหลายชั่วโมง
- อัพเดตเฟิร์มแวร์และ Android ได้หลายเวอร์ชั่นจนถึงปี 2032
- ได้กล้องหลัง 2 เลนส์ แยกเป็นเลนส์หลักและ Ultrawide ไว้ใช้งานได้หลายโอกาส
- มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ใช้ยืนยันตัวก่อนปลดล็อคเครื่อง
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ถ้าเผลอทำตกน้ำหรือโดนสาดน้ำใส่ก็ไม่เสียหาย
ข้อสังเกต
- เป็นรุ่น Wi-Fi เท่านั้น ไม่รองรับการเชื่อมต่อ 5G เหมือนรุ่นอื่น
- รองรับ MicroSD card ความจุสูงสุด 1.5 TB เท่านั้น ไม่ใช่ 2 TB เหมือนรุ่นอื่น
4. Galaxy Tab S11 Wi-Fi (12/128 GB) (26,900 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 11″ Dynamic AMOLED 2X (2560*1600) AMOLED Refresh Rate 120 Hz กล้องหน้า Ultrawide ความละเอียด 12MP กล้องหลังความละเอียด 13MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | MediaTek Dimensity 9400+ Storage 128 GB RAM 12 GB MicroSD Card รองรับสูงสุด 2 TB |
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 8 พัฒนาจาก Android 16 |
| การเชื่อมต่อ | USB-C 3.2 Gen1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | 8,400mAh ชาร์จเร็ว 45W |
| ราคา | 26,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Samsung Shopee Mall |
Galaxy Tab S11 Wi-Fi เทียบกับ Galaxy Tab S10+ Wi-Fi ในข้อก่อนจะมีขนาดหน้าจอเล็กลงจาก 12.4″ เป็น 11″ ทำให้ค่าความละเอียดลดลงไปให้พอกับขนาดหน้าจอแต่ยังสืบทอดข้อดีต่างๆ มาใช้ทั้งหมดไม่ว่าจะใช้สไตลัส S Pen เขียนวาดสิ่งต่างๆ และต่อ Keyboard cover เพื่อพิมพ์งานได้เหมือนกันและมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือให้ใช้และกันน้ำกับฝุ่นระดับ IP68 เช่นเดิม ส่วนจุดเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนคือชิปเซ็ตถูกเปลี่ยนอัพเกรดเป็น MediaTek Dimensity 9400+ ให้ทำงานดีขึ้นมากและอัพเดตต่อเนื่องได้ยาวนานหลายปี แต่ทาง Samsung ตัดเซนเซอร์ Ultrawide ออกไป ทำให้มีเลนส์ใช้งานลดลงแต่ถ้าไม่ได้เก็บภาพมุมกว้างมาใช้งานบ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจมาก แต่จุดสำคัญกว่าคือหน่วยความจำในเครื่องมีเพียง 128 GB เท่านั้น จึงต้องคอยจัดการย้ายไฟล์หรือลบแอพฯ ออกเป็นระยะๆ จึงขอแนะนำให้ใส่ MicroSD Card มาใส่เพิ่มอีก 128~256 GB จะทำให้แท็บเล็ต Samsung เครื่องนี้ทำงานดีขึ้นมาก
ข้อดี
- ติดตั้งชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ กับหน่วยความจำ 12/128 GB จึงทำงานได้ลื่นไหล
- เพิ่ม MicroSD Carrd ได้มากสุด 2 TB ทำให้เก็บไฟล์งานไว้ในเครื่องได้เยอะ
- หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X แสดงสีสันได้สวยสดและภาพลื่นไหลต่อเนื่อง
- เชื่อมต่อด้วย USB-C 3.2 Gen1 และรองรับ Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.4 ในตัว
- ใช้ S Pen วาดเขียนสิ่งต่างๆ ได้ง่ายและต่อ Keyboard cover ทำงานใน DeX mode ได้ดี
- แบตเตอรี่มีความจุ 8,400mAh และชาร์จเร็ว 45W ทำให้ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง
- มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่องให้ใช้งาน
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ทนต่อฝุ่นละอองและตกน้ำหกใส่เครื่อง
- อัพเดตเฟิร์มแวร์และ Android ได้ยาวนานจนถึงปี 2032
ข้อสังเกต
- กล้องหลังมีเพียงเลนส์หลักอันเดียว ไม่มี Ultrawide เหมือนแท็บเล็ต Samsung รุ่น Plus, Ultra
- หน่วยความจำหลักมีความจุ 128 GB ต้องคอยบริหารพื้นที่ภายในเป็นระยะๆ
5. Galaxy Tab S11 Ultra 5G (12/256 GB) (44,900 บาท)

| หน้าจอและกล้อง | 14.6″ Dynamic AMOLED 2X (2960*1848) AMOLED Refresh Rate 120 Hz กล้องหน้า Ultrawide ความละเอียด 12MP กล้องหลังความละเอียด 13MP กล้องหลัง Ultrawide ความละเอียด 8MP |
| ชิปเซ็ตและหน่วยความจำ | MediaTek Dimensity 9400+ แบบ Octa-core Storage 256 GB RAM 12 GB MicroSD Card รองรับสูงสุด 2 TB |
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 8 พัฒนาจาก Android 16 |
| การเชื่อมต่อ | 5G FDD / TDD Sub6 USB-C 3.2 Gen1 Wi-Fi 7 (802.11be) Bluetooth 5.4 |
| แบตเตอรี่และการชาร์จ | 11,600mAh ชาร์จเร็ว 45W |
| ราคา | 44,900 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Samsung Shopee Mall |
ถ้าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นที่ดีสุดของ Samsung ในตอนนี้ก็ต้องเป็น Galaxy Tab S11 Ultra 5G เพราะทั้งได้หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 14.6″ ใหญ่เต็มตา สเปคแรงไว้ใจได้ด้วย MediaTek Dimensity 9400+ มี RAM, Storage มากพอให้ติดตั้งแอพฯ และโหลดไฟล์เก็บไว้ทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งหน้าจอไซซ์นี้มีข้อดีเรื่องขนาดใหญ่เต็มตาเท่าจอโน้ตบุ๊คให้ทำงานง่ายขึ้นแล้ว ยังต่อ 5G FDD / TDD หรือ Wi-Fi 7 ก็ได้ จึงรับส่งงานได้ทุกเมื่อแถมถ้าเปลี่ยนเป็น DeX Mode แล้วต่อหน้าจอแยกก็ทำงานสะดวกขึ้นมาก แถมยังได้ข้อดีของแท็บเล็ต Samsung รุ่นเรือธงมาหมดไม่ว่าจะกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68, มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือให้ใช้, ได้กล้องหลังคู่ไว้ถ่ายภาพในสถานการณ์ต่างๆ ได้ แถมยังชาร์จเร็ว 45W ช่วยเติมแบตเตอรี่ 11,600mAh ให้เต็มในเวลาไม่นานเกินไป
กลับกันขนาดของ Galaxy Tab S11 Ultra ซึ่งใหญ่จนเท่าโน้ตบุ๊คทำให้พกพาไม่สะดวกเหมือนจอ 11″ หรือ 12.4″ แทนที่จะใส่กระเป๋าสะพายขวางได้ก็ต้องใช้กระเป๋าเป้แทนและหยิบขึ้นมาถือเล่นเกมไม่สะดวกจึงต้องใช้จอยเกมแทน ซึ่งถ้าพกคู่กับโน้ตบุ๊คตามปกติอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหานักและราคาของแท็บเล็ต Samsung รุ่นนี้ก็แพงเท่ากับสมาร์ทโฟนเรือธงอีกด้วย จึงทำให้บางคนตัดสินใจได้ค่อนข้างยาก แต่ถ้าได้ลองใช้งานสักครั้งมั่นใจว่าหลายคนต้องถูกใจอย่างแน่นอน
ข้อดี
- หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาดใหญ่ 14.6″ มีความคมชัดมากและแสดงภาพได้ลื่นไหล
- ใช้ S Pen เขียนวาดสิ่งต่างๆ ได้และซื้อ Keyboard cover มาพิมพ์งานได้
- กล้องหลังมีเลนส์หลักและ Ultrawide ให้ถ่ายภาพใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น
- ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ และหน่วยความจำ 12 / 256 GB ทำงานได้ดีมาก
- ใส่ MicroSD Card เพิ่มความจุได้ถึง 2 TB ให้เก็บไฟล์งานมากขึ้น
- อัพเดตเฟิร์มแวร์และเวอร์ชั่น Android ไปได้ถึงปี 2032
- เชื่อมต่อด้วย 5G, Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 เพื่อทำงานได้ดีมาก
- มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ยืนยันตัวก่อนปลดล็อคให้ใช้งาน
- แบตเตอรี่มีความจุสูงมากและชาร์จเร็วถึง 45W ให้ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 จึงไม่ต้องกลัวฝุ่นหรือน้ำทำให้เครื่องเกิดความเสียหาย
ข้อสังเกต
- ขนาดหน้าจอใหญ่เท่าจอโน้ตบุ๊ค ถึงพกพาและหยิบขึ้นมาใช้ได้แต่ไม่ถนัดเหมือนจอ 11″, 12.4″
- ราคาสูงถึง 44,900 บาท เท่ากับสมาร์ทโฟนเรือธงของ Samsung
สรุปสเปค 5 แท็บเล็ต Samsung น่าใช้ฟีเจอร์แน่นสไตลัสพร้อม!


แท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S-Series นั้นมีตัวเลือกรุ่นย่อยหลากหลายพอให้ตอบโจทย์ผู้ใช้หลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปอยากได้แท็บเล็ตรุ่นที่ให้ประสบการณ์ใช้งานดีไล่เลี่ยระดับเรือธงแต่ตัดฟีเจอร์บางอย่างออกไปเพื่อให้ทำราคาได้ไปจนอดีตเรือธงอายุหนึ่งขวบพอดีก็มีให้เลือกซื้อได้เท่าที่เงินในกระเป่าของแต่ละคนจะพร้อมจ่าย ซึ่งข้อดีของ Galaxy Tab S-Series ทุกรุ่นจะได้สไตลัส S Pen มาแล้ว และถ้าอยากได้แป้นพิมพ์ก็ค่อยซื้อเพิ่มในภายหลังได้ หากใครกำลังหาแท็บเล็ตมาใช้สักเครื่องทั้งเพื่อความบันเทิงและทำงานก็น่าซื้อไปใช้งานมาก
บทความที่เกี่ยวข้อง






