
การเลือกเดสก์ท็อปพีซี มาใช้ในงานด้านครีเอทีฟต่างๆ เช่น งานวีดีโอ กราฟิก 3 มิติ และอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพ สิ่งสำคัญต้องมีพลังมากพอให้งานลื่นไหล รวดเร็ว ทำให้เวิร์กโฟลว์ของงานต่อเนื่องไม่สะดุด เพราะจะช่วยลดเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานได้ อย่างเช่นการเรนเดอร์และ Export งานได้รวดเร็วแบบมืออาชีพนั่นเอง และถ้าเวลานี้คุณมองหาเดสก์ท็อปพีซีคุณภาพ ที่ได้ทั้งพลังสำหรับงานที่เร่งรีบและการสร้างงานได้ต่อเนื่อง พีซีรุ่นล่าสุดจากทาง SVOA ที่มีขุมพลังจาก NVIDIA GeForce นี้ ที่สร้างขึ้นสำหรับครีเอเตอร์ ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ไม่ต้องประกอบคอมเองอีกต่อไป เพราะคุณจะได้ทั้งคอมพิวเตอร์ระดับครีเอเตอร์ และการรับประกัน รวมถึงและบริการหลังการขายที่อุ่นใจ ในราคาสบายกระเป๋า
โปรเด็ดพีซี SVOA ขุมพลัง NVIDIA GeForce RTX 50 series
- GeForce RTX 50 series หัวใจหลักสร้างสรรค์งานระดับครีเอเตอร์
- เพิ่มศักยภาพสำหรับงานระดับมืออาชีพด้วย ไดรเวอร์ GeForce Studio
- 3 เดสก์ท็อปพีซีครีเอเตอร์ขุมพลัง GeForce RTX 50 series จาก SVOA
GeForce RTX 50 series หัวใจหลักสร้างสรรค์งานระดับครีเอเตอร์
หลายครั้งที่การทำงานต้องสะดุด เมื่อเจอกับงานหนัก และเดสก์ท็อปพีซีที่ใช้อยู่ ไม่สามารถรองรับไหว ทำให้งานล่าช้าหรือมีข้อจำกัดในการสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาทำได้ง่ายๆ คือ การเลือกพีซีที่เหมาะกับการทำงานนั่นเอง นอกจากซีพียูประมวลผลที่เป็นหัวใจหลัก กราฟิก GPU ที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น GeForce RTX 50 series ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและมี AI ในการเร่งพลังสำหรับการตัดต่อวีดีโอ และการเรนเดอร์ 3D ได้อย่างราบลื่น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อน มอบอิสระในการสร้างสรรค์งานให้กับเหล่าครีเอเตอร์ในปัจจุบัน

โดยที่ GeForce RTX 50 series เป็นตัวเร่งเร้าการสร้างสรรค์งานให้กับครีเอเตอร์ได้ถึงขีดสุด ด้วยศักยภาพของกราฟิก GPU ที่ไม่ได้โดดเด่นเฉพาะกับการเล่นเกมเท่านั้น แต่เมื่อผสมผสานเข้ากับ NVIDIA Studio ก็ทำให้งานต่างๆ เหล่านี้ราบลื่น ไม่ว่าจะเป็น การต้ดต่อวีดีโอ สร้างงานแอนิเมชั่น การสตรีมมิ่ง สร้างงาน AI ออกแบบกราฟิก และตกแต่งภาพถ่ายก็ตาม
ที่สำคัญยังรองรับแอพพลิเคชั่นงานเฉพาะทางและซอฟต์แวร์ Studio มากกว่า 130 รายการในปัจจุบัน อาทิ Adobe, Autodesk, Blender, Cinema 4D, D5 Render, DaVinci Resolve, Lumion, UNREAL ENGINE หรือ Chaos Vantage เป็นต้น นั่นก็เพราะแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ สามารถใช้ศักยภาพภายในกราฟิก GeForce RTX 50 series ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น
- Adobe After Effects: กับการใช้ฟีเจอร์ที่เร่งความเร็วด้วย GPU ในการทำเอฟเฟกต์ เช่น blur gallery, liquify, smart sharpen และ perspective warp ได้อย่างรวดเร็ว
- Adobe Photoshop Lightroom: ใช้ฟีเจอร์ AI ที่มีอยู่ในกราฟิก RTX ได้แก่ Super Resolution, Raw Details, Select Sky, Select Subject เพื่อตอบสนองการใช้งาน โดยเฉพาะหน้าจอ 4K หรือจอที่มีความละเอียดสูง
- Adobe Premiere Pro: ด้วย GPU และฟีเจอร์ AI เช่น Media Intelligence, Enhance Speech, Auto Reframe และ Unsharp Mask กับการเข้ารหัสที่เร่งความเร็วด้วย GPU (NVENC) เพื่อเพิ่มความเร็วในการ Export วิดีโอ หรือการใช้ GPU และฟีเจอร์ AI ในการ Media Intelligence, Enhance Speech, Auto Reframe และ Unsharp Mask เป็นต้น
- Autodesk 3ds Max: สามารถใช้ GPU เพื่อการทำแอนิเมชันและโมเดล 3D ที่รวดเร็ว รวมถึงใช้ร่วมกับ 3rd Party อย่าง เช่น V-Ray, OctaneRender และ Redshift ได้อีกด้วย
- Autodesk Maya: ได้ประโยชน์จาก Ray Tracing ที่เร่งความเร็วด้วย RTX และการลดนอยซ์ AI ที่เร่งความเร็วด้วย RTX กับตัวเรนเดอร์เริ่มต้นอย่าง Autodesk Arnold ช่วยให้เกิดการเรนเดอร์ที่มีการโต้ตอบสูงและสมจริง
- BLENDER: กับการใช้งาน OptiX Ray Tracing ที่เร่งความเร็วด้วย RTX ใน Blender Cycles เพื่อการเรนเดอร์เฟรมขั้นสุดท้ายที่รวดเร็ว
- DaVinci Resolve: ใช้งาน GPU เพื่อการเกลี่ยสี การตัดต่อวิดีโอ และขอบข่ายสีที่แม่นยำ และการการเข้ารหัส ถอดรหัสด้วย GPU (NVENC), GPU (NVDEC) ให้เป็นไปอย่างราบลื่น หรือการที่มี AI ใน RTX ช่วยการเรียนรู้จดจำใบหน้า สำหรับการแท็กคลิปและติดตามเอฟเฟกต์อัตโนมัติ หรือ RTX Video Super Resolution ช่วยลบความเพี้ยนและอัปสเกลวิดีโอได้อีกด้วย
- Vegas Pro: ที่สามารถใช้งาน AI ในการเพิ่มความเร็วในการใช้ Style Transfer เพื่อเลียนแบบสไตล์งานศิลป์, Colorization เพื่อใส่สีให้วิดีโอ และ Upscale เพื่อเพิ่มความละเอียด เป็นต้น
และยังมีเทคโนโลยี ฟีเจอร์อีกมากมาย ที่ช่วยให้งานต่างๆ เหล่านี้ ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นด้านครีเอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น งานวีดีโอ กราฟิก การออกแบบ บรอดแคสต์ รวมถึงการเรนเดอร์กราฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิเช่น
NVIDIA Broadcast:

NVIDIA Broadcast แอปอัจฉริยะที่ใช้ AI เปลี่ยนห้องธรรมดาให้กลายเป็นสตูดิโอระดับโปร ด้วยฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนรอบข้างและเสียงก้องได้เงียบกริบ พร้อมระบบปรับแต่งวิดีโออย่างการเปลี่ยนพื้นหลังเสมือนจริง และฟีเจอร์ Eye Contact ที่ช่วยให้คุณดูเหมือนสบตากับกล้องตลอดเวลา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีมเมอร์และผู้ที่ประชุมออนไลน์ เพื่อสร้างการสื่อสารที่มีคุณภาพและดูเป็นมืออาชีพที่สุดในทุกสถานการณ์
NVIDIA RTX Remix:

NVIDIA RTX Remix แพลตฟอร์มม็อดเกมสุดล้ำที่ช่วยให้การรีมาสเตอร์เกมคลาสสิกยุคเก่า ให้กลับมาสวยงามราวกับเกมยุคปัจจุบันได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยการใช้ AI ช่วยอัปเกรดพื้นผิว (Textures) ให้มีความละเอียดสูง และเพิ่มระบบแสงเงาที่สมจริงขั้นสุดด้วยเทคโนโลยี Full Ray Tracing ช่วยให้นักพัฒนาและนักม็อดสามารถคืนชีวิตใหม่ให้กับเกมในตำนาน ด้วยประสิทธิภาพของ RTX ที่ทรงพลังและรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
NVIDIA G-Assist:

NVIDIA G-Assist ผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่ถูกออกแบบมาเพื่อคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือเหล่านักเล่นเกมแบบเรียลไทม์ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลบนหน้าจอ สามารถบอกวิธีผ่านด่าน แนะนำการเลือกไอเทม หรือแม้แต่ช่วยปรับแต่งค่าพลังงานและประสิทธิภาพของเครื่องให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยน AI ให้กลายเป็นคู่หูอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับทั้งทักษะการเล่นเกม และการดูแลรักษาระบบคอมพิวเตอร์ไปพร้อมกัน
NVIDIA Texture Tools 3.0:

NVIDIA Texture Tools ชุดเครื่องมือสำหรับนักสร้างสรรค์ที่ต้องการบีบอัดภาพพื้นผิว (Textures) ให้มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงความชัดเจนและความละเอียดสูงสุดไว้ได้ ใช้พลังประมวลผลของ GPU ผ่าน CUDA เพื่อให้การสร้างไฟล์ภาพคุณภาพสูงทำได้รวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานได้อย่างมหาศาล ช่วยให้การจัดการหน่วยความจำวิดีโอ (VRAM) มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้เกมหรือผลงาน 3D รันได้ลื่นไหลโดยไม่สูญเสียความสวยงามของภาพไป
เพิ่มศักยภาพสำหรับงานระดับมืออาชีพด้วย ไดรเวอร์ GeForce Studio
ซึ่งหัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณดึงศักยภาพของ GeForce RTX 50 series ได้อย่างเต็มที่ นั่นคือ ไดรเวอร์ NVIDIA Studio นั่นเอง โดยที่ไดรเวอร์นี้จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ GPU ในการสร้างสรรค์งาน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแอพพลิเคชั่น และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้คล่องตัว ให้สามารถสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ความพิเศษของ ไดรเวอร์ NVIDIA Studio ที่ผู้ใช้จะได้สัมผัสนั่นคือ ผ่านการทดสอบที่เข้มงวด ที่ทาง NVIDIA ได้ร่วมมือกับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ค่ายใหญ่เพื่อทำการทดสอบใน Workflow การทำงานจริงหลายร้อยแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อคุณกดเรนเดอร์งานหนักๆ ไดรเวอร์จะไม่ทำให้ระบบล่ม ให้การอัปเดต เพื่อปรับปรุงเพื่อเพิ่มความเสถียรและแก้ไข Bug ที่เกิดขึ้นในโปรแกรมสายทำงานโดยเฉพาะ รวมถึงไดรเวอร์นี้จะช่วยเปิดประสิทธิภาพของ Tensor Cores และ RT Cores ให้ทำงานร่วมกับ AI ในโปรแกรมต่างๆ ได้เต็มสูบ เช่น การใช้ AI ช่วยลบวัตถุในวิดีโอ (Object Removal) หรือการขยายภาพโดยไม่เสียรายละเอียดอีกด้วย
และจากกราฟผลทดสอบนี้ จะเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของกราฟิก GeForce RTX 50 series เมื่อทำงานควบคู่กับไดรเวอร์ NVIDIA Studio ในงานด้านต่างๆ

จากกราฟจะเห็นได้ว่าทั้งในการทำงานด้านออกแบบดีไซน์ กราฟิก 3D หรือตัดต่อวีดีโอ ที่ใช้พลังจาก GeForce RTX50 series นั้น ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ในการเรนเดอร์ หรือ Export วีดีโอ ความเร็วที่ได้ตามพลังของกราฟิกที่ทดสอบ โดยที่ GeForce RTX 5090 ใช้เวลาน้อยสุด และรุ่นน้องเล็กอย่าง GeForce RTX 5050 ก็ใช้เวลามากที่สุด ตามลำดับ ในที่นี้รวมถึงการใช้ Generative AI ด้วยเช่นกัน

ในด้านของ Adobe Photoshop สามารถใช้ประโยชน์ด้าน AI มาช่วยในการแก้ไขภาพ และปรับปรุงเรื่องแสง เงา สีได้ แม้จะเป็นกราฟิกรุ่นน้องอย่าง GeForce RTX 5060 แต่ก็ช่วยลดเวลาในการทำงงานไปได้ไม่น้อยเลย ที่สำคัญยังมีส่วนต่างจากกราฟิกรุ่นพี่ไม่มากอีกด้วย ต้องถือว่าเป็นอีกรุ่นที่คุ้มค่า เหมาะกับสายงานด้านภาพแบบนี้

การทดสอบ AV1 ไม่ได้วัดที่ความแรงของ Core ประมวลผลกราฟิก (CUDA หรือ Stream Processors) แต่วัดที่ประสิทธิภาพของ Hardware Encoder แยกส่วน (เช่น NVENC รุ่นที่ 8) หากผลการทดสอบทำได้ดี หมายความว่า GPU นั้นสามารถจัดการงานวิดีโอหนักๆ ได้โดยไม่ดึงทรัพยากรมากนัก ซึ่งการทดสอบนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานของ GeForce RTX 50 series ที่ทำได้ดีกว่า GeForce RTX 40 series อยู่บ้างไม่มาก

Blender รองรับการประมวลผลผ่านหลายระบบ เช่น NVIDIA OptiX, AMD HIP และ Intel oneAPI การทดสอบแสดงให้เห็นว่า GPU รุ่นนั้นๆจะสามารถดึงศักยภาพของฮาร์ดแวร์ออกมา ผ่านการใช้ซอฟต์แวร์ได้ดีเพียงใด งาน 3D ใน Blender ส่วนใหญ่ประกอบด้วยโมเดลที่มีโพลีกอนสูงและ Texture ขนาดใหญ่ การเรนเดอร์ผ่าน GPU บอกถึงประสิทธิภาพในการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างชิปกราฟิกและหน่วยความจำ (VRAM) กับการที่ GeForce RTX 5090 ที่มี VRAM ขนาดใหญ่ ก็มีส่วนช่วยลดเวลาในการเรนเดอร์ได้ดีกว่า GeForce RTX 5050 ที่มี VRAM น้อยกว่านั่นเอง

จุดเด่นของ CapCut คือฟีเจอร์ AI เช่น Auto Reframe, Remove Background, หรือ AI Image Upscaling การทดสอบส่วนนี้จะบ่งบอกถึงพลังของ AI Accelerators (เช่น Tensor Cores ของ NVIDIA) ว่าสามารถประมวลผลอัลกอริทึมที่ซับซ้อนได้เร็วแค่ไหน หาก GPU มีประสิทธิภาพ AI สูง การวิเคราะห์ตัดฉากหรือลบพื้นหลังจะทำได้แบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องรอนาน รวมถึงหาก GPU มี Bandwidth สูง การลากเส้น Timeline ไปมาจะทำได้นุ่มนวล ไม่มีการกระตุก แม้จะทำงานกับไฟล์ความละเอียด 4K หรือ 8K

งานใน V-Ray มักประกอบด้วยโพลีกอนนับล้านและพื้นผิวระดับ High-res การทดสอบจะชี้ให้เห็นว่า GPU สามารถจัดการข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ได้เสถียรแค่ไหน และยังมีโหมดการทดสอบแยกชัดเจนระหว่าง V-Ray GPU CUDA และ V-Ray GPU RTX ซึ่งช่วยให้นักรีวิวเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าการมีฮาร์ดแวร์เฉพาะทางอย่าง RT Cores ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้กี่เท่าตัว การทดสอบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่บอกว่าสถาปัตยกรรม GPU รุ่นใหม่ ทำงานได้ดีกว่ารุ่นเก่ามากน้อยเพียงใดในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง

DaVinci Resolve มีระบบ AI ที่ชื่อว่า Neural Engine ซึ่งพึ่งพาพลังของ AI Accelerators ใน GPU อย่างเช่นใน Tensor Cores ของ NVIDIA โดยตรง ฟีเจอร์อย่าง Magic Mask หรือการแยกวัตถุอัตโนมัติ, Smart Reframe, และ Super Scale (การอัปสเกลภาพ) จะบอกได้ชัดเจนว่า GPU รุ่นนั้นมีประสิทธิภาพด้าน AI สูงแค่ไหน ยิ่งประมวลผลเร็วเท่าไหร่ ครีเอเตอร์ก็ยิ่งประหยัดเวลาได้มากขึ้นเท่านั้น รวมถึงประสิทธิภาพของ Hardware Encoder/ Decoder ภายใน GPU โดยเฉพาะไฟล์ฟอร์แมตใหม่อย่าง AV1 หรือไฟล์ RAW หาก GPU มีประสิทธิภาพสูง ระยะเวลาการรอเรนเดอร์งานจะสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด

ON1 Resize AI พึ่งพาพลังจาก AI Accelerators หรือคอร์ประมวลผล AI ใน GPU โดยตรง อย่างการใช้ Tensor Cores ของ NVIDIA การทดสอบจะบอกว่า GPU สามารถ “คิด” และ “สร้าง” พิกเซลใหม่เพื่อเติมเต็มรายละเอียดที่หายไปได้รวดเร็วเพียงใด หาก GPU มีประสิทธิภาพสูง การขยายภาพจากขนาดเล็กไปเป็นขนาดใหญ่มากจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แทนที่จะเป็นนาที ซึ่งหมายถึงงานที่เสร็จไวขึ้นได้ Productivity ที่ดีกว่า

Premiere Pro รองรับระบบ Hardware-accelerated สำหรับไฟล์ยอดนิยมอย่าง H.264, HEVC (H.265) และล่าสุดคือ AV1 การทดสอบจะบอกว่า Media Engine ใน GPU อย่างการใช้ NVENC/NVDEC ของ NVIDIA จะสามารถจัดการไฟล์เหล่านี้ได้รวดเร็วเพียงใด ยิ่ง GPU มีประสิทธิภาพสูง การ Export ที่เคยใช้เวลาเป็นชั่วโมงจะเหลือเพียงไม่กี่นาที และการเลื่อนแถบ Timeline (Scrubbing) จะตอบสนองได้ทันใจด้วยเช่นกัน จากการทดสอบนี้จะเห็นได้ว่า GeForce RTX 5090 ใช้เวลาในการเรนเดอร์น้อยกว่า GeForce RTX 5060 อยู่พอสมควร

Arnold GPU ถูกพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยี NVIDIA OptiX เพื่อดึงพลังจาก RT Cores มาใช้โดยเฉพาะ การทดสอบนี้จึงเป็นตัวบ่งชี้ชั้นดีว่า GPU รุ่นนั้นๆ มีเทคโนโลยีการเร่งความเร็วแสงเงาที่ทันสมัยเพียงใด ถ้า GPU มีคอร์ประมวลผล Ray Tracing ที่ทรงพลัง ก็จะใช้ระยะเวลาในการเรนเดอร์ภาพ Final Output น้อยลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับการใช้ CPU เพียงอย่างเดียว และงานใน Maya มักประกอบด้วยโมเดลที่มีโพลีกอนนับล้านตัว ซึ่งจะใช้ทรัพยากรมาก การทดสอบด้วย Arnold จะแสดงให้เห็นว่า GPU ที่มี VRAM ปริมาณมากและแบนด์วิดท์สูง จะสามารถโหลดฉากขนาดใหญ่เข้าสู่หน่วยความจำได้ดีเพียงใด
3 เดสก์ท็อปพีซีครีเอเตอร์ขุมพลัง GeForce RTX 50 series จาก SVOA
ที่สำคัญปัจจุบันไม่ต้องกังวลใจว่าจะต้องใช้งบประมาณมากสำหรับเดสก์ท็อปพีซี ประสิทธิภาพสูงเหล่านี้ และยังมีตัวเลือกมากมายให้ได้เลือกใช้กัน อย่างเช่น เดสก์ท็อปพีซี 3 รุ่นนี้จากทาง SVOA ที่คัดมาเพื่อเหล่าคนทำงานและครีเอเตอร์โดยเฉพาะ ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกับโปรโมชั่นพิเศษนี้

1.Intel Core Ultra 5 225F + GeForce RTX 5060
เดสก์ท็อปพีซี สำหรับเริ่มต้นกับการเป็นครีเอเตอร์ ด้วยขุมพลังระดับ Intel Core Ultra 5 225F ที่มาพร้อมแกนหลักประมวลผลใหม่ มีแรม DDR5 6000 ติดตั้งมาให้แล้วถึง 32GB รองรับข้อมูลไฟล์งานขนาดใหญ่ได้ลื่นไหล เช่นเดียวกับการเปิดไฟล์วีดีโอ และการโอนถ่ายไฟล์จำนวนมาก กับไฮไลต์ที่ทำให้ครีเอเตอร์ทำงานได้อย่างคล่องตัวด้วย NVIDIA GeForce RTX 5060 ที่มี VRAM GDDR7 8GB พร้อม CUDA 3840 ชุด รองรับ DLSS 4.5 Super Resolution พร้อมเทคโนโลยี Ray-Tracing และเทคโนโลยีประมวลผลอีกมากมายในตัว ภายใต้เคสขนาดกระทัดรัด และการระบายความร้อนด้วยฮีตซิงก์ที่มีพัดลมขนาดใหญ่กับการรับประกัน 1 ปีในแบบ Onsite Service สนนราคาเพียง 48,990 บาทเท่านั้น

2.Intel Core Ultra 5 245KF + GeForce RTX 5070
สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องรันงานในสเกลที่ใหญ่ขึ้น เดสก์ท็อปพีซีจาก SVOA รุ่นนี้จะเป็นขุมพลังหลักให้กับคุณจนจบงาน กับเคสขนาดใหญ่ระบายความร้อนได้ดี มีกระจกข้างใส โชว์ภายในได้ชัดเจน ใช้ขุมพลังอย่าง Intel Core Ultra 5 245KF ซีพียูในกลุ่มเกมเมอร์และทำงานจริงจัง ที่ปลดล็อคสำหรับการเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้นได้ ภายใต้ชุดระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling เพื่อรองรับโหลดการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน และแรม DDR5 6000 ความเร็วสูงที่ติดตั้งมาถึง 32GB เหมาะกับงานที่ต้องใช้ร่วมกับแอพพลิเคชั่นหนักๆ ได้ดี กับ SSD M.e PCIe 4.0 ความจุ 1TB ใช้ได้ทั้งเก็บงานและติดตั้งโปรแกรม โดยหัวใจหลักความแรง เพื่องานออกแบบสร้างสรรค์ GeForce RTX 5070 รุ่นใหญ่ ให้ทั้งพลังและการทำงานด้าน AI ลื่นไหล กับ CUDA 6144 ชุด และมี Tensor Cores สำหรับงาน AI มาถึง 988 AI TOPS ด้วยกัน และมี VRAM มาให้ถึง 12 GB GDDR7 พร้อมเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย กับการรับประกัน 1 ปีในแบบ Onsite Service มีสนนราคาอยู่ที่ 61,500 บาท

3.Intel Core Ultra 7 265KF + GeForce RTX 5070Ti
ก้าวข้ามความแรงไปอีกขั้น สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องเจองานหนักในทุกๆ วัน เพราะนี่คือ เดสก์ท็อปพีซีพลังแรง เพื่อการสร้างสรรค์งานของเหล่าครีเอเตอร์ ในการรับโหลดงานทั้งด้าน วีดีโอ กราฟิก เรนเดอร์ 3D และงานทั่วไปได้อยู่หมัด กับขุมพลังระดับ Intel Core Ultra 7 265KF ที่ไม่เพียงมีแกนหลักจำนวนมาก รองรับงานมัลติทาส์กกิ้งได้ดีเท่านั้น แต่ยังมี NPU รองรับงาน AI ได้ดี พร้อมดีกรีความแรงจากกราฟิก GPU GeForce RTX 5070Ti กับพลังในการทำงาน ที่เข้ากับแอพพลิเคชั่นในงานครีเอเตอร์ได้อย่างลงตัว โดยมี CUDA มากถึง 8960 ชุด เช่นเดียวกับ Tensor cores ที่รองรับงานด้าน AI มาให้ 1406 AI TOPS ด้วยกัน โดยมี Ray Tracing 133 TFLOPS พร้อม VRAM 16 GB GDDR7 อีกด้วย เรียกว่าขุมพลังเต็มเปี่ยม โดยมีชุดระบายความร้อนมาเต็มพิกัด เช่นเดียวกับ Liquid Cooling แบบ 369mm สำหรับซีพียู มาในเคสสวยใสสีขาว กระจกเทมเปอร์ด้านข้าง เพิ่มความงดงามให้กับพีซีชุดนี้ ให้การรับประกัน 1 ปีในแบบ Onsite Service เช่นกัน ราคาอยู่ที่ 83,490 บาทเท่านั้น

และความพิเศษเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คุณจะได้สัมผัสบนเดสก์ท็อปพีซีจาก SVOA ที่ใช้ขุมพลังจาก NVIDIA GeForce RTX 50 series ที่ออกแบบมาเพื่อเหล่าครีเอเตอร์ เพื่อการสร้างสรรค์งานด้วยศักยภาพในการประมวลผล และ AI ในตัว พร้อมการผสมผสานเข้ากับไดรเวอร์ NVIDIA Studio ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่น และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้คล่องตัว เพื่อให้คุณสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ร่วมอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก NVIDIA และโปรโมชั่นสุดคุ้มจากทาง SVOA – Expert Beyond IT notebook computer





