Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Notebook Review

รีวิว MacBook Neo จ่ายไม่เกิน 20,000 ได้ MacBook ใช้ A18 Pro แรงใช้ดี บางเบาพกง่าย แบตอึดอยู่จบวัน พกไปเรียนหรือทำงานก็เวิร์ค! เติมเต็ม Apple Ecosystem ได้อย่างสวยงาม!

เมื่อ Apple คิดบุกตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดจึงเกิดเป็น MacBook Neo มาเขย่าตลาดโน้ตบุ๊กให้ใจผู้ใช้หวั่นไหวยิ่งขึ้น!

Specification

Hardware & Design

Screen & Speaker

Keyboard & Touchpad

Connector, Thin & Weight

Performance & Software

Battery & Heat & Noise

User Experience

Conclusion & Award

Gallery

ขึ้นชื่อว่าเป็น MacBook เป็นใครก็รู้ว่าเป็นสินค้าดีมีคุณภาพใช้งานได้ดีแถมอัพเดตนานหลายปี แต่ค่าแรกเข้าสูงระดับสามหมื่นบาทแล้ว ทำให้ Apple ส่ง MacBook Neo มาให้ผู้ใช้ทั่วไปตั้งแต่นักเรียนนักศึกษาไปจนพนักงานธุรการและเซลส์ได้ซื้อไปใช้ทำงานคู่กับ iPhone, iPad, Apple Watch ฯลฯ ได้ครบ Ecosystem ยิ่งขึ้น แถมสมรรถนะก็ดีพอให้ใช้งานได้และตั้งราคามาเพียง 19,900~22,900 บาท เพื่อตีตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดกับ Chromebook โดยตรงแถมทำสีมาให้เลือก 4 สี ชูโรงด้วยสีเหลืองมะนาว Citrus, ชมพู Blush, น้ำเงินคราม Indigo ซึ่งเป็นเครื่องในรีวิวนี้และสีเงิน Silver แบบคลาสสิคสำหรับผู้ชอบความเรียบง่ายโดยเฉพาะ

องค์ประกอบความน่าใช้ของ MacBook Neo เกิดจากชิปเซ็ต Apple A18 Pro ใน iPhone 16 Pro ซึ่งสมรรถนะดีเป็นทุนเดิม สามารถรันแอพฯ ของระบบปฏิบัติการพกพาอย่าง iOS ได้ดี พอเปลี่ยนมารันระบบปฏิบัติการ macOS ซึ่งใช้ทรัพยากรมากขึ้นก็ทำได้ดีไม่เกิดอาการหน่วงค้างให้ผู้ใช้กลุ้มใจ มีพอร์ต USB-C ติดมาให้ใช้งาน เสริมด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID ในรุ่นความจุ 512 GB และหน้าจอ Liquid Retina ขนาด 13″ ขอบเขตสีกว้างระดับ sRGB เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันแล้ว แถมยังประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ให้ใช้งานต่อเนื่องได้จนจบหรือข้ามวันในบางกรณีได้สบายๆ

Advertisement
MacBook Neo

NBS Verdicts

MacBook Neo 14 1

ถ้า MacBook Air M1 เป็นรุ่นสร้างปรากฏการณ์ด้านนวัตกรรมจากการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมซีพียูจาก x86 มาเป็นสถาปัตยกรรม ARM เป็นครั้งแรกแล้วมีประสิทธิภาพดีประหยัดพลังงานจนเป็นรากฐานให้คอมพิวเตอร์ของ Apple ได้แล้ว MacBook Neo ก็สร้างปรากฏการณ์เจาะตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดเข้าถึงง่ายและ Chromebook ได้อย่างสวยงาม พอใครคิดจะซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ก็ต้องมีรุ่นนี้เก็บเอาไว้ในลิสต์ทั้งนั้น ทีนี้ก็เหลือแค่ว่าถูกชะตาสีไหนเป็นพิเศษก็ค่อยว่ากัน ซึ่งนี่เป็นความพยายามเจาะตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดครั้งที่ 2 นับจากยุค MacBook Retina Display 12″ (2016) เมื่อ 10 ปี ก่อน ซึ่งทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จด้วยปัจจัยต่างๆ รุมล้อมจนต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไปอย่างน่าเสียดาย

สารตั้งต้นความสำเร็จต้องยกให้ระบบปฏิบัติการ macOS ที่ผ่านการสังคายนาให้ทำงานกับชิปเซ็ตสถาปัตยกรรม ARM ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นนอกจาก Apple M-Series แล้ว A-Series อย่าง A18 Pro ใน iPhone 16 Pro ก็ทำงานได้อย่างราบลื่น ยิ่งถ้าใช้งานทั่วไปอย่างการเปิดเว็บดูหนังฟังเพลง, ทำงานเอกสาร, เตรียมสไลด์นำเสนอได้ดีแล้ว ถ้าใช้งาน Web app ต่างๆ ก็สบายมาก แต่เวลาใช้งานโปรแกรม Adobe Suite เมื่อไหร่เครื่องจะเริ่มหน่วงทันทีและ Unified Memory 8 GB จะไม่พอใช้จนต้อง Swap RAM อย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นถ้าใครตั้งใจจะซื้อมาใช้สัก 3~4 ปี หรือเป็น “First MacBook” อยากลองใช้งานก่อนแล้วจะขยับขยายต่อในอนาคตก็เริ่มกับรุ่น 512 GB จะดีสุดแถมได้ Touch ID มาใช้งานอีกด้วย

ด้าน 256 GB ถึงปุ่ม Touch ID จะกลายเป็นปุ่มล็อคหน้าจอก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ยิ่งถ้าใครใช้ผลิตภัณฑ์ Apple อยู่ใน Ecosystem อยู่แล้วก็ใช้ Apple Watch ปลดล็อคเครื่องแทน Touch ID ได้ รวมถึงใช้ฟีเจอร์ร่วมกับ iPad, iPhone, AirPods ฯลฯ ได้เช่นกัน ซึ่งนอกจากคนมีงบประมาณจำกัด ก็เหมาะกับคนมี Mac mini ตัวหลักอยู่แล้วอยากได้ MacBook ไว้พกไปไหนมาไหนสักเครื่องเผื่อทำงานฉาบฉวยได้ ถ้ามีงานใหญ่ก็ Remote กลับมาตัวแรงในบ้านก็เหมาะ

MacBook Neo

ข้อดีของชิปเซ็ต Apple A18 Pro นอกจากทำงานทั่วไปได้ค่อนข้างดี ก็จัดการพลังงานได้ดีพอให้อยู่จนจบวันได้ไม่ยากและยังมีพอร์ต USB-C ไว้ต่ออะแดปเตอร์หรือพาวเวอร์แบงค์กำลังชาร์จ 20W ขึ้นไปชาร์จไฟได้เลยไม่ต่างกับ iPhone นัก แต่กลับกันก็เป็นดาบสองคม เพราะปกติชิปนี้ใน iPhone 16 Pro ก็จะมีเฉพาะ USB-C 3 เท่านั้น แต่พอเอามาใส่ในรูปทรงโน้ตบุ๊กบางเบาแล้วจะมีพอร์ตเดียวก็ใช่ที่ จึงมี USB-C 2 แบบต่อชาร์จไฟได้เพิ่มเข้ามาเผื่อให้เจ้าของใช้งานสะดวกขึ้น ส่วนพอร์ตบนอิงกับสเปคแล้วจะต่อหน้าจอแยก 4K 60Hz ได้บานเดียวเท่านั้น ไม่ต่างจาก iPad พร้อมคีย์บอร์ดติดตั้ง macOS เท่าไหร่ ถ้าใครใช้จอหลายบานแนะนำให้ซื้อ Hub มาต่อจอเพิ่มจะสะดวกขึ้น

นอกจากพอร์ตแล้ว MacBook Neo จะถูกลดฟังก์ชั่นไประดับหนึ่งให้ทำราคาได้แต่ก็ไม่น้อยจนขาดหายนัก กล้องหน้า FaceTime 1080p แทน Center Stage 12MP, ตัดระบบ Spatial Audio ออกไปไม่มีให้ใช้แบบ iPhone 16 Pro, หน้าจอไม่มีเทคโนโลยี True Tone ถนอมสายตาผู้ใช้, Trackpad เป็นแบบเวอร์ชั่นเก่าก่อนจะติดตั้ง Taptic Engine เข้ามา จึงใช้ Gesture control ได้น้อยกว่าแถมต้องกดปุ่มจริงเพื่อเลือกสิ่งต่างๆ บนหน้าจอและไม่มีพอร์ต MagSafe 3 เน้นพึ่ง USB-C เป็นหลัก แม้ฟีเจอร์จะถูกตัดออกไปพอควรก็จริงแต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งานโดยรวมนัก ประกอบกับราคาสองหมื่นบาทต้นก็ยังพอสมเหตุผลอยู่

ข้อดีของ MacBook Neo

  1. บอดี้เป็นวัสดุอลูมิเนียมแข็งแรงทนทาน เลือกได้ถึง 4 สี ตามรสนิยมเจ้าของ
  2. ราคาถูกสุดในบรรดา MacBook ทุกรุ่นที่มีขายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
  3. ชิปเซ็ต Apple A18 Pro ทำงานร่วมกับ macOS ได้เสถียร ไม่หน่วงเวลาทำงาน
  4. ระบบปฏิบัติการ macOS จัดการพื้นที่ Unified Memory 8 GB ได้ดีไม่มีปัญหาตอนใช้งาน
  5. มีพอร์ต USB-C 3 ไว้ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จไฟและโอนไฟล์ เสริมด้วย USB-C 2 ชาร์จไฟได้
  6. ใช้อะแดปเตอร์กำลังชาร์จ 20W ของสมาร์ทโฟนเพื่อชาร์จไฟได้ ไม่ต้องใช้รุ่นกำลังไฟสูง
  7. หน้าจอมีความละเอียดสูงและขอบเขตสีกว้างระดับ sRGB ให้สีสันสวยงามเป็นพิเศษ
  8. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 6E รองรับ Bluetooth 6
  9. ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Apple ชิ้นอื่นได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กับ MacBook Air / Pro
  10. Trackpad ใช้ Multi-Touch gesture ได้ลื่นไหลรวดเร็วจนไม่ต้องพึ่งเมาส์แยกก็ได้
  11. เป็น MacBook ที่แกะซ่อมชิ้นส่วนได้ง่ายสุด ชิ้นส่วนทั้งหมดยึดไว้ด้วยน็อตเท่านั้น

ข้อสังเกตของ MacBook Neo

  1. เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID มีเฉพาะรุ่นความจุ 512 GB
  2. พอร์ต USB-C 2 ใช้ได้เฉพาะโอนถ่ายไฟล์และชาร์จไฟเท่านั้น
  3. คีย์บอร์ดไม่มีไฟ LED Backlit ทำให้ใช้งานเวลามีแสงน้อยค่อนข้างลำบาก
  4. ต่อหน้าจอแยกความละเอียด 4K 60Hz ได้เพียงบานเดียวเท่านั้น
  5. หน้าจอไม่มีเทคโนโลยี True Tone ไว้ถนอมสายตาผู้ใช้ ไม่เปลี่ยนโทนสีตามสภาพแวดล้อม
  6. เว็บแคมเป็นแบบ FaceTime HD 1080p ไม่ใช่ Center Stage 12MP
  7. Trackpad เป็นแบบแป้นกดปุ่มจริงเหมือน MacBook รุ่นเก่า ไม่ใช้ Haptic Engine
  8. ไม่รองรับ Spatial Audio เหมือน MacBook Air / Pro หากใครใช้ระบบเสียงนี้อาจไม่ถูกใจนัก
  9. หากใช้โปรแกรมกินทรัพยากรเครื่องหนักอย่าง Adobe Suite จะเริ่มเกิดอาการหน่วงชัดเจน

รีวิว MacBook Neo


Specification

MacBook Neo

MacBook Neo เป็นโน้ตบุ๊กทำงานราคาประหยัดจาก Apple ซึ่งเป็นทั้ง MacBook เครื่องแรกของนักเรียนนักศึกษาไว้ใช้ตั้งแต่เพิ่งเข้าเรียนไปจนจบมาได้งานแรกยังทำงานไหว ถ้าอยู่ใน Ecosystem ของ Apple อยู่แล้วยิ่งใช้ฟีเจอร์ร่วมกันได้เป็นอย่างดี แต่มีจุดแตกต่างกันเล็กน้อย คือ รุ่น 512 GB จะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID แต่รุ่น 256 GB จะเป็นปุ่มล็อคหน้าจอเท่านั้น โดยรายละเอียดจะเป็นดังนี้

สเปค/รุ่นMacBook Neo (8/256 GB)
(เครื่องรีวิว)
MacBook Neo (8/512 GB)
CPU & GPUApple A18 Pro
CPU 6-Cores (2 performance cores / 4 efficiency cores)

GPU 5-Cores

Neural Engine 16-Cores
Apple A18 Pro
CPU 6-Cores (2 performance cores / 4 efficiency cores)

GPU 5-Cores

Neural Engine 16-Cores
Memory & Storage &
Bandwidth
Storage 256 GB

Unified Memory 8 GB

Bandwidth 60GB/s
Storage 512 GB

Unified Memory 8 GB

Bandwidth 60GB/s
Operating SystemmacOS TahoemacOS Tahoe
DisplayLiquid Retina Display
13″ (2408*1506) พาเนล IPS
sRGB
Liquid Retina Display
13″ (2408*1506) พาเนล IPS
sRGB
Webcam1080p FaceTime HD1080p FaceTime HD
ConnectivityUSB-C 3 (10Gb/s) Charging / Display*1
USB-C 2 (480Mb/s) Charging*1
Audio combo*1
Wi-Fi 6E (802.11ax)
Bluetooth 6
USB-C 3 (10Gb/s) Charging / Display*1
USB-C 2 (480Mb/s) Charging*1
Audio combo*1
Wi-Fi 6E (802.11ax)
Bluetooth 6
Supported Displayหน้าจอความละเอียดสูง 1 บาน แบบ DisplayPort 1.4 ผ่าน USB-C ความละเอียด 4K 60 Hzหน้าจอความละเอียดสูง 1 บาน แบบ DisplayPort 1.4 ผ่าน USB-C ความละเอียด 4K 60 Hz
Weight1.23 กก.1.23 กก.
Touch IDไม่มีมี
ColourSilver
Blush
Citrus
Indigo
Silver
Blush
Citrus
Indigo
Price (บาท)19,900
(ราคาเปิดตัว)
22,900
(ราคาเปิดตัว)

Hardware & Design

MacBook Neo

ในช่วงหลายปีนี้ Apple จะมีผลิตภัณฑ์ราคาประหยัดเปิดตัวมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะ iPhone, iPad, Apple Watch ฯลฯ แต่สินค้าสร้างชื่ออย่าง MacBook ราคายังคงสูงช่วงสามหมื่นบาทขึ้นไป มีสมรรถนะดีมากจนบางคนเริ่มมองว่ามันเกินจำเป็นเพราะแค่อยากได้โน้ตบุ๊กบางเบาราคาสองหมื่นบาทต้นๆ ไว้ใช้ดูหนังฟังเพลง, ทำเอกสารรายงานและเล่นเกมฆ่าเวลาได้นิดหน่อยก็พอแล้ว นั่นจึงกลายเป็นจุดให้ MacBook Neo ได้เป็น “First Mac” แทน MacBook Air ไปโดยปริยาย

รูปลักษณ์ภายนอกของ Neo ยังเป็นทรงฝาพับ (Clamshell) เช่นเดิม เลือกได้ 4 สี คือ น้ำเงินคราม Indigo เช่นในรีวิวนี้, สีชมพู Blush ขวัญใจใครหลายคน, สีเหลืองมะนาว Citrus และสีเงิน Silver สุดคลาสสิค ทำขอบตัวเครื่องโค้งมนให้จับถือง่ายไม่แทงมือและตัดขอบเครื่องกึ่งกลางแป้น Trackpad ให้เฉียงเว้าเล็กน้อยให้เจ้าของใช้มือเดียวกางหน้าจอได้ง่าย แต่กรอบบานหน้าจอเทียบกับ MacBook Air M4 จะหนากว่าชัดเจนเพื่อติดตั้งกล้องเว็บแคม FaceTime HD 1080p เอาไว้ใช้ประชุมออนไลน์ได้ แต่ลูกเล่นจะน้อยกว่า Center Stage 12MP หากไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นักหรือใช้ iPhone เป็น Webcam อยู่แล้วยิ่งไม่ต้องใส่ใจก็ได้

MacBook Neo

ก้านบานพับหน้าจอของ MacBook ทุกรุ่นจะเป็นแบบจะติดก้านบานพับไว้ส่วนขอบล่างหน้าจอทำมุมเป็นตัว “L” แล้วปลายก้านบานพับจะสวมเข้ากับฐานด้านใน ถ้าดันบานหน้าจอไปจนสุดจะกางได้ราว 110 องศา ดังนั้นจะวางบนโต๊ะคอมหรือขึ้นแท่นวางโน้ตบุ๊กก็มองเห็นใช้งานง่าย แถมถ้าพับเครื่องปิดสนิทแล้วกรอบรอบตัวเครื่องจะเสมอกันพอดี

ฝาหลังของ MacBook Neo เองก็ไม่ต่างจาก MacBook รุ่นอื่น มีเพียงโลโก้ Apple อลูมิเนียมเนื้อด้านสีเดียวกับตัวเครื่องติดเอาไว้ตรงกึ่งกลางพอดี ต่างจากเนื้อกระจกของ MacBook Air / Pro อย่างชัดเจน ข้อดีคือทำความสะอาดง่ายเพียงเอาผ้าเช็ดก็พอ แต่ก็ไม่สะท้อนสวยงามอย่างรุ่นราคาสูงกว่า

ด้านใต้เครื่องมีจุกยางกันลื่นติดเอาไว้ 4 มุม เสริมด้วยน็อต Trox 8 ดอก ขันล็อคให้ฝาด้านใต้ติดเป็นชิ้นเดียวกัน ว่าด้วยงานประกอบถือว่าแข็งแรงสมมาตรฐาน Apple แต่ MacBook Neo นั้นมีข้อดีว่ามันสามารถแกะแยกชิ้นส่วนเพื่อซ่อมเองได้ ชิ้นส่วนภายในทั้งหมดใช้น็อตขันล็อคเป็นชิ้นเดียวกันให้ช่างและคนมีทักษะช่างสามารถซ่อมเครื่องเองได้บ้าง แต่ว่ากันตามจริงหากเครื่องมีปัญหาเมื่อไหร่ก็แนะนำให้ส่งให้ Apple จัดการต่อจะดีกว่าเพราะอะไหล่และอุปกรณ์ซ่อมแซมนั้นเฉพาะทางมาก แถมถ้าไม่มีความรู้ก็อาจทำเครื่องเสียได้ด้วยs


Screen & Speaker

MacBook Neo

หน้าจอ Liquid Retina ของ MacBook Neo มีขนาด 13″ ความละเอีด 2408*1506 พิกเซล พาเนล IPS มีขอบเขตสีกว้างระดับ sRGB กรอบบานหน้าจอทั้งสามด้านจะหนาเสมอกันหมดพอกับ MacBook รุ่นเก่าก่อนใช้กล้อง Center Stage 12MP องศาการแสดงผลของพาเนลบานนี้กว้าง 178 องศา ไม่ว่าจะมองจากมุมด้านบนหรือล่างก็ตาม ทำให้มองเห็นคอนเทนต์บนหน้าจอได้สะดวกขึ้น

ถึงหน้าสเปคจะแจ้งว่าจอนี้มีความละเอียดเทียบเท่า QHD ก็จริง แต่เวลาเริ่มต้นใช้งานจริงระบบจะเซ็ตให้ใช้ความละเอียดได้เพียง 1408*881 พิกเซลเท่านั้น ถ้าขยับให้มีพื้นที่แสดงผลเพิ่มก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1637*1024 พิกเซล เท่านั้น แถมถ้าใช้เต็มความละเอียดก็ยังเจอปัญหาภาพคมแต่ตัวอักษรเล็กจนใช้งานลำบาก แถมถ้าปรับความละเอียดลงมาเป็น 2048*1280 หรือ 1920*1200 พิกเซล ตัวอักษรก็ไม่คมชัดทันที ดังนั้นถ้าตอนใช้งานอยู่คิดว่าพื้นที่แสดงผลบนหน้าจอแคบเกินไปก็เลือกความละเอียดหน้าจอเป็น “More Space” ก็พอแล้ว

ด้านโปรไฟล์สีของหน้าจอตั้งต้นระบบจะเซ็ตเป็น “LCD สี” ถ้าจะให้ขอบเขตสีหน้าจอได้ตามการเคลมจาก Apple ให้กดเลือกกรอบตัวเลือกหัวข้อ “โปรไฟล์สี” เป็น sRGB แทน ซึ่งในแง่การใช้งานจริงหากเป็นผู้ใช้ทั่วไปจะไม่ค่อยเห็นความแตกต่างนัก สังเกตว่าจอของ MacBook Neo ไม่รองรับเทคโนโลยี True Tone ซึ่งปรับโทนสีหน้าจอตัวเครื่องและจอต่อเสริมให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและถนอมสายตาผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ถือว่าน่าเสียดายอยู่บ้าง

MacBook Neo

ลำโพงของ MacBook Neo จะเป็นช่องตรงขอบข้างเครื่องสองฝั่งเท่านั้นและมีเพียง 2 ดอก มีความกว้าง 27.4 มม. เวลาเร่งเสียงดังสุดแล้ววัดเสียงได้ดังราว 82dB พอให้เปิดฟังเพลงหรือ Podcast ได้ชัดเจน ถึงจะรองรับ Dolby Atmos แต่โทนเสียงอยู่ในระดับพอใช้ได้แต่เนื้อเสียงไม่ค่อยมีมิติ สเตจเสียงอยู่ระดับกลางพอได้ยินเสียงนักร้องนำกับเครื่องดนตรีชัดเจนไม่กลบกัน แต่เสียงเบสบางไม่มีแรงปะทะเลย ถ้าใครอยากฟังเพลงให้ได้อรรถรสแนะนำว่าต่อลำโพงแยกแบบมี Subwoofer สักชุดราคาไม่ต้องแพงมากเพิ่มเข้าไปจะดีกว่า


Keyboard & Touchpad

MacBook Neo

คีย์บอร์ดของ MacBook Neo ทั้งจำนวนปุ่มและเลย์เอ้าท์เหมือนกับ MacBook Air / Pro ไม่ว่าจะตำแหน่งปุ่ม Globe รวมกับคำสั่ง Fn มุมซ้ายล่าง, ปุ่ม Caps Lock พร้อมไฟ LED สีเขียว โดยใช้วิธีกดค้างและเปลี่ยนภาษาเวลากดแค่ครั้งเดียว ส่วนจุดแตกต่างถ้าซื้อรุ่นความจุ 256 GB ปุ่มมุมบนขวาถัดจาก F12 จะเปลี่ยนจาก Touch ID เป็นปุ่มรูปแม่กุญแจให้ผู้ใช้กดค้าง 2 วินาที เพื่อล็อคหน้าจอเปลี่ยนจากหน้า Desktop เป็นหน้ากรอกรหัสผ่าน Log in แทน

จุดแตกต่างจาก MacBook Air / Pro คือคีย์บอร์ดไม่มีไฟ LED Backlit เวลาแสงในห้องเริ่มสลัวหรือมืดลงจะทำงานลำบากขึ้นแต่ถ้าพิมพ์สัมผัสได้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ระยะปุ่มเวลากดพิมพ์จะสูงราว 1 มม. จึงกดพิมพ์ได้ง่ายตอบสนองดี สังเกตว่า Apple ทำสีปุ่มเป็นสีโทนเดียวกับเครื่องแทนปุ่มสีดำให้ดูสวยเข้ากันดี

MacBook Neo

คำสั่ง Function key บรรทัดบนสุดและใช้ชุดคำสั่งเหมือนกันทุกรุ่นไม่ปรับแต่งเพิ่มเติม ถ้าจะกด F1~F12 ต้องกด Fn ค้างไว้ก่อนถึงจะใช้งานได้ โดยแต่ละคำสั่งจะเป็นดังนี้

  • F1~F2 – เพิ่มลดความสว่างหน้าจอ
  • F3 – Mission Control สำหรับดูทุกแอพฯ ที่เปิดค้างเอาไว้
  • F4 – Spotlight search ไว้ค้นหาสิ่งต่างๆ ในเครื่อง
  • F5 – Dictation สั่งพิมพ์ด้วยเสียงพูดได้
  • F6 – Do not disturb ปิดการแจ้งเตือนไม่ให้รบกวนเวลาใช้งาน
  • F7~F9 – Multimedia key ไว้ใช้กับ iTunes
  • F10~F12 – ปิด / ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง

แป้นทัชแพดของ MacBook Neo จะเปลี่ยนจากแป้นทัชแพดแบบ Taptic Engine ใช้มอเตอร์สั่นจำลองการกดกลับมาเป็นแป้นพร้อมปุ่มกดเหมือนโน้ตบุ๊กทั่วไป ซึ่งแฟนคลับ Apple อาจรู้สึกว่าแป้นแบบเก่านี้จะต้องเสียง่ายหรือตอบสนองไม่ดีแน่ๆ ตอนใช้งานจริงมันก็เรียกใช้ Gesture control ทั่วไปได้ดียกเว้นการกดแบบลงน้ำหนักเพิ่มบางท่าจะใช้งานไม่ได้เท่านั้น โดยรวมยังเป็นแป้นทัชแพดที่ฉลาดใช้งานได้ดีจนไม่ต้องต่อเมาส์เพิ่มเช่นเดิม แค่เปลี่ยนวิธีการใช้งานเล็กน้อยเท่านั้น


Connector, Thin & Weight

พอร์ตของ MacBook Neo จะมีเฉพาะฝั่งซ้ายมือเท่านั้น อ้างอิงจากหน้า System report ของ macOS จะเป็น USB-C 3.1 Full Function ใช้ต่อหน้าจอแยกความละเอียด 4K 60Hz, ชาร์จไฟแบบ Power Delivery และโอนไฟล์ได้ ถัดลงมาเป็นพอร์ต USB-C 2.0 รองรับการต่อชาร์จไฟได้ มีช่องต่อหูฟัง Audio combo อยู่ริมเครื่องติดกับช่องลำโพงฝั่งซ้ายมือ รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E (802.11ax) และ Bluetooth 6 ในตัว

เรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อถึงจะมีน้อยและเป็น USB-C 2.0 แต่ยังใช้ชาร์จไฟได้ถือว่า Apple ทำได้ดี ต้องอย่าลืมว่าชิป Apple A18 Pro ถูกผลิตมาเพื่ออุปกรณ์พกพาอย่าง iPhone 16 Pro และอาจจะนำไปใส่กับ iPad สักรุ่นในอนาคต ซึ่งอุปกรณ์เหล่านั้นมีพอร์ต USB-C เพียงช่องเดียวเป็นปกติอยู่แล้ว แต่พอย้ายมาใส่โน้ตบุ๊กบางเบาแล้วมีช่องเดียวเหมือนกันก็จะซ้ำรอย MacBook Retina Display 12″ (2016) ทำให้ใช้งานไม่สะดวกแน่นอน พอมีสองช่องก็ยังพอใช้ช่องล่างต่อชาร์จไฟแล้วใช้ช่องบนต่อ USB-C Hub แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ ได้

MacBook Neo

ความหนาจากการวัดด้วยเวอร์เนียคาลิปเปอร์แล้วได้ 12.7 มม. หรือ 1.27 ซม. เสมอกับข้อมูลในหน้าสเปค น้ำหนักเฉพาะตัวเครื่อง 1.23 กก. เท่ากันทั้งในหน้ากระดาษกับบนตาชั่ง พอรวมน้ำหนักอะแดปเตอร์ 20W และสายถัก USB-C to C แล้วจะมีน้ำหนักรวม 1.31 กก. ถือเป็นโน้ตบุ๊กบางเบาพกพาสะดวกไม่ต่างกับ iPad เลย จะใส่กระเป๋าย่ามหรือ Sling bag สะพายข้างก็ได้ แต่แนะนำให้ใส่ซองเก็บโน้ตบุ๊กจะอุ่นใจขึ้น หรือไม่แนะนำให้ใส่กระเป๋าเป้จะดีสุด


Performance & Software

MacBook Neo

ชิปเซ็ตหลักของ MacBook Neo เป็น Apple A18 Pro มีซีพียู 6 คอร์ แยกเป็น 2 Performance cores ไว้รันโปรแกรมใหญ่ให้เสร็จอย่างรวดเร็วและมี 4 Efficiency cores ไว้เสริมตอนทำงานรองหรือซอฟท์แวร์ไม่กินทรัพยากรหนักมากนัก มี Neural Engine 16 คอร์ ไว้ประมวลผลส่วนเสริมและ AI แต่จุดแตกต่างจาก iPhone 16 Pro คือ จีพียูจะลดจาก 6 เหลือ 5 คอร์ ในแง่ใช้งานทั่วไปไม่ได้ส่งผลนัก แต่ถ้าใช้ทำงานกราฟิคแต่งภาพตัดต่อวิดีโอสั้นจะใช้เวลาเรนเดอร์มากขึ้น

หน่วยความจำ Unified Memory ความจุ 8 GB ใน Apple A18 Pro หน้า System report ระบบจะแจ้งเป็น RAM ประเภท LPDDR5 เหมือนกับของโน้ตบุ๊ก Windows แค่ Apple ใส่มันเข้าไปในตัวชิปไว้ให้ซีพียูกับจีพียูแชร์ใช้งาน จึงเรียกว่า Unified Memory (หน่วยความจำใช้งานร่วม) สามารถใช้งานได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเปิดแอพฯ ทำงานหลายตัวและใช้ทรัพยากรตัวเครื่องหนักไม่ว่ายังไงระบบก็จะทำการ Swap RAM เพื่อฝากไฟล์อย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครใช้ความจุ 256 GB แนะนำให้บริหารไฟล์ลบโปรแกรมไม่ได้ใช้งานออกเป็นระยะๆ เพื่อให้ระบบมีพื้นที่ฝากไฟล์จะดีมาก

MacBook Neo

M.2 NVMe SSD ความจุ 256 GB เมื่อใช้งานจริงจะมีพื้นที่ติดตั้งไฟล์ 245 GB และมีความเร็วในระดับปานกลาง จากการทดสอบกับโปรแกรม Blackmagicdesign Disk Speed Test แล้วได้ความเร็ว Read 1,586.1 MB/s และ Write 1,499.8 MB/s ถือว่ามีความเร็วรับส่งข้อมูลในระดับใช้ทำงานได้ แต่เรื่องของความเร็วแล้วยังช้ากว่าโน้ตบุ๊ก Windows ราคาเท่ากันซึ่งมีความเร็วราว 3,000 MB/s ขึ้นไปหมดแล้วก็ถือว่าช้าและรุ่นความจุ 512 GB ก็ไม่ได้ต่างกัน แต่ก็ไม่ส่งผลต่อการเปิดแอพฯ ทำงานหรือใช้เพื่อความบันเทิงอย่างแน่นอน

ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถือว่าดีพอควร เมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 GHz แล้วตั้งเครื่องห่างจากเราเตอร์ราว 10 เมตร แล้วใช้ Safari Browser ทดสอบกับกับ Speedtest by Ookla จะเห็นว่า MacBook Neo มีความเร็ว Download 758.34 Mbps และ Upload 780.36 Mbps มีค่า Ping 8ms ส่วนคะแนน speedometer 3.0 สำหรับทดสอบการตอบสนองกับ Web kit ต่างๆ ว่าหน้าเว็บไซต์นั้นๆ ตอบสนองกับเบราเซอร์และโน้ตบุ๊กได้ช้าเร็วแค่ไหน ซึ่งค่ามาตรฐานคือ 30 คะแนน แต่เครื่องนี้ได้ 49 คะแนน ถือว่าดีเกินตัวพอควรและเปิดเว็บไซต์ทำอะไรได้เร็วทันใจดี

MacBook Neo

ผลการทดสอบกับโปรแกรม CINEBENCH 2026 จะเห็นว่าคะแนน CPU ทั้ง Multiple Threads หรือ Single Thread แล้ว ผลคะแนนอยู่ในระดับพอใช้ทำงานกราฟิคได้ระดับหนึ่งแต่ถ้าใส่เลเยอร์ของภาพมากขึ้นหรือต้องใช้งานหลายคอร์พร้อมกันเมื่อไหร่เครื่องจะหน่วงทันที แนะนำว่าเซฟงานเป็นระยะๆ หรือปิดโปรแกรมอื่นทิ้งไปจะพอช่วยให้เครื่องทำงานเร็วขึ้นระดับหนึ่ง

MacBook Neo

ส่วนงานทำโมเดล 3D ทุกแบบจะไม่เหมาะกับ MacBook Neo เลย สังเกตว่าผลคะแนนจาก Blender Benchmark กับตัว CPU จะได้ปริมาณ Sample น้อยมาก ส่วน GPU ตอนรันโปรแกรมไปสักพักแล้วเกิดปัญหาและปิดตัวลงทันที จึงสรุปได้ว่าโน้ตบุ๊กราคาประหยัดจาก Apple เครื่องนี้ไม่เหมาะกับงานกราฟิคนัก ถึงจะพอตัดต่อแต่งภาพได้บ้างแต่ก็ไม่เหมาะเท่ากับชิป M-Series นัก แนะนำให้เซฟงานบ่อยๆ แล้วปล่อยเครื่องประมวลผลสักนิดอย่าไปกดปิดหรือยุ่งอะไรมันนัก

ผลการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล Geekbench 6 แล้ว ชิปเซ็ต A18 Pro จะใช้งานกับโปรแกรมทั่วไปในชีวิตประจำวันได้ดีตอบสนองไวพอควรไม่หน่วงมาก ผลการทดสอบรัน AI ก็ไม่หน่วงนัก ดังนั้นจะรันโปรแกรม AI หรือส่วนเสริม AI ก็ไม่มีปัญหา ซึ่งคะแนนแต่ละการทดสอบเป็นดังนี้

Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าซีพียูใช้ทำงานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้ดีหรือไม่ โดยแยกเป็นคะแนน Single Core ว่าตัวเครื่องตอบสนองกับงานทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างเปิดแอพฯ ทำงานหรือท่องเว็บไซต์ได้ช้าเร็วเท่าไหร่และ Multi-Core จะทดสอบกับการเรนเดอร์วิดีโอ โดยได้คะแนน Single-Core 3,327 คะแนน และ Multi-Core 8,618 คะแนน

Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียู, จีพียูและ Neural Engine ใช้ประมวลผลภาพ (Image processing), Computer Vision, เพิ่มความคมชัดของภาพ (Image Upscaling), ให้ AI วาดภาพ (AI Painting) ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก

  • CoreML ได้คะแนน Single Precision 4,644 คะแนน, Half precision 7,736 คะแนน และ Quantized Score 6,164 คะแนน
  • CoreML (NPU) ได้คะแนน Single Precision 4,625 คะแนน, Half precision 32,994 คะแนน และ Quantized Score 44,749 คะแนน

คะแนนจากการทดสอบกับจีพียู 5 คอร์ของ Apple A18 Pro ได้ผลดังนี้

Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถทำงานกราฟิคอย่างการตัดต่อวิดีโอ, Machine Learning, เรนเดอร์ 3D และเล่นเกมได้ดีระดับใด โดยแยก API เป็น OpenCL กับ Metal

  • OpenCL ใช้ทดสอบ จีพียูว่าใช้ทำงานประเภทตัดต่อวิดีโอ, AI และเล่นเกมได้ระดับใด ด้วย OpenCL API ทำได้ 31,028 คะแนน
  • Metal ใช้ทดสอบจีพียูว่าใช้ทำงานประเภทตัดต่อวิดีโอ, Machine Learning และเล่นเกมได้ระดับใด ด้วย Metal API ทำได้ 19,719 คะแนน

Geekbench AI – จะทดสอบว่า MacBook ทำงานกับ Machine Learning เช่น Image classification, ตรวจจับวัตถุและการประมวลผลภาษาแบบมนุษย์ (Natural language processing) ได้รวดเร็วและถูกต้องและรวดเร็วระดับใด โดยได้คะแนน Single Precision 7,047 คะแนน, Half precision 8,304 คะแนน และ Quantized Score 7,163 คะแนน

ผลการทดสอบกับโปรแกรม 3DMark ทุกเวอร์ชั่นซึ่งใช้กับชิปเซ็ตสถาปัตยกรรม ARM ได้ ผลของการทดสอบสรุปได้เลยว่า Apple A18 Pro ใน MacBook Neo ไม่เหมาะกับการเล่นเกมนัก แม้จะเปิดเล่นได้ระดับหนึ่งก็เหมาะกับเกมเก่าหรือเกมอินดี้ไม่เน้นใช้พลังของจีพียูหนักนัก ซึ่งผลการทดสอบกับจะเป็นดังนี้

  • Solar Bay ใช้เพื่อทดสอบความสามารถของชิปเซ็ตในการทำ Ray Tracing แบบ real-time ในเกมยุคใหม่ว่าทำได้ดีหรือไม่โดยจำลองความละเอียด 2560*1440 พิกเซล ได้คะแนน 6,821 คะแนน ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 25.8 FPS
  • Solar Bay Extreme จะทดสอบจีพียูในตัวชิปเซ็ตอย่างหนักหน่วงว่าทำ Real-time Ray Tracing ได้ดีหรือไม่โดยจำลองความละเอียด 2560*1440 พิกเซล ได้คะแนน 1,135 คะแนน ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 7.9 FPS
  • Wild Life Extreme จะทดสอบการเรนเดอร์กราฟิคภายในเกมบนความละเอียด 3840*2160 พิกเซล ภายในเวลาสั้นๆ ว่าทำคะแนนได้ดีหรือไม่ โดยได้คะแนน 3,690 คะแนน ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 22.1 FPS
  • Steel Nomad จะทดสอบการเล่นเกมชั้นนำในปัจจุบันปรับกราฟิคระดับสูงบนความละเอียด 3840*2160 พิกเซล ว่าชิปเซ็ตสามารถเล่นได้ดีหรือไม่ โดยได้คะแนน 352 คะแนน ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 3.5 FPS
  • Steel Nomad Light ทดสอบการเล่นเกมชั้นนำโดยปรับกราฟิคระดับสูงแต่ใช้ความละเอียดลดลงเป็น 2560*1440 พิกเซล ว่าชิปเซ็ตสามารถเล่นได้ดีหรือไม่ โดยได้คะแนน 1,677 คะแนน ทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 12.4 FPS

Battery & Heat & Noise

MacBook Neo

แบตเตอรี่ของ MacBook Neo เป็นแบบลลิเธียมไอออนความจุ 36.5Whr มีความจุน้อยสุดในบรรดา MacBook ทุกรุ่นในปัจจุบัน แต่พอจับคู่กับชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟนแล้วก็ใช้พลังงานน้อยลงมาก พอทดสอบลดความสว่างหน้าจอเหลือ 50% และเปิดเสียงลำโพง 10% แล้วใช้ Safari Browser ดูคลิปใน YouTube 30 นาที แบตเตอรี่แทบจะหรือไม่ลดลงเลย แต่ถ้าใช้ทำงานตามปกติ เปิด Web app สลับโปรแกรมไปมาเมื่อไหร่ แบตเตอรี่จะลดลงเร็วขึ้นแต่ยังใช้ได้จนเกือบจบวัน แต่ถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วต้องทำงานต่อก็ยังต่ออะแดปเตอร์หรือพาวเวอร์แบงค์ 20W เพื่อชาร์จไฟได้

เนื่องจาก MacBook Neo ใช้บอดี้อลูมิเนียมทั้งหมดเป็นชุดระบายความร้อน จึงไม่มีพัดลมแบบรุ่น Pro และเวลาต่ออะแดปเตอร์รันโปรแกรม Benchmark เพื่อทดสอบว่าตัวเครื่องจะมีอุณหภูมิสูงสุดเท่าไหร่ ขั้นแรกตอนใช้เลเซอร์วัดอุณหภูมิจะเห็นว่าจุดร้อนสุดจะอยู่ส่วนบนของคีย์บอร์ดราวปุ่ม F5~F6 เป็นหลัก

พอใช้กล้องอินฟาเรดจับแล้วจะเห็นทันทีว่าจุดร้อนสุดมีอุณหภูมิไปได้ถึง 41 องศาเซลเซียส ไล่ลงมาส่วนกลางของคีย์บอร์ด แต่พอลงมาถึงปุ่ม Space bar จะเหลือราว 32 องศาเซลเซียส เท่านั้น ส่วนฝาหลังไม่ค่อยร้อนนักจึงไม่ส่งผลให้ชุดพาเนลหน้าจอเสื่อมสภาพเร็วแน่ แต่ด้านใต้เครื่องความร้อนจะไปกระจุกอยู่ส่วนบนใกล้บานหน้าจอพอดีกับปุ่ม F5~F6 ดังนั้นตอนใช้ทำงานกราฟิคเมื่อไหร่ให้วางบนแท่นวางโน้ตบุ๊กแล้วต่อคีย์บอร์ดแยกออกมาจะดีสุด

แต่เวลาใช้งานจริง ตัวเครื่อง MacBook Neo จะเย็นแทบจะตลอดเวลาแม้จะรันโปรแกรมแต่งภาพก็อาจจะร้อนขึ้นไม่นาน พอเรนเดอร์เสร็จเครื่องก็กลับมาเย็นเช่นเดิม ยิ่งถ้าปกติเปิดเว็บดูหนังฟังเพลงหรือใช้เบราเซอร์ทำงานเป็นหลักแทบไม่มีโอกาสทำให้ Neo มีอุณหภูมิสูงขึ้นมาระดับนี้ได้ง่ายๆ แน่นอน


User Experience

MacBook Neo

ในช่วงหลายปีมานี้ผู้เขียนสังเกตว่า Apple พยายามทำสินค้าให้ราคาถูกลงแต่คุณภาพยังดีเพื่อดึงผู้ใช้ให้เข้าสู่ Apple Ecosystem อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะ iPhone 17e, Apple Watch SE 3, iPad รุ่น 11 ชิปเซ็ต Apple A16 ซึ่งประสิทธิภาพจัดว่าดี แต่ไม่มี MacBook ราคาถูกให้ซื้อจนกระทั่งมี MacBook Neo มาปิดท้าย ซึ่ง Apple ทำได้เพราะ macOS ทำงานกับชิปเซ็ต ARM ได้เสถียรแล้ว ก็ดึงเอาชิป A18 Pro ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม ARM เช่นเดียวกับ M-Series แค่ออกแบบมาเพื่ออุปกรณ์พกพาเป็นหลัก และสันนิษฐานว่า Apple ไม่ใช้ชิปเก่าอย่าง M1~M2 เพื่อแบ่งกลุ่มให้คนอยากลอง, นักเรียนนักศึกษาหรือผู้ใช้ทั่วไปมาเริ่มกับ Neo ก่อน ถ้าอยากไปต่อหรือเป็นครีเอเตอร์มือใหม่ต้องการสมรรถนะดีขึ้นก็ค่อยขยับขึ้นในอนาคตก็ได้

ถึงจะเป็นชิปสมาร์ทโฟนแล้วมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ถ้าใช้งานทั่วไปอย่างเปิดเว็บไซต์ดูสตรีมมิ่ง ฟังเพลงกับ Podcast, ใช้ทำงานเอกสาร, ทำงานกับโปรแกรม Remote work ปรับแต่งระบบหลังบ้าน ฯลฯ จะตอบสนองไวแถมจัดการพลังงานได้ดี โดยส่วนตัวผู้เขียนเปิดใช้เบราเซอร์เข้าเว็บไซต์และเขียนบทความต่างๆ ก็ใช้ได้ทั้งวัน ยิ่งถ้าเปิดใช้แบบฉาบฉวยตอบเมล์หรือเปิดไฟล์นำเสนองานบ้างแบตเตอรี่จะแทบไม่ลดลงเลย ถ้ามีพาวเวอร์แบงค์ติดตัวก็ยืดระยะเวลาใช้งานไปได้นานเท่าที่ไฟในแบตเหลือให้ใช้เลย ถ้าใครเป็นนักศึกษา, พนักงานธุรการ, เซลส์ ฯลฯ ซึ่งต้องการ MacBook สมรรถนะดีพอควรแต่ MacBook Air มีราคาสูงไปบ้างและสมรรถนะเกินจำเป็น จะลดมา MacBook Neo ก็เหมาะ

MacBook Neo

แต่เมื่อเป็นโน้ตบุ๊กราคาประหยัด ฟังก์ชั่นหลายๆ อย่างจะถูกถอดออกไป แต่ก็ไม่ได้หายไปจนใช้งานแล้วอึดอัดนัก เช่น Spatial Audio ถึงจะไม่มีมาให้ก็ไม่ส่งผลเสีย, Trackpad แบบเก่าไม่ได้เป็น Haptic Engine ถึงรู้สึกแปลกว่าต้องกดให้แป้นยุบลงไปก็ยังตอบสนองดีและใช้ Gesture control ได้พอควร แต่ส่วนตัวเสียดายเทคโนโลยี True Tone ซึ่งหลายคนไม่ชอบเพราะทำจอเหลือง แต่ถ้าต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมนานๆ จะสบายตากว่าจอขาวตามปกติมาก แถม macOS จะทำให้จอต่อเสริมปรับโทนการแสดงผลโดยอัตโนมัติตามจอ MacBook อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม MacBook Neo ก็ไม่เหมาะจะใช้เล่นเกมเลย ถึงเล่นเกมทั่วไปอย่าง The Sims 4 ได้ แต่พอเล่นไปสักพักภาพจะหน่วงเฟรมเรทตกกะทันหันอยู่สักพักถึงจะเล่นได้ตามเดิม อย่างมากก็ยังเล่นเกมอินดี้ไม่ใช้พลังประมวลผลของจีพียูมากนักยังพอเล่นได้ แต่จะให้เล่นเกมใน Apple Arcade เชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนก็ไม่อยากซื้อเกมเดิมซ้ำสองนอก Steam แล้วต้องเริ่มเล่นใหม่แต่ต้น ดังนั้นในตอนนี้ MacBook ก็ยังไม่ได้เป็นคำตอบสำหรับคนอยากเล่นเกมอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่ามันคือจุดเริ่มต้นเพื่อพาคนเข้าสู่ Apple Ecosystem ที่เร็วและถูกที่สุดก่อนจะขยับขยายในอนาคต ยิ่งถ้าใช้ iPhone, Apple Watch อยู่เป็นทุนเดิมแล้ว มีเครื่องนี้เอาไว้ยังไงก็ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก


Conclusion & Award

MacBook Neo

MacBook Neo ในตอนนี้กลายเป็น MacBook ราคาถูกสุดของ Apple ซึ่งดึงความสนใจของใครหลายคนได้อย่างสวยงาม พอคิดจะซื้อโน้ตบุ๊กใหม่สักทีก็ต้องหันมาสนใจเช่นกันและยิ่งใครจะใช้ Apple Ecosystem จะยิ่งง่ายขึ้นมาก อาจจะมี iPhone 17e และ Apple Watch SE เสริมหน่อยก็ใช้มันทำงานร่วมกันได้ดีเยี่ยมแล้ว และทาง Apple ไม่เคยทำ MacBook ราคาถูกขนาดนี้มาก่อนด้วยซ้ำ

แต่เมื่อเป็นรุ่นราคาประหยัดมันก็จะมีข้อจำกัด ถ้าเนื้องานต้องใช้โปรแกรม Adobe, Affinity เป็นระยะๆ ยังไง MacBook Air / Pro ชิป Apple M-Series จะดีกว่า แต่ถึงจะมีข้อสังเกตประปรายก็ต้องยอมรับว่า MacBook Neo คือหัวหอกบุกตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดที่ทรงพลังและอาจดึงผู้ใช้หลายคนให้หันมาใช้ Mac ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

Award

Best Value

ปกติแล้วโน้ตบุ๊กราคา 19,900~22,900 บาท ยังมีแต่โน้ตบุ๊ก Windows รุ่นคุ้มค่า แต่เมื่อ Apple จัดสเปคทำราคาให้ MacBook Neo ลงมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดในระดับนี้ได้ นอกจากเป็น MacBook ราคาถูกสุดเท่าที่ทางบริษัทเคยมีแล้ว ยังใช้งานได้จริงและเป็นจุดเริ่มต้นพาคนเข้าสู่ Apple Ecosystem ได้อย่างแนบเนียนมาก

Best Mobility

แม้ราคาของ MacBook Neo จะอยู่ระดับสองหมื่นบาทต้นๆ ก็ตาม แต่ก็ได้ตัวเครื่องอลูมิเนียมสวยทนทาน น้ำหนักเครื่องรวมอะแดปเตอร์ก็เพียง 1.31 กก. เท่านั้น จะพกไปไหนก็สะดวก แถมจัดการพลังงานได้ดี ใช้ทำงานธุรการและเข้าเรียนได้สบายมาก


Gallery

Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ถึงจะมีจอคอมให้เลือกหลากหลายขนาดตั้งแต่ไซซ์เล็กกะทัดรัดพกได้ไปจนใหญ่เต็มตาทั้งสองข้างก็ตาม แต่จอคอม 24 นิ้ว ก็ยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย เพราะขนาดพอเหมาะพอดีให้วางบนโต๊ะคอมขนาดเล็กใช้เป็นจอหลักคู่กับโน้ตบุ๊กต่างๆ ไม่ว่าจะใช้ทำงานหรือเกมมิ่งก็ได้หรือตั้งเป็นจอเสริมจะแนวตั้งหรือนอนก็เหมาะแถมภาพก็คมชัดกำลังพอดี มองเห็นเนื้อหาต่างๆ ชัดเจนไม่เล็กเกินไปอีกด้วย สเปคของจอคอม 24 นิ้ว ส่วนใหญ่จะมีความละเอียด Full HD เป็นหลักและอาจมีความละเอียดเพิ่มเป็น QHD (2560*1440) ได้บ้าง และใช้พาเนลยอดนิยมอย่าง IPS (In-Plane Switching) ให้เห็นภาพมุมกว้าง...

Buyer's Guide

พาวเวอร์แบงค์ทั่วไปมักมีขนาดใหญ่และต้องต่อสายชาร์จเป็นหลัก แต่ Powerbank MagSafe มีข้อดีตรงขนาดเล็กกะทัดรัดและใช้แม่เหล็กดูดติดด้านหลังมือถือรุ่นต่างๆ แล้วชาร์จไร้สายได้ทันที โดยเฉพาะใครใช้ iPhone 12 เป็นต้นไปสามารถใช้ได้เลย ส่วนสมาร์ทโฟน Android ก็ใช้ได้เช่นกันเพียงใส่เคสแบบมีวงแหวนแม่เหล็กด้านหลังก็ใช้ได้ ทำให้ยืดเวลาใช้งานในนาทีสำคัญไปได้หรือยาวจนใช้ได้จบวันได้สบายมาก ข้อดีของแบตสำรองเหล่านี้ คือ ขนาดของมันเล็กพอกับบัตรเครดิตแต่หนากว่านิดหน่อยเพราะภายในบรรจุแบตเตอรี่เอาไว้โดยมีความจุ 5,000~10,000mAh ซึ่งปกติแล้วมากพอจะชาร์จ iPhone จนเต็มได้อย่างน้อย 1 รอบ และถ้าอยากต่อชาร์จอุปกรณ์อื่นก็มีพอร์ต...

Buyer's Guide

เรื่องชวนหัวของสายชาร์จไอโฟน ยังไงก็ไม่พ้นเรื่องคนถามหาใช้เครื่องรุ่นไหนอยู่? หากเป็นรุ่นใหม่อย่าง iPhone 15 Series ก็เอาสาย USB-C ของมือถือ Android ต่อชาร์จได้เลย แต่ถ้าใช้ iPhone 14 Series หรือเก่ากว่านั้นก็ต้องใช้สาย Lightning เท่านั้น ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมชั้นนำทำสายชาร์จแบบ 4-in-1 โดยตัวเป็นสาย USB-C ทั้งสองฝั่งแล้วติดปลอกสวมแปลงเป็นพอร์ต Lighting...

Buyer's Guide

ช่วงต้นปี 2026 พอคิดจะซื้อโน้ตบุ๊กทำงาน 2026 สักเครื่อง หลายคนมักหันไปสนใจ MacBook Neo เพราะราคาไม่แพงแถมสเปคดี ตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษาและพนักงานธุรการได้สบายๆ จนอาจจะมองข้ามโน้ตบุ๊ก Windows ไปบ้าง แต่ฝั่งนี้ก็ยังมีข้อดีในแบบของตัวเองทั้งมีสเปคหลากหลายแบบจากแบรนด์ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กชั้นนำของโลกแล้ว แต่ละรุ่นก็มีฟีเจอร์เฉพาะตัวติดมาอีกเพียบแถมได้พอร์ตเชื่อมต่อมาหลากหลายกว่ามาก ทำให้ต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องพึ่ง USB-C Hub เสมอไป ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นต่ออุปกรณ์ได้สบายกว่าแน่นอน ถ้าสังเกตจะเห็นว่าโน้ตบุ๊กทำงาน 2026...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก