
สถานการณ์ไดรเวอร์การ์ดจอของ NVIDIA ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 เรียกได้ว่าค่อนข้างวุ่นพอสมควร เพราะหลังจากบริษัทเพิ่งดึงไดรเวอร์ GeForce 595.59 ออกจากหน้าเว็บเนื่องจากปัญหาเรื่องการตรวจจับพัดลมและมีกรณีพัดลมบางตัวไม่หมุน ก็ได้ปล่อยเวอร์ชัน 595.71 WHQL ออกมาแทนในวันที่ 2 มีนาคม 2026 เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีรายงานระลอกใหม่ว่า Driver เวอร์ชันนี้อาจทำให้ประสิทธิภาพของ GPU ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในบางเครื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการปรับแต่ง clock เพิ่มเอง
จุดที่ทำให้ข่าวนี้น่ากังวล ไม่ได้อยู่แค่คำว่า “มีบั๊กอีกแล้ว” แต่เป็นเพราะมันเกิดขึ้นต่อเนื่องจากปัญหาชุดก่อนหน้าแบบแทบไม่มีช่วงพัก กล่าวคือ 595.59 ถูกปล่อยออกมาเพื่อรองรับเกมใหม่อย่าง Resident Evil Requiem และ Marathon ก่อนจะถูก NVIDIA ถอนออก พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้ที่เจอปัญหา fan control ย้อนกลับไปใช้ 591.86 WHQL ส่วน 595.71 ที่ตามมานั้น แม้จะแก้บั๊กพัดลมได้จริงตาม release notes และหน้าไดรเวอร์ทางการ แต่ตอนนี้กลับถูกตั้งคำถามเรื่องการลด voltage และการดัน clock ได้ไม่เต็มเหมือนเดิม
Driver 595.71 มีปัญหาอะไร
จากข้อมูลที่ถูกรายงานโดยสื่อสายฮาร์ดแวร์หลายแห่ง ปัญหาหลักของ 595.71 คือการ์ดจอบางใบทำงานที่ voltage ต่ำลงกว่าปกติ และเมื่อ voltage ต่ำลง ก็ส่งผลให้ core clock ขึ้นไปได้ไม่สูงเท่าที่ควร ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือเฟรมเรตตกลงจากเดิม แม้ตัวไดรเวอร์จะไม่ได้แครชหรือทำให้ระบบล่มก็ตาม ปัญหานี้จึงต่างจากบั๊กพัดลมของ 595.59 เพราะมันไม่ใช่ความผิดปกติที่เห็นด้วยตาเปล่าทันที แต่เป็นอาการที่สะท้อนออกมาผ่านประสิทธิภาพการเล่นเกมและ benchmark ที่ลดลง
รายงานที่ถูกพูดถึงมากคือการทดสอบของ Bang4BuckPC Gamer ซึ่งพบว่า RTX 5090 ที่ก่อนหน้านี้สามารถทำงานเกิน 3,100MHz ได้ในบางช่วง เมื่อเปลี่ยนมาใช้ 595.71 กลับมีพฤติกรรมดัน clock ไม่ถึง 3,000MHz พร้อมค่า voltage ต่ำกว่า 1V ในบางสถานการณ์ ขณะที่ PCGamesN ระบุว่าผลการทดสอบแบบเทียบกันตรง ๆ ใน Unigine Heaven ชี้ให้เห็นว่าประสิทธิภาพอาจลดลงได้สูงสุดราว 16% ในบางเงื่อนไขการใช้งาน อย่างไรก็ดี ตัวเลขนี้ยังเป็นผลจากการทดสอบเฉพาะบางระบบ ไม่ใช่คำยืนยันว่าทุกเครื่องจะลดลงเท่ากันทั้งหมด
ใครมีความเสี่ยงมากที่สุด
ข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ชี้ตรงกันค่อนข้างชัดว่า กลุ่มที่เสี่ยงเห็นผลกระทบก่อนเพื่อนคือผู้ใช้ที่มีการ overclock การ์ดจอ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเองผ่านซอฟต์แวร์อย่าง MSI Afterburner หรือใช้งานการ์ดจอรุ่นที่ถูกตั้ง clock ไว้สูงเป็นพิเศษอยู่แล้วบางส่วน เพราะปัญหาที่ถูกรายงานเกี่ยวข้องโดยตรงกับพฤติกรรมของ voltage และการเร่งความเร็วของ core clock เมื่อเจอโหลดหนัก
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการ์ดจอที่ใช้ค่า default จะไม่โดนผลกระทบเลย เพราะบางรายงานก็เริ่มพูดถึงการ์ดที่ไม่ได้ปรับแต่งหนักมากนัก เพียงแต่ในตอนนี้หลักฐานที่ชัดที่สุดยังอยู่ในกลุ่มการ์ดที่ถูกดัน clock เพิ่มเองหรือเป็นรุ่น OC มากกว่า นั่นทำให้ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้แตะค่าใด ๆ อาจยังไม่ต้องตื่นตระหนกทันที แต่ก็ยังควรระวังไว้ก่อน โดยเฉพาะถ้ากำลังคิดจะอัปเดตไดรเวอร์เพราะหวังแค่ day-one support ของเกมใหม่
ฝั่ง NVIDIA พูดอะไรไว้บ้าง
ในเอกสาร release notes และหน้าไดรเวอร์ทางการของ 595.71 ทาง NVIDIA ระบุชัดเจนว่าเวอร์ชันนี้แก้บั๊กจาก 595.59 สองจุดสำคัญคือกรณีซอฟต์แวร์ monitoring ตรวจไม่พบพัดลมทั้งหมดบน GPU และกรณีพัดลมหนึ่งตัวหรือมากกว่านั้นไม่หมุนหลังอัปเดตไดรเวอร์ ซึ่งถือว่าเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าปัญหาชุดแรกมีอยู่จริงและได้รับการแก้ไขใน 595.71 แล้ว
แต่ในอีกด้านหนึ่ง เอกสาร release notes ของ 595.71 ยังไม่ได้ระบุปัญหาเรื่อง performance drop หรือ voltage lock เป็น known issue แต่อย่างใด โดยในหัวข้อ open issues ของ release notes ระบุว่าไม่มีประเด็นเด่นที่ต้องยกมาเน้นในรอบนี้ นั่นหมายความว่า ณ วันที่ 4 มีนาคม 2026 ปัญหา performance ที่กำลังถูกรายงานจากผู้ใช้และสื่อบางแห่ง ยังไม่ใช่ประเด็นที่ NVIDIA ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการในระดับเดียวกับบั๊กพัดลมก่อนหน้า
ถ้าอัปเดตไปแล้ว ควรทำอย่างไร
สำหรับคนที่ลง 595.71 ไปแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่รีบตัดสินว่าไดรเวอร์พังทันที แต่ให้เช็กอาการจากการใช้งานจริงก่อน เช่นดูว่า clock, voltage และเฟรมเรตในเกมที่เล่นประจำเปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้าการ์ดของคุณเป็นรุ่นที่เคย overclock อยู่แล้ว หรือเคยทำงานที่ความเร็วระดับใดระดับหนึ่งเป็นปกติ การใช้เครื่องมือ monitoring ตรวจค่าเหล่านี้จะช่วยให้เห็นความผิดปกติได้ค่อนข้างชัดกว่าการดูจากความรู้สึกล้วน ๆ
ถ้าตรวจแล้วพบว่าเฟรมเรตตกลงชัดเจน หรือ clock ขึ้นได้ไม่เท่าเดิม วิธีที่หลายสื่อแนะนำในตอนนี้คือ rollback กลับไปใช้ไดรเวอร์ในสาย 591 เช่น 591.74 หรือ 591.86 ที่ผู้ใช้หลายรายมองว่ายังเสถียรกว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ต้องแยกให้ออกว่า 591.86 คือเวอร์ชันที่ NVIDIA เคยแนะนำอย่างเป็นทางการสำหรับคนที่ได้รับผลกระทบจาก 595.59 ส่วนการถอยกลับจาก 595.71 ในกรณี performance drop ตอนนี้ยังเป็นแนวทางตามรายงานของสื่อและผู้ใช้ ไม่ใช่คำแนะนำใหม่อย่างเป็นทางการจาก NVIDIA โดยตรง
ตอนนี้ควรรอ หรือควรอัปเดต
ถ้าคุณยังไม่ได้ติดตั้ง 595.71 และไม่ได้มีเหตุจำเป็นต้องอัปเดตเพื่อเล่นเกมใหม่ในวันแรก คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้คือ “รอก่อน” เพราะประโยชน์หลักของไดรเวอร์รุ่นนี้คือการรองรับ Resident Evil Requiem และ Marathon พร้อมแก้บั๊ก fan control จาก 595.59 แต่ถ้าเครื่องของคุณทำงานปกติดีกับไดรเวอร์เดิมอยู่แล้ว การรีบเปลี่ยนไปใช้เวอร์ชันที่ยังมีเสียงบ่นเรื่องประสิทธิภาพตามหลังออกมาเรื่อย ๆ ก็อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยง
ในทางกลับกัน หากคุณเป็นคนที่ลงไดรเวอร์ใหม่ทุกครั้งเพราะต้องการ optimization กับเกมล่าสุดจริง ๆ ก็ควรจับตา hotfix หรือ release ถัดไปจาก NVIDIA อย่างใกล้ชิดมากกว่าเดิม เพราะเหตุการณ์ 595.59 ต่อด้วย 595.71 ทำให้ภาพรวมของการควบคุมคุณภาพในรอบนี้ดูไม่นิ่งเท่าที่ผู้ใช้คาดหวัง โดยเฉพาะในช่วงที่การ์ดจอระดับสูงอย่าง RTX 50 Series มีทั้งเรื่องการใช้พลังงาน ความร้อน และพฤติกรรมการ boost ที่ผู้ใช้สาย enthusiast มักตรวจละเอียดอยู่แล้ว
สรุป
ภาพรวมของเรื่องนี้คือ NVIDIA สามารถแก้บั๊กพัดลมที่สร้างปัญหาใน 595.59 ได้จริงผ่านไดรเวอร์ 595.71 แต่ไดรเวอร์ตัวใหม่กลับมีรายงานตามมาว่าอาจลด performance ของ GPU ลงในบางเครื่อง โดยเฉพาะระบบที่มีการ overclock หรือใช้การ์ดจอรุ่น OC ทำให้ตอนนี้ 595.71 กลายเป็นไดรเวอร์ที่อยู่ในสถานะ “แก้ปัญหาหนึ่ง แต่อาจเปิดอีกปัญหาหนึ่ง” มากกว่าจะเป็นอัปเดตที่ควรรีบลงแบบไม่ต้องคิด
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ข้อสรุปแบบเข้าใจง่ายคือ ถ้าเครื่องยังปกติและไม่ได้จำเป็นต้องรีบใช้ไดรเวอร์ใหม่เพื่อเกมเฉพาะทาง การอยู่กับเวอร์ชันที่เสถียรกว่าน่าจะปลอดภัยกว่าในช่วงนี้ ส่วนคนที่อัปเดตไปแล้วก็ควรตรวจค่า clock, voltage และเฟรมเรตของตัวเองก่อนตัดสินใจว่าจะ rollback หรือไม่ เพราะตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะฟันธงว่าทุกเครื่องจะเจออาการหนักเท่ากันทั้งหมด
ที่มา: Neowin





