
ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มีข่าวและการแชร์ต่อกันค่อนข้างแรงว่า Microsoft กำลังจะ “เลิกซัพพอร์ต” ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์รุ่นเก่าบน Windows 11 โดยอ้างอิงข้อความจากหน้า Windows Roadmap ที่ระบุทำนองว่า ตั้งแต่มกราคม 2026 เป็นต้นไป Windows จะไม่รองรับไดรเวอร์แบบ V3 และ V4 แล้ว
พอประโยคมันชวนเข้าใจไปทางเดียว คนจำนวนมากก็เลยตีความต่อทันทีว่า ถ้าอัปเดต Windows 11 แล้ว เครื่องพิมพ์รุ่นเก่า ๆ โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้มานาน อาจพิมพ์ไม่ได้ในทันที หรืออย่างน้อยก็อาจมีปัญหาแบบคาดเดาไม่ได้
แต่ประเด็นสำคัญคือ Microsoft ออกมาชี้แจงแล้วว่า “ความเข้าใจแบบนั้นไม่ถูก” และข้อความบน Roadmap ที่ทำให้คนสับสนก็ถูกถอดออกไปแล้ว
สรุปคำชี้แจงของ Microsoft แบบอ่านครั้งเดียวเข้าใจ
ใจความที่ Microsoft อยากให้ผู้ใช้ทั่วไปสบายใจมีอยู่แค่ไม่กี่บรรทัด
- Windows 11 “ไม่ได้” ยุติการรองรับไดรเวอร์ Printer รุ่นเก่าที่ใช้งานอยู่เดิม
- ถ้า Printer ของคุณ “ยังสั่งพิมพ์ได้อยู่แล้ว” บน Windows ตอนนี้ ก็จะยังใช้ได้ต่อไป
- ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ
แปลเป็นภาษาคนคือ ถ้า Printer ตัวเดิมที่คุณใช้อยู่ ไม่ได้พังเพราะอัปเดต Windows แบบที่หลายคนกลัว
แล้วที่เปลี่ยนจริง ๆ คืออะไร ทำไมข่าวถึงออกมาแบบนั้น
สิ่งที่ “เปลี่ยนจริง” ไม่ได้อยู่ที่ฝั่งผู้ใช้ปลายทางแบบเรา ๆ แต่อยู่ที่ “ระบบการส่งไดรเวอร์รุ่นเก่าเข้ามาใน Windows Update” และกระบวนการอนุมัติของ Microsoft
ตามไทม์ไลน์บนเอกสารทางการของ Microsoft แนวทางนี้เป็นแผนที่ประกาศมาตั้งแต่กันยายน 2023 และจะค่อย ๆ เดินหน้าเป็นช่วง ๆ หลายปี ไม่ใช่การกดปิดปุ่มทีเดียวแล้วจบ
สาระสำคัญของแผนคือ
- ตั้งแต่ 15 มกราคม 2026 เป็นต้นมา สำหรับ Windows 11 ขึ้นไป และ Windows Server 2025 ขึ้นไป จะ “ไม่เผยแพร่ไดรเวอร์ Printer ตัวใหม่” ผ่าน Windows Update ตามปกติอีกแล้ว
- ไดรเวอร์ที่มีอยู่เดิมบน Windows Update ยังมีโอกาสถูกอัปเดตได้ แต่จะเป็นแบบพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป
- ช่วงกลางปี 2026 Windows จะปรับลำดับการเลือกไดรเวอร์ให้ “เอนเอียงไปทาง” ไดรเวอร์มาตรฐานของ Windows มากขึ้น
- ปี 2027 จะยิ่งเข้มขึ้น โดยการอัปเดตไดรเวอร์จากผู้ผลิตผ่าน Windows Update จะเหลือหลัก ๆ แค่ประเด็นด้านความปลอดภัย
จุดที่ทำให้คนสับสน คือข้อความบน Roadmap ดันเขียนเหมือนกำลังจะ “เลิกซัพพอร์ต” ไดรเวอร์เก่าแบบตรง ๆ ทั้งที่ความจริงมันคือ “เลิกดูแล/เลิกให้บริการแบบเดิม” ในเชิงการกระจายไดรเวอร์ผ่าน Windows Update มากกว่า
V3 และ V4 คืออะไร ทำไม Microsoft อยากลดบทบาท
V3 และ V4 เป็น “โมเดลไดรเวอร์ Printer” แบบเดิมที่ใช้กันมานานในโลก Windows
ในมุมผู้ใช้ทั่วไป คุณไม่จำเป็นต้องรู้ลึกว่า V3 กับ V4 ต่างกันอย่างไร แต่ให้เข้าใจว่ามันเป็นไดรเวอร์สาย “legacy” ที่ผู้ผลิตหลายเจ้าใช้มานาน เพื่อให้รองรับฟีเจอร์เฉพาะของ Printer เช่น
- โหมดพิมพ์สองหน้าแบบเฉพาะรุ่น
- ตัวเลือกคุณภาพงานพิมพ์ที่ละเอียดมาก
- ฟังก์ชันเสริมของเครื่องมัลติฟังก์ชันบางอย่าง เช่น scan, fax ที่ผูกกับซอฟต์แวร์ของผู้ผลิต
ปัญหาคือ ยิ่งมีไดรเวอร์จากผู้ผลิตหลากหลายมากเท่าไร Windows ก็ยิ่งต้องแบกรับความเสี่ยงและภาระดูแลมากขึ้น ทั้งด้านความเข้ากันได้หลังอัปเดต และประเด็นด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับระบบพิมพ์ในอดีต
ดังนั้นทิศทางของ Microsoft คือ พยายามผลักให้โลกไปอยู่บน “การพิมพ์แบบใหม่” ที่พึ่งไดรเวอร์มาตรฐานมากขึ้น แทนการต้องพึ่งไดรเวอร์เฉพาะรุ่นจากผู้ผลิตทุกครั้ง
Mopria คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้
Mopria เป็นมาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อให้การพิมพ์และสแกนทำงานได้แบบ “เป็นสากล” มากขึ้น โดย Windows จะใช้แนวทางที่เรียกว่า Microsoft IPP Class Driver และสแตก modern print เพื่อให้เครื่องที่รองรับมาตรฐานพวกนี้สามารถพิมพ์ได้โดยไม่ต้องลงไดรเวอร์เฉพาะของผู้ผลิตให้วุ่นวาย
Microsoft อธิบายไว้ค่อนข้างชัดว่า ตั้งแต่ Windows 10 21H2 เป็นต้นมา Windows มีการรองรับเครื่องพิมพ์ที่เป็น Mopria compliant ผ่านเครือข่ายและ USB ด้วยไดรเวอร์มาตรฐานของระบบ และถ้าผู้ผลิตอยากทำประสบการณ์ใช้งานแบบเฉพาะตัว ก็สามารถทำผ่าน Print Support Apps ที่กระจายผ่าน Microsoft Store แทนไดรเวอร์แบบเดิม
ข้อดีที่ Microsoft พยายามสื่อสารมี 3 แกนหลัก
- ความปลอดภัยดีขึ้น เพราะลดจำนวนไดรเวอร์เฉพาะรุ่นที่ต้องพึ่งพา
- ความเข้ากันได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่สถาปัตยกรรมเครื่องหลากหลายขึ้น เช่น ARM
- ความเสถียรดีขึ้น เพราะอัปเดต Windows แล้วโอกาสเจอปัญหาไดรเวอร์รวนจะลดลง
ผู้ใช้ทั่วไปควรทำอะไรตอนนี้
ถ้า Printer ของคุณยังพิมพ์ได้ปกติบน Windows 11 ตอนนี้ แนวทางที่เหมาะที่สุดคือ “ไม่ต้องตื่นตระหนก” และทำแค่เรื่องพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต
1) ถ้ายังมีแผ่นไดรเวอร์หรือไฟล์ติดตั้ง เก็บไว้ให้ดี
เผื่อกรณีที่ต้องลง Windows ใหม่ หรือเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ การมีไฟล์ติดตั้งจากผู้ผลิตจะช่วยให้กลับมาใช้งานฟีเจอร์ครบ ๆ ได้ง่ายกว่าไปหวังพึ่ง Windows Update อย่างเดียว
2) ถ้าต้องซื้อ Printer ใหม่ เลือกรุ่นที่รองรับมาตรฐานสมัยใหม่
มองหารุ่นที่รองรับ IPP และเป็น Mopria certified หรืออย่างน้อยเป็นรุ่นที่ขึ้นชื่อว่าเชื่อมต่อกับ Windows แบบไม่ต้องง้อไดรเวอร์เฉพาะมากนัก จะช่วยให้ใช้งานระยะยาวสบายกว่า
3) ถ้าใช้งานในองค์กร มี print server หรือมีฟีเจอร์เฉพาะเยอะ ให้เริ่มวางแผนล่วงหน้า
องค์กรบางที่ไม่ได้พิมพ์อย่างเดียว แต่มีระบบยืนยันตัวตน งานพิมพ์แบบดึงจากคิว หรือฟีเจอร์ finishing ที่ต้องพึ่งไดรเวอร์ผู้ผลิตแบบเต็ม ๆ กลุ่มนี้ควรเริ่มทดสอบทางเลือก เช่น IPP class driver, Print Support Apps หรือโซลูชันอย่าง Universal Print ตามสภาพแวดล้อมของตัวเอง
สรุปให้สั้นที่สุด Microsoft แค่เปลี่ยนวิธีดูแลไดรเวอร์
ภาพรวมของเรื่องนี้คือ Microsoft ไม่ได้กดปุ่มฆ่า Printer เก่า แต่กำลัง “ค่อย ๆ ลดบทบาท” ของไดรเวอร์ legacy ในระบบนิเวศ Windows ลง โดยเฉพาะการกระจายไดรเวอร์ใหม่ผ่าน Windows Update และการอัปเดตแบบเดิม ๆ
สิ่งที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ควรรับรู้คือ
- ของเดิมที่ใช้ได้ จะใช้ได้ต่อ
- แต่ในอนาคต การหาไดรเวอร์ legacy ผ่าน Windows Update อาจไม่สะดวกเหมือนเดิม
- ทิศทางระยะยาวคือให้ไปทาง modern print stack และมาตรฐานอย่าง Mopria มากขึ้น
ที่มา: Neowin





