Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Windows 11 Taskbar อาจ “ย้ายตำแหน่งได้” อีกครั้ง? รายงานชี้ Microsoft กำลังทดสอบย้ายแถบงานขึ้นบน/ด้านข้าง

Windows 11 Taskbar

รายงานจาก Windows Central ระบุว่า Microsoft กำลังพัฒนา “ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ Windows 11 ขอมา 5 ปี” นั่นคือ การย้ายตำแหน่ง taskbar ไปไว้ ด้านบน / ด้านซ้าย / ด้านขวา ได้อีกครั้ง และยังมีแผนเพิ่มตัวเลือก ปรับขนาด taskbar ให้กินพื้นที่หน้าจอมากหรือน้อยตามต้องการด้วย โดยแหล่งข่าวบอกว่าอาจ “เปิดตัวช่วงหน้าร้อน” ถ้าแผนไม่เปลี่ยน และ Microsoft ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ (ในรายงานระบุว่าไม่ได้ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้)

ถ้าอิงปฏิทินสากล “หน้าร้อน” ที่สื่อฝั่งตะวันตกพูดถึง มักหมายถึงช่วงราว มิถุนายน–สิงหาคม 2026 (กลางปี 2026) มากกว่าจะเป็นหน้าร้อนแบบบ้านเรา

Advertisement

Windows 11 Taskbar จะย้ายไปด้านบน/ด้านข้างได้จริงไหม

สรุปตามสิ่งที่รายงานบอกไว้แบบตรงไปตรงมา:

  • taskbar บน Windows 11 จะสามารถ “เลือกตำแหน่ง” ไปไว้ Top / Left / Right ได้
  • Microsoft กำลังทำให้แน่ใจว่า ปุ่ม และแผงเด้งต่าง ๆ (เช่น ปุ่มระบบ, flyouts, แผงแจ้งเตือน ฯลฯ) ทำงานได้ถูกต้องเมื่อเปลี่ยนทิศทางของ taskbar
  • มีงานอีกก้อนที่ทำควบคู่กัน คือ ปรับขนาด taskbar เพื่อให้ผู้ใช้กำหนดได้ว่าแถบงานจะ “หนา/กินพื้นที่” แค่ไหน
  • ทีม Windows มองงานชุดนี้เป็น “งานสำคัญ” และทุ่มทรัพยากรเพิ่ม เพื่อให้ส่งฟีเจอร์ได้ทันตามแผน
  • และที่ต้องย้ำ: ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระดับ “รายงานจากแหล่งข่าว” ไม่ใช่ประกาศทางการ

ทำไมคนถึงบ่นหนัก และทำไมฟีเจอร์นี้ถึงสำคัญจริง

สำหรับคนที่ใช้ Windows มานาน การย้าย taskbar ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะมันผูกกับ “รูปแบบการทำงาน” โดยตรง เช่น

  • จอแนวตั้ง (หมุนจอ 90 องศา) ที่อยากให้ taskbar ไปอยู่ซ้าย/ขวา เพื่อเพิ่มพื้นที่แนวตั้ง
  • จอ ultrawide ที่อยากย้าย taskbar ไปด้านบน เพื่อลดการกวาดสายตาลงล่างบ่อย ๆ
  • คนทำงานหลายจอ ที่ต้องการจัด layout ให้สอดคล้องกับตำแหน่งหน้าต่างและแอปหลัก
  • คนที่ชินกับ Windows รุ่นเก่า ที่ “ตั้งแบบเดิมแล้วทำงานไวกว่า”

สิ่งที่ทำให้ดราม่าหนัก คือ Windows เคยทำได้มานานมาก แต่พอ Windows 11 มา ฟีเจอร์นี้กลับหายไปแบบไม่มีตัวเลือกทดแทน (นอกเหนือจากย้ายไอคอนซ้าย/กลาง ซึ่งคนละเรื่องกับย้ายตำแหน่งทั้งแถบ)


ทำไม Windows 11 ถึง “ทำไม่ได้” มาตลอด 5 ปี (เหตุผลที่ Microsoft เคยอธิบาย)

ถ้าย้อนกลับไปดูคำอธิบายที่สื่อสาย Windows สรุปจากการตอบคำถามของทีมผลิตภัณฑ์ แนวคิดหลัก ๆ คือ:

  1. taskbar ใหม่ของ Windows 11 ถูกสร้างใหม่จากศูนย์
    ทำให้โค้ด/สถาปัตยกรรมเดิมที่รองรับการย้ายตำแหน่งแบบ Windows 10 ไม่ได้ถูกยกมาทั้งชุด
  2. ย้ายไปซ้าย/ขวาแล้ว “ผลกระทบมันลาม”
    มีคำอธิบายเชิงเทคนิคว่า ถ้า taskbar อยู่ซ้ายหรือขวา แอปและ UI ต้อง “จัดวางใหม่” (reflow) เยอะมาก เพื่อให้ทุกอย่างแสดงผลสวยและไม่พังในทุกสเกลหน้าจอ ทุก DPI ทุกหลายจอ ฯลฯ ซึ่งเป็นงานใหญ่
  3. Microsoft เคยให้เหตุผลเชิง “ความสำคัญ/จำนวนผู้ใช้”
    มีสื่อรายงานในช่วงแรก ๆ ว่าทีมมองฟีเจอร์นี้ “ไม่สำคัญ” เมื่อเทียบกับงานอื่น และจำนวนผู้ใช้ที่ต้องการจริง ๆ อาจไม่มากพอให้ทุ่มทรัพยากร (เป็นคำอธิบายที่ยิ่งทำให้ผู้ใช้หัวร้อน เพราะใน Feedback Hub เรื่องนี้ถูกโหวตสูงมาก)

พูดง่าย ๆ คือ ก่อนหน้านี้ Microsoft มองว่า “งานใหญ่ แต่ได้ผลกับคนส่วนน้อย” จึงถูกดันลำดับความสำคัญออกไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความน่าหงุดหงิดบน Windows 11


แล้วตอนนี้ Microsoft เปลี่ยนท่าทีจริงไหม: บริบท “ปี 2026 จะเน้นแก้ pain points”

ข่าวเรื่อง taskbar กลับมา ถูกเล่าอยู่ในภาพใหญ่เดียวกัน คือ Microsoft กำลังพยายาม “เรียกความเชื่อใจของผู้ใช้กลับคืน” หลัง Windows 11 โดนตำหนิหนักเรื่องบั๊ก ความเสถียร และทิศทางที่ดูเหมือนเท AI จนลืมพื้นฐาน

The Verge รายงานว่า Pavan Davuluri ระบุในถ้อยแถลงว่า ปี 2026 ทีมจะโฟกัสการแก้ pain points ที่ผู้ใช้พูดซ้ำ ๆ โดยเน้นเรื่อง performance, reliability และประสบการณ์ใช้งานโดยรวม
และ Windows Latest ก็ชี้ว่าประเด็น taskbar (รวมถึงการย้ายตำแหน่ง) เป็นหนึ่งในเรื่องที่ถูกขอมากที่สุดและสะท้อนความอึดอัดของผู้ใช้สายจริงจังมาตลอด

ดังนั้น “ถ้า” Microsoft กำลังทำ taskbar ให้ย้ายได้จริง มันก็เข้ากับธีมใหญ่ของปี 2026 ที่บริษัทประกาศว่าจะกลับมาเน้นแก้สิ่งที่คนบ่นหนักที่สุด


จะมาเมื่อไหร่ และมาในรูปแบบไหน: ควรคาดหวังระดับไหน

ตามรายงานจาก Windows Central งานนี้อาจ “เผยช่วงหน้าร้อน” ถ้าแผนไม่เปลี่ยน
ถ้าทุกอย่างเดินตามแผน เราอาจได้เห็นความคืบหน้าในช่วง กลางปี 2026 (มิถุนายน–สิงหาคม 2026)

อย่างไรก็ตาม มี 3 อย่างที่ควรวางความคาดหวังให้พอดี:

  • นี่เป็น “รายงาน” ไม่ใช่ประกาศทางการ
  • Microsoft ยังไม่ตอบรับหรือยืนยันต่อสาธารณะในรายงานเดียวกัน
  • ต่อให้มีจริง ก็อาจเริ่มจากการทดสอบในวงจำกัด ก่อนค่อยปล่อยวงกว้าง

แล้ววันนี้ ทำได้หรือยัง: สถานะปัจจุบันของ Windows 11

ถ้าพูดให้ชัด ณ ตอนนี้ Windows 11 “โดยค่าเริ่มต้น” ยัง ไม่รองรับ การย้าย taskbar ไปด้านบน/ซ้าย/ขวา ในหน้า Settings แบบที่คนคุ้นจาก Windows 10 และรุ่นก่อนหน้า
ดังนั้น ข่าวนี้ถึงถูกจับตา เพราะมันคือการ “คืนฟีเจอร์” ที่หายไป ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นใหม่เล็ก ๆ


มุมมองเชิงสื่อ: ฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่อาจส่งผลใหญ่

บนกระดาษ “ย้าย taskbar ได้” ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ในเชิงความรู้สึกผู้ใช้ มันคือสัญญาณว่า Microsoft ยอมถอยจากแนวคิดเดิมบางอย่าง และเริ่มฟังเสียงคนใช้จริงมากขึ้น

ถ้าฟีเจอร์นี้มาพร้อม “ปรับขนาด taskbar ได้” แบบจริงจัง และทำได้เนียน ไม่พังกับหลายจอ/หลาย DPI ก็มีโอกาสเป็นหนึ่งในอัปเดตที่ช่วยลบคำว่า “Windows 11 ตัดฟีเจอร์มั่ว” ได้พอสมควร

แต่ในอีกด้าน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มระวังตัวมากขึ้น เพราะช่วงหลัง Windows 11 มีทั้งบั๊กหลุดบ่อย และฟีเจอร์ AI ที่หลายคนมองว่า “ยัดมาเกินจำเป็น” ดังนั้น เกมนี้คือ Microsoft ต้อง “ทำให้เห็น” มากกว่า “พูดให้สวย”

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Tips & Tricks

การแต่งหน้าจอ Desktop บน Windows 11 ช่วยแก้ปัญหาคนที่เบื่อกับหน้าจอเดสก์ทอปแบบเดิมๆ ธีมสีเดิม ที่ติดมากับระบบปฏิบัติการ ทีบางครั้งก็ดูเรียบง่ายเกินไป ไม่น่าตื่นเต้นการปรับแต่งภาพวอลเปเปอร์ แถบงาน (Taskbar) หน้าต่างโปรแกรม และวิตเจ็ตต่างๆ จึงกลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมของสายไอทียุคใหม่ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงาม ดูล้ำสมัย และน่าใช้งานมากยิ่งขึ้นแล้ว การจัดสรรองค์ประกอบหน้าจออย่างเป็นระเบียบยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงไฟล์งานและแอปพลิเคชันได้อีกด้วย ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวม 5 เครื่องมือสุดเด็ดที่จะมาช่วยเปลี่ยนโฉม Windows 11...

How to

อุปกรณ์ไอทีโดยเฉพาะโน้ตบุ๊คเมื่อใช้งานไปสักระยะแบตเตอรี่ก็ต้องเสื่อมสภาพแน่นอน แต่ถ้ารู้ว่าเราจะดูแลแก้ปัญหาและป้องกันโน๊ตบุ๊คแบตเสื่อมเร็วได้อย่างไรจะช่วยยืดอายุให้ของใช้เสื่อมสภาพช้าลง ซึ่งแนวทางการดูแลทั้งง่ายและเอาไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ได้หมด ตั้งแต่สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ตไปจนรถยนต์ EV ก็ใช้หลักการเดียวกัน ซึ่งถ้าทำจนเป็นนิสัยแล้วนอกจากช่วยยืดอายุแบตฯ ให้ยาวนานขึ้นไม่ต้องรีบส่งซ่อมแล้วถ้าจะส่งต่อให้คนใกล้ตัวก็ได้ วิธีการถนอมแบตเตอรี่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยพื้นฐานแล้วง่ายมาก แค่ระวังไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นร้อนไปและอย่าชาร์จเกินพอดีก็ช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ไปได้อีกพอควรนอกจากนี้ Windows และ macOS ในตอนนี้ก็ฝังระบบควบคุมการชาร์จไฟมาให้ในตัวระบบปฏิบัติการโดยตรง จึงทำงานได้เสถียรกว่าแอพฯ แยกซึ่งทำงานได้ไม่ดีเท่าแถมเปลืองพื้นที่ของไดรฟ์แถมทำงานเสถียรกว่ามาก นอกจากนี้ตัวระบบจะคอยตัดต่อการชาร์จไฟโดยอัตโนมัติว่าถ้าปริมาณไฟฟ้าในตัวแบตเตอรี่มาถึงจุดที่กำหนดก็จะเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าจากอะแดปเตอร์โดยตรงเพื่อเลี้ยงเครื่องแทนจึงไม่ต้องใช้ไปถอดสายชาร์จไปให้ยุ่งยากเหมือนในอดีตแล้ว Advertisement แก้ปัญหาและป้องกันโน๊ตบุ๊คแบตเสื่อมอย่างไรดี โน้ตบุ๊คของเราจะได้ใช้ได้นานๆ 7 วิธีแก้ปัญหาและป้องกันโน๊ตบุ๊คแบตเสื่อมเร็ว! 1....

รีวิว Asus

ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ราคา 209,990 บาท แรงไม่ต้องสืบ ทรงพลังจนไม่ง้อพีซี ฟีเจอร์มาครบเครื่องพร้อมใช้!! ASUS ROG Strix SCAR 18 G835LXG ถูกวางตำแหน่งเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับเรือธงรุ่นล่าสุดจากแผนก ROG “Republic Of Gamers” ให้เหนือกว่า...

PR-News

การทำงานสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ต้องใช้ทั้งความครีเอทีฟ และอุปกรณ์คุณภาพสูงในการประมวลผลกำลังเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่นิยมและน่าจับตามอง ซึ่งภายในงาน Commart Ultra Force ครั้งนี้ NVIDIA ได้นำประสบการณ์การทำงานจริงของแพล็ตฟอร์ม NVIDIA Studio มาถ่ายทอดผ่านกิจกรรมสาธิตบนเวทีและพื้นที่จัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นว่า AI Workflow สามารถเกิดขึ้นได้บนเครื่องพีซีที่วางอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเดสก์ท็อปหรือแล็ปท็อปที่ใช้ GeForce RTX 50 Series GPU และทำงานบน Windows...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก