Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Microsoft ปล่อย Edge เวอร์ชัน 144.0.3719.115 แก้บั๊กกิน CPU จนเครื่องร้อนบน macOS

Microsoft Edge

Microsoft ปล่อยอัปเดต Edge 144 เวอร์ชัน 144.0.3719.115 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อแก้บั๊กบน macOS ที่ทำให้ Edge “กิน CPU จนเต็ม 1 คอร์” ได้ภายใต้บางเงื่อนไข ซึ่งเป็นอาการที่ผู้ใช้หลายคนบ่นว่าเครื่องร้อนขึ้นผิดปกติ พัดลมทำงานถี่ และแบตเตอรี่ไหลเร็วกว่าปกติ แม้ใช้งานแค่ “เปิดเว็บทั่วไป” ก็ตาม


Edge 144.0.3719.115 แก้บั๊กอะไรบน macOS

ในบันทึกการเปลี่ยนแปลงของช่องทาง Stable, Microsoft ระบุชัดว่าเวอร์ชัน 144.0.3719.115 ได้ “แก้ปัญหาบน macOS ที่ทำให้ Edge ใช้งาน CPU จนเต็มหนึ่งคอร์ภายใต้บางเงื่อนไข”

Advertisement

ประเด็นสำคัญคือ “เต็มหนึ่งคอร์” นี่แหละที่ทำให้หลายเครื่องร้อนขึ้น เพราะต่อให้เป็นแค่คอร์เดียว แต่ถ้าถูกใช้งานต่อเนื่องนาน ๆ บนโน้ตบุ๊ก ก็มีผลต่ออุณหภูมิ พัดลม และการใช้พลังงานทันที


อาการที่คนใช้ Mac เจอ: ร้อน พัดลมดัง แบตไหล

ก่อนหน้าการแก้ไข ผู้ใช้จำนวนหนึ่งรายงานว่า Edge มีอาการใช้ CPU สูงผิดปกติ จนเกิดผลกระทบแบบจับต้องได้ เช่น พัดลมเริ่มทำงานแม้โหลดงานเบา ๆ และแบตเตอรี่ลดเร็ว

  • บน Microsoft Q&A มีผู้ใช้ (รวมถึงผู้ตั้งคำถาม) ระบุว่าใช้งานไม่หนัก แต่ CPU ขึ้น 100% บน Mac และกระทู้นี้มีคนกด “มีคำถามเดียวกัน” ถึง 23 โหวต ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้เกิดกับคนเดียว
  • ฝั่ง Reddit ก็มีโพสต์แจ้งเตือนว่าอัปเดต 144.0.3719.115 ทำให้การกิน CPU ลดลงอย่างชัดเจน และเครื่อง “เย็นลง” หลังอัปเดต

หมายเหตุเล็กน้อย: บน macOS การแสดง “CPU 100%” ในหลายหน้าจอ/เครื่องมือ มักหมายถึง “เต็ม 1 คอร์” ไม่ได้แปลว่าใช้ทุกคอร์พร้อมกัน แต่ต่อให้เป็นแค่ 1 คอร์ ก็ยังทำให้เครื่องร้อนและกินแบตได้ถ้าเป็นต่อเนื่อง


ทำไมคนถึงบ่นว่า “รู้ตั้งแต่ช่วงทดสอบ แต่หลุดมาถึง Stable”

จุดที่ทำให้ข่าวนี้ถูกพูดถึงเยอะ คือมีรายงานในช่วงรุ่นทดสอบ (Insider: Canary/Dev/Beta) มาก่อนแล้ว

บน Reddit มีผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์แจ้งปัญหา “High CPU” บน Edge Insider สำหรับ macOS โดยระบุว่าเจอมาหลายเดือน มีอาการ CPU พุ่งหลังเปิดทิ้งไว้หลายชั่วโมง พร้อมบอกผลกระทบเรื่องพัดลมและแบตเตอรี่ และยังตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับระบบ Sync ด้วย

เมื่อเทียบไทม์ไลน์กับฝั่ง Stable:

  • รายงานบน Insider ถูกพูดถึงก่อน
  • แต่บั๊กกลับไปปรากฏกับผู้ใช้ Stable ในช่วงปลายมกราคม (มีคนรายงานบน 144.0.3719.82/92/104)
  • และเพิ่งมีการ “ปิดงาน” แบบชัด ๆ ในบันทึกการอัปเดตวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026

วิธีเช็กว่า Edge กำลังกิน CPU ผิดปกติหรือไม่

ถ้าสงสัยว่าเครื่องคุณเจอบั๊กแนวนี้หรือเปล่า เช็กได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. เปิด Activity Monitor (ตัวตรวจสอบการทำงานของระบบบน macOS)
  2. ไปที่แท็บ CPU
  3. ดูรายการ “Microsoft Edge” และ/หรือ “Microsoft Edge Helper”
  4. ถ้าเห็นการใช้ CPU สูงผิดปกติ “ค้างนาน” ทั้งที่เปิดเว็บทั่วไป หรือแทบไม่ได้ทำอะไร นั่นคือสัญญาณชัด

ทริก: ลองปิดแท็บทั้งหมดแล้วดูว่าค่า CPU ลดลงหรือไม่ ถ้าไม่ลด หรือกลับมาสูงอีกโดยไม่มีงานหนัก อาจเข้าข่ายอาการที่หลายคนเจอ


วิธีอัปเดต Edge ให้เป็นเวอร์ชันที่แก้แล้ว

เป้าหมายคืออัปเดตให้ได้อย่างน้อย 144.0.3719.115 (หรือใหม่กว่า)

  • ไปที่เมนูจุดสามจุด → HelpAbout Microsoft Edge (หรือ Settings → About)
  • ระบบจะตรวจสอบและดาวน์โหลดอัปเดตให้เอง จากนั้นรีสตาร์ทบราวเซอร์

มีจุดที่ควรรู้: Microsoft ระบุว่าอัปเดตในช่องทาง Stable มัก “ทยอยปล่อย” ภายใน 1–หลายวัน ไม่ได้ลงพร้อมกันทุกเครื่องทันที
ดังนั้นถ้าเครื่องคุณยังไม่เห็น 144.0.3719.115 ในทันที อาจต้องรอสั้น ๆ แล้วกดเช็กใหม่ (ฝั่ง Reddit ก็มีคนบอกว่าเครื่องตนเองได้อัปเดตในวันถัดมา)


ถ้ายังเจออยู่: วิธีแก้ชั่วคราวที่ทำได้ทันที

ถ้าอัปเดตแล้วแต่ยังไม่หาย (หรือยังอัปเดตไม่ถึง) มีทางแก้ชั่วคราวที่ผู้ใช้หลายคนลองแล้ว “ช่วยได้บางกรณี”

1) ปิด Hardware Acceleration ชั่วคราว

ใน Microsoft Q&A มีคำตอบที่ระบุว่า “ปิด Use graphics acceleration when available” แล้วอาการดีขึ้น (อย่างน้อยชั่วคราว) โดยผู้ตอบคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับโปรเซสฝั่ง GPU/WindowServer

เส้นทาง: Settings → System and performance → ปิด Use graphics acceleration when available → รีสตาร์ท Edge

2) รีสตาร์ท Edge แบบเร็ว

ลองพิมพ์ edge://restart ในแถบ URL เพื่อรีสตาร์ทบราวเซอร์แบบเร็ว (ช่วยในเคสที่อาการค้างสะสมหลังเปิดทิ้งไว้นาน)

3) ลองปิด/เปิด Sync หรือส่วนเสริม (Extensions) เพื่อคัดกรองสาเหตุ

ในโพสต์รายงานบั๊กบน Insider มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาการอาจถูกกระตุ้นเมื่อเปิด Sync บนโปรไฟล์ใหม่ ๆ ด้วย
แปลว่า ถ้าคุณใช้หลายโปรไฟล์หรือเปิด Sync หนัก ๆ ลองปิดชั่วคราวเพื่อดูว่า CPU ลดลงหรือไม่ (ทำเพื่อทดสอบ ไม่ใช่คำตอบถาวร)


สรุปการเปลี่ยนแปลงใน Edge 144 รุ่นย่อยก่อนหน้า (เผื่อทีม IT/องค์กร)

แม้ประเด็นหลักคือบั๊กบน macOS แต่ในช่วง Edge 144 รุ่นย่อยก่อนหน้า ก็มีอัปเดตหลายจุดที่องค์กรอาจสนใจเช่นกัน

  • 144.0.3719.104 (29 ม.ค. 2026) เพิ่มการจัดการนโยบายแบบ cross-platform ใน Edge management service ครอบคลุม macOS/iOS/Android และแก้ปัญหา Conditional Access บางกรณี
  • 144.0.3719.92 (23 ม.ค. 2026) แก้ปัญหาการเรนเดอร์ที่กระทบ SAP GUI ที่อิง WebView2
  • 144.0.3719.82 (16 ม.ค. 2026) ประกาศเรื่อง WebGL backend ใหม่: เปลี่ยนไปใช้ WARP บน Windows ที่ไม่มี GPU จริง แทน SwiftShader พร้อมระบุว่ามี policy ชั่วคราวสำหรับเลื่อนการเลิกใช้ SwiftShader

สรุปสั้น ๆ

  • Microsoft แก้บั๊ก Edge 144 บน macOS ที่ทำให้กิน CPU เต็ม 1 คอร์แล้วใน 144.0.3719.115 (ปล่อย 5 ก.พ. 2026)
  • อาการหลักคือเครื่องร้อน พัดลมดัง แบตไหล แม้ใช้งานเบา ๆ และมีผู้ใช้รายงานจำนวนมากในชุมชน
  • ถ้ายังเจอปัญหา ลองอัปเดตให้ถึงเวอร์ชันดังกล่าว และใช้ทางแก้ชั่วคราวอย่าง “ปิด Hardware Acceleration” เพื่อทดสอบก่อน

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ใครที่กำลังรอให้ Windows 11 เปิดใช้ Smart App Control ได้แบบไม่ต้องลงระบบใหม่ ตอนนี้คงต้องรอต่อไปอีกสักพัก เพราะ Microsoft ยืนยันแล้วว่าแนวทางดังกล่าวยังไม่ถูกปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานจริงในตอนนี้ ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องที่หลายคนสับสนพอสมควร เพราะก่อนหน้านี้ Microsoft เคยทดสอบการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิด Smart App Control ได้โดยไม่ต้องทำการติดตั้งระบบใหม่ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า clean install แต่ล่าสุดรายละเอียดดังกล่าวถูกถอดออกจากเอกสารอัปเดตอย่างเป็นทางการแล้ว...

IT NEWS

Windows 11 กำลังได้อัปเดตด้านเสียงที่มีประโยชน์มากขึ้นสำหรับคนที่ชอบดูหนัง ฟังเพลง หรือใช้งานร่วมกันบนเครื่องเดียว เพราะ Microsoft กำลังปรับปรุงฟีเจอร์ Shared Audio ให้ใช้งานสะดวกกว่าเดิม จุดสำคัญของรอบนี้คือผู้ใช้แต่ละคนสามารถปรับระดับเสียงของหูฟังตัวเองได้แยกกันแล้ว ไม่ต้องใช้ความดังเท่ากันทั้งสองฝั่งเหมือนช่วงแรกที่เริ่มเปิดทดสอบ ฟีเจอร์แบบนี้หลายคนน่าจะคุ้นจากฝั่งแท็บเล็ตหรืออุปกรณ์พกพาอยู่แล้ว แต่พอมาอยู่บน Windows 11 มันก็มีประโยชน์ในชีวิตจริงไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูหนังกับเพื่อนบนโน้ตบุ๊กเครื่องเดียว ฟังเพลงด้วยกันโดยไม่ต้องเปิดลำโพง หรือใช้งานในที่ที่ไม่อยากรบกวนคนรอบข้าง จุดนี้ทำให้เห็นว่า Microsoft กำลังค่อย...

Buyer's Guide

สมรรถนะของโน้ตบุ๊กเล่นเกมในแต่ละปีจะยิ่งดีและมีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นและใช้ทำงานหนักได้ดีกว่าเดิมมากและไม่ยุ่งยากเพราะทุกอย่างถูกรวมเอาไว้เป็นชิ้นเดียวกันแล้ว เจ้าของแค่เปิดเครื่องกับล็อคอินให้เสร็จก็ดาวน์โหลดเกมมาเล่นได้ทันที พอต่อหน้าจอแยกกับเกมมิ่งเกียร์เพิ่มเข้าไปก็ใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้ไม่ต่างจากเกมมิ่งพีซีเลย แต่ได้เปรียบตรงที่อยากพกไปไหนก็เก็บเครื่องกับอะแดปเตอร์ใส่กระเป๋าเป้แล้วหิ้วไปได้เลย แถมกินพื้นที่น้อยเหมาะกับหอพักหรือคอนโดมิเนียมอย่างมาก เรื่องสเปคของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คในปัจจุบันถ้ามีงบประมาณราว 40,000~60,000 บาท พอกับงบประกอบเกมมิ่งพีซีสักเครื่องก็จะได้เครื่องสเปคแรงพอให้เล่นเกมบนความละเอียด 1440p แล้ว และใช้ Upscaling กับ Frame Generation เสริมเข้าไปก็เล่นบนความละเอียด 2160p ได้สบายมาก ถ้าสังเกตจะเห็นว่าโน้ตบุ๊กเล่นเกมระดับราคานี้มีเกินสเปคขั้นต่ำของเกมชั้นนำในปัจจุบันไปไกลมากแล้วและอาจจะแรงพอให้เล่นได้ไหลลื่นไปอีก 3~4 ปีได้ไม่ยากเลย Advertisement เลือกโน้ตบุ๊กเล่นเกมยังไงให้โดนใจ?...

IT NEWS

ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มีข่าวและการแชร์ต่อกันค่อนข้างแรงว่า Microsoft กำลังจะ “เลิกซัพพอร์ต” ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์รุ่นเก่าบน Windows 11 โดยอ้างอิงข้อความจากหน้า Windows Roadmap ที่ระบุทำนองว่า ตั้งแต่มกราคม 2026 เป็นต้นไป Windows จะไม่รองรับไดรเวอร์แบบ V3 และ V4 แล้ว พอประโยคมันชวนเข้าใจไปทางเดียว คนจำนวนมากก็เลยตีความต่อทันทีว่า...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก