Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Google ปิดช่องโหว่ “เล่นวิดีโอเบื้องหลัง” บนเบราว์เซอร์มือถือ โดยให้ฟีเจอร์นี้เป็นสิทธิ์ของ YouTube Premium เท่านั้น

YouTube Premium

ช่วงที่ผ่านมา “การพยายามใช้งานฟีเจอร์แบบพรีเมียมโดยไม่จ่ายเงิน” กลายเป็นเกมไล่จับหนูในโลกออนไลน์แบบไม่เป็นทางการอยู่ตลอด—ฝั่ง Google ล็อกฟีเจอร์ไว้หลัง paywall ส่วนผู้ใช้สายปรับแต่งก็หาวิธีอ้อมผ่านได้เรื่อย ๆ และเมื่อมีช่องโหว่ใหม่ โดนปิด ก็วนลูปเดิมอีกครั้ง

รอบล่าสุดคือ “การเล่นวิดีโอเบื้องหลัง (background playback)” ที่ปกติเป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักของ YouTube Premium แต่ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้จำนวนมากอาศัยการเปิด YouTube ผ่านเบราว์เซอร์มือถือบางตัว (รวมถึงเบราว์เซอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยืดหยุ่นหรือมีระบบบล็อกโฆษณาในตัว) เพื่อทำให้วิดีโอเล่นต่อได้แม้ออกจากหน้าเว็บหรือดับหน้าจอ

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงต้นกุมภาพันธ์ 2026 มีรายงานตรงกันว่า “พฤติกรรมนี้เริ่มถูกบล็อก” และวิดีโอจะหยุดทันทีเมื่อออกจากเบราว์เซอร์หรือล็อกหน้าจอ


เกิดอะไรขึ้น: เบราว์เซอร์ภายนอกเริ่ม “เล่นต่อไม่ได้” ทันทีที่ออกจากหน้าเว็บ

สัญญาณแรก ๆ มาจากผู้ใช้บางกลุ่มที่เปิดดูวิดีโอผ่านเบราว์เซอร์มือถือ (เช่น Samsung Internet หรือเบราว์เซอร์ทางเลือกอื่น ๆ) แล้วพบว่าเมื่อดับหน้าจอหรือสลับแอป วิดีโอหยุดเล่น และบางกรณีแถบควบคุมสื่อบนล็อกสกรีนก็หายไป ทำให้กลับมาเล่นต่อแบบเบื้องหลังไม่ได้เหมือนเดิม

หลังจากนั้นกระแสขยายไปถึงเบราว์เซอร์ยอดนิยมอื่น ๆ บนมือถือ เช่น Brave, Vivaldi และ Microsoft Edge โดยมีรายงานว่าการเล่นเบื้องหลังที่เคยทำได้ “ไม่ว่าจะตั้งใจหรือเป็นผลข้างเคียงจากช่องโหว่” ตอนนี้ถูกปิดไปแล้ว


Google ยืนยันเอง: ฟีเจอร์เล่นเบื้องหลัง “ตั้งใจให้เป็นสิทธิ์ของสมาชิก”

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่ผู้ใช้คาดเดากันเอง เพราะมีสื่อหลายเจ้าอ้างคำยืนยันจากโฆษกของ Google ที่ระบุชัดว่า background playback เป็นฟีเจอร์ที่ตั้งใจให้เป็นสิทธิ์ของสมาชิก และที่ผ่านมา “บางสถานการณ์” บน mobile web browser อาจทำให้ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกเข้าถึงได้ แต่ตอนนี้ได้ “อัปเดตประสบการณ์ใช้งานเพื่อให้สม่ำเสมอในทุกแพลตฟอร์ม” แล้ว

แปลให้เข้าใจง่ายก็คือ: ถ้าฟีเจอร์นี้ควรอยู่ในแพ็กเกจแบบเสียเงิน ก็ต้องทำให้พฤติกรรมบนทุกช่องทาง “ไม่หลุด” ไปให้คนใช้ฟรีได้ง่าย ๆ อีกต่อไป


ทำไมบางคนที่ “จ่าย Premium” ก็โดนผลกระทบ?

จุดที่ทำให้ผู้ใช้บางส่วนงงคือ มีรายงานว่าคนที่เป็นสมาชิกก็เจออาการเล่นเบื้องหลังผ่าน “เว็บบนเบราว์เซอร์” ไม่ได้เช่นกัน (ทั้งบน iOS/Android) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า Google เลือก “บังคับกติกาแบบเข้ม” ด้วยการคุมพฤติกรรมบนช่องทางเว็บให้เหมือนกันหมด เพื่อกันช่องโหว่และลดความกำกวมเรื่องสิทธิ์การใช้งาน

อีกมุมหนึ่งคือ Google อาจต้องการให้ “ประสบการณ์ของ Premium” ไปอยู่ในเส้นทางที่ควบคุมได้ดีที่สุด เช่น แอปทางการ มากกว่าการเปิดผ่านเบราว์เซอร์ที่มีตัวแปรเยอะ (ปลั๊กอิน, โหมดบล็อกสคริปต์, การสลับ user-agent ฯลฯ)


iPhone + Safari ยังมี “พฤติกรรมกึ่ง ๆ” ให้เล่นต่อได้ (แต่ไม่ใช่คำตอบถาวร)

จากการทดสอบที่ถูกเล่าต่อในรายงานหนึ่ง: เมื่อเปิดวิดีโอใน Safari บน iPhone แล้วออกไปหน้าโฮม วิดีโอหยุด แต่ถ้าล็อกหน้าจอขณะยังอยู่ใน Safari ระบบอาจยังโชว์แถบควบคุมบนล็อกสกรีน และสามารถกดเล่นต่อจากตรงนั้นได้ ทำให้เสียง/วิดีโอเล่นต่อแม้อยู่นอก Safari (ลักษณะเหมือน “ยังหลุดอยู่บางจังหวะ”)

อย่างไรก็ตาม นี่ควรมองเป็น “พฤติกรรมตกค้าง/ผลข้างเคียง” มากกว่าจะเป็นวิธีใช้งานที่รับประกันได้ เพราะถ้าฝั่งแพลตฟอร์มตั้งใจไล่ปิดความไม่สม่ำเสมอจริง ช่องทางนี้มีโอกาสถูกอัปเดตปิดตามมาได้ตลอด


แล้วคนที่เคยใช้ “วิธีอ้อม” จะทำยังไงต่อ?

ในระยะสั้น คำตอบที่ตรงที่สุดคือ “ต้องยอมรับว่าช่องโหว่ถูกปิดลงแล้ว” โดยเฉพาะฝั่งผู้ใช้ฟรีที่เคยหวัง background playback ผ่านเบราว์เซอร์มือถือ

ในระยะกลาง มีรายงานว่าบางชุมชนผู้ใช้พยายามหาทางปรับตั้งค่าบางอย่างเพื่อให้กลับมาเล่นต่อได้ หรือบางเบราว์เซอร์อาจมีการอัปเดตเพื่อหลบพฤติกรรมบล็อกใหม่ ๆ
แต่ในมุมงานข่าว/ผู้ใช้งานทั่วไป ประเด็นสำคัญคือ “เกมนี้จะไล่ปิด-ไล่หลบกันต่อไป” และผู้ใช้ควรคาดหวังความเสถียรจากวิธีอ้อมเหล่านี้ให้น้อยที่สุด


สรุปผลกระทบแบบชัด ๆ: ใครเจออะไรบ้าง

  • ผู้ใช้ฟรี: แนวโน้มชัดว่า background playback ผ่านเบราว์เซอร์มือถือทำได้ยากขึ้นหรือแทบทำไม่ได้เหมือนเดิม
  • สมาชิก YouTube Premium: ถ้าใช้งานผ่าน “แอปทางการ” โดยทั่วไปไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ถ้าเคยใช้ผ่าน “เว็บบนเบราว์เซอร์” ก็อาจเจอพฤติกรรมไม่เล่นต่อในบางเครื่อง/บางสถานการณ์
  • เบราว์เซอร์ที่ได้รับการพูดถึงบ่อย: Brave, Vivaldi, Microsoft Edge และ Samsung Internet ถูกยกชื่อในรายงานหลายแหล่ง

มองให้ไกลกว่าดราม่า: ทำไม Google ต้อง “ทำให้สม่ำเสมอ” ตอนนี้

ถ้าดูจากถ้อยแถลงของ Google ประโยคสำคัญคือ “ensure consistency across all our platforms” หรือการทำให้ประสบการณ์ใช้งานสม่ำเสมอทุกแพลตฟอร์ม
แปลเป็นภาษาคนคือ ถ้าบนแอปล็อกไว้ แต่บนเว็บหลุดได้ ผู้ใช้จะรู้สึกว่า “มันไม่แฟร์/มันควรทำได้ทุกที่” และสุดท้ายจะกลายเป็นแรงกดดันให้ Google ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เลือกทาง “ล็อกให้แน่น” มากกว่า “ปล่อยให้ทำได้”


สรุป

การปิดช่องโหว่รอบนี้สะท้อนว่า Google เอาจริงกับการกันฟีเจอร์ของ YouTube Premium ให้เป็นสิทธิ์ของสมาชิกมากขึ้น และพยายามทำให้พฤติกรรมบน “เว็บในเบราว์เซอร์” ไม่กลายเป็นทางลัดของผู้ใช้ฟรีอีกต่อไป

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ถ้าต้องการความเสถียรและใช้งานแบบไม่ต้องลุ้นว่า “พรุ่งนี้จะโดนปิดไหม” ทางเลือกที่ชัดที่สุดยังเป็นการใช้งานผ่านแอปทางการและแพ็กเกจสมาชิกที่ถูกต้อง ส่วนวิธีอ้อมต่าง ๆ ต่อให้มีคนทำได้เป็นช่วง ๆ ก็มักอยู่ได้ไม่นานในเกมไล่จับหนูแบบนี้

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ผู้ใช้ Android โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เครื่องราคาประหยัด หรือแบรนด์ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ ควรระวังข่าวนี้เป็นพิเศษ เพราะ Kaspersky เปิดเผยการค้นพบมัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ Keenadu ที่มีความอันตรายสูง และบางกรณีสามารถมาแบบ “ติดเครื่องตั้งแต่แกะกล่อง” ได้เลย ผ่านการฝังตัวในเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ (pre-installed malware) ไม่ใช่แค่ติดจากการลงแอปเองภายหลังเท่านั้น จุดที่น่ากังวลคือ Keenadu ไม่ได้เป็นเพียง adware ธรรมดา แม้ปัจจุบัน Kaspersky...

IT NEWS

ASML กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของวงการเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง หลัง Reuters รายงานเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า ASML สามารถพัฒนาแนวทางเพิ่มกำลังของแหล่งกำเนิดแสง EUV จากระดับประมาณ 600 วัตต์ ไปสู่ 1,000 วัตต์ (1 กิโลวัตต์) ได้ ภายใต้เงื่อนไขการทำงานที่ใช้งานจริงระดับลูกค้าโรงงานผลิตชิป ไม่ใช่แค่การสาธิตระยะสั้นในแล็บเท่านั้น ประเด็นนี้สำคัญมาก...

IT NEWS

มีประเด็นถกเถียงในสาย privacy หลังบัญชี Microsoft Edge บน X ออกมาโปรโมต Edge Secure Network ว่าเป็น “VPN ฟรี” ในตัวเบราว์เซอร์ ใช้ได้เลยไม่ต้องติดตั้งแอปหรือสมัครสมาชิกเพิ่ม ไม่นานหลังโพสต์ดังกล่าว Sooraj Sathyanarayanan (นักวิจัยด้านความเป็นส่วนตัว และทำงานอยู่กับ Brave) ออกมาวิพากษ์แบบตรง ๆ...

IT NEWS

ถ้าคุณเป็นสายดูแลระบบ หรือ ทำงานฝั่ง IT admin ในองค์กร น่าจะคุ้นกับไฟล์ registry.pol กันดี เพราะนี่คือไฟล์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการ “แปลง” การตั้งค่า Group Policy (GPO) ไปเป็นค่าใน Registry เพื่อให้เครื่องในองค์กรบังคับใช้นโยบายได้จริง โดยเฉพาะนโยบายที่มาจาก Administrative Templates (ADMX/ADML) ซึ่งเป็นหมวดที่เจอบ่อยที่สุดในโลกงานองค์กร ปัญหาคือ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก