
Radeon อาจขึ้นราคาอีกเมื่อไหร่ และเกิดจากอะไร
รายงานจากฝั่งช่องทางจัดจำหน่ายในจีนที่ถูกหยิบมาอ้างอิงโดยสื่อหลายแห่ง ระบุว่าผู้ผลิตการ์ดจอ (AIB partners) ที่ทำรุ่น Radeon อาจมีการปรับ “ต้นทุน” ขึ้นอีกรอบในช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2026 หลังจากเดือนมกราคมที่ผ่านมาเพิ่งมีการขยับต้นทุนไปแล้วประมาณ 5-10% ในหลายโมเดล
จุดที่ต้องทำความเข้าใจก่อนคือ ข่าวชุดนี้พูดถึง “ต้นทุนฝั่งต้นน้ำ/หน้าช่องทาง” ไม่ใช่ราคาหน้าร้านโดยตรง แต่ในโลกจริงเมื่อ AIB ปรับต้นทุน ร้านค้าหรือดิสทริบิวเตอร์ก็มีโอกาสสะท้อนเป็นราคาขายปลีกในท้ายที่สุด โดยจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสต็อกที่ค้างอยู่และนโยบายแต่ละร้าน
รอบแรกเดือนมกราคม 2026 ขึ้นแล้วเท่าไหร่ และรอบสองคาดเป็นรูปแบบไหน
จากรายงานเดียวกันระบุว่า เดือนมกราคม 2026 มีการปรับต้นทุนขึ้นไปราว 5-10% และทำให้ฝั่งผู้จัดจำหน่ายบางส่วน “เร่งสต็อก” เพื่อกันความเสี่ยงต้นทุนรอบถัดไป
ส่วนรอบที่กำลังถูกพูดถึง (ก.พ.-มี.ค. 2026) ยังไม่มีตัวเลขชัดเจนว่าเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์ แต่มีการคาดการณ์ว่ามีโอกาสเป็นการขยับแบบ “เป็นขั้น ๆ” คล้ายรอบแรก หรืออย่างน้อยยังอยู่ในกรอบการปรับแบบค่อย ๆ ไล่ระดับ ไม่ใช่กระโดดทีเดียวแรง ๆ
ในรายงานที่ถูกแชร์ต่อกันยังมีประเด็นสำคัญอีกข้อ คือแนวทางของผู้ผลิตบางรายอาจพยายาม “ไล่ระดับต้นทุนให้ใกล้การ์ดระดับเดียวกันของ NVIDIA” มากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าคู่แข่งในตลาดเองก็อยู่ในภาวะราคาตึงตัวและหลุด MSRP กันพอสมควร
ทำไม DRAM ถึงกลายเป็นตัวแปรหลักที่ดันราคา GPU
หลายคนมองว่าการ์ดจอแพงเพราะตัว GPU อย่างเดียว แต่ความจริง “VRAM” และชิ้นส่วนรอบบอร์ดก็เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเมมโมรีตึงตัว
จุดที่น่าสนใจคือ Reuters รายงานว่า TrendForce ปรับคาดการณ์ราคา DRAM แบบสัญญา (contract) ในไตรมาส 1/2026 ว่าอาจพุ่งขึ้นถึง 90-95% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากแรงดีมานด์ฝั่ง AI และ data center ที่ยังดูดซัพพลายต่อเนื่อง
ต้องเน้นให้ชัด: ข่าว TrendForce/Reuters พูดถึง “DRAM โดยรวม” ไม่ได้ระบุว่า VRAM (เช่น GDDR) จะขึ้นตามตัวเลขเดียวกันแบบตรง ๆ แต่สิ่งที่มันสะท้อนคือ “บรรยากาศซัพพลายเมมโมรีตึง” และผู้ผลิตมีอำนาจต่อรองราคามากขึ้น ซึ่งสุดท้ายอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับเมมโมรีใน ecosystem ทั้งหมด รวมถึงต้นทุนของการ์ดจอด้วย
พูดแบบคนซื้อเข้าใจง่าย: ถ้าต้นทุนเมมโมรีขึ้น โรงงานและ AIB ก็มีแรงจูงใจจะขยับต้นทุนการ์ดจอเพื่อรักษามาร์จิน และเมื่อทุกค่ายเจอสภาพแวดล้อมต้นทุนคล้ายกัน ราคาในตลาดก็มีแนวโน้ม “ขยับพร้อมกัน” มากกว่าจะมีค่ายใดค่ายหนึ่งลดราคาแรง ๆ ได้ต่อเนื่อง
ทำไมผู้ผลิต Radeon อาจตั้งราคาให้ใกล้ NVIDIA มากขึ้น
ในภาวะปกติ Radeon มักถูกมองว่าเป็นตัวเลือกคุ้มค่า แข่งด้วยราคา แต่ช่วงที่ตลาดอยู่ในวิกฤตซัพพลาย เมมโมรีและชิ้นส่วนแพงขึ้น ผู้ผลิตหลายแบรนด์ก็ต้องคิดเรื่อง “ความอยู่รอดของช่องทาง” มากขึ้น
Tom’s Hardware เคยยกมุมมองผู้เล่นในอุตสาหกรรมว่าปัญหาซัพพลายและต้นทุนชิ้นส่วนสามารถกระทบต่อผู้ผลิต/ดิสทริบิวเตอร์ได้แรง จนทำให้การทำกำไรยากขึ้น และสุดท้ายราคาปลายทางมีโอกาสไหลขึ้นต่อ
เมื่อเอาสองเรื่องมารวมกัน (ต้นทุนเพิ่ม + ตลาดคู่แข่งราคาหลุด MSRP) ภาพที่เป็นไปได้คือแบรนด์ AIB บางรายจะพยายามตั้งราคา Radeon ให้ “ชนระดับ” กับการ์ด NVIDIA ที่เทียบกันในตลาด เพื่อรักษามาร์จินและไม่ทำให้ตัวเองถูกบีบจากต้นทุน
ราคาไทย: ถ้าขึ้น 5-10% มันแปลว่าเท่าไหร่ในชีวิตจริง
เพื่อให้เห็นภาพ ผมขอแปลงเป็นตัวอย่างแบบ “ช่วงราคา” (ไม่ผูกกับรุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพราะข่าวไม่ได้ระบุโมเดลชัดเจน)
ค่าเงินอ้างอิง ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026: 1 USD ประมาณ 31.505 บาท
- ถ้าเกิดกรณีที่บางสื่อยกตัวอย่างการขยับระดับ “40 ดอลลาร์”
40 USD ≈ 1,260 บาท (40 × 31.505) - ถ้าการ์ดจอราคาไทยอยู่ช่วง 15,000 บาท แล้วขึ้น 5-10%
จะเพิ่มราว 750–1,500 บาท (เป็นตัวอย่างทางคณิตศาสตร์เพื่อให้เห็นสเกล) - ถ้าการ์ดจอราคาไทยอยู่ช่วง 25,000 บาท แล้วขึ้น 5-10%
จะเพิ่มราว 1,250–2,500 บาท
สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยคือ “ไม่ขึ้นบนป้าย” แต่จะเห็นเป็นรูปแบบอื่นแทน เช่น โปรลดน้อยลง ของแถมหาย หรือร้านเริ่มตั้งราคาตัวท็อปให้ชันขึ้น
ผลกระทบต่อผู้ซื้อ: ควรทำอะไรในช่วงก.พ.-มี.ค. 2026
ถ้าคุณกำลังเล็ง Radeon อยู่พอดี ช่วงนี้มี 3 เรื่องที่ควรจับตาเป็นพิเศษ
1) จังหวะสต็อกเก่า vs ล็อตใหม่
ข่าวพูดถึงการขยับ “ต้นทุน” ทำให้มีโอกาสที่ร้านหรือดิสทริบิวเตอร์จะเร่งสต็อกไว้ก่อน ดังนั้นในตลาดอาจเกิดภาพ “ของยังมี แต่ราคาไม่ได้ถูกลง” หรือ “ของมีแต่โปรหาย” เพราะทุกคนกำลังรอรอบปรับต้นทุน
2) ดูราคาแบบเทียบรุ่น ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขล้วน ๆ
ถ้ากลยุทธ์คือทำราคาให้ใกล้ NVIDIA มากขึ้น การตัดสินใจซื้อควรเทียบเป็น “รุ่นชนรุ่น” และดูปัจจัยที่เกี่ยวกับการใช้งานจริง เช่น VRAM, ประสิทธิภาพต่อวัตต์, ระบบระบายความร้อน, ประกันศูนย์ในไทย และความนิ่งของไดรเวอร์ในเกมที่คุณเล่น
3) ถ้าไม่รีบ ใช้แผน “รอดู 2 รอบราคา”
ในช่วงที่ข่าวชี้ว่ามีความเสี่ยงขึ้นราคา 2 ช่วง (เดือนมกราคมเพิ่งขึ้น และอาจมีรอบ ก.พ.-มี.ค.) วิธีที่ปลอดภัยคือดูราคาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หากราคาเริ่มขยับเป็นแนวโน้มจริง คุณจะตัดสินใจง่ายขึ้นว่า “ซื้อเลย” หรือ “รอโปรใหญ่/รอของเข้า”
สรุป: Radeon ยังน่าซื้อไหม ถ้าราคาเริ่มไล่ตามตลาด
คำตอบคือ “ยังตอบไม่ได้แบบฟันธง” เพราะข่าวนี้เป็นการชี้ทิศทางจากฝั่งซัพพลายเชน ไม่ใช่ประกาศราคาทางการ และตัวเลขการขึ้นรอบสองยังไม่ชัด
แต่สิ่งที่ค่อนข้างชัดคือ ภาวะเมมโมรีตึงตัวในไตรมาส 1/2026 ถูกประเมินว่ารุนแรงขึ้นจากดีมานด์ AI/data center และมีโอกาสกดดันต้นทุนอุปกรณ์ไอทีต่อเนื่อง
ถ้าคุณเป็นคนที่ “ต้องซื้อการ์ดจอในช่วงนี้” ข้อแนะนำที่ช่วยลดความเสี่ยงที่สุดคือ
- ตั้งงบเผื่อ 5-10% ไว้ก่อน
- เลือกซื้อจากร้าน/ช่องทางที่มีประกันศูนย์ชัดเจน
- ติดตามราคาเป็นช่วง ๆ ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2026 เพราะเป็นกรอบเวลาที่รายงานชี้ว่าอาจเริ่มมีผล
ที่มา: wccftech





