Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

คณะลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสิน Linwei Ding อดีตวิศวกร Google ผิดคดีขโมยความลับ AI โยงบริษัทในจีน

Google Linwei Ding

คดีขโมยความลับด้าน AI ที่ถูกจับตาในสหรัฐฯ เดินมาถึงจุดสำคัญแล้ว หลังคณะลูกขุนศาลรัฐบาลกลางใน San Francisco ตัดสินว่า Linwei Ding (หรือที่ใช้ชื่อ Leon Ding) อดีตวิศวกรของ Google มีความผิดรวม 14 กระทง จากข้อกล่าวหาว่าลักลอบนำเอกสารลับจำนวนมากออกไป เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเทคโนโลยีที่มีฐานในจีน 2 แห่ง

คำตัดสินของคณะลูกขุนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 (ตามเวลาสหรัฐฯ) หลังพิจารณาคดีต่อเนื่อง 11 วัน และทางการยังมีนัดหมายขั้นตอนถัดไปในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

Advertisement

Linwei Ding ถูกตัดสินผิดกี่กระทง และผิดข้อหาอะไรบ้าง

จากแถลงของ U.S. Department of Justice ระบุว่า คณะลูกขุนตัดสินให้มีความผิดดังนี้

  • 7 กระทง ฐาน economic espionage
  • 7 กระทง ฐาน theft of trade secrets

สิ่งที่ทำให้คดีนี้ถูกมองว่า “หนักกว่าแค่พนักงานขโมยไฟล์” คือข้อหา economic espionage สะท้อนว่ารัฐมองเป็นความเสี่ยงระดับความมั่นคงทางเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงข้อพิพาททรัพย์สินทางปัญญาทั่วไป


เขาทำงานอะไรกับ Google และข้อมูลที่ถูกขโมยเป็นระดับไหน

Linwei Ding เข้าทำงานกับ Google ตั้งแต่ปี 2019 ในทีมที่เกี่ยวข้องกับ AI supercomputing หรือโครงสร้างพื้นฐานของ data center ที่ใช้ “ฝึกและให้บริการ” โมเดล AI ขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีแกนกลางของบริษัท

เอกสารที่ถูกกล่าวหาว่าถูกนำออกไป ไม่ใช่แค่รายละเอียดฟีเจอร์เล็ก ๆ แต่เป็นข้อมูลเชิงออกแบบ/สถาปัตยกรรมของระบบที่ทำให้การฝึกโมเดลขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้จริง เช่น

  • รายละเอียดด้าน hardware infrastructure และ software platform ของ data center สำหรับงาน AI
  • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชิปและระบบประมวลผล เช่น TPU และองค์ประกอบเชิงระบบที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลด้านเครือข่ายและอุปกรณ์อย่าง SmartNIC ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของคลัสเตอร์ฝึก AI ขนาดใหญ่

อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ: ถ้า “โมเดล AI” คือผลลัพธ์ปลายทาง โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้คือ “โรงงาน” ที่ทำให้ฝึกโมเดลได้เร็ว ประหยัด และสเกลได้ หากคู่แข่งได้พิมพ์เขียวไป ก็อาจ “ลัดขั้น” จากการลองผิดลองถูกหลายปีได้ทันที


ไทม์ไลน์ที่อัยการเชื่อว่าเกิดการลักลอบขโมยข้อมูล

ตามข้อมูลจาก DOJ และรายงานข่าว ระบุกรอบเวลาที่น่าสนใจดังนี้

  • เริ่มลักลอบนำข้อมูลออกไปตั้งแต่ราว พฤษภาคม 2022
  • ดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงช่วง ปี 2023 (รายละเอียดช่วงเวลาขึ้นกับเอกสารและคำให้การในคดี)

ขณะเดียวกัน เขายังถูกกล่าวหาว่าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทเทคโนโลยีในจีน 2 แห่ง และมีความพยายามตั้งบริษัท AI ของตัวเองในจีนด้วย


วิธีที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ในการนำข้อมูลออกไป

DOJ ระบุถึงพฤติกรรมการ “คัดลอกและย้ายข้อมูล” ออกไปยังพื้นที่ส่วนตัวหลายรูปแบบ เช่น การอัปโหลดไปยังบัญชี cloud ส่วนตัว และการคัดลอกไปยังแอปส่วนตัวบนอุปกรณ์

ฝั่งรายงานสายเทคยังชี้ว่า จุดที่องค์กรส่วนใหญ่มักพลาด คือการมองว่าการกันไฟล์ออกนอกระบบอย่างเดียวพอแล้ว แต่ในโลกจริง คนที่ตั้งใจเลี่ยงสามารถใช้วิธีอ้อม ๆ ได้หลายแบบ ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลที่คดีลักษณะนี้ถูกพูดถึงมากในวงการความปลอดภัยข้อมูล


โทษสูงสุดที่อาจได้รับ และแปลงเป็นเงินบาทให้เห็นภาพ

ตาม DOJ ระบุโทษ “สูงสุดต่อกระทง” ไว้ดังนี้

  • economic espionage: จำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับสูงสุด 5,000,000 ดอลลาร์ ต่อกระทง
  • theft of trade secrets: จำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 250,000 ดอลลาร์ ต่อกระทง

เพื่อให้เห็นภาพเป็นเงินบาทไทย ผมใช้อัตรา REFERENCE RATE ของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 30 มกราคม 2026 ที่ระบุ 1 USD = 31.3940 บาท
ดังนั้นค่าปรับ “เพดานสูงสุด” โดยประมาณจะอยู่ที่

  • 5,000,000 USD ≈ 156,970,000 บาท (ประมาณ 156.97 ล้านบาท) ต่อ 1 กระทง economic espionage
  • 250,000 USD ≈ 7,848,500 บาท (ประมาณ 7.85 ล้านบาท) ต่อ 1 กระทง theft of trade secrets

หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลขนี้คือ “เพดานตามกฎหมาย” ไม่ใช่จำนวนเงินจริงที่ศาลตัดสินสุดท้าย เพราะต้องรอขั้นตอนกำหนดโทษ (sentencing) และปัจจัยประกอบอื่น ๆ


ทำไมคดีนี้ถึงกระทบวงการ AI มากเป็นพิเศษ

  1. เป็นข้อมูลระดับโครงสร้างพื้นฐาน AI
    ยุคนี้การแข่งขัน AI ไม่ได้แข่งกันที่โมเดลอย่างเดียว แต่แข่งกันที่ compute, data center, เครือข่าย และสถาปัตยกรรมทั้งระบบด้วย
  2. ถูกจัดเป็นคดี economic espionage
    สื่อหลายเจ้ามองว่าการตั้งข้อหาและการเดินคดีสะท้อนท่าทีรัฐสหรัฐฯ ที่เข้มขึ้นต่อการถ่ายโอนเทคโนโลยีอ่อนไหว โดยเฉพาะด้าน AI
  3. สัญญาณถึงองค์กรเทคอื่น ๆ
    คดีนี้ทำให้หลายบริษัทต้องกลับไปทบทวนเรื่องการกำกับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล (least privilege), การเฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติ และกระบวนการก่อนพนักงานลาออก เพราะ “ทีมแกนกลาง” ใน R&D มักถือข้อมูลที่มีมูลค่าสูงมาก

กรณีคล้ายกันที่ถูกพูดถึง: Apple ฟ้องอดีตพนักงาน โยง Oppo

ในโลกเทคช่วงหลังมีคดีลักษณะ “อดีตพนักงานถูกกล่าวหานำข้อมูลลับไปให้คู่แข่ง” ให้เห็นบ่อยขึ้น หนึ่งในกรณีที่ถูกยกเทียบคือ Apple ที่เคยยื่นฟ้องอดีตพนักงานชื่อ Chen Shi และโยงถึง OPPO กับหน่วยวิจัยในสหรัฐฯ อย่าง InnoPeak Technology

ตามรายงาน Apple กล่าวหาว่ามีการดาวน์โหลดเอกสารลับ 63 รายการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีของ Apple Watch ก่อนย้ายงาน และมีข้อกล่าวหาเรื่องการเข้าถึงความรู้เชิงเทคนิคผ่านการประชุมหลายครั้งด้วย

ประเด็นร่วมของทั้งสองคดีคือ “คนที่อยู่ใกล้แกนกลางของ R&D” สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ทำให้คู่แข่งพัฒนาได้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากข้อมูลนั้นหลุดออกไป


สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

รายงานข่าวระบุว่าจะมี status conference วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 (ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนก่อนเดินหน้าไปสู่การกำหนดโทษและกระบวนการหลังคำตัดสิน


สรุป

คดี Linwei Ding เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าในยุค AI “ข้อมูลลับระดับสถาปัตยกรรมระบบ” มีมูลค่าสูงมาก และรัฐสหรัฐฯ พร้อมเดินคดีหนักเมื่อเห็นว่ามีการถ่ายโอนเทคโนโลยีอ่อนไหวไปยังต่างประเทศหรือบริษัทที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์

สำหรับฝั่ง Google และทีม AI เอง คดีนี้ก็เป็นสัญญาณให้กลับไปเข้มงวดเรื่องการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล การเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง และกระบวนการ offboarding ให้รัดกุมกว่าเดิม

ที่มา: Neowin

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ภาพรวมข่าวลือ M5 Pro / M5 Max รอบนี้ กระแสข่าวของ MacBook Pro รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป M5 Pro และ M5 Max กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าการเปิดตัวฮาร์ดแวร์รอบนี้ อาจ “ผูก” กับจังหวะปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์อย่าง macOS 26.3 ที่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วง...

IT NEWS

ภาพรวมของ Windows 11 ช่วงนี้พูดตรง ๆ คือ “เหนื่อยใจ” สำหรับผู้ใช้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอัปเดตที่พังเป็นระยะ ระบบที่ช้าลงในบางจุด หรือฟีเจอร์ใหม่ที่หลายคนรู้สึกว่าไม่ได้ร้องขอ แต่กลับถูกดันเข้ามาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะฝั่ง AI จนเกิดแรงตีกลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจนั้น Microsoft ออกมาส่งสัญญาณว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่ทีม Windows...

IT NEWS

อัปเดตดีลล่าสุด Apple ยืนยันซื้อ QAI จริง มูลค่าประเมินระดับ “หมื่นล้านบาท” Apple ยืนยันกับ Reuters ว่าได้เข้าซื้อกิจการ QAI (Q.ai) สตาร์ทอัพจากอิสราเอล ที่ทำเทคโนโลยี AI ด้านเสียง และการรู้จำคำพูด โดย Apple ไม่ได้เปิดเงื่อนไขทางการเงินอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวประเมินมูลค่าดีลไว้ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์...

IT NEWS

สรุปสั้น ๆ ก่อน: KB5074105 คืออัปเดตแบบไหน Microsoft ปล่อย อัปเดตแบบไม่ใช่ความปลอดภัย (non-security) และเป็น “Preview” สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 โดยระบุวันปล่อยเป็น 29 มกราคม 2026 พร้อมหมายเลขบิลด์ 26100.7705...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก