Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Apple ซื้อ QAI สตาร์ทอัพ AI อิสราเอล ดีลใหญ่เกือบ 2 พันล้านดอลลาร์

Apple QAI

อัปเดตดีลล่าสุด Apple ยืนยันซื้อ QAI จริง มูลค่าประเมินระดับ “หมื่นล้านบาท”

Apple ยืนยันกับ Reuters ว่าได้เข้าซื้อกิจการ QAI (Q.ai) สตาร์ทอัพจากอิสราเอล ที่ทำเทคโนโลยี AI ด้านเสียง และการรู้จำคำพูด โดย Apple ไม่ได้เปิดเงื่อนไขทางการเงินอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวประเมินมูลค่าดีลไว้ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่สื่อบางเจ้าระบุว่า “เกือบ 2 พันล้านดอลลาร์” ซึ่งถือเป็นดีลระดับใหญ่มากสำหรับ Apple ในรอบหลายปี

ถ้าอิงเรตคร่าว ๆ แถว ประมาณ 31.3 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ 30 มกราคม 2026) มูลค่าดีลจะอยู่ราว 5.0–6.3 หมื่นล้านบาท

Advertisement

หมายเหตุเรื่องเวลา: Reuters เผยแพร่ข่าววันที่ 29 มกราคม 2026 (UTC) ซึ่งตรงกับช่วงเช้าวันที่ 30 มกราคม 2026 ตามเวลาไทย


QAI คือใคร ทำอะไร ถึงทำให้ Apple ยอมจ่ายหนัก

จากข้อมูล Reuters, QAI เป็นบริษัทที่ทำ AI / machine learning เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ “เข้าใจเสียง” ดีขึ้น โดยเน้นโจทย์อย่าง

  • ตีความ เสียงกระซิบ หรือการพูดแบบเบามาก
  • ปรับปรุงคุณภาพเสียงในสภาพแวดล้อมที่ “เสียงรบกวนหนัก”

QAI ยังมีประเด็นที่น่าสนใจมาก คือการยื่นสิทธิบัตรเกี่ยวกับการใช้ “facial skin micromovements” หรือการขยับผิวหน้าแบบละเอียด เพื่อ

  • ตรวจจับคำที่ผู้ใช้ “พูดแบบไม่ออกเสียง / ขยับปาก”
  • ระบุตัวบุคคล
  • ประเมินอารมณ์ และสัญญาณชีวภาพ เช่น อัตราการเต้นหัวใจ และการหายใจ

พูดให้เข้าใจง่าย: แนวคิดคือ “อ่านการสื่อสารที่แทบไม่มีเสียง” แล้วให้ AI แปลสิ่งที่ผู้ใช้พยายามพูด ออกมาเป็นคำสั่ง หรือข้อความแทน


เทคโนโลยี “silent speech” ทำงานยังไง และทำไมมันถึงสำคัญกับอุปกรณ์ยุคใหม่

ภาพใหญ่ของ “silent speech” คือทำให้การสั่งงาน AI ไม่จำเป็นต้องพูดดัง หรือเปิดไมค์ชัด ๆ เสมอไป โดยอาศัยสัญญาณอื่นมาช่วย เช่น

  • ภาพจากกล้อง / optical sensor เพื่อดูการขยับใบหน้า และริมฝีปาก
  • โมเดล AI ที่เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่าง “รูปแบบการขยับ” กับ “คำพูด”
  • การกรองเสียง และการประมวลผลเสียง เพื่อช่วยจับคำที่เบามาก

ถ้าทำได้ดี ผลลัพธ์จะไปไกลกว่า “แปลงเสียงเป็นข้อความ” แบบเดิม เพราะมันตอบโจทย์สถานการณ์ที่คนไม่อยาก หรือไม่สะดวกพูด เช่น ห้องเงียบมาก, รถไฟฟ้า, หรือพื้นที่สาธารณะที่มีเสียงดังตลอดเวลา


Apple ซื้อ QAI แล้วจะเอาไปใส่ในอะไรได้บ้าง

Apple ยังไม่บอกแผนผลิตภัณฑ์แบบชัดเจน แต่ Reuters ให้ภาพว่า QAI มีงานวิจัยที่ไปได้กับ “อุปกรณ์” ของ Apple หลายกลุ่ม โดยเฉพาะของที่เกี่ยวกับเสียง และการสวมใส่

1) AirPods และฟีเจอร์เสียงรุ่นถัดไป

Reuters ระบุว่า Apple กำลังใส่ฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ลงใน AirPods ต่อเนื่อง และเคยเปิดตัวฟีเจอร์ที่ช่วย “แปลภาษาแบบเรียลไทม์” มาแล้วในปีก่อน
ถ้าได้ QAI มาเติม จะช่วยให้ “รับคำสั่ง” หรือ “คุยกับผู้ช่วย” ได้ดีขึ้นในสถานการณ์จริง ที่เสียงรอบข้างรบกวนหนัก

2) Vision Pro / อุปกรณ์ AR/VR

TechCrunch ชี้ว่า QAI มีเทคโนโลยีที่ตรวจจับการขยับกล้ามเนื้อใบหน้าแบบละเอียด ซึ่งอาจช่วยเสริมประสบการณ์บน Vision Pro หรืออุปกรณ์ AR/VR รุ่นต่อไปได้
ในโลก AR/VR “วิธีอินพุต” สำคัญมาก ถ้าสั่งงานได้แบบไม่ต้องพูดดัง หรือไม่ต้องใช้มือเยอะ ก็ยิ่งทำให้ประสบการณ์ลื่นขึ้น

3) Face ID และงานด้านการรู้จำใบหน้า

จุดที่ทำให้ข่าวนี้น่าจับตา คือ CEO ของ QAI อย่าง Aviad Maizels เคยขายบริษัท PrimeSense ให้ Apple มาแล้วในปี 2013 และเทคโนโลยีจาก PrimeSense มีบทบาทกับการผลักดัน Apple ไปสู่ยุคการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า
ดังนั้น QAI รอบนี้ ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะไปช่วยเรื่องการรับรู้ใบหน้าที่ “ละเอียดขึ้น” หรือ “ฉลาดขึ้น” ในบางกรณี (แต่อยู่ในหมวดคาดการณ์ตามทิศทางเทคโนโลยี ยังไม่ใช่สิ่งที่ Apple ยืนยัน)


ดีลนี้ใหญ่แค่ไหน ทำไมสื่อถึงเรียก “ดีลอันดับสอง” ของ Apple

หลายสื่อรายงานตรงกันว่า ดีล QAI ถูกมองว่าเป็น การเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของ Apple โดยถูกเทียบกับดีล Beats ที่ Apple เคยซื้อในปี 2014 ด้วยมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์
แม้ Apple ไม่คอนเฟิร์มตัวเลข แต่ภาพรวมคือ “ระดับพันล้านดอลลาร์” แน่นอน จากทั้ง Reuters (ประเมิน 1.6 พันล้านดอลลาร์) และรายงานของสื่อที่อ้าง Financial Times ว่าใกล้ 2 พันล้านดอลลาร์


มุมธุรกิจ Apple กำลังเติมเกม AI ด้วยแนวทาง “ผูก AI กับ hardware”

ข้อความจาก Reuters บอกชัดว่า Apple มอง QAI เป็นบริษัทที่ “บุกเบิกวิธีใช้ imaging และ machine learning แบบใหม่” และ Johny Srouji (SVP ฝ่าย hardware technologies) ก็ออกมาชื่นชมแนวทางนี้
สะท้อนภาพยุทธศาสตร์ที่ Apple ถนัด: ไม่จำเป็นต้องแข่ง AI ด้วยโมเดลอย่างเดียว แต่ใช้ความได้เปรียบด้าน hardware + ecosystem ทำให้ฟีเจอร์ AI “อยู่ในเครื่อง” และใช้งานจริงได้ในชีวิตประจำวัน

ในภาพใหญ่อีกด้าน Apple เคยประกาศแผนใช้จ่าย และลงทุนในสหรัฐฯ รวมมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ใน 4 ปี โดยมีแกนเรื่อง AI และ silicon engineering อยู่ด้วย
ดังนั้น ดีล QAI ถึงจะดูใหญ่ แต่ก็ยังเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของภาพลงทุนระยะยาวที่ใหญ่กว่านั้นมาก


ประเด็นที่ผู้ใช้ควรรู้: เทคโนโลยีอ่านใบหน้า แตะเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วย

QAI มีการพูดถึงการประเมิน “อารมณ์” และตัวชี้วัดชีวภาพ (เช่น heart rate, respiration) ผ่านการขยับผิวหน้าในเอกสารสิทธิบัตรที่ Reuters อ้างถึง
แม้สิทธิบัตรไม่ได้แปลว่าจะถูกนำมาใช้จริงทั้งหมด แต่ก็เป็นจุดที่สื่อ และผู้ใช้มักจับตาในเชิง privacy ว่าสุดท้ายแล้ว Apple จะนำไปใช้ในรูปแบบไหน และมีการประมวลผลบนอุปกรณ์ (on-device) มากน้อยแค่ไหน


สรุป: QAI อาจเป็นตัวเร่งให้ “การคุยกับ AI” ของ Apple เป็นธรรมชาติกว่าเดิม

ถ้ามองจากข้อมูลที่ Apple ให้กับ Reuters ดีลนี้ไม่ใช่แค่ “ซื้อทีม AI” แต่เป็นการซื้อเทคโนโลยีที่ไปอยู่ในแกนหลักของอุปกรณ์สมัยใหม่ได้เลย ตั้งแต่หูฟัง ไปจนถึง AR/VR และการจดจำใบหน้า
ส่วนผลลัพธ์จริงจะออกมาเป็นฟีเจอร์ไหน เมื่อไหร่ ต้องรอดู Apple ประกาศอีกที แต่ทิศทาง “silent speech” ถือว่าเป็นหนึ่งในแนวทางที่น่าจับตาในยุคที่ AI เริ่มถูกย้ายจากหน้าจอ ไปอยู่ในอุปกรณ์สวมใส่ และชีวิตประจำวันมากขึ้น

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

iPad และเคสไอแพดเป็นของคู่กันเสมอ โดยพื้นฐานแล้วก็จะเป็นแบบ Folio เป็นเคสติดปกไว้ปิดจอพร้อมระบบ Auto Sleep / Wake ให้ใช้งานและแบบ Magic Keyboard เป็นแบบติดแป้นพิมพ์มาให้ใช้ทำงานทดแทน MacBook ในบางโอกาสได้สะดวก ซึ่ง Apple ออกแบบและผลิตจำหน่ายด้วยตัวเองแต่ราคาก็จะสูงอยู่บ้างจึงมีรุ่นทางเลือกจากผู้ผลิตรายย่อยเจ้าอื่นซึ่งทำราคาดีกว่าเป็นเท่าตัวและได้ฟังก์ชั่นใกล้เคียงกันมากและบางตัวก็ออกแบบมาแก้ปัญหาการดีไซน์จากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม อย่างการเพิ่มช่องเก็บ Apple Pencil เข้ามาป้องกันไม่ให้สไตลัสตกหายหรือโดนของใช้ชิ้นอื่นเบียดกดเข้ามาแล้วเกิดการเสียหายได้ นอกจากนี้ผู้ผลิตเคสหลายเจ้าก็เลือกเสริมยางกันกระแทกเข้ามาตามขอบมุมเพื่อลดความเสียหายตอนเกิดเหตุสุดวิสัยอีกด้วย วิธีการดีไซน์เคส...

Tips & Tricks

แอพแต่งรูป AI กลายเป็นแอพฯ ประจำมือถือใครหลายๆ คนเพื่อให้แต่งภาพได้สะดวกรวดเร็ว เพียงกดฟังก์ชั่นพื้นฐานไม่กี่ที ก็เปลี่ยนโทนภาพให้สวยขึ้นแถมยังเพิ่มลดรายละเอียดในภาพได้เลย ไม่ว่าจะลบคนกับสิ่งของในภาพ, แก้ฉากหลังไปจนเปลี่ยนสไตล์ภาพเป็นอย่างอื่นก็ได้ ซึ่งแต่ละแอพฯ โดยพื้นฐานแล้วจะมีระบบปรับแต่งค่าสีติดมาให้ใช้งานอยู่แล้ว ถ้าสมัครใช้งานเป็นรายเดือนหรือปีก็จะได้ฟีเจอร์ AI ไว้ช่วยแต่งภาพและลดขั้นตอนยุ่งยากลงไปและเลือกใช้ Preset ต่างๆ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและเอาไปแชร์ในบล็อกบน Community หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นผลงานส่วนตัวเพื่อให้ผู้อื่นได้เห็นผลงานและต่อยอดไปยังการสร้างคอนเทนต์หรือจ้างงานอื่นๆ ในอนาคตก็เป็นไปได้ ถึงจะชื่อว่าเป็นแอพแต่งรูป AI แต่ก็ไม่ได้ครอบจักรวาลทั้งหมด เพราะแต่ละตัวก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวแตกต่างกันทั้งหมด...

Buyer's Guide

เมื่อได้ iPhone 18 Pro พร้อมเคสใหม่มาป้องกันเครื่องแล้ว ก็ต้องซื้อฟิล์มกันรอย iPhone มาติดเพิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้จอเป็นรอยขนแมวและรอยนิ้วมือ โดยปกติก็จะมีฟิล์มใส, ด้านและแบบป้องกันการแอบมองเพื่อกันคนอื่นดูหน้าจอให้มีความเป็นส่วนตัวขึ้น ในตอนนี้ก็จะมีทั้งแบรนด์ทั่วไปราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุของฟิล์มว่าเป็นกระจก Tempered Glass ธรรมดาหรือแบบไฮโดรเจลที่หลายคนนิยมเลือกใช้กัน ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งถ้าสรุปจุดเด่นแบบง่ายๆ จะเป็นเช่นนี้ เลือกฟิล์มกันรอย iPhone 18 Pro ใหม่ให้ปกป้องตัวเครื่องได้ดีต้องดูอย่างไร? 6...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก