Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Netflix เตรียมเพิ่มฟีดวิดีโอแนวตั้งแบบ TikTok ในปี 2026

Netflix Feed

Netflix กำลังเดินหน้าปรับโฉมประสบการณ์ใช้งานบนมือถือครั้งใหญ่ในปี 2026 โดยหนึ่งในแกนหลักของการเปลี่ยนแปลงคือ “ฟีดวิดีโอแนวตั้ง” คล้ายการเลื่อนดูคลิปสั้นแบบ TikTok หรือ Instagram Reels ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี แนวคิดคือให้ผู้ใช้ไถดูคลิปสั้นจากคอนเทนต์ของ Netflix ได้เรื่อย ๆ แบบต่อเนื่อง (infinite scrolling) แล้วค่อยกดเข้าไปดูเรื่องเต็มทันทีหากสนใจ

ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอย่างเป็นทางการระหว่างการสื่อสารผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ของบริษัท ซึ่งผู้บริหารย้ำว่าการปรับแอปครั้งนี้ทำเพื่อ “ต่อยอดการขยายธุรกิจในทศวรรษถัดไป” และทำให้ Netflix มีพื้นที่สำหรับทดลองฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนมือถือได้ต่อเนื่อง ขณะที่ฝั่งเทคโนโลยีของบริษัทก็สื่อสารในทิศทางเดียวกันว่า Netflix ไม่ได้ตั้งใจ “จะเป็น TikTok” แต่ต้องการเสริมความสามารถด้านการค้นหาและค้นพบความบันเทิง (discovery) ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ชมบนมือถือมากขึ้น

Advertisement

ฟีดแนวตั้งของ Netflix จะหน้าตาเป็นแบบไหน

ภาพรวมของฟีดแนวตั้งที่ Netflix เคยทดสอบมาก่อน คือการนำ “คลิปสั้น” จากซีรีส์/ภาพยนตร์ (และมีความเป็นไปได้รวมถึงวิดีโอพอดแคสต์) มาจัดเป็นการ์ดแบบเต็มจอให้ผู้ใช้ไถขึ้นลงได้ต่อเนื่อง คลิปเหล่านี้ไม่ใช่คอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างเอง แต่เป็น “คลิปจากคอนเทนต์จริงบน Netflix” ซึ่งหมายความว่า Netflix คุมคุณภาพวิดีโอและคัดเลือกช่วงที่อยากให้ผู้ชมเห็นได้ละเอียดกว่าแพลตฟอร์มโซเชียล

ในช่วงทดลองก่อนหน้า Netflix ยังใส่ปุ่มลัดเพื่อพาผู้ใช้ “ไปดูเรื่องเต็ม” หรือ “บันทึกไว้ดูทีหลัง” ได้ทันที นี่คือหัวใจของระบบ: คลิปสั้นทำหน้าที่เป็นตัวจุดประกาย จากนั้นพาผู้ใช้ไปสู่การดูยาวแบบเต็มตอน/เต็มเรื่อง ซึ่งยังเป็นธุรกิจหลักของ Netflix


ทำไม Netflix ต้องทำ “ฟีดแนวตั้ง” ในเมื่อเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ดูวิดีโอยาว ๆ

ถ้ามองในเชิงผลิตภัณฑ์ ฟีดแนวตั้งไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ Netflix อยากเปลี่ยนตัวเองเป็นโซเชียลมีเดีย แต่เกิดจาก “ปัญหาคลาสสิกของบริการสตรีมมิง” คือผู้ใช้จำนวนมากใช้เวลาไปกับการหาเรื่องจะดูนานพอ ๆ กับการดูจริง โดยเฉพาะบนมือถือที่พฤติกรรมการเสพคอนเทนต์สั้นถูกฝึกมาแล้วจากหลายแอป

ดังนั้น Netflix จึงพยายามลดแรงเสียดทานในการค้นหาคอนเทนต์ (discovery friction) ด้วยการให้ผู้ใช้ “ดูตัวอย่างแบบสั้น” ได้ทันที ไม่ต้องกดเข้าไปอ่านเรื่องย่อ ไม่ต้องเลื่อนหารายการยาว ๆ และไม่ต้องพึ่งภาพปกอย่างเดียว


จุดแข็งที่ Netflix ได้เปรียบโซเชียล: “คลิปยืนยันแหล่งที่มา” ไม่ใช่ AI slop

ในช่วงที่แพลตฟอร์มวิดีโอหลายรายโดนวิจารณ์เรื่องคอนเทนต์คุณภาพต่ำหรือคอนเทนต์ที่ถูกปั่นด้วยระบบอัตโนมัติ การที่ Netflix ป้อนคลิปจาก “คอนเทนต์จริง” ของตัวเองทำให้ขายเรื่องคุณภาพได้ง่ายกว่า เพราะอย่างน้อยผู้ใช้รู้ว่า คลิปนั้นมาจากหนัง/ซีรีส์ที่มีอยู่จริง และกดไปดูต่อได้จริง

อย่างไรก็ตาม จุดแข็งนี้ก็พ่วงความเสี่ยง เพราะเมื่อไม่มีคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างเอง ฟีดอาจให้ความรู้สึก “สะอาดเกินไป” หรือมีความเป็นทางการและถูกควบคุมสูง จนขาดความสดใหม่แบบที่ฟีดโซเชียลทำได้ดี Netflix จึงต้องบาลานซ์ให้ฟีดนี้ “สนุกพอให้ไถต่อ” แต่ก็ “ไม่ทำให้ภาพลักษณ์แพลตฟอร์มดูยาวเสียทรง”


ยุทธศาสตร์เพิ่มเวลาอยู่ในแอป: คลิปสั้นเป็นประตูไปสู่การดูยาว

โมเดลนี้เป็นสูตรที่โซเชียลพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผล: ให้ผู้ใช้เสพสิ่งที่กินเวลาสั้นแต่ต่อเนื่อง แล้วค่อยดึงให้ทำกิจกรรมที่อยู่บนแพลตฟอร์มนานขึ้น สำหรับ Netflix ปลายทางไม่ใช่การคอมเมนต์หรือโพสต์ แต่คือการ “กดดูเรื่องเต็ม” และ “ดูต่อเนื่องหลายตอน” ซึ่งส่งผลกับตัวชี้วัดสำคัญทั้งเวลาใช้งาน ความถี่ในการกลับมาเปิดแอป และโอกาสที่ผู้ใช้จะรู้สึกว่า “จ่ายแล้วคุ้ม”


การทดลองก่อนหน้านี้บอกอะไร: Netflix ไม่ได้เพิ่งคิด แต่ทำมาสักพักแล้ว

Netflix เคยเริ่มทดลองฟีดแนวตั้งบนมือถือมาก่อนหน้านี้แล้ว (เริ่มเห็นชัดในปี 2025) และการประกาศว่าจะรีดีไซน์แอปในปี 2026 ทำให้ชัดเจนว่าฟีเจอร์ไม่ได้จบแค่การทดสอบเฉพาะกลุ่ม แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นส่วนหนึ่งของทิศทางผลิตภัณฑ์ระยะยาว

มุมนี้สำคัญ เพราะฟีดแนวตั้งไม่ใช่แค่ “เพิ่มเมนูอีกอัน” แต่เกี่ยวกับการจัดวางพื้นที่ของแอปใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่หน้าโฮม วิธีแนะนำคอนเทนต์ ไปจนถึงการทำให้มือถือกลายเป็นพื้นที่ทดลองฟีเจอร์ที่ Netflix ปรับปรุงได้รวดเร็วกว่าแพลตฟอร์มทีวี


ประเด็นถกเถียง: ฟีดสั้นจะทำให้คอนเทนต์ “ถูกออกแบบให้ดูแบบไม่ตั้งใจ” มากขึ้นไหม

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงการช่วงหลัง คือแนวคิด “second-screen” หรือพฤติกรรมดูจอทีวีไปด้วย เล่นมือถือไปด้วย ซึ่งมีรายงาน/บทวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าอุตสาหกรรมสตรีมมิงเริ่มออกแบบงานเขียน/งานเล่าเรื่องให้ตามทันผู้ชมที่วอกแวกง่ายขึ้น เช่น บทพูดอธิบายมากขึ้น เล่าให้ตามทันแม้ไม่ได้จ้องจอตลอดเวลา

จุดนี้ยังเป็นประเด็นถกเถียง เพราะไม่ใช่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน และไม่ได้มีหลักฐานเชิงยืนยันแบบ “ประกาศนโยบายตรง ๆ” แต่เมื่อ Netflix กำลังเพิ่มฟีดคลิปสั้นแบบไถต่อเนื่อง ก็เลี่ยงไม่ได้ที่คำถามนี้จะกลับมาอีกครั้ง: ในระยะยาว คอนเทนต์จะถูกทำให้ “เหมาะกับการตัดเป็นคลิป” มากขึ้นหรือไม่ และจะกระทบคุณภาพการเล่าเรื่องแค่ไหน


ตัวเลขธุรกิจที่สะท้อนแรงกดดัน: โตแล้วก็ยังต้องเพิ่ม engagement

แม้ Netflix จะเป็นหนึ่งในสตรีมมิงที่ทำกำไรได้ และรายงานรายได้ปี 2025 ที่ 45.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยราว 1.40 ล้านล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยประมาณ 31.038 บาท/ดอลลาร์) พร้อมยอดสมาชิกแบบชำระเงินแตะ 325 ล้านบัญชี ในไตรมาส 4 แต่ตลาดสตรีมมิงวันนี้ยังแข่งขันด้วย “เวลา” และ “ความถี่” ที่ผู้ใช้เปิดแอปอย่างเข้มข้น

บริการแบบเสียเงินจึงเริ่มหยิบกลไกจากโลกโซเชียลมาใช้มากขึ้น ไม่ใช่เพื่อแทนที่โมเดลเดิม แต่เพื่อทำให้ผู้ใช้ “เจอสิ่งที่อยากดูเร็วขึ้น” และ “อยู่ในระบบนานขึ้น” ซึ่งท้ายที่สุดสะท้อนกลับไปที่การรักษาสมาชิกเดิม ลดโอกาสยกเลิก และเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้รู้สึกคุ้มค่ากับค่าสมาชิกรายเดือน


สิ่งที่ควรจับตาเมื่อฟีดนี้มาเต็มตัวในปี 2026

  1. ฟีดจะฉลาดแค่ไหนในการเดาใจ
    ถ้าคลิปที่เด้งขึ้นมา “ตรงใจ” ฟีดจะกลายเป็นช่องทางค้นพบคอนเทนต์ที่ทรงพลังมาก แต่ถ้าคลิปไม่แม่น ฟีดจะกลายเป็นพื้นที่รบกวนสายตาและทำให้ผู้ใช้เบื่อเร็ว
  2. Netflix จะใส่คอนเทนต์ประเภทไหนลงไป
    แค่คลิปจากซีรีส์/หนังอาจยังไม่พอ ถ้ามีการผลักดันวิดีโอพอดแคสต์หรือรูปแบบใหม่ ๆ ฟีดนี้จะกลายเป็นหน้าร้านที่สร้างพฤติกรรมดูแบบใหม่ได้จริง
  3. ประสบการณ์ใช้งานจะ “รบกวน” คนที่ตั้งใจมาดูวิดีโอยาวหรือไม่
    ผู้ใช้จำนวนมากเปิด Netflix เพื่อดูวิดีโอยาว ๆ แบบจริงจัง ไม่ได้อยากไถคลิป ถ้า UI ใหม่ทำให้การไปถึงเรื่องที่อยากดูยากขึ้น อาจเจอแรงตีกลับเหมือนแพลตฟอร์มอื่นที่เคยปรับหน้าตาแล้วผู้ใช้ไม่ปลื้ม
  4. ขอบเขตของ “กลไกเสพติด” จะถูกวิจารณ์มากขึ้น
    คำว่า doomscrolling มีนัยด้านลบอยู่แล้ว การออกแบบให้ไถได้ไม่จบอาจโดนตั้งคำถามด้านสุขภาวะดิจิทัล (digital wellbeing) มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ Netflix เป็นบริการแบบจ่ายเงิน ไม่ใช่โซเชียลฟรีที่หารายได้จากโฆษณาเป็นหลัก

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

YouTube กำลังเดินเกมสองด้านที่ดูเหมือนขัดกันในสายตาคนดูจำนวนไม่น้อย ด้านหนึ่งบริษัทประกาศชัดว่าจะจริงจังกับการลดคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่ถูกเรียกรวม ๆ ว่า “AI slop” แต่อีกด้านกลับประกาศขยายเครื่องมือ AI สำหรับครีเอเตอร์ โดยหนึ่งในไฮไลต์คือฟีเจอร์ที่อนุญาตให้ครีเอเตอร์สร้าง YouTube Shorts ด้วย “likeness” หรือรูปลักษณ์ของตัวเองที่ถูกสร้างขึ้นด้วย AI ได้ ประเด็นนี้ถูกย้ำในจดหมายประจำปีของ Neal Mohan ซีอีโอ YouTube ซึ่งเผยแพร่ในเดือนมกราคม...

IT NEWS

ผู้ใช้ Windows 11 จำนวนไม่น้อยกำลังเจอปัญหาหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อแอปพื้นฐานที่ควรใช้งานได้ตลอดอย่าง Notepad และ Snipping Tool กลับ “เปิดไม่ขึ้น” พร้อมเด้งข้อความให้ตรวจสอบบัญชี และขึ้นรหัส 0x803F8001 จนทำงานต่อไม่ได้ ปัญหานี้ยังถูกพูดถึงในชุมชนผู้ใช้เป็นวงกว้าง โดยรายงานว่าไม่ได้เกิดกับแค่แอประบบเท่านั้น แต่ลามไปถึงแอปอื่น ๆ ที่ติดตั้งผ่าน Microsoft Store เช่น Alienware...

IT NEWS

Microsoft ประกาศว่า Xbox App พร้อมให้ดาวน์โหลดและใช้งานบนพีซี Windows 11 ที่ใช้ชิป ARM แล้ว โดยเป้าหมายหลักคือทำให้ผู้ใช้เครื่อง ARM สามารถเข้าถึงคลังเกมและบริการของ Xbox ได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมแบบติดตั้งลงเครื่อง (local) หรือใช้งานฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชี Xbox บนพีซี สิ่งที่เป็นไฮไลต์ของรอบนี้คือ Microsoft ยืนยันว่า “มากกว่า...

IT NEWS

Apple ต้องเร่งปรับแผนซัพพลายเชนครั้งใหญ่ หลังซัพพลายเออร์จอ OLED รายสำคัญจากจีนอย่าง BOE ประสบปัญหาการผลิตต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 เดือน จนกระทบต่อไทม์ไลน์การผลิต iPhone หลายรุ่น ส่งผลให้ Apple ต้องโอนคำสั่งซื้อจอ OLED จำนวนหลายล้านชิ้นไปให้ Samsung Display เข้ามารับหน้าที่แทน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านการส่งมอบสินค้า รายงานจาก The Elec...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก