
ลำโพงบลูทูธนอกจากเอาไว้เปิดเพลงฟังเวลาไปทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือตั้งแคมป์ในวันหยุดแล้วก็ใช้เป็นลำโพงคอมพิวเตอร์เพื่อดูหนังฟังเพลงได้ไม่ว่าจะต่อสายหูฟัง 3.5 มม. หรือเอาง่ายใช้โหมด Bluetooth ก็ไม่มีปัญหา แถมดีไซน์บางรุ่นก็สวยงามน่านำมาวางแต่งบ้านตามมุมห้องต่างๆ ได้กลมกลืนสวยงาม ยิ่งใครติดฟังเพลงหรือ Podcast เป็นชีวิตจิตใจจะมีติดบ้านไว้สักตัวสองตัวไว้ให้บ้านไม่เงียบเหงาก็เหมาะมาก
แต่เรื่องของเสียงก็เกี่ยวกับรสนิยมและความชอบเฉพาะบุคคล นั่นหมายความว่าลำโพงแบรนด์ A อาจจะถูกใจนาย A แต่ไม่โดนใจนาย B ก็เป็นไปได้ ดังนั้นก่อนจะซื้อมาใช้ก็ควรหาลำโพงรุ่นหรือสินค้าแบรนด์นั้นๆ มาลองฟังดูก่อนว่าถูกใจหรือไม่จะได้ไม่เสียเงินเปล่า แต่กรณีคนชอบความตื่นเต้นชอบลองของจะซื้อตามอารมณ์มาลองฟังแล้วไม่ถูกใจค่อยขายต่อก็ได้เช่นกัน แค่อาจจะต้องเสียเงินเยอะกว่านิดหน่อยกว่าจะเจอรุ่นถูกใจ
ดูสเปคและเลือกลำโพงบลูทูธอย่างไรดี?
- วิธีดูว่าลำโพงบลูทูธตัวนั้นๆ เสียงดังไหมให้สังเกตจากกำลังขับในหน้าสเปค ยิ่งถ้ามีมากเสียงก็ยิ่งดัง
- ลำโพงจะมีคำว่า RMS (Root Mean Square) กำกับไว้บอกว่าดอกลำโพงใช้กำลังไฟฟ้าขับเสียงกี่วัตต์ได้อย่างต่อเนื่องแล้วดอกลำโพงไม่เสียหาย และค่า Peak ไว้บอกว่าดอกลำโพงนั้นรับได้มากสุดกี่วัตต์ ซึ่งไม่ควรเปิดต่อเนื่องเพราะดอกลำโพงจะเสียหาย
- ลำโพงบลูทูธหลายรุ่นในปัจจุบันสามารถทำงานร่วมกันในโหมดสเตอริโอได้ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ให้เสียงดังรอบทิศทางได้อรรถรสยิ่งขึ้นกว่าเปิดเพียงตัวเดียว
- ลำโพงบลูทูธบางรุ่นจะใช้งานแบบไร้สายหรือต่อสาย AUX หรือใส่เพลงโปรดไว้ใน MicroSD card ไว้เปิดฟังได้ทันทีเหมือนกัน
- ลำโพงบางรุ่นพอจับคู่ (Pair) กับสมาร์ทโฟนแล้วจะมีแอพฯ ไว้อัพเดตเฟิร์มแวร์, ตั้งค่า EQ และใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

7 ลำโพงบลูทูธน่าใช้ ฟังเพลงเพลินพกไปได้ทุกสถานการณ์!
- Soundcore 3 (1,611 บาท)
- Creative MUVO GO (2,690 บาท)
- Edifier MP230 (2,090 บาท)
- BLAUPUNKT FELIX (3,690 บาท)
- AIWA Retro Elite Plus Bluetooth Speaker (3,840 บาท)
- Klipsch Nashville Portable Bluetooth Speaker (5,590 บาท)
- MARSHALL Emberton II (5,810 บาท)
1. Soundcore 3 (1,611 บาท)

| Output Power & Frequency response | ลำโพงคู่ 8W*2 รวม 16W (RMS) |
| Connectivity & Software | Bluetooth 5 USB-C charging Soundcore app |
| Battery Life | 6,700mAh ใช้ได้นานสุด 24 ชม. |
| Price | 1,611 บาท (Soundcore Shopee Mall) |
Soundcore 3 เป็นแบรนด์ลำโพงบลูทูธในเครือบริษัท Anker ผู้ผลิตพาวเวอร์แบงค์คุณภาพซึ่งใครหลายคนเลือกใช้งาน ถ้าอ่านรีวิวจากสื่อต่างประเทศจะเห็นว่าลำโพงแบรนด์นี้ถูกเลือกมาแนะนำอยู่บ่อยๆ นั่นเพราะคุณภาพเสียงเกินราคาพอควรแถมปรับตั้งค่า EQ ด้วยแอพฯ ได้ง่าย อย่างลำโพงตัวนี้ก็มีคุณสมบัติดังกล่าวติดมาเช่นกัน เสริมด้วยฟีเจอร์ PartyCast พ่วงต่อลำโพงรุ่นเดียวกันกับของเพื่อนเพื่อเล่นเพลงในโหมดเสียงสเตอริโอได้มากสุด 100 ตัวพร้อมกัน จึงเหมาะกับสายปาร์ตี้มากหรือจะพกไปฟังเพลงตอนเที่ยวหรือออกกำลังกายก็ดี แต่ลำโพงตัวนี้เชื่มอต่อได้เฉพาะโหมดไร้สายเท่านั้น ไม่มีช่องต่อสายหูฟัง 3.5 มม. ใดๆ ติดมาเลยและ USB-C มีเอาไว้ต่อชาร์จไฟอย่างเดียว ถ้าต่อโน๊ตบุ๊คก็ไม่มีปัญหาแต่พีซีก็ต้องมี Bluetooth ในตัวด้วย
ข้อดี
- ตั้งค่า EQ ได้ผ่านแอพฯ Soundcore ให้เหมาะกับเพลงและคอนเทนต์ได้
- แบตเตอรี่มีความจุสูงใช้งานได้นานสุด 24 ชม. ชาร์จนาน 4 ชม.
- มีฟีเจอร์ PartyCast เชื่อมต่อลำโพง Soundcore ร่วมกัน 100 ตัว เป็นโหมดสเตอริโอได้
- สามารถกดปุ่มบนตัวลำโพงเป็นคีย์ลัดได้ ช่วยให้ควบคุมได้สะดวกรวดเร็ว
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IPX7 นำไปใช้งานกลางแจ้งได้โดยไม่มีปัญหา
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อในโหมดไร้สายเท่านั้น ไม่มีพอร์ตไว้ต่อสายอื่นๆ นอกจาก USB-C
2. Edifier MP230 (2,090 บาท)

| Output Power & Frequency response | ลำโพงคู่ 10W*2 รวม 20W (RMS) 70 Hz ~ 13 kHz |
| Connectivity & Software | Bluetooth 5.0 AUX TF Card USB-C |
| Battery Life | 2,500mAh ใช้ได้นานสุด 9 ชม. |
| Price | 2,090 บาท (Edifier Shopee Mall) |
Edifier สร้างชื่อเสียงจากสินค้าประเภทลำโพง Hi-Fi มาอย่างต่อเนื่องและตั้งราคาให้เข้าถึงง่าย ต่อยอดได้เยอะพ่วงอุปกรณ์เสริมได้มาก ดังนั้นถ้าเป็นลำโพงบลูทูธอย่าง Edifier MP230 จึงน่าใช้ตั้งแต่สเปคภายในไม่ว่าจะไดรเวอร์เสียงกำลังขับรวมสูง 20W ติดชิป DSP และ Class-D Amplifier ในตัวและเชื่อมต่อได้หลายแบบไม่ว่าจะไร้สายด้วย Bluetooth, สาย AUX หรือใส่ MicroSD card ไว้เปิดเพลงโปรดได้ทันทีก็เหมาะ แถมควบคุมได้ง่ายด้วยปุ่มหน้าลำโพงเหมือนปุ่มเปียโนดูเข้ากันกับลำโพงทรงคลาสสิคเช่นนี้ แต่เสียดายว่าลำโพงตัวนี้ใช้กับแอพฯ Edifier Connect ไม่ได้และไม่มี IP Rating ถ้าพกไปใช้นอกสถานที่ต้องระวังเรื่องน้ำกับฝุ่นสักนิด จะได้ใช้เปิดเพลงฟังได้นานๆ
ข้อดี
- รองรับการเชื่อมต่อหลายแบบทั้งมีและไร้สายจึงใช้เป็นลำโพงโต๊ะคอมกับกลางแจ้งได้หมด
- สามารถนำเพลงโปรดใส่ MicroSD card แล้วใส่ทิ้งไว้กับพอร์ต TF Card ได้
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 9 ชม. ในบอดี้ขนาดเล็กกะทัดรัดคลาสสิค
- ติดตั้ง Class-D Amplifier กับ DSP Chipset ไว้ให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น
- ดีไซน์เหมือนลำโพงแบบคลาสสิคและปุ่มกดแบบเปียโน กดควบคุมใช้งานง่าย
ข้อสังเกต
- ถ้านำไปใช้งานกลางแจ้งควรระวังน้ำและฝุ่นเพราะไม่มีค่า IP Rating เหมือนลำโพงบลูทูธรุ่นอื่น
- ใช้งานกับแอพฯ Edifier Connect ไม่ได้เหมือนลำโพงรุ่นอื่นในเครือ
3. Creative MUVO GO (2,690 บาท)

| Output Power & Frequency response | ลำโพงคู่ 10W*2 รวม 20W (RMS) 60 Hz ~ 20 kHz |
| Connectivity & Software | Bluetooth 5.3 USB-C charging |
| Battery Life | 2,600mAh ใช้ได้นานสุด 18 ชม. |
| Price | 2,690 บาท (JIB Shopee Mall) |
Creative MUVO GO ออกแบบมาเพื่อคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งเป็นหลักมาก เพราะตัวลำโพงทั้งกันน้ำและฝุ่นแถมติดดอกลำโพงมาให้แบบสเตอริโอ จะวางแนวตั้งหรือนอนก็ได้เสียงดีฟังเพลงเพราะและเชื่อมต่อกับลำโพง Creative ตัวอื่นให้ได้เสียงแบบสเตอริโอได้ด้วย ถ้าพกไปปาร์ตี้, ตั้งแคมป์, ออกกำลังกาย ฯลฯ ก็ได้ มีระยะเวลาใช้งานนานสุด 18 ชม. พอให้ฟังเพลงจนจบปาร์ตี้ได้แน่นอน เรื่องคุณภาพเสียงในฐานะบริษัทผู้ผลิตลำโพงคอมพิวเตอร์มาอย่างยาวนานก็ใช้ฟังเพลงได้ดีไม่แพ้แบรนด์อื่นแน่นอน แต่ลำโพงตัวนี้นอกจากไม่มีแอพฯ เอาไว้ควบคุมปรับแต่ง EQ ได้ตามชอบแล้ว ยังเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ทางเดียวเท่านั้น ไม่มีช่องต่อสาย USB, AUX ให้ใช้
ข้อดี
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IPX7 ใช้งานกลางแจ้งได้ทนทานไม่เสียง่าย
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 18 ชม. ไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยนัก
- มี Wireless Stereo Link ต่อลำโพงตัวอื่นเพื่อเล่นเพลงแบบสเตอริโอได้
- สามารถกดปุ่มบนตัวลำโพงเพื่อควบคุมเสียงและเปลี่ยนเพลงได้
ข้อสังเกต
- ไม่มีแอพฯ ไว้อัพเดตเฟิร์มแวร์หรือตั้งค่า EQ ให้ดาวน์โหลดมาใช้งาน
- เชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth 5.3 เท่านั้น ไม่มีพอร์ตเพื่อเชื่อมต่อสัญญาณเสียง
4. BLAUPUNKT FELIX (3,690 บาท)

| Output Power & Frequency response | ลำโพงคู่ 15W*2 รวม 30W (RMS) 50 Hz ~ 18 kHz |
| Connectivity & Software | Bluetooth 5.3 USB-C USB-A AUX TF Card |
| Battery Life | 4,000mAh ใช้ได้นานสุด 5 ชม. |
| Price | 3,690 บาท (BLAUPUNKT Shopee Mall) |
ถ้าใครเป็นสายยานยนต์เล่นเครื่องเสียงมาระดับหนึ่งจะต้องคุ้นชื่อ BLAUPUNKT อย่างแน่นอน เพราะผลิตชุดเครื่องเสียงติดรถยนต์ยุโรปหลากหลายแบรนด์และถ้าใครชอบโทนเสียงของแบรนด์นี้ก็มีลำโพงบลูทูธ BLAUPUNKT FELIX ให้ซื้อมาใช้งานได้ ตัวลำโพงดีไซน์ย้อนยุคดูมีเอกลักษณ์เหมือนเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านชิ้นหนึ่ง กลับกันฟีเจอร์ในตัวก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะต่อไร้สายด้วย Bluetooth หรือใช้สายสัญญาณเสียงแบบต่างๆ ก็ได้หรือใส่ MicroSD card ไว้เปิดเพลงโปรดก็เหมาะ แต่ข้อสังเกตคือเรื่องระยะเวลาใช้งานค่อนข้างสั้นเพียง 5 ชม. เท่านั้นและไม่มีแอพฯ เอาไว้ตั้งค่า EQ ด้วย ถ้าไม่คิดมากเรื่องนี้ก็สามารถซื้อหาลำโพงคุณภาพมาตรฐานเยอรมันมาใช้ได้เช่นกัน
ข้อดี
- เชื่อมต่อได้หลากหลายแบบทั้งใช้สาย AUX, ใส่ TF Card หรือต่อ Bluetooth ก็ได้
- เชื่อมต่อลำโพง BLAUPUNKT FELIX ตัวอื่นได้อีก 2 ตัว เพื่อให้เสียงเป็นแบบสเตอริโอ
- ใช้โครงเป็นไม้ MDF ทำให้เสียงจากลำโพงคู่มีโทนเสียงน่าฟังและดีไซน์สวยงามน่าใช้แต่งบ้าน
ข้อสังเกต
- ไม่มีแอพฯ ให้ติดตั้งเพิ่มเพื่ออัพเดตเฟิร์มแวร์หรือปรับ EQ
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 5 ชม. เท่านั้น อยู่ได้ไม่นานเท่าแบรนด์อื่น
5. AIWA Retro Elite Plus Bluetooth Speaker (3,840 บาท)

| Output Power & Frequency response | 80W (RMS) |
| Connectivity & Software | Bluetooth 5.0 USB-A USB-C AUX Line-in Mic-in USB-C charging |
| Battery Life | 6,000mAh |
| Price | 3,840 บาท (AIWA Shopee Mall) |
ลำโพงบลูทูธอย่าง AIWA Retro Elite Plus Bluetooth Speaker จะมีจุดเด่นหลากหลายอย่าง โดยเฉพาะเสียงเบสจะหนักแน่นเป็นพิเศษและมีลูกบิดปรับเสียงติดมาให้ส่วนขอบบนไว้ให้ปรับเสียงได้ตามชอบและมีช่องเชื่อมต่อติดมาให้ด้านหลังหลายแบบให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่าย หรือเอาสะดวกก็ต่อ Bluetooth กับมือถือเล่นเพลงก็ได้ แถมด้านหลังตัวมันก็มีช่องต่อไมค์ติดมาในตัวเผื่อใช้ในห้องประชุมหรือให้ครูอาจารย์หิ้วเข้าห้องเรียนไปใช้สอนได้ จัดว่ามีประโยชน์มาก
ข้อดี
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth หรือสาย AUX, Line-in ได้ทั้งหมด
- มีช่องต่อไมค์สำหรับร้องเพลงคาราโอเกะหรือขยายเสียงเพื่อสอนในห้องได้
- กำลังขับสูง 80W สามารถปรับเสียงได้ดังชัดเจนมีชิป DSP ติดมาในตัวให้เสียงดีขึ้น
- มีโหมด Handsfree ไว้รับสายโทรศัพท์ได้สะดวกยิ่งขึ้น
- ระบบเสียงแบบ Super Bass ให้เสียงเบสหนักแน่นฟังเพลงสนุกยิ่งขึ้น
ข้อสังเกต
- ไม่มีแอพฯ สำหรับปรับตั้งค่า EQ ติดมาให้ ต้องปรับเสียงด้วยลูกบิดบนลำโพงเท่านั้น
6. Klipsch Nashville Portable Bluetooth Speaker (5,590 บาท)

| Output Power & Frequency response | ลำโพงคู่ 10W*2 รวม 20W (RMS) 60Hz~20kHz |
| Connectivity & Software | Bluetooth 5.3 USB-C charging 18W Klipsch Connect App |
| Battery Life | ใช้ได้นานสุด 24 ชม. |
| Price | 5,590 บาท (Pro Gadgets Shopee Mall) |
Klipsch Nashville Portable Bluetooth Speaker เหมาะกับคนต้องการลำโพงบลูทูธเสียงหนักแน่น เบสดีมีแรงปะทะประกอบกับสเตจเสียงกว้างฟังเพลงได้หลากหลายแนว แต่จะเด่นเป็นพิเศษเวลาฟังเพลงร็อคหรือเมทัลซึ่งทางบริษัทถนัดเป็นพิเศษอยู่แล้ว ถ้าเสียงไม่ถูกจริตนักก็ตั้งค่าผ่านแอพฯ Klipsch Connect ปรับแต่งให้เข้ากับรสนิยมได้ง่ายแถมอัพเดตเฟิร์มแวร์ได้ในตัว ถึงจะมีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่แบตเตอรี่ในตัวก็มีความจุมากและใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 24 ชม. อยู่จนจบวันได้สบาย กันน้ำกับฝุ่นระดับ IP67 ตอบโจทย์คนทำกิจกรรมกลางแจ้งมาก
ข้อดี
- มีแอพฯ Klipsch Connect ให้ใช้ตั้งค่า, ปรับเปลี่ยน EQ และอัพเดตเฟิร์มแวร์ได้
- ไดรเวอร์ลำโพงมีกำลังขับดี โทนเสียงฟังเพลงได้แทบทุกแนวและเบสเด่นเป็นพิเศษ
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 24 ชม. มีระบบชาร์จเร็ว 18W ให้กลับมาใช้งานได้รวดเร็ว
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IP67 นำไปใช้งานนอกสถานที่ได้สบายใจไม่เสียหายง่าย
- ติดไมโครโฟนมาให้รับสายโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาใช้งาน
- บอดี้ขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาสะดวก เหมาะกับการพกไปใช้งานกลางแจ้ง
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth เท่านั้น ไม่มีช่องต่อสายสัญญาณเสียงใดๆ ติดมาให้
- ราคาค่อนข้างสูงร่วม 6,000 บาท เหมาะกับคนต้องการลำโพงบลูทูธคุณภาพสูง
7. MARSHALL Emberton II (5,810 บาท)

| Output Power & Frequency response | ลำโพงคู่ 10W*2 รวม 20W (RMS) 60Hz~20kHz |
| Connectivity & Software | Bluetooth 5.1 USB-C charging Marshall Bluetooth App |
| Battery Life | ใช้ได้นานสุด 30 ชม. |
| Price | 5,810 บาท (Marshall Shopee Mall) |
สำรับ MARSHALL Emberton II เทียบกับ Klipsch ในข้อก่อนหน้าจะมีเสียงเบสหนักแน่นกว่าอย่างชัดเจนและใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นาน 30 ชม. ถึงจะต้องต่อสายชาร์จ มีแอพฯ ให้ตั้งค่า EQ รวมถึงกันน้ำกับฝุ่นระดับ IP67 เหมือนกัน แต่เพิ่มฟีเจอร์เชื่อมต่อกับลำโพง MARSHALL อีกตัวเพื่อให้ได้เสียงแบบสเตอริโอ ตอบโจทย์สายปาร์ตี้ทำกิจกรรมกลางแจ้งไปจนคนอยากได้ลำโพงไว้ตั้งฟังเพลงในห้องแน่นอน แต่ระบบการเชื่อมต่อยังรองรับเฉพาะ Bluetooth ไม่มีช่องให้ต่อสายสัญญาณเสียงใดๆ แม้แต่ช่องเดียว ถ้าต่อกับสมาร์ทโฟนเป็นประจำก็ไม่ต้องกังวลนัก
ข้อดี
- ปรับตั้งค่า EQ และอัพเดตเฟิร์มแวร์ให้ลำโพงได้ด้วยแอพฯ Marshall Bluetooth
- แบตเตอรี่ทนทานใช้ได้นานสุดถึง 30 ชม. ไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยๆ
- ไดรเวอร์มีกำลังขับดีฟังเพลงได้ทุกแนว แต่เสียงเบสจะเด่นกว่าโทนเสียงอื่น
- มีระบบเชื่อมต่อลำโพง Marshall อีกตัวเพิ่มเพื่อเล่นเพลงแบบสเตอริโอได้
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IP67 นำไปใช้งานกลางแจ้งได้ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำและฝุ่นมาก
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth เท่านั้น ไม่มีช่องต่อสายสัญญาณเสียงใดๆ ติดมาให้
- ราคาของลำโพงบลูทูธตัวนี้ร่วม 6,000 บาท เหมาะกับคนต้องการลำโพงคุณภาพดีไว้ใช้ฟังเพลง
สรุปสเปค 7 ลำโพงบลูทูธน่าโดน ฟังเพลงดี ฟีเจอร์ติดตัวมาเพียบ!


ลำโพงบลูทูธนอกจากดีไซน์มาตรฐานซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปอย่างทรงกระบอกหรือทรงกลมแล้ว ก็ยังมีรูปทรงใหม่แปลกตาเปิดตัวมาอีกมากมาย บางตัวก็ดูแปลกตาจนเหมือนของแต่งโต๊ะคอมด้วยซ้ำจนไม่ต้องติดกับภาพเดิมๆ ว่าต้องเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมเสมอไป แถมถ้าเลือกรุ่นมีสายสัญญาณเสียงติดมาด้วยก็ต่อใช้งานกับคอมพิวเตอรได้อีกด้วย รวบยอดของใช้ได้ไม่ต้องซื้อของหลายชิ้นให้วุ่นวายนัก
บทความที่เกี่ยวข้อง





