
Microsoft ออกอัปเดตฉุกเฉินแบบ Out-of-band หรือที่เรียกว่า Windows OOB Updates สำหรับ Windows 10, Windows 11 และ Windows Server เพื่อแก้ปัญหาสำคัญ 2 รายการที่เกิดขึ้นหลังติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 (Patch Tuesday)
ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งฝั่งผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งาน Microsoft 365 Cloud PC, Windows 365 และ Azure Virtual Desktop รวมถึงเครื่องที่เปิดใช้งานฟีเจอร์ Secure Launch บน Windows 11
Microsoft ยืนยันว่าขณะนี้ได้ปล่อยแพตช์แก้ไขเป็นกรณีพิเศษเรียบร้อยแล้ว แต่จะยังไม่ถูกส่งผ่าน Windows Update ตามปกติ ผู้ดูแลระบบต้องดาวน์โหลดไปติดตั้งเองจาก Microsoft Update Catalog
ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังอัปเดต Patch Tuesday เดือนมกราคม 2026
หลังจากผู้ใช้ติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 พบว่ามีปัญหาหลักอยู่ 2 เรื่องที่กระทบการใช้งานจริงอย่างชัดเจน
1. เข้าใช้งาน Microsoft 365 Cloud PC ไม่ได้
ปัญหาแรกส่งผลต่อ Windows 10, Windows 11 และ Windows Server บางเวอร์ชัน โดยผู้ใช้จะไม่สามารถเชื่อมต่อเข้าใช้งาน Cloud PC ผ่านแอป Remote Desktop หรือ Windows App ได้ตามปกติ
Microsoft ระบุว่า หลังจากติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนมกราคมแล้ว อาจเกิดปัญหา credential prompt ล้มเหลว ทำให้ไม่สามารถล็อกอินเข้า Cloud PC ได้ โดยอาการที่พบได้ เช่น
- ระบบไม่แสดงหน้ากรอกบัญชีผู้ใช้
- ใส่รหัสผ่านแล้วไม่สามารถยืนยันตัวตนได้
- Windows App เกิด sign-in failure บนบาง build
ปัญหานี้กระทบโดยตรงกับผู้ใช้งาน Microsoft 365, Windows 365 และ Azure Virtual Desktop ที่ต้องพึ่งพา Cloud PC ในการทำงานประจำวัน
2. Windows 11 ปิดเครื่องหรือ Hibernate ไม่ได้ หากเปิด Secure Launch
อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกพบคือ เครื่องที่ใช้งาน Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 และเปิดฟีเจอร์ Secure Launch จะไม่สามารถปิดเครื่องหรือเข้าสู่โหมด Hibernate ได้ตามปกติ
อาการที่เกิดขึ้นคือ
- กด Shut down แล้วเครื่องรีสตาร์ตแทน
- สั่ง Hibernate แต่เครื่องกลับบูตใหม่
- ระบบไม่ยอมปิดเครื่องอย่างสมบูรณ์
Secure Launch เป็นฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยี virtualization-based security เพื่อป้องกันภัยคุกคามระดับ firmware ระหว่างกระบวนการบูตเครื่อง ดังนั้นองค์กรจำนวนมากจึงเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้เป็นค่าเริ่มต้น
ก่อนหน้านี้ Microsoft แนะนำให้ใช้คำสั่งชั่วคราวในการปิดเครื่องด้วยตนเองดังนี้
shutdown /s /t 0
แต่ถือเป็นเพียงวิธีแก้เฉพาะหน้าเท่านั้น
Microsoft ปล่อย Windows OOB Updates แก้ปัญหาแบบเร่งด่วน
เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งสองรายการ Microsoft ได้ปล่อยอัปเดตฉุกเฉินแบบ Out-of-band หรือ Windows OOB Updates เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นแพตช์นอกตารางปกติของ Patch Tuesday
โดยมีรายการอัปเดตดังต่อไปนี้
รายการ Windows OOB Updates ที่ปล่อยออกมา
- Windows Server 2025 – KB5077793 [Download Link]
แก้ปัญหาการเชื่อมต่อ Remote Desktop ไปยัง Cloud PC - Windows Server 2022 – KB5077800 [Download Link]
แก้ปัญหาการเชื่อมต่อ Remote Desktop ไปยัง Cloud PC - Windows Server 2019 – KB5077795 [Download Link]
แก้ปัญหาการเชื่อมต่อ Remote Desktop ไปยัง Cloud PC - Windows 11 25H2 และ 24H2 – KB5077744 [Download Link]
แก้ปัญหาการเชื่อมต่อ Remote Desktop ไปยัง Cloud PC - Windows 11 23H2 – KB5077797 [Download Link]
แก้ปัญหา Cloud PC และปัญหาปิดเครื่องไม่ลงเมื่อเปิด Secure Launch - Windows 10 – KB5077796 [Download Link]
แก้ปัญหาการเชื่อมต่อ Remote Desktop ไปยัง Cloud PC
Microsoft ระบุว่า Windows OOB Updates เหล่านี้จะไม่ถูกปล่อยผ่าน Windows Update อัตโนมัติ และผู้ดูแลระบบต้องดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งจาก Microsoft Update Catalog ด้วยตนเองเท่านั้น
ทางเลือกสำหรับองค์กร: ใช้ Known Issue Rollback (KIR)
สำหรับองค์กรที่ไม่สะดวกติดตั้งแพตช์แบบ Out-of-band ทันที Microsoft เปิดทางเลือกให้ใช้ Known Issue Rollback (KIR) ผ่าน Group Policy เพื่อย้อนการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดปัญหา
ไฟล์ Known Issue Rollback ที่มีให้ดาวน์โหลด
- Windows Server 2022 – KB5073457
- Windows Server 2025 – KB507339
- Windows Server 2019 และ Windows 10 Enterprise LTSC 2019 – KB5073723
- Windows 11 25H2 และ 24H2 – KB5074109
- Windows 11 23H2 – KB5073455
- Windows 10 22H2 – KB5073724
Group Policy สำหรับ KIR จะอยู่ในเมนู
Computer Configuration > Administrative Templates > <Group Policy name>
โดย Microsoft มีเอกสารแนะนำวิธีใช้งาน Group Policy สำหรับ Known Issue Rollback อย่างเป็นทางการให้กับผู้ดูแลระบบ
จำเป็นต้องติดตั้ง Windows OOB Updates หรือไม่
Microsoft แนะนำว่า
- หากองค์กรหรือผู้ใช้งาน ได้รับผลกระทบจากปัญหา Cloud PC หรือ Secure Launch ควรติดตั้ง Windows OOB Updates ทันที
- หากยังไม่พบปัญหา สามารถรออัปเดตแบบ Preview หรือ Patch Tuesday เดือนถัดไป ซึ่งจะรวมแพตช์แก้ไขนี้เข้าไปด้วย
สรุป
กรณีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่าอัปเดตความปลอดภัยขนาดใหญ่ระดับ Patch Tuesday อาจสร้างผลกระทบที่คาดไม่ถึงกับระบบ production โดยเฉพาะในฝั่งองค์กรที่ใช้งาน Cloud PC และระบบ virtualization อย่างจริงจัง
การที่ Microsoft ต้องปล่อย Windows OOB Updates แบบเร่งด่วน แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้มีความรุนแรงในระดับที่ไม่สามารถรอรอบอัปเดตปกติได้ และผู้ดูแลระบบควรรีบประเมินผลกระทบกับระบบของตนเองโดยเร็ว
ที่มา: bleepingcomputer





