
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Microsoft กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันเรื่อง AI อย่างหนักหน่วงที่สุด ตั้งแต่ Windows, Office, Edge ไปจนถึงบริการคลาวด์แทบทุกตัว ล้วนมี Copilot และฟีเจอร์ AI แทรกอยู่แทบทุกมุม จนเกิดกระแสต่อต้านจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่มองว่า “มากเกินไป” และเริ่มตั้งคำถามว่า AI เหล่านี้จำเป็นจริงหรือไม่
ล่าสุด โลกอินเทอร์เน็ตก็ได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่สะท้อนอารมณ์ประชดประชันต่อ Microsoft ได้อย่างแสบสัน นั่นคือส่วนขยายเบราว์เซอร์ชื่อว่า “Microsoft to Microslop” ซึ่งทำหน้าที่ง่าย ๆ แต่เจ็บแสบ คือเปลี่ยนคำว่า “Microsoft” เป็น “Microslop” ไปทั่วทั้งหน้าเว็บที่คุณเปิด
ไม่ว่าคุณจะใช้งานบน Google Chrome หรือแม้แต่ Microsoft Edge ที่สร้างบน Chromium เหมือนกัน ส่วนขยายตัวนี้ก็สามารถติดตั้งและใช้งานได้ตามปกติ เรียกได้ว่าเอาเบราว์เซอร์ของ Microsoft มาแซว Microsoft เองแบบตรง ๆ
Microslop คืออะไร และทำงานยังไง
Microslop เป็นส่วนขยายบน Chrome Web Store ที่ถูกพัฒนาโดยนักพัฒนารายหนึ่งซึ่งยอมรับตรง ๆ ว่าทำขึ้นมาด้วย “ระดับความหมั่นไส้ส่วนตัว” หลังไม่พอใจกับท่าทีและแนวคิดของผู้บริหาร Microsoft โดยเฉพาะ Satya Nadella ซีอีโอของบริษัท
ตัวส่วนขยายไม่ได้ไปยุ่งกับโค้ดของเว็บไซต์จริง ๆ แต่เป็นการ “ปรับข้อความบนหน้าจอฝั่งผู้ใช้” เท่านั้น กล่าวคือ
- เปลี่ยนคำว่า Microsoft เป็น Microslop เฉพาะในมุมมองของผู้ใช้
- ไม่กระทบลิงก์ ไม่ทำให้เว็บพัง
- ไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ ไม่ส่งข้อมูลกลับไปยังผู้พัฒนา
เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อเพื่อความสะใจส่วนตัวล้วน ๆ ใครเปิดเว็บมาก็จะเห็นคำว่า Microslop แทน Microsoft เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นข่าว เทคโนโลยี ฟอรั่ม หรือแม้แต่หน้าเว็บของ Microsoft เอง

ที่มาของคำว่า “Microslop”
คำว่า Microslop เกิดขึ้นจากการผสมคำระหว่าง Microsoft กับคำว่า “slop” ซึ่งในบริบทนี้หมายถึงเนื้อหาคุณภาพต่ำ หรือของที่ดูไร้มาตรฐาน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากคำพูดของ Satya Nadella ที่เคยออกมาปกป้องคอนเทนต์จาก AI โดยบอกว่าเราไม่ควรมองผลลัพธ์จาก LLM หรือ AI ว่าเป็น “slop”
ทว่าในสายตาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก AI-generated content กลับถูกมองว่าเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้คุณภาพของเว็บแย่ลง เต็มไปด้วยบทความซ้ำ ๆ เนื้อหาตื้น ๆ และข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น Nadella ยังเคยออกมายอมรับเองว่า
กว่า 30% ของโค้ดภายใน Microsoft ปัจจุบันถูกเขียนโดย AI
คำพูดนี้ยิ่งทำให้กระแสไม่พอใจแรงขึ้น เพราะในขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาจากนโยบายของ Microsoft เช่น
- การผลักดัน Windows 11 แทน Windows 10 แบบกึ่งบังคับ
- การยัด Copilot เข้าไปแทบทุกบริการ
- ประเด็นความเป็นส่วนตัวจากระบบ AI
- ราคาซอฟต์แวร์และบริการที่ปรับสูงขึ้นพร้อมแพ็กเกจ Copilot
ทั้งหมดนี้ทำให้คำว่า Microslop กลายเป็นสัญลักษณ์เชิงเสียดสีที่สะท้อนอารมณ์ของผู้ใช้กลุ่มหนึ่งได้อย่างตรงจุด
คนใช้ Copilot จริง ๆ มีเยอะแค่ไหน
อีกประเด็นที่ทำให้ Microslop กลายเป็นไวรัล คือภาพสะท้อนของตลาด AI ฝั่งผู้ใช้จริง แม้ Microsoft จะโหมโฆษณา Copilot หนักแค่ไหน แต่รายงานหลายสำนักกลับชี้ตรงกันว่า
- ผู้ใช้จำนวนมากแทบไม่แตะ Copilot เลย
- แอป AI แบบ Local ที่ใช้ NPU บนโน้ตบุ๊ก Windows ยังมีข้อจำกัดสูง
- คนที่อยากใช้ AI จริง ๆ มักเปิดเบราว์เซอร์แล้วเข้า ChatGPT มากกว่า
แม้แต่ Dell เองก็ยอมรับว่าผู้ใช้ที่ต้องการ AI มักจะไปใช้งานผ่านเว็บเป็นหลัก ไม่ได้พึ่ง Copilot บนเครื่องอย่างที่ Microsoft วาดภาพไว้
ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำภาพว่า Microsoft กำลัง “ดัน AI เกินความจำเป็น” ในสายตาผู้ใช้จำนวนไม่น้อย
ติดตั้ง Microslop บน Edge ก็ได้
ความเจ็บแสบของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ Microslop ไม่ได้ใช้ได้แค่ Chrome เท่านั้น แต่ยังสามารถติดตั้งบน Microsoft Edge ได้อีกด้วย เพราะ Edge ใช้เอนจิน Chromium เหมือนกัน
เท่ากับว่าคุณสามารถเปิดเว็บ microsoft.com ผ่าน Edge แล้วเห็นคำว่า Microslop เต็มหน้าได้แบบไม่ต้องพึ่งมีมใด ๆ เพิ่มเติม เป็นการประชดเชิงสัญลักษณ์ที่แรงพอตัวในหมู่คนสายไอที
สรุป
Microslop อาจเป็นเพียงส่วนขยายเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนข้อความบนหน้าเว็บ แต่สิ่งที่มันสะท้อนออกมาคือกระแสต่อต้านแนวทาง AI ของ Microsoft ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่ผู้ใช้ทั่วไป
ในวันที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่พยายามเปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็น AI-first โลกอินเทอร์เน็ตก็ยังมีพื้นที่สำหรับเสียงประชด เสียงล้อเลียน และการต่อต้านในรูปแบบสร้างสรรค์แบบนี้อยู่เสมอ
และบางที การที่คำว่า “Microsoft” ถูกเปลี่ยนเป็น “Microslop” เต็มเว็บ ก็อาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ใช่ผู้ใช้ทุกคนจะอินกับ AI แบบที่ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีคิดไว้เสมอไป
ที่มา: PCWorld





