Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

PlayStation 5 Pro เตรียมอัปเดต PSSR 2.0 ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ดันความละเอียดเกมคลาสสิก พร้อมอัปเฟรมเรตเกมใหม่

PS5 Pro PSSR 2.0

PlayStation 5 Pro แม้จะเป็นคอนโซลที่แรงที่สุดของ Sony ในปัจจุบัน แต่หลังเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา กลับยังไม่สามารถสร้างกระแสได้มากเท่าที่หลายคนคาดหวังไว้ โดยเฉพาะฟีเจอร์เด่นอย่างระบบอัปสเกลด้วย AI ที่ใช้ชื่อว่า PSSR (PlayStation Spectral Super Resolution) ซึ่งในเวอร์ชันแรกยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพภาพและเกิดอาการภาพเพี้ยนในบางเกม

ล่าสุดมีรายงานว่า Sony เตรียมอัปเกรดระบบดังกล่าวเป็นเวอร์ชันใหม่ PSSR 2.0 ภายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยจะมาพร้อมการปรับปรุงคุณภาพภาพ ประสิทธิภาพ และความสามารถใหม่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการยกระดับความละเอียดของเกมคลาสสิกให้ดูคมชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Advertisement

PSSR 2.0 เตรียมอัปเดตภายในไตรมาสแรกปีนี้

ข้อมูลดังกล่าวมาจาก Gust_FAN อินไซเดอร์ชาวญี่ปุ่นที่มีประวัติความแม่นยำสูง ซึ่งเคยเปิดเผยข้อมูล PlayStation 5 Slim และ Hyperpop Collection ได้ถูกต้องมาแล้ว โดยรอบนี้เขาออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับการอัปเดต PSSR 2.0 ผ่าน X พร้อมระบุช่วงเวลาการปล่อยอัปเดตว่าจะอยู่ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีนี้

เท่ากับว่า หากอ้างอิงตามไทม์ไลน์ปัจจุบัน ก็หมายความว่า PlayStation 5 Pro จะได้รับการอัปเดต PSSR 2.0 ภายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้อย่างแน่นอน และอาจเป็นอัปเดตครั้งสำคัญที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของเครื่องได้อย่างเต็มที่มากขึ้น


PSSR 2.0 จะได้อะไรใหม่บ้าง

จากข้อมูลที่อินไซเดอร์เปิดเผย มีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับความสามารถของ PSSR 2.0 ดังนี้

  • เปิดให้อัปเดตใช้งานช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม
  • เพิ่มฟีเจอร์ระดับเดียวกับ FSR 4
  • ปรับปรุงคุณภาพภาพและประสิทธิภาพโดยรวม
  • เพิ่มเฟรมเรตให้กับเกมที่เคยรันอยู่ราว 70–80 FPS
  • ยกระดับความละเอียดของเกมคลาสสิกที่เคยเป็นภาพความละเอียดต่ำ
  • เพิ่มเครื่องมือ debug สำหรับนักพัฒนาเกม

แม้บางส่วนจะเป็นข้อมูลที่เคยมีข่าวหลุดมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่การยืนยันช่วงเวลาอัปเดตทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า Sony กำลังเร่งผลักดันเทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง


อัปเฟรมเรตเกมเดิมให้ลื่นขึ้น

หนึ่งในจุดเด่นของ PSSR 2.0 คือการช่วยเพิ่มเฟรมเรตให้กับเกมที่ก่อนหน้านี้รันได้เพียง 70–80 FPS ให้ขยับเข้าใกล้ระดับ 120 FPS มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกมเพลย์ลื่นไหลกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกมแนวแอ็กชันหรือเกมที่ต้องการความแม่นยำสูง

ถ้าระบบอัปสเกลเวอร์ชันใหม่นี้ทำงานได้ตามที่คาดหวัง ก็อาจทำให้ PlayStation 5 Pro เข้าใกล้ภาพฝันของการเป็นเครื่องเล่นเกมระดับ 4K ที่รันได้ 120 FPS อย่างแท้จริงมากขึ้นกว่าเดิม


ดันเกมคลาสสิกให้คมชัดขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจมากคือการนำ PSSR 2.0 ไปช่วยยกระดับความละเอียดของเกมคลาสสิกที่เคยมีความละเอียดต่ำ ไม่ว่าจะเป็นเกมเก่าบน PlayStation Store หรือเกมในแพ็กเกจ PlayStation Plus ระดับพรีเมียม

ในอดีต เกมคลาสสิกจำนวนมากถูกพอร์ตมาในความละเอียดเดิม ทำให้ภาพดูเบลอและไม่คมชัดเมื่อเล่นบนทีวี 4K แต่หาก PSSR 2.0 สามารถช่วยอัปสเกลภาพให้คมขึ้นได้จริง ก็จะทำให้เกมเก่าเหล่านี้กลับมาน่าเล่นอีกครั้ง และเพิ่มความคุ้มค่าให้กับบริการ PlayStation Plus มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


โอกาสปลดล็อกพลังแท้จริงของ PS5 Pro

แม้ PlayStation 5 Pro จะเป็นเครื่องที่มีพลังประมวลผลสูงมาก แต่ตลอดช่วงหลังเปิดตัวกลับยังมีเกมที่ใช้ศักยภาพของเครื่องได้ไม่เต็มที่ หลายเกมยังไม่สามารถทำเฟรมเรตสูงพร้อมความละเอียดระดับ 4K ได้อย่างที่ผู้เล่นคาดหวัง

การมาของ PSSR 2.0 จึงถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ PS5 Pro แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้มากขึ้น ทั้งในแง่คุณภาพภาพ เฟรมเรต และประสบการณ์การเล่นโดยรวม

โดยเฉพาะเกมฟอร์มยักษ์ที่กำลังจะเปิดตัวในปีนี้อย่าง Marvel’s Wolverine ซึ่งหลายฝ่ายก็คาดหวังว่าอาจเป็นหนึ่งในเกมแรก ๆ ที่ได้ใช้เทคโนโลยี PSSR 2.0 อย่างเต็มรูปแบบ


บทสรุป

การอัปเดต PSSR 2.0 ถือเป็นหนึ่งในอัปเดตที่สำคัญที่สุดของ PlayStation 5 Pro นับตั้งแต่เปิดตัว โดย Sony กำลังพยายามยกระดับระบบอัปสเกลด้วย AI ให้มีคุณภาพใกล้เคียงเทคโนโลยีระดับ PC อย่าง FSR 4 มากขึ้น พร้อมดันเฟรมเรตเกมใหม่ให้ลื่นไหล และทำให้เกมคลาสสิกกลับมาดูน่าเล่นอีกครั้งบนจอ 4K ยุคปัจจุบัน

หากอัปเดตนี้ทำได้ตามที่สัญญาไว้จริง PS5 Pro ก็อาจกลายเป็นเครื่องเล่นเกมที่ตอบโจทย์สายภาพสวย เฟรมลื่น ได้อย่างเต็มรูปแบบมากกว่าที่เคยเป็นมา

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

(กรุงเทพฯ / 17 ก.ย. 2569) – บริษัทโซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดหูฟังไร้สาย พร้อมขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ด้วยการเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุด WH-CH730N และ WH-CH530 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟังเพลง การทำงาน การเรียนออนไลน์ การเดินทาง และการรับชมคอนเทนต์ โดยโซนี่เข้าใจถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกและการแสดงออกในแบบของตนเอง และมองว่าหูฟังในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการฟังเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นแก็ดเจ็ตที่สะท้อนแฟชั่น สไตล์ และคาแรกเตอร์ของผู้ใช้งานได้อีกด้วย จึงให้ความสำคัญกับดีไซน์และสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่โทนสีสดใสที่สะท้อนความสนุกสนาน โทนสีเอิร์ธโทน ไปจนถึงสีคลาสสิก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์และตัวตนได้อย่างลงตัว โดย WH-CH730N มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ดีไซน์น้ำหนักเบาและพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพกพาและใช้งาน พร้อมมาในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่ WH-CH530 โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบา มีสีสันให้เลือกหลากหลาย และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนาน พร้อมมอบประสบการณ์เสียงไร้สายที่สะดวกและใช้งานง่ายในแบบฉบับของโซนี่ Advertisement WH-CH730N หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน ดีไซน์ใหม่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ หูฟังไร้สาย WH-CH730N มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพดีควบคู่กับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Dual Noise Sensor เพื่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับเสียงเพลงหรือคอนเทนต์ได้อย่างเต็มอารมณ์ยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์แบบครอบหูที่มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายตลอดวัน มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีออฟไวท์ (Off-white), สีชมพู (Pink), สีน้ำเงิน (Blue), สีดำ(Black) และสีเบจ (Beige) ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางเป็นประจำ คนทำงานแบบไฮบริด นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน พร้อมปรับโฉมใหม่ให้มีน้ำหนักเบาและสามารถพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทั้งระหว่างการใช้งานและการพกพา นอกจากนี้ยังได้รับการยกระดับคุณภาพการสนทนา เพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้นานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมระบบชาร์จเร็ว เพียงชาร์จ 10 นาที สามารถใช้งานต่อได้นานประมาณ 4.5 ชั่วโมง รวมถึงรองรับการปรับแต่งเสียงได้อย่างเต็มรูปแบบตามความชื่นชอบของผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Sound Connect เพื่อให้เหมาะกับแนวเพลงและสไตล์การฟังของแต่ละคน ด้านการสนทนา WH-CH730N ช่วยให้เสียงพูดมีความคมชัดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ด้วยเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่ผสานการทำงานของไมโครโฟนแบบ Beamforming การจัดวางตำแหน่งไมโครโฟนอย่างเหมาะสม และระบบลดเสียงรบกวนที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย LE Audio เพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่น รองรับ Multipoint Connection สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง รวมถึง Fast Pair และ Swift Pair ช่วยให้การจับคู่และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โซนี่ชวน Gen Z เปิดประสบการณ์หูฟังโซนี่ตัวแรก...

PR-News

(กรุงเทพฯ / 24 ก.ค. 2569) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สานต่อแนวคิด “Cinema is Coming Home” ด้วยการเปิดตัวไลน์อัปทีวี BRAVIA และชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre รุ่นใหม่ นำโดย BRAVIA 9...

Buyer's Guide

ไม่ว่าจะคนรักเสียงเพลงหรือสายเดินทางแทบทุกคนจะมีหูฟังบลูทูธเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไว้ฟังเพลงเพลงหรือ Podcast โปรดได้ทุกเมื่อและตัดเสียงรบกวนภายนอกได้หมด ซึ่งผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ก็รู้เรื่องนี้ดีจึงพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องจึงเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่แทบทุกปีมีทุกระดับราคาตั้งแต่พันบาทต้นไปจนหลักหมื่นบาท มีฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ให้ใช้หลายอย่างและปรับแต่งการทำงานในแอพฯ ได้หลากหลาย ส่วนดีไซน์ภายนอกก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับสำหรับเสริมลุคการแต่งตัวของใครหลายๆ คนเลย นอกจากเรื่องสเปคกับแอพฯ ใช้งานแล้ว หูฟังทุกรุ่นจะมี “คาร์แรคเตอร์เสียง” เฉพาะตัวว่าแบรนด์นี้เน้นแต่งเสียงให้เบสเด่นหนักแน่น, เสียงเครื่องดนตรีเด่นหรือนักร้องคมชัด ฯลฯ แล้วแต่ละคนก็มีรสนิยมการฟังเพลงแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้ลองหาหูฟังของแบรนด์หรือเป็นรุ่นที่สนใจได้เลยยิ่งดี จะได้รู้ว่าโทนเสียงถูกใจไหมจะให้ไม่ต้องซื้อมาเสียเงินฟรีให้เสียอารมณ์ในภายหลัง Advertisement เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหูฟังบลูทูธ 7 หูฟังบลูทูธน่าใช้...

CONTENT

(กรุงเทพฯ, 5 พฤษภาคม2569) – บริษัท โซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าขยายไลน์อัปอุปกรณ์เกมมิ่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด “INZONE H6 Air” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมประสบการณ์เสียงที่สมจริงและโอบล้อมรอบทิศทาง ด้วยโครงสร้างแบบ Open-back ผสานไดรเวอร์ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างมีมิติสมจริง พร้อมให้เสียงเบสที่ลึกและหนักแน่น INZONE H6 Air – เสียงคมชัดสมจริงยกระดับทุกประสบการณ์การเล่นเกม INZONE H6 Air มาพร้อมโครงสร้างแบบ Open-back ที่ช่วยสร้างมิติเสียงเสมือนจริงแบบรอบทิศทาง ให้ผู้ใช้งานรู้สึกราวกับอยู่ภายในโลกของเกมอย่างแท้จริง ด้วยโครงสร้างแบบ Open-back ที่เปิดโล่งด้านหลังหูฟังช่วยลดการสะท้อนของเสียงภายใน จึงสามารถถ่ายทอดซาวด์สเตจได้อย่างเที่ยงตรงตามที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจ อีกทั้งยังมาพร้อมไดรเวอร์ที่ได้รับการปรับจูนอย่างละเอียด โดยพัฒนาบนพื้นฐานเทคโนโลยีเดียวกับหูฟังสตูดิโอระดับมืออาชีพแบบ Open-back ของโซนี่อย่าง MDR-MV1 และปรับแต่งไดรเวอร์เป็นพิเศษสำหรับหูฟังเกมมิ่งรุ่นนี้โดยเฉพาะ เสริมด้วยการออกแบบช่องระบายอากาศด้านหลังของไดรเวอร์ ช่วยให้เสียงเบสมีความลึก แน่น และควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคงความชัดเจนของย่านเสียงกลางและเสียงต่ำ เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงและดื่มด่ำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับเกมที่มีรายละเอียดเสียงซับซ้อน Advertisement...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก