Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Apple ดึง Gemini เสริมพลัง Siri เต็มสูบ ขณะที่ฝั่ง Elon Musk ออกอาการไม่พอใจ ชี้กระจุกอำนาจเกินไป

Apple Siri Gemini

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โลกเทคโนโลยีต่างพูดถึงความเร็วที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่าง Apple กับค่าย AI รายอื่น ฝั่งหนึ่งเร่งพัฒนา AI กันแบบก้าวกระโดด ขณะที่ Apple ถูกมองว่าเดินเกมช้ากว่าใครเพื่อน แต่ล่าสุดดูเหมือน “เต่าตัวนี้” จะหยิบไพ่ใบสำคัญขึ้นมาเล่น ด้วยการจับมือกับ Google และเลือกใช้โมเดล AI ตระกูล Gemini มาเป็นแกนหลักให้ Siri เวอร์ชันใหม่

ความร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มความฉลาดให้ผู้ช่วยเสียงของ Apple เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับระบบ Apple Intelligence ทั้งฝั่ง on-device และ private cloud ที่บริษัทกำลังผลักดันอย่างจริงจัง

Advertisement

Siri เวอร์ชันใหม่ กำลังจะมาใน iOS 26.4

จากข้อมูลล่าสุด Apple เตรียมเปิดตัว Siri โฉมใหม่อย่างเป็นทางการใน iOS 26.4 ซึ่งคาดว่าจะปล่อยอัปเดตภายในปี 2026 นี้ โดย Siri เวอร์ชันใหม่นี้จะมาพร้อมฟีเจอร์ที่ผู้ใช้รอคอยมานาน เช่น

  • การสั่งงานภายในแอป (In-App Actions)
  • การจดจำบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ (Personal Context Awareness)
  • การรับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอ (On-Screen Awareness)

ทั้งหมดนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วย Foundation Models รุ่นใหม่ของ Apple ที่มี Gemini เป็นแกนหลักอยู่เบื้องหลัง

ที่น่าสนใจคือ Apple ไม่ได้ใช้ Gemini แค่ในรูปแบบโมเดลขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยังมีรายงานว่าบริษัทเตรียมนำโมเดล Gemini เวอร์ชันปรับแต่งพิเศษขนาดใหญ่ระดับ 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ ไปใช้งานบนระบบ Private Apple Intelligence บนคลาวด์ของตัวเอง

แนวคิดของ Apple คือ

  • งาน AI ง่าย ๆ ประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง
  • งาน AI ซับซ้อน ส่งไปประมวลผลบน private cloud ของ Apple ด้วยข้อมูลแบบเข้ารหัส และไม่เก็บสถานะผู้ใช้

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นจุดขายหลักของ Apple มาโดยตลอด


Elon Musk ไม่ปลื้ม มองว่า Google ได้อำนาจมากเกินไป

ฝั่งที่ออกอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดก็คือ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla และผู้ก่อตั้ง xAI โดย Musk ออกมาวิจารณ์ดีลนี้ว่าเป็น “การกระจุกอำนาจที่ไม่สมเหตุสมผลให้กับ Google”

ก่อนหน้านี้ Musk เคยยื่นฟ้อง Apple และ OpenAI ในประเด็นที่เขามองว่าเป็นการร่วมมือกันปิดกั้นการแข่งขัน และดีล Apple-Gemini ก็ยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงธุรกิจจริง ๆ Google อาจไม่ได้เป็นฝ่ายได้ประโยชน์มากอย่างที่ Musk มอง


ดีลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี Google ได้เงิน แต่ Apple ได้อิทธิพล

จากรายงานอุตสาหกรรม ระบุว่า Google จะได้รับค่าลิขสิทธิ์จาก Apple ราว 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จากการให้สิทธิ์ใช้งานโมเดล Gemini

หากคำนวณเป็นเงินไทยที่อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยราว 36 บาทต่อดอลลาร์ เท่ากับประมาณ 36,000 ล้านบาทต่อปี

ตัวเลขนี้ดูเหมือนจะสูง แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าทางธุรกิจของ Apple แล้ว ถือว่าไม่ใช่ต้นทุนที่สูงนัก ขณะที่สิ่งที่ Apple ได้กลับมาคือ

  • Siri ที่ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
  • ระบบ AI ที่พร้อมใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
  • ความสามารถด้าน agentic AI ที่ใกล้เคียงคู่แข่งทันที

ในทางกลับกัน Google ได้เพียงรายได้ค่าลิขสิทธิ์ และบทบาทเบื้องหลังเท่านั้น ผู้ใช้ปลายทางจะมองเห็นแค่ Siri ที่เก่งขึ้น ไม่ใช่ Gemini ที่อยู่เบื้องหลัง


ไพ่ใบสำคัญของ Apple คือ “Network Effect”

จุดแข็งที่แท้จริงของ Apple คือพลังของ ecosystem และ network effect

ลองนึกภาพว่าเมื่อ Siri เวอร์ชันใหม่สามารถสั่งจองร้านอาหาร จัดตารางนัดหมาย วางแผนทริป หรือจัดการงานส่วนตัวได้แบบอัตโนมัติ ผู้ใช้จะบอกต่อว่าใครทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

คำตอบคือ “Siri ทำให้ได้” ไม่ใช่ “Gemini ทำให้ได้”

ต่อให้เทคโนโลยีเบื้องหลังเป็นของ Google แต่แบรนด์ที่ผู้ใช้จดจำคือ Apple นี่คือกลยุทธ์ที่ Apple ถนัดที่สุด คือใช้เทคโนโลยีจากพาร์ตเนอร์เป็นสะพานเชื่อมระยะสั้น ระหว่างที่บริษัทพัฒนา AI ของตัวเองให้แข็งแกร่งในระยะยาว


สรุป: ดีลนี้ Apple ชนะเชิงยุทธศาสตร์

เมื่อมองภาพรวมแล้ว ความไม่พอใจของ Elon Musk อาจสะท้อนมุมมองเชิงอุดมการณ์มากกว่าความจริงเชิงธุรกิจ เพราะในเชิงโครงสร้างอำนาจ

  • Google ได้เงิน
  • Apple ได้ผู้ใช้
  • Siri ได้ความสามารถระดับ AI ชั้นนำทันที
  • ecosystem ของ Apple แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น

ดีล Siri Gemini จึงไม่ใช่แค่การอัปเกรดผู้ช่วยเสียงธรรมดา แต่เป็นการวางหมากสำคัญในสงคราม AI ระยะยาว ที่ Apple เลือกใช้ไพ่ใบใหญ่ตั้งแต่ต้นเกม

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Samsung “คอนเฟิร์ม” รองรับ G-SYNC อย่างเป็นทางการ Samsung ออกข่าวประชาสัมพันธ์ยืนยันว่าไลน์อัป ทีวี OLED ปี 2026 และ จอเกมมิ่ง Odyssey รุ่นใหม่ จะเป็น NVIDIA G-SYNC Compatible อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยให้การเล่นเกม “ลื่นขึ้น” โดยลดอาการภาพฉีก (screen...

IT NEWS

ช่วงปลายเดือนมกราคม Apple ปรับหน้า “ซื้อ Mac ออนไลน์” ครั้งใหญ่ โดยลดขั้นตอนเริ่มต้นแบบเดิมที่ให้เลือก “รุ่นสำเร็จรูป (pre-configured)” ก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นพาไปเริ่มที่การ “ไล่เลือกสเปกทีละส่วน” ตั้งแต่ต้นเลย ผลคือคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจะเลือกได้เร็วขึ้น และเห็นตัวเลือกอัปเกรดชัดขึ้นกว่าเดิม ขณะที่คนทั่วไปอาจต้องใช้เวลาอ่านตัวเลือกมากขึ้นเล็กน้อย Apple ปรับหน้าเลือกสเปก Mac ใหม่ เปลี่ยนอะไรไปบ้าง ก่อนหน้านี้ เว็บ...

IT NEWS

ช่วงนี้ “ของถูกผิดปกติ” ในตลาด SSD เริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ เพราะของปลอมทำเนียนมากจนผ่านการตรวจพื้นฐานของระบบได้สบาย บางชิ้นขึ้นชื่อรุ่นถูกต้อง แสดงความจุ 2TB เต็ม ๆ ใน Windows และโปรแกรมอย่าง CrystalDiskInfo ก็ยังมองว่า “ดูปกติ” แต่พอใช้งานจริงกลับวิ่งช้าจนเหมือนแฟลชไดรฟ์ USB 2.0 เคสล่าสุดมีผู้ใช้ Reddit ออกมาเตือนว่าเจอ...

IT NEWS

Radeon อาจขึ้นราคาอีกเมื่อไหร่ และเกิดจากอะไร รายงานจากฝั่งช่องทางจัดจำหน่ายในจีนที่ถูกหยิบมาอ้างอิงโดยสื่อหลายแห่ง ระบุว่าผู้ผลิตการ์ดจอ (AIB partners) ที่ทำรุ่น Radeon อาจมีการปรับ “ต้นทุน” ขึ้นอีกรอบในช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2026 หลังจากเดือนมกราคมที่ผ่านมาเพิ่งมีการขยับต้นทุนไปแล้วประมาณ 5-10% ในหลายโมเดล จุดที่ต้องทำความเข้าใจก่อนคือ ข่าวชุดนี้พูดถึง “ต้นทุนฝั่งต้นน้ำ/หน้าช่องทาง” ไม่ใช่ราคาหน้าร้านโดยตรง แต่ในโลกจริงเมื่อ AIB ปรับต้นทุน ร้านค้าหรือดิสทริบิวเตอร์ก็มีโอกาสสะท้อนเป็นราคาขายปลีกในท้ายที่สุด...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก