
ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตราคาสูงอีกครั้ง และรอบนี้ไม่ใช่แค่แพงธรรมดา แต่แพงในระดับที่หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อโมดูล DDR5 ขนาด 256GB ในจีนถูกตั้งราคาขายปลีกสูงถึงเกือบ 50,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 250,000 บาทต่อแถว
จนเกิดการเปรียบเทียบแบบประชดในแวดวงไอทีว่า หากคุณสะสม DDR5 ขนาด 256GB ประมาณ 100 โมดูล คุณอาจเอาไปแลก “บ้านหนึ่งหลังในเซี่ยงไฮ้” ได้จริง ๆ ซึ่งแม้จะเป็นคำพูดเชิงเปรียบเทียบ แต่ก็สะท้อนภาพรวมของตลาด DRAM ในปี 2026 ได้ชัดเจนว่า ราคากำลังพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงกว่าที่เคยเป็นมา
DDR5 โมดูล 256GB ราคาเกือบ 50,000 หยวน หรือราว 250,000 บาท
รายงานจากสื่อจีนระบุว่า โมดูล DDR5 ขนาด 256GB มีราคาขายปลีกสูงถึง 49,999 หยวน หรือประมาณ 5,700 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อแปลงเป็นเงินบาทจะอยู่ที่ราว 250,000 บาท ต่อโมดูลหนึ่งแถว
หากคิดแบบเล่น ๆ ว่าใช้ 100 โมดูล จะมีมูลค่ารวมประมาณ
- 4,999,900 หยวน
- หรือราว 25 ล้านบาทไทย
ซึ่งเป็นระดับราคาที่สามารถซื้อคอนโดหรือบ้านในย่านชานเมืองของเซี่ยงไฮ้ได้จริงในบางโครงการ
แม้ตัวเลขนี้จะเป็นการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า DDR5 ราคา กำลังเข้าสู่จุดที่เกินเอื้อมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ใช่แค่โมดูลใหญ่ แม้แต่ 16GB และ 32GB ก็เริ่มแพงผิดปกติ
ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่โมดูลระดับเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น แม้แต่ RAM ขนาดที่ใช้กับพีซีเกมมิ่งหรือโน้ตบุ๊กทั่วไปอย่าง
- DDR5 16GB
- DDR5 32GB
ก็เริ่มมีราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดจีนและเอเชีย เนื่องจากซัพพลายเริ่มตึงตัว และดีมานด์จากภาคอุตสาหกรรม AI ดึงทรัพยากรออกจากตลาดผู้บริโภคโดยตรง
ผลลัพธ์คือ
- พีซีใหม่มีต้นทุนสูงขึ้น
- โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ตั้งราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น
- การอัปเกรด RAM เริ่มไม่คุ้มค่าเท่าเดิม
สาเหตุหลักที่ทำให้ DDR5 ราคา พุ่งแรง
ความต้องการจากตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ DDR5 ราคา พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง คือการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก
ระบบฝึกโมเดล AI, เซิร์ฟเวอร์คลาวด์, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ล้วนต้องใช้หน่วยความจำปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะโมดูลความจุสูงอย่าง 128GB และ 256GB
ผู้ผลิตจึงต้องจัดลำดับความสำคัญให้ลูกค้าองค์กรก่อนตลาดผู้บริโภคทั่วไป
ซัพพลายถูกจำกัดโดยผู้ผลิตรายใหญ่
ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ของโลกอย่าง
- Samsung
- SK hynix
ยังไม่เร่งขยายกำลังการผลิต DRAM แบบก้าวกระโดด เนื่องจากกังวลความเสี่ยงด้านโอเวอร์ซัพพลายในระยะยาว หากตลาดชะลอตัวลงในอนาคต
ขณะเดียวกัน สายการผลิตจำนวนมากถูกนำไปใช้กับหน่วยความจำระดับสูงอย่าง HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ GPU สำหรับงาน AI จากค่าย AMD และ NVIDIA
ผลลัพธ์คือ กำลังการผลิต DRAM สำหรับตลาดพีซีถูกจำกัดลงโดยปริยาย
แนวโน้มราคาในปี 2026 ยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย
จากรายงานก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ตลาด DRAM คาดการณ์ว่าราคา DRAM อาจปรับขึ้นอีกถึง 50% ภายในไตรมาสเดียว และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2026 หากดีมานด์จากตลาด AI ยังเติบโตในอัตราปัจจุบัน
นั่นหมายความว่า
- DDR5 จะยังคงแพงต่อไป
- โมดูลความจุสูงจะยิ่งหายาก
- ราคาพีซีและโน้ตบุ๊กจะถูกกดดันต่อเนื่อง
ผู้บริโภคควรรับมืออย่างไรในช่วง DDR5 ราคาแพง
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่กำลังวางแผนซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดเครื่อง สิ่งที่ควรพิจารณาในช่วงนี้คือ
- เลือกความจุ RAM ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง
- หลีกเลี่ยงการอัปเกรดเกินจำเป็น
- เปรียบเทียบราคาหลายร้านก่อนตัดสินใจ
- ติดตามรอบโปรโมชั่นหรือดีลพิเศษจากผู้จัดจำหน่าย
ในบางกรณี การเลือกใช้ DDR4 ในแพลตฟอร์มที่ยังรองรับ อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ DDR5 ราคาพุ่งแรงแบบนี้
สรุปภาพรวมตลาด DDR5 ในต้นปี 2026
| ปัจจัย | สถานการณ์ |
|---|---|
| ราคา DDR5 | พุ่งสูง โดยเฉพาะโมดูล 128GB–256GB |
| สาเหตุหลัก | ดีมานด์จาก AI และดาต้าเซ็นเตอร์ |
| ซัพพลาย | ถูกจำกัดโดยผู้ผลิตรายใหญ่ |
| แนวโน้ม | ราคายังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ |
| ผลกระทบ | พีซีและโน้ตบุ๊กราคาแพงขึ้น |
บทสรุป
สถานการณ์ในต้นปี 2026 ชัดเจนแล้วว่า DDR5 ราคา กำลังเข้าสู่ช่วงพีคอีกระลอก และไม่ใช่แค่แพงธรรมดา แต่แพงจนกลายเป็นประเด็นระดับโลก เมื่อโมดูล 256GB ถูกตั้งราคาในระดับที่เทียบได้กับทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่ของจีน
แม้คำเปรียบเทียบ “ซื้อบ้านได้ด้วย RAM” จะฟังดูเหมือนเรื่องขำขัน แต่เบื้องหลังคือความจริงของตลาดเทคโนโลยีในยุค AI ที่กำลังดึงทรัพยากรฮาร์ดแวร์ไปใช้อย่างมหาศาล และทิ้งภาระต้นทุนไว้ให้ผู้บริโภคทั่วโลกต้องแบกรับร่วมกันในปีนี้
ที่มา: wccftech





