
ในช่วงปี 2025 ต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2026 ปัญหา หน่วยความจำขาดแคลน กลายเป็นหนึ่งในประเด็นใหญ่ของอุตสาหกรรมไอที โดยเฉพาะ DRAM และ HBM ที่ถูกดึงไปใช้งานในฝั่ง AI data center อย่างมหาศาล จนกระทบไปถึงตลาด PC, โน้ตบุ๊ก และการ์ดจอสำหรับผู้บริโภคโดยตรง
คำถามสำคัญคือ แล้วบริษัทที่อยู่ “ศูนย์กลาง” ของกระแส AI อย่าง NVIDIA ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้มากน้อยแค่ไหน
คำตอบจาก NVIDIA คือ
บริษัทอยู่ในจุดที่ได้เปรียบอย่างชัดเจน และแทบไม่สะเทือนจากวิกฤตหน่วยความจำครั้งนี้
NVIDIA ตอบตรง ประเด็น DRAM Supercycle ในงาน CES 2026
ในช่วงงาน CES 2026 ระหว่างช่วง Financial Analyst Q&A Session มีนักวิเคราะห์จาก Wells Fargo ตั้งคำถามถึงความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนของ NVIDIA โดยเฉพาะเรื่อง
- ราคาหน่วยความจำ DRAM ที่พุ่งสูง
- ปริมาณหน่วยความจำที่เริ่มตึงตัว
- ความต่อเนื่องของการส่งมอบสินค้า
คำตอบมาจากทั้ง Jensen Huang (CEO) และ Colette Cress (CFO) ของ NVIDIA โดยสรุปได้ชัดเจนว่า
NVIDIA เตรียมตัวล่วงหน้ามานานแล้ว และไม่ได้เพิ่งมารับมือกับปัญหานี้ในช่วงหลัง
เหตุผลหลักที่ NVIDIA ได้เปรียบกว่าใครในตลาดหน่วยความจำ
1. NVIDIA เติบโตในสเกล “ใหญ่” ตั้งแต่ก่อน AI บูม
NVIDIA ระบุว่าบริษัทไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ในยุค AI แต่เติบโตในระดับ massive scale มาก่อนแล้ว ทำให้สามารถวางแผนการขยายกำลังผลิตร่วมกับพาร์ตเนอร์ได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน
เมื่อความต้องการ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงไม่ต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหมือนผู้เล่นรายอื่น
2. จ่ายเงินล่วงหน้า (Prepayment) ให้ซัพพลายเออร์โดยตรง
หนึ่งในจุดสำคัญที่สุดที่ NVIDIA เปิดเผยคือ
บริษัทลงทุนกับพาร์ตเนอร์โดยการ “จ่ายเงินล่วงหน้า” เพื่อขยายกำลังการผลิต
กลยุทธ์นี้ช่วยให้
- ผู้ผลิตหน่วยความจำกล้าลงทุนเพิ่ม capacity
- NVIDIA ได้สิทธิ์เข้าถึงซัพพลายก่อน
- ลดความเสี่ยงจากการแย่งวัตถุดิบในตลาดเปิด
3. NVIDIA เป็นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ไม่กี่รายที่ “ซื้อ DRAM เอง”
Jensen Huang ระบุชัดว่า NVIDIA เป็นแทบจะ บริษัทเดียวในโลก ที่
- ซื้อ DRAM ในระดับ global scale ด้วยตัวเอง
- ไม่รอให้ซัพพลายเออร์รวมระบบให้เสร็จ
เหตุผลไม่ใช่เรื่องต้นทุน แต่เป็นเรื่องของ การควบคุมซัพพลายเชน
DRAM + CoWoS = จุดแข็งที่เลียนแบบยาก
NVIDIA อธิบายว่าการนำ DRAM มาประกอบเป็น CoWoS-based AI supercomputer ไม่ใช่แค่การต่อชิปเข้าด้วยกัน แต่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาก
Jensen เปรียบเทียบว่าเหมือนการเดินระบบ “plumbing” ทั้งอุตสาหกรรม
ใครควบคุมเส้นทางนี้ได้ก่อน ย่อมได้เปรียบในช่วงที่ของขาด
ในสถานการณ์ที่หน่วยความจำตึงตัวแบบปัจจุบัน ความสามารถนี้กลายเป็นแต้มต่อที่สำคัญมาก
NVIDIA ติดต่อผู้ผลิตหน่วยความจำโดยตรงมานานแล้ว
NVIDIA ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เพิ่งเริ่มคุยกับผู้ผลิต DRAM หรือ HBM ในช่วงปีสองปีนี้ แต่ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มขยายบทบาทในตลาด AI
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
การที่ Jensen Huang เดินทางไป เกาหลีใต้ เพื่อพบผู้บริหารระดับสูงของ Samsung โดยไม่ได้คุยแค่เรื่อง HBM แต่รวมถึง DRAM ด้วย
ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับการทำ Long-Term Agreements (LTA) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบริษัทที่ไม่สามารถยอมให้การเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าช้าได้แม้แต่นิดเดียว
NVIDIA คือหนึ่งใน “ต้นเหตุ” ของปัญหาหน่วยความจำขาดแคลน
แม้ NVIDIA จะรับมือกับปัญหาได้ดี แต่บริษัทก็ยอมรับโดยอ้อมว่า
ความต้องการ AI ของ NVIDIA เอง คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้หน่วยความจำขาดแคลน
เพราะ NVIDIA ไม่ได้ใช้แค่ HBM เท่านั้น แต่ยังกว้านซื้อหน่วยความจำประเภทอื่นจำนวนมาก เช่น
- LPDDR
- SO-DIMM
- GDDR
ทั้งหมดนี้ถูกใช้เพื่อขับเคลื่อน AI infrastructure ในระดับโลก
เปิดตัวแนวคิดใหม่ Inference Context Memory Storage Platform
อีกจุดที่น่าสนใจคือ Jensen Huang ยังเผยแนวคิดหน่วยความจำรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า
Inference Context Memory Storage Platform
ซึ่งเป็น storage class ใหม่สำหรับงาน AI โดยเฉพาะ และมีแนวโน้มสูงว่าจะ
- ใช้ DRAM ปริมาณมาก
- เพิ่มแรงกดดันต่อ supply chain ในอนาคต
นี่สะท้อนให้เห็นว่า NVIDIA ยังเดินหน้าขยายการใช้หน่วยความจำต่อไป ไม่ได้ชะลอแผนแต่อย่างใด
ฝั่ง AI รอด แต่ฝั่งเกมเมอร์เริ่มเจ็บตัว
แม้ NVIDIA จะ “แทบไม่สะเทือน” ในฝั่ง AI แต่สถานการณ์กลับแตกต่างในตลาดผู้บริโภคอย่างชัดเจน
มีรายงานว่า
- การเปิดตัว RTX 50 SUPER ถูกเลื่อนออกไปหลายเดือน
- ปัญหาหลักคือ DRAM ไม่เพียงพอ
- NVIDIA วางแผนนำ GeForce RTX 3060 กลับมาขายอีกครั้ง เพื่อลดแรงกดดันด้านซัพพลาย
ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า
NVIDIA ในปี 2026 ไม่ได้เป็นบริษัทเกมเป็นหลักอีกต่อไป
บทสรุป NVIDIA เปลี่ยนสถานะจากบริษัทเกม เป็น AI Infrastructure Company เต็มตัว
สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหน่วยความจำขาดแคลนครั้งนี้ แสดงให้เห็นชัดว่า
- NVIDIA ให้ความสำคัญกับ AI มากกว่าตลาด consumer
- บริษัทควบคุมซัพพลายเชนระดับต้นน้ำด้วยตัวเอง
- ผู้บริโภคและเกมเมอร์คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ในโลกที่ AI คือเครื่องจักรเศรษฐกิจหลัก
NVIDIA เลือกปกป้องฝั่ง data center ก่อนเสมอ และนี่คือความจริงที่ตลาดเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2026
ที่มา: wccftech





