
ในงาน CES ล่าสุด ASUS ได้ออกมาแสดงให้เห็นว่า WiFi 8 ไม่ใช่แค่แนวคิดบนกระดาษอีกต่อไป หลังนำเราเตอร์ต้นแบบอย่าง ROG NeoCore มาโชว์ พร้อมสาธิตผลการทดสอบการใช้งานจริง (real-world test) ให้เห็นถึงข้อดีของมาตรฐาน WiFi รุ่นถัดไปอย่างชัดเจน โดยเน้นไปที่ “ความเสถียร” และ “ความสม่ำเสมอของการเชื่อมต่อ” มากกว่าการไล่ตัวเลขความเร็วสูงสุดเพียงอย่างเดียว

ASUS ระบุว่า WiFi 8 จะเป็นก้าวสำคัญของเครือข่ายไร้สายยุคใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่บ้านหนึ่งหลังมีอุปกรณ์เชื่อมต่อพร้อมกันจำนวนมาก ทั้งสมาร์ตโฮม, IoT, อุปกรณ์ AI และบริการ cloud ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่นิ่งและเชื่อถือได้ตลอดเวลา
WiFi 8 ไม่ได้เน้นแรงสุด แต่เน้น “นิ่งกว่าเดิม” ในชีวิตจริง
ต่างจากการเปลี่ยนผ่านมาตรฐาน WiFi ในอดีตที่มักเน้นตัวเลข bandwidth หรือความเร็วสูงสุดเป็นหลัก WiFi 8 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ใช้เจอจริงในชีวิตประจำวัน เช่น สัญญาณตกเมื่อเดินออกจากตัวเราเตอร์, latency แกว่งเวลาใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน หรือความไม่เสถียรเมื่อมีเราเตอร์บ้านข้างเคียงจำนวนมาก
ASUS อธิบายว่า WiFi 8 จะช่วยให้การเชื่อมต่อมีคุณภาพสม่ำเสมอมากขึ้นในระยะกลางถึงไกล ไม่ใช่แค่แรงเฉพาะจุดใกล้เราเตอร์เท่านั้น ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของ WiFi หลายรุ่นก่อนหน้า
ผลทดสอบใช้งานจริง WiFi 8 จาก ASUS ดีขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบ WiFi 7
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ การทดสอบ throughput แบบใช้งานจริง ซึ่ง ASUS ระบุว่าเป็นการสาธิต WiFi 8 ในสภาพแวดล้อมจริงครั้งแรก โดยผลที่ได้แสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ WiFi 7
จากข้อมูลที่ ASUS เปิดเผย
- WiFi 8 ให้ throughput ระยะกลางสูงขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับ WiFi 7
- ค่า P99 latency ต่ำลงถึง 6 เท่า ทำให้การตอบสนองนิ่งและคาดเดาได้มากขึ้น
- พื้นที่ครอบคลุมของอุปกรณ์ IoT กว้างขึ้นประมาณ 2 เท่า
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า WiFi 8 ไม่ได้แค่ “เร็วกว่า” แต่ช่วยยกระดับคุณภาพของเครือข่ายไร้สายโดยรวม ทั้งด้านความเสถียรและประสบการณ์ใช้งานพร้อมกันหลายอุปกรณ์

WiFi 8 กับบทบาทในยุคสมาร์ตโฮมและ AI
Tenlong Deng รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Wireless & Networking ของ ASUS อธิบายแนวคิดของ WiFi 8 ไว้อย่างชัดเจนว่า
WiFi 8 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อไล่ความเร็วสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อทำให้ทุกการเชื่อมต่อฉลาดและเชื่อถือได้มากขึ้น
WiFi 8 ถูกออกแบบให้รองรับการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฮม, ผู้ช่วย AI, อุปกรณ์ IoT พลังงานต่ำ ไปจนถึงบริการ cloud โดยเน้น
- ความเสถียรของ uplink สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานต่ำ
- การจัดการ spectrum อย่างชาญฉลาดเมื่อมีหลาย access point
- การอยู่ร่วมกับเครือข่ายข้างเคียงได้ดีขึ้น ลดสัญญาณรบกวน
ทั้งหมดนี้ช่วยให้การใช้งานจริง เช่น วิดีโอคอล, เกมออนไลน์, งาน cloud หรือระบบบ้านอัจฉริยะ ทำงานได้ลื่นและต่อเนื่องมากขึ้น

ROG NeoCore เราเตอร์ต้นแบบ WiFi 8 กำลังอยู่ระหว่างพัฒนา
เราเตอร์ที่ ASUS นำมาโชว์ในงานคือ ROG NeoCore ซึ่งยังเป็นเพียง concept router และอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่ถือเป็นตัวแทนแนวคิดของฮาร์ดแวร์ WiFi 8 รุ่นแรก ๆ ที่จะออกสู่ตลาด

แม้ ASUS ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดด้านสเปกเชิงลึกหรือราคาจำหน่าย แต่ได้ยืนยันผ่าน roadmap อย่างเป็นทางการว่า เราเตอร์ WiFi 8 และระบบ mesh แบบ commercial จะเริ่มวางตลาดภายในปีเดียวกันกับการเปิดตัวบทความนี้ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ทั่วไปอาจได้เห็นสินค้า WiFi 8 วางขายจริงเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้
WiFi 8 จะเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตในบ้านอย่างไร
หากมองจากทิศทางที่ ASUS นำเสนอ WiFi 8 ไม่ได้มาแทนที่ WiFi 7 เพียงเพื่อเพิ่มตัวเลขความเร็ว แต่เป็นการยกระดับ “คุณภาพของเครือข่าย” ในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็น
- บ้านที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อพร้อมกันจำนวนมาก
- ผู้ใช้งานที่ต้องการ latency ต่ำและนิ่ง
- ระบบสมาร์ตโฮมและ IoT ที่ต้องการการเชื่อมต่อระยะไกลและเสถียร
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้อาจไม่ใช่ความเร็วที่พุ่งขึ้นแบบหวือหวา แต่เป็นอินเทอร์เน็ตที่ ไม่หลุด ไม่กระตุก และใช้งานได้สม่ำเสมอมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการมากกว่าตัวเลขความเร็วสูงสุดบนกล่องเราเตอร์
สรุปภาพรวม WiFi 8 จาก ASUS
การสาธิต WiFi 8 ของ ASUS ผ่าน ROG NeoCore ทำให้เห็นชัดว่า มาตรฐานไร้สายรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนโฟกัสจาก “แรงสุด” ไปสู่ “นิ่งและเชื่อถือได้” มากขึ้น โดยเฉพาะในโลกที่อุปกรณ์และบริการออนไลน์มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม
หาก roadmap เป็นไปตามแผน ปีนี้อาจเป็นปีแรกที่ผู้ใช้ทั่วไปได้สัมผัส WiFi 8 ในรูปแบบสินค้าเชิงพาณิชย์จริง และอาจกลายเป็นก้าวสำคัญของเครือข่ายไร้สายสำหรับยุคสมาร์ตโฮมและ AI อย่างแท้จริง
ที่มา: wccftech





