Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Google ทดสอบ AI สร้างภาพรุ่นใหม่ “Nano Banana 2 Flash” เร็วกว่าเดิม เน้นใช้งานไวและประหยัดกว่า

Google Nano Banana 2 Flash

Google ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีรายงานว่าบริษัทกำลัง ทดสอบโมเดล AI สร้างภาพรุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อ Nano Banana 2 Flash ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นโมเดลที่ “เร็วที่สุด” ในสายงาน image generation ของ Google ณ ตอนนี้

โมเดลใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูล Gemini Flash ซึ่งเป็นกลุ่มโมเดลที่ Google ออกแบบมาเพื่อเน้นความเร็ว การตอบสนองฉับไว และต้นทุนการใช้งานที่ต่ำกว่าโมเดลระดับสูง โดย Nano Banana 2 Flash ถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างความเร็วและคุณภาพของงานสร้างภาพให้สมดุลมากขึ้น

Advertisement

Nano Banana 2 Flash คืออะไร และอยู่ตรงไหนของไลน์อัป Google AI

หากอธิบายให้เข้าใจง่าย Nano Banana 2 Flash คือโมเดล AI สำหรับสร้างและแก้ไขภาพ ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้รวดเร็วกว่าโมเดลระดับ Pro แต่แลกกับพลังการประมวลผลและความซับซ้อนที่ลดลงเล็กน้อย

ปัจจุบัน โมเดลสร้างภาพระดับสูงสุดของ Google คือ Nano Banana Pro หรือที่รู้จักกันในชื่อ Gemini 3 Pro Image ซึ่งถูกใช้กับงานสร้างสรรค์ที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น

  • การออกแบบ prototype
  • การสร้าง diagram หรือ infographic
  • storyboard สำหรับงานคอนเทนต์
  • ภาพเชิงข้อมูล เช่น สูตรอาหาร หรือสภาพอากาศ
  • งานที่ต้องอาศัยความเข้าใจบริบทและความรู้โลกจริงจำนวนมาก

ในขณะที่ Nano Banana 2 Flash จะถูกวางให้เป็นทางเลือกที่ “เบากว่า” แต่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า โดยเฉพาะงานที่ต้องการผลลัพธ์เร็ว ไม่ซับซ้อน และทำซ้ำบ่อย ๆ


จุดเด่นของ Nano Banana 2 Flash: เร็วขึ้น และเข้าถึงง่ายกว่า

จุดขายหลักของ Nano Banana 2 Flash คือ ความเร็วในการประมวลผล ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของโมเดลตระกูล Flash ที่ Google ใช้กับ Gemini LLM อยู่แล้ว

จากข้อมูลที่มีในตอนนี้ คาดว่า Nano Banana 2 Flash จะมีคุณสมบัติเด่นดังนี้

  • สร้างภาพได้เร็วกว่า Nano Banana Pro อย่างชัดเจน
  • ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า เหมาะกับงาน scale ใหญ่
  • ต้นทุนการใช้งานต่ำกว่า (แม้ Google ยังไม่เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ)
  • เหมาะกับงานสร้างภาพทั่วไป งานคอนเทนต์ และงานเชิงไอเดีย

สำหรับนักพัฒนา นักออกแบบ หรือผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องการ AI สร้างภาพแบบ “กดแล้วได้ผลลัพธ์ทันที” Nano Banana 2 Flash จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าโมเดลระดับ Pro ที่เน้นความละเอียดเชิงลึก


เปรียบเทียบ Nano Banana 2 Flash กับ Nano Banana Pro

แม้ Nano Banana 2 Flash จะเป็นโมเดลใหม่กว่า แต่ Google ก็ไม่ได้วางให้มาแทนที่ Nano Banana Pro โดยตรง เพราะทั้งสองโมเดลมีเป้าหมายการใช้งานที่ต่างกัน

Nano Banana Pro

  • เน้นความแม่นยำและคุณภาพสูง
  • เข้าใจคำสั่งซับซ้อนได้ดีกว่า
  • ใช้ reasoning ขั้นสูง
  • เหมาะกับงานออกแบบจริงจัง งานเชิงเทคนิค

Nano Banana 2 Flash

  • เน้นความเร็วเป็นหลัก
  • เหมาะกับงานภาพทั่วไป
  • ลดความซับซ้อนของโมเดลลง
  • ตอบโจทย์งานที่ต้องการประหยัดต้นทุน

พูดให้เข้าใจง่ายคือ หากเป็นงานที่ “คุณภาพต้องเป๊ะ” Nano Banana Pro ยังเป็นตัวเลือกหลัก แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องการ “เร็ว ใช้เยอะ และไม่ซับซ้อน” Nano Banana 2 Flash จะเหมาะกว่า


บทบาทของ Gemini Flash กับอนาคต AI สร้างภาพ

การที่ Google แยกไลน์ Flash ออกมาอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นทิศทางของตลาด AI ในอนาคต ว่าไม่ได้มีแค่โมเดลที่เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีโมเดลที่ ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วย

Gemini Flash ถูกออกแบบมาให้เป็น LLM ที่เร็วที่สุดของ Google และเมื่อผสานเข้ากับ image model อย่าง Nano Banana 2 Flash ก็จะทำให้ระบบ AI สามารถ

  • ตอบสนองแบบ real-time
  • รองรับผู้ใช้จำนวนมาก
  • ลดต้นทุนฝั่ง developer และองค์กร

นี่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทใหญ่ แต่สามารถถูกนำไปใช้ในแอปทั่วไป เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น


สรุป: Nano Banana 2 Flash คือ AI สร้างภาพที่เน้น “ความเร็วมาก่อน”

แม้ Nano Banana 2 Flash จะไม่ได้ทรงพลังเทียบเท่า Nano Banana Pro แต่ตำแหน่งของมันชัดเจนมาก คือเป็น AI สร้างภาพที่เร็ว ประหยัด และใช้งานง่าย ซึ่งเหมาะกับตลาดวงกว้าง

หาก Google เปิดให้ใช้งานจริงเมื่อไร มีโอกาสสูงที่ Nano Banana 2 Flash จะกลายเป็นโมเดลหลักสำหรับงานสร้างภาพทั่วไป ในขณะที่โมเดลระดับ Pro จะถูกเก็บไว้สำหรับงานสร้างสรรค์ที่ต้องการคุณภาพขั้นสูงโดยเฉพาะ

สำหรับคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวด้าน AI ของ Google นี่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่น่าจับตาอย่างมากในปีนี้

ที่มา: bleepingcomputer

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

จาก “เป็นไปไม่ได้” ในปี 2020 สู่ “เล่นได้จริง” ในปี 2026 ถ้าย้อนกลับไปตอนเกมออกใหม่ ๆ ในปี 2020 การบอกว่า Cyberpunk 2077 จะรันบนสมาร์ตโฟนได้ “แบบเล่นจริง” คงฟังดูเหนือจริงมาก แต่ล่าสุดมีเดโมที่ทำให้เรื่องนี้เริ่มจับต้องได้แล้ว เมื่อช่อง YouTube สายเครื่องพกพาอย่าง ETA Prime...

IT NEWS

ใครที่กำลังเล็ง Steam Deck ช่วงนี้อาจเจอสถานการณ์ชวนหงุดหงิด เพราะบนหน้าขายอย่างเป็นทางการมีการขึ้นสถานะของรุ่นต่าง ๆ ว่า Out of stock ในบางพื้นที่ และล่าสุด Valve ได้ใส่ข้อความชี้แจงไว้ว่า รุ่น OLED อาจหมดสต็อกเป็นช่วง ๆ ในบางภูมิภาค เนื่องจากการขาดแคลนชิปหน่วยความจำและสตอเรจ ฝั่งสื่ออย่าง PC Gamer ระบุว่า...

IT NEWS

Unity AI กำลังถูกวางให้เป็น “เครื่องมือสร้างเกม” แบบใหม่ในปี 2026 โดยผู้บริหารของ Unity ระบุว่าเป้าหมายคือทำให้ผู้พัฒนาสามารถ “พิมพ์คำสั่งด้วยภาษาธรรมชาติ แล้วให้ระบบช่วยสร้างเกม casual ขึ้นมาได้” ตั้งแต่ต้นแบบไปจนถึงทำเป็นโปรเจกต์ที่พร้อมต่อยอด—ทั้งหมดทำงาน “ในแพลตฟอร์ม Unity” โดยตรง ไม่ใช่แค่ไปถามโมเดล AI ทั่วไปแล้วค่อยนำผลมาประกอบเองภายหลัง Unity ประกาศอะไรในภาพใหญ่ของปี 2026 ประเด็น...

IT NEWS

Google ปล่อยอัปเดตฉุกเฉิน เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ zero-day ใน Chrome รหัส CVE-2026-2441 หลังยืนยันว่า “มี exploit ถูกใช้งานจริงในวงกว้าง (in the wild)” และเริ่มทยอยปล่อยเวอร์ชันแก้ไขให้ผู้ใช้บน Stable Desktop แล้ว บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ว่าช่องโหว่นี้คืออะไร กระทบใคร เวอร์ชันไหนปลอดภัย และควรอัปเดตอย่างไร...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก