Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

CONTENT

Valve ยุติการรองรับ Steam เวอร์ชัน 32-bit บน Windows อย่างเป็นทางการ

Steam Valve 32-bit 64-bit

Valve เริ่มขยับแพลตฟอร์ม Steam เข้าสู่ยุคใหม่อย่างจริงจัง หลังปล่อยอัปเดตล่าสุดที่เปลี่ยน Steam Client บน Windows ให้เป็นแอป 64-bit อย่างสมบูรณ์ พร้อมประกาศยุติการรองรับระบบปฏิบัติการแบบ 32-bit อย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณชัดเจนว่าแพลตฟอร์มเกมบน PC กำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกับซอฟต์แวร์ยุคใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ยังใช้ Windows 10 แบบ 32-bit อยู่ อัปเดตครั้งนี้ถือว่าสำคัญ เพราะมีผลต่อการอัปเดต Steam ในระยะยาวโดยตรง

Advertisement

Steam เปลี่ยนเป็น 64-bit แล้ว ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ

Valve ระบุชัดเจนว่า Steam Client เวอร์ชันใหม่บน Windows จะทำงานในรูปแบบ 64-bit เท่านั้น โดยมีผลกับผู้ใช้ตามเงื่อนไขดังนี้

  • Windows 11 : ไม่ได้รับผลกระทบ
    เนื่องจาก Windows 11 เป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับเฉพาะ 64-bit ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
  • Windows 10 แบบ 64-bit : ไม่ได้รับผลกระทบ
    Steam จะอัปเดตและทำงานต่อไปตามปกติ
  • Windows 10 แบบ 32-bit : ได้รับผลกระทบโดยตรง
    ผู้ใช้กลุ่มนี้จะไม่สามารถใช้งาน Steam เวอร์ชัน 64-bit ได้ และต้องพึ่ง Steam Client แบบ 32-bit ต่อไป

จุดสำคัญคือ Windows 10 เป็น Windows เวอร์ชันเดียวที่ยังมีรุ่น 32-bit ให้ใช้งาน หลังจากที่ Windows 7 ถูกยุติการสนับสนุนไปก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว


Valve จะหยุดอัปเดต Steam 32-bit เมื่อไร

แม้จะประกาศเปลี่ยน Steam เป็น 64-bit แล้ว แต่ Valve ไม่ได้ตัดการใช้งานแบบฉับพลัน โดยใน Release Notes ระบุไว้ชัดเจนว่า

  • Steam Client แบบ 32-bit
    จะยังคงได้รับการอัปเดตต่อไป จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2026

หลังจากวันดังกล่าว Steam เวอร์ชัน 32-bit จะไม่รับอัปเดตอีกต่อไปอย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายความว่า

  • ไม่มีแพตช์แก้บั๊กใหม่
  • ไม่มีแพตช์ด้านความปลอดภัย
  • ฟีเจอร์ใหม่จะไม่ถูกเพิ่มเข้ามา

หลังหมดการสนับสนุน Steam 32-bit จะยังใช้งานได้ไหม

ตามแนวทางที่ Valve เคยใช้กับแพลตฟอร์มอื่น ๆ การยุติการสนับสนุน ไม่ได้แปลว่า Steam จะใช้งานไม่ได้ทันที

ในทางปฏิบัติ มีความเป็นไปได้สูงว่า

  • Steam 32-bit จะยังเปิดใช้งานได้ช่วงหนึ่ง
  • ยังสามารถซื้อ ดาวน์โหลด และติดตั้งเกมได้
  • เกมที่ติดตั้งไว้แล้วอาจยังเล่นได้ตามปกติ

แต่สิ่งที่ผู้ใช้ควรเข้าใจคือ เมื่อเวลาผ่านไปจะเริ่มเกิดสิ่งเหล่านี้ตามมา

  • ฟีเจอร์ใหม่ของ Steam อาจใช้งานไม่ได้
  • ระบบหลังบ้านของ Steam อาจไม่รองรับ Client รุ่นเก่า
  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
  • เกมใหม่บางเกมอาจไม่รองรับ Steam Client 32-bit

กล่าวง่าย ๆ คือ Steam จะยังไม่หายไปทันที แต่ประสบการณ์ใช้งานจะค่อย ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ


ทำไม Valve ต้องเลิก 32-bit และเดินหน้า 64-bit เต็มรูปแบบ

การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้เหตุผล แต่สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในปัจจุบันอย่างชัดเจน

1. ข้อจำกัดของ 32-bit

ระบบ 32-bit มีข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ ทำให้ไม่สามารถใช้ RAM เกิน 4GB ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เหมาะกับ Steam ในยุคที่ต้องจัดการเกมขนาดใหญ่ ระบบ Overlay และฟีเจอร์ออนไลน์จำนวนมาก

2. ความปลอดภัย

ระบบ 64-bit รองรับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสมัยใหม่ได้ดีกว่า เช่น Address Space Layout Randomization และการจัดการหน่วยความจำที่ซับซ้อนกว่า

3. ลดภาระการพัฒนา

การดูแล Client สองสถาปัตยกรรมพร้อมกันเพิ่มภาระให้ทีมพัฒนา การโฟกัสเฉพาะ 64-bit ช่วยให้ Valve พัฒนา Steam ได้เร็วและเสถียรกว่า


ฟีเจอร์ใหม่อื่น ๆ ที่มากับ Steam เวอร์ชันล่าสุด

นอกจากการเปลี่ยนเป็น 64-bit แล้ว อัปเดต Steam รอบนี้ยังเพิ่มและปรับปรุงฟีเจอร์อื่นอีกหลายจุด ได้แก่

  • รองรับ Nintendo Switch 2 Controller แบบเชื่อมต่อสาย
  • รองรับ GameCube Adapter ในโหมด Wii-U พร้อมระบบสั่น (rumble)
  • ระบบ Gyro Modes ถูกยกระดับเป็นฟีเจอร์หลัก ไม่อยู่ในสถานะ beta อีกต่อไป
  • แก้ไขบั๊กและปัญหายิบย่อยจำนวนมาก เพิ่มเสถียรภาพโดยรวมของ Client

ผู้ใช้ควรเตรียมตัวยังไงต่อไป

หากคุณยังใช้งาน Windows 10 แบบ 32-bit อยู่ Valve แนะนำกลาย ๆ ว่า ถึงเวลาควรอัปเกรดระบบแล้ว

แนวทางที่เหมาะสมคือ

  • ตรวจสอบว่า CPU รองรับ 64-bit หรือไม่ (ส่วนใหญ่รองรับอยู่แล้ว)
  • ติดตั้ง Windows 10 หรือ Windows 11 แบบ 64-bit ใหม่
  • สำรองข้อมูลก่อนทำการอัปเกรด

การอัปเกรดครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อ Steam เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ระบบโดยรวมรองรับซอฟต์แวร์และเกมใหม่ ๆ ได้ในระยะยาว


สรุปภาพรวม

การยุติการรองรับ Steam แบบ 32-bit เป็นก้าวสำคัญของ Valve ที่สะท้อนทิศทางของแพลตฟอร์มเกม PC ในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน แม้ผู้ใช้ 32-bit จะยังมีเวลาอีกระยะหนึ่งจนถึงต้นปี 2026 แต่การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคตได้ดีที่สุด

สำหรับผู้ใช้ที่อยู่บน Windows 64-bit อยู่แล้ว อัปเดตครั้งนี้แทบไม่มีผลกระทบ และยังได้ประโยชน์จาก Steam Client รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพดีขึ้นด้วย

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก