
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้เล่นเกม PC คงคุ้นเคยกับคำว่า “ปรับปรุงประสิทธิภาพ” ที่มักปรากฏใน patch notes ของหลายเกม แต่ในความเป็นจริง การปรับปรุงเหล่านั้นจำนวนไม่น้อยแทบไม่ส่งผลต่อประสบการณ์เล่นจริงเลยแม้แต่น้อย และ Monster Hunter Wilds ก็เป็นหนึ่งในเกมที่เผชิญปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย
ดังนั้น เมื่อ CAPCOM ประกาศว่า Title Update 4 จะมาพร้อม “การปรับปรุงประสิทธิภาพมากกว่า 100 รายการ” ย่อมไม่แปลกที่ผู้เล่นจำนวนมากจะรู้สึกกังขา และยังไม่กล้าคาดหวังมากนักว่าการอัปเดตครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดที่ CAPCOM เปิดเผยออกมา กลับทำให้สถานการณ์ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน
CAPCOM ปล่อยวิดีโอเทียบประสิทธิภาพ ยืนยันว่าดีขึ้นจริง
ก่อนการปล่อย Title Update 4 อย่างเป็นทางการ CAPCOM ได้เผยแพร่วิดีโอเปรียบเทียบประสิทธิภาพโดยตรง ระหว่าง Title Update 3 และ Title Update 4 ซึ่งช่วยให้เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนโดยไม่ต้องอาศัยการคาดเดา
วิดีโอเหล่านี้ทดสอบประสิทธิภาพในฉากการต่อสู้กับมอนสเตอร์หลัก 3 ตัว ได้แก่
- Arkveld
- Xu Wu
- Lagiacrus
โดยใช้สเปกเครื่องตามที่แนะนำบนหน้า Steam ของเกม
สเปกเครื่องที่ใช้ในการทดสอบ
ชุดที่ 1
- CPU: AMD Ryzen 5 5600X
- GPU: AMD Radeon RX 6600 (VRAM 8GB)
- ความละเอียด: 1080p (Upscaled) ใช้ AMD FSR โหมด Performance
- กราฟิก: Medium
ชุดที่ 2
- CPU: Intel Core i5-10400
- GPU: NVIDIA GeForce RTX 2060 Super (VRAM 8GB)
- ความละเอียด: 1080p (Upscaled) ใช้ NVIDIA DLSS โหมด Performance
- กราฟิก: Medium
ทั้งสองชุดถือเป็นสเปกระดับกลางที่พบได้ทั่วไปในหมู่ผู้เล่น PC และสะท้อนประสบการณ์ของผู้ใช้จริงได้ค่อนข้างดี
FPS เพิ่มขึ้นชัดเจน พร้อมความเสถียรที่ดีขึ้น
จากผลการทดสอบ CAPCOM ยืนยันว่า ทุกฉากการต่อสู้บนทั้งสองสเปกเครื่องมีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับ Title Update 3
ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือการต่อสู้กับ Arkveld บนสเปกชุดแรก ซึ่งค่าเฟรมเรตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 40 FPS ใน Title Update 3 เป็นราว 50 FPS ใน Title Update 4 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 25% โดยไม่ต้องลดคุณภาพกราฟิกเพิ่มเติม
สเปกชุดที่สองก็ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝั่ง AMD หรือ NVIDIA ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แต่ส่งผลในภาพรวมของเกม
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ค่า FPS คือ ความเสถียรของเฟรมเรต ซึ่งจากวิดีโอเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่าการกระตุก เฟรมดรอปฉับพลัน และอาการไมโครสตัตเตอร์ ลดลงอย่างชัดเจน นี่คือปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึกในการเล่นจริงมากกว่าตัวเลข FPS เพียงอย่างเดียว
ไม่ใช่แค่แก้เฉพาะหน้า แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงระยะยาว
CAPCOM ระบุชัดว่า Title Update 4 ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการปรับปรุงประสิทธิภาพ Monster Hunter Wilds โดยจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมตามมาอีกในช่วง มกราคม และกุมภาพันธ์ ซึ่งจะเป็นช่วงเดียวกับการปล่อย Title Update สุดท้าย ของเกมบนทุกแพลตฟอร์ม
การอัปเดตดังกล่าวยังตรงกับวาระ ครบรอบ 1 ปีของเกม พอดี ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า CAPCOM ต้องการใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสดึงผู้เล่นที่เคยเลิกเล่นไปแล้ว ให้กลับมาสัมผัสเกมอีกครั้ง
โอกาสสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นของผู้เล่น PC
ตลอดช่วงที่ผ่านมา Monster Hunter Wilds ถูกวิจารณ์อย่างหนักในด้านประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบน PC แม้ตัวเกมจะมีระบบการเล่นและคอนเทนต์ที่แข็งแรง แต่ปัญหาเฟรมเรตและความไม่เสถียรกลับเป็นอุปสรรคสำคัญ
การปรับปรุงใน Title Update 4 ถือเป็นครั้งแรกที่ CAPCOM แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า ปัญหาเหล่านี้กำลังได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ปรับตัวเลขเล็กน้อยใน patch notes
หากการอัปเดตถัดไปยังคงเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน Monster Hunter Wilds อาจกลายเป็นตัวอย่างของเกมที่ “แก้ตัวสำเร็จ” หลังเปิดตัวได้ไม่สวยนัก และกลับมาได้รับการยอมรับจากผู้เล่น PC อีกครั้งในระยะยาว
ที่มา: wccftech





