ROG Xbox Ally X Gaming Handheld ดีไซน์แปลก สเปคดีน่าโดน แค่มีก็เล่นเกมโปรดในไอดีได้ทุกเมื่อ

เครื่อง Gaming Handheld ตระกูล ROG Ally เริ่มต้นจาก ASUS ROG Ally รุ่นแรกซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดีแล้วมี ROG Ally X มาต่อยอดและ ROG Xbox Ally X รุ่นล่าสุดนี้ ก็ได้ Microsoft มาร่วมปรับแต่งเฟิร์มแวร์ให้เหมาะกับการเล่นเกมยิ่งขึ้น จึงได้ชื่อ ‘Xbox’ เสริมเข้ามาในตัว โดยไม้เด็ดจากยักษ์ใหญ่แห่งกรุงวอชิงตัน คือ Xbox Full Screen Experience (Xbox FSE) เป็น User Interface ปรับปรุงใหม่เพื่อเครื่องเกมพกพาโดยเฉพาะ ซึ่งจะปิด Services ไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมทิ้งไปเพื่อให้ซีพียูเอากำลังประมวลผลไปลงกับเกมได้เต็มที่และยังเอาไปใช้กับเครื่อง Xbox Series X|S ได้ มีระบบ Remote Play และสตรีมเกมผ่านระบบ Cloud ได้ เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้ Gaming Handheld เล่นเกมยอดนิยมได้ลื่นไหลขึ้นอย่างชัดเจนและยังสลับกลับมาใช้ Windows 11 ทำงานเหมือน Mini PC ได้เช่นเดิม
ใจความสำคัญของ ROG Xbox Ally X คือ ซีพียู AMD Ryzen AI Z2 Extreme เสริม Ryzen AI NPU 50 TOPS มาให้ ถึงในตอนนี้จะยังไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกม แต่ ASUS ก็วางแผนรอไว้แล้วว่าจะใช้งานมันอย่างไร มี AMD Radeon 890M สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 ไว้ใช้เล่นเกมยอดนิยมได้ดี เรียกใช้ฟีเจอร์เพื่อการเล่นเกมได้หลากหลายไม่ว่าจะ AMD FSR ทำ Upscaling ภายในตัวเกม, Radeon Super Resolution ทำ Upscaling ใน Driver เร่งเฟรมเรทเวลาเล่นเกมให้มากขึ้น, Fluid Motion Frames ช่วยให้เฟรมเรทที่เพิ่มขึ้นมีความต่อเนื่อง ฯลฯ ประกอบกับ RAM 24 GB LPDDR5X และ SSD 1 TB ในตัว ก็ติดตั้งเกมโปรดไว้ในเครื่องเอาไปเล่นได้ทุกเมื่อ หรือจะเซ็ตอัพเป็นคอมตั้งโต๊ะใช้ทำงานเป็น Mini PC ก็เหมาะเหมือนกัน

ดีไซน์แปลกตาของ ROG Xbox Ally X ก็มีเหตุผลในตัวเช่นกัน คิดเสียว่า ASUS เอาด้ามจับจอย Xbox มาต่อเสริมให้ ROG Ally X และติดปุ่ม Xbox Game Bar เพิ่มเข้ามาให้เป็นพิเศษ ถึงจะขัดสายตาบางคน แต่เวลาถือเล่นเกมกลับถนัดมือเหมือนถือจอยเกมอยู่ แถมน้ำหนักก็ไม่ต่างจาก ROG Ally X ไม่มาก จาก 680 กรัม เพิ่มเป็น 700 กรัม ก็ไม่ได้หนักน่ารำคาญ สามารถถือเล่นได้นานพอควร และแนะนำให้ซื้อกระเป๋า ROG Xbox Ally (2-in-1) Premium Case ราคา 1,690 บาท มาด้วยจะดีมาก นอกจากปกป้องเครื่องได้ดีแล้วยังใส่อุปกรณ์เสริมไปได้ด้วย
NBS Verdicts

ROG Xbox Ally X เป็นผลผลิตจากการจับมือของยักษ์ใหญ่วงการไอทีสองเจ้าจนเกิดเป็นเครื่อง Gaming Handheld ซึ่งใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ตั้งต้นด้วยชิปเซ็ตสมรรถนะสูงจาก AMD อย่าง Ryzen AI Z2 Extreme จับคู่ RAM 24 GB LPDDR5X, SSD 1 TB และหน้าจอ 7″ ความละเอียด Full HD เป็นความละเอียดที่เหมาะกับชิปเซ็ตนี้มาก จึงเล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้ดี เสริมด้วยระบบ Upscaling อย่าง AMD FSR, RSR, AFMF เมื่อไหร่ จะเล่นเกมได้ดีอย่างไม่ต้องสงสัย ประกอบกับ UI พิเศษจาก Microsoft อย่าง Xbox Full Screen Experience มาช่วยตัด Services และไม่โหลด Startup apps ขึ้นมาตอนเปิดเครื่องแล้ว ยิ่งช่วยให้เล่นเกมได้อรรถรสดื่มด่ำและไหลลื่นกว่าเดิมแถมยังประหยัดแบตเตอรี่กว่าเดิมมาก
ดีไซน์ของมันแม้จะดูแปลกตาเหมือนเอาจอย Xbox มาแบ่งครึ่งแล้วเอามาติดด้านข้างจอ 7″ แต่พอใช้งานจริงมั่นใจว่าจะต้องชอบแน่นอน เพราะปกติตอนจับ ROG Ally X ส่วนโค้งของมือจะว่างและต้องดันมือเข้ามาให้ชิดเครื่องขึ้นเล็กน้อย แต่พอมีด้ามจอยเกมยื่นลงมาให้จับเพิ่มก็ช่วยให้ถือเครื่องได้ง่ายและมั่นคงขึ้นแถมนิ้วมือยังแตะโดนทุกปุ่มได้พอดี ส่วนการตั้งค่าทั้งหมดก็แค่กดปุ่ม Xbox Game Bar ขึ้นมาเปลี่ยนโหมดเรียกใช้ฟังก์ชั่นใช้งานได้ทันที ส่วนปุ่ม Armoury Crate ก็ยังอยู่เช่นเดิมแต่เปลี่ยนเป็นเรียกตัวโปรแกรมมาตั้งค่าโดยละเอียดแทน

นอกจากใช้เป็น Gaming Handheld ก็ใช้เป็น Mini PC ตั้งโต๊ะได้เช่นกัน เพียงปัดขอบล่างหน้าจอขึ้นก็สลับไปยังระบบ Windows 11 แล้วเซ็ตอัพเป็นคอมทำงานได้ทันที และสมรรถนะของ Ryzen AI Z2 Extreme ก็ไม่น้อยหน้า Ryzen 3000 สำหรับพีซีตั้งโต๊ะแม้แต่น้อย ถ้าใครคิดจะซื้อมันมาใช้เป็นคอมทำงานและเปิดเล่นเกมระหว่างเดินทางกลับบ้านก็ไม่เลว ขอแค่หาอุปกรณ์สำนักงานมาให้ครบก็พอแล้ว
อย่างไรก็ตาม Xbox FSE ไม่ได้ถูกจำกัดไว้กับ ROG Xbox Ally X เท่านั้น เพราะ Microsoft จะทยอยอัพเดทให้ Gaming Handheld รุ่นอื่นได้ใช้ด้วย นั่นหมายความว่าในอนาคต ASUS ROG Ally รุ่นแรกกับ ROG Ally X ก็จะได้ใช้เช่นกัน ซึ่งเรื่องนั้นทาง ASUS ก็มีแผนเพื่อรองรับไว้แล้ว แต่ก็ต้องอาศัยเวลาพัฒนาเพิ่มเติมอีกสักนิด เจ้าของเครื่องก็จะได้ใช้อย่างทั่วถึงแน่นอน
ประเด็นสำคัญของ ROG Xbox Ally X อย่างแรก คือ ปุ่มทริกเกอร์และก้านอนาล็อคยังเป็นระบบกลไกธรรมดาแต่ปรับแต่งชิ้นส่วนให้แข็งแรงขึ้น ยังไม่ใช่ Hall Effect แบบจอยเกมหลายรุ่นในยุคนี้จึงหวังว่า Gaming Handheld ในเครือรุ่นต่อไปจะปรับปรุงเรื่องนี้เพิ่มเติม เรื่องถัดมาสำหรับคนต้องการเปลี่ยน SSD ให้มีความจุมากขึ้น เวลาดึงเปิดฝาขอให้ดึงโดยเบามืออย่ากระชากออกมาทันที ไม่อย่างนั้นสายแพของปุ่ม M1, M2 บนฝาหลังจะเสียหายจนต้องเสียเงินได้
ข้อดีของ ROG Xbox Ally X
- ซีพียู AMD Ryzen AI Z2 Extreme ใช้เล่นเกมยอดนิยมได้ดี มีสมรรถนะสูง
- จีพียู AMD Radeon 890M ใช้เล่นเกมได้ดี รองรับฟีเจอร์ Upscaling หลากหลาย
- ดีไซน์ตัวเครื่องเสริมก้านเหมือนจอย Xbox เข้ามา ช่วยให้จับถือเครื่องได้สะดวกกระชับมือ
- ปรับตั้งค่าเครื่องในโปรแกรม Armoury Crate ได้ละเอียด มีระบบจองพื้นที่ RAM ให้จีพียูได้
- Xbox Full Screen Experience (Xbox FSE) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวลาเล่นเกมได้ดีขึ้นมาก
- มีปุ่ม Xbox ไว้กดเปิดระบบ Game Bar มาเพื่อตั้งค่าและควบคุมตัวเครื่องได้สะดวก
- ใน Xbox Game Bar มีฟังก์ชั่นปิดเปิด AMD RSR ได้ตามต้องการ ถ้าเปิดจะได้เฟรมเรทสูงขึ้น
- มี Operating Mode แบบ Windows เพื่อให้ใช้พลังงานแบตเตอรี่ได้ดีและเล่นเกมได้นาน
- มีพอร์ต USB-C Full Function ติดมาให้ใช้งาน 2 ช่อง ต่ออุปกรณ์เสริมได้หลากหลายอย่าง
- ในกล่องแถมฐานตั้งตัวเครื่องมาให้ตั้งเครื่องได้โดยไม่ต้องวางราบไปกับพื้นโต๊ะ
- น้ำหนักเครื่องเพียง 719 กรัม สามารถถือเล่นต่อเนื่องได้นาน ไม่เมื่อยล้าง่ายนัก
- ปุ่ม Power มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาเพื่อปลดล็อคเครื่องได้สะดวกขึ้น
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 6E (802.11ax)
- อุณหภูมิภายในเวลาเล่นเกมไม่สูงมากจนสมรรถนะตกและเสียงพัดลมทำงานเบาไม่หนวกหู
ข้อสังเกตของ ROG Xbox Ally X
- เวลาแกะฝาหลังเครื่องห้ามกระชากออกทันที เพราะสายแพเชื่อมปุ่ม M1, M2 จะเสียหายได้
- UI ของ Xbox FSE ยังเป็นเวอร์ชั่นแรกยกดีไซน์จากแอพฯ Xbox โดยตรง ยังพัฒนาต่อได้มาก
- ถ้าก้านอนาล็อคและปุ่มทริกเกอร์ LT, RT เป็น Hall Effect จะดีมาก ใช้งานได้ทนทานขึ้น
รีวิว ROG Xbox Ally X
- Specification
- Hardware & Design
- Screen & Speaker
- Gamepad & Control
- Connector, Thin & Weight
- Inside & Upgrade
- Performance & Software
- Battery & Heat & Noise
- User Experience
- Conclusion & Award
- Gallery
Specification

ROG Xbox Ally X ถูกต่อยอดจาก ROG Ally X ทั้งดีไซน์แปลกตาและได้สเปคดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งได้ AMD Ryzen Z Series รุ่นใหม่แบบมี NPU ในตัวไว้ต่อยอดฟีเจอร์ใหม่ๆ ในอนาคตและยังได้ใช้ Xbox Full Screen Experience ให้เล่นเกมได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย และมีรุ่นราคาประหยัดอย่าง ROG Xbox Ally ให้เลือกเผื่อเน้นเล่นเกมอินดี้เป็นหลักด้วย ซึ่งสเปคทั้งสองรุ่นเป็นดังนี้
| รุ่น / สเปค | ROG Xbox Ally X (เครื่องรีวิว) | ROG Xbox Ally |
| CPU | AMD Ryzen AI Z2 Extreme แบบ 8 คอร์ 16 เธรด (Zen 5*3 / Zen 5c*5) ความเร็วสูงสุด 5 GHz TDP 28W | AMD Ryzen Z2 A แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8~3.8 GHz TDP 15W |
| NPU & Technologies | AMD Ryzen AI 50 TOPS Radeon Super Resolution Radeon Boost Radeon Anti-Lag FreeSync Radeon Chill HYPR-RX FSR Fluid Motion Frames | Radeon Super Resolution Radeon Boost Radeon Anti-Lag FreeSync Radeon Chill HYPR-RX FSR Fluid Motion Frames |
| GPU | AMD Radeon 890M แบบ 16 คอร์ ความเร็ว 2,900 MHz สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 | AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ ความเร็ว 1,800 MHz สถาปัตยกรรม RDNA 2 |
| Storage | M.2 NVMe SSD 1 TB PCIe 4.0 x4 | M.2 NVMe SSD 512 GB PCIe 3.0 x4 |
| Memory | 24 GB LPDDR5X บัส 8,000 MHz | 16 GB LPDDR5X บัส 6,400 MHz |
| Software | Windows 11 Home Xbox Full Screen Experience | Windows 11 Home Xbox Full Screen Experience |
| Display | Touchscreen Gorilla Glass Victus 7″ Full HD พาเนล IPS Refresh Rate 120 Hz AMD FreeSync Premium 100% sRGB | Touchscreen Gorilla Glass Victus 7″ Full HD พาเนล IPS Refresh Rate 120 Hz AMD FreeSync Premium 100% sRGB |
| Connectivity & Security | USB-C 4.0 Full Function*1 USB-C 3.2 Full Function*1 MicroSD card reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.2 | USB-C 3.2 Full Function*2 MicroSD card reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.2 |
| Control | View button Menu button L & R Hall Effect analog triggers L & R bumpers D-pad Command Center button Armoury Crate button A B X Y buttons 2 x assignable grip buttons Thumbsticks: 2 x full-size analog sticks Haptics: HD haptics Gyro: 6-Axis IMU | View button Menu button L & R Hall Effect analog triggers L & R bumpers D-pad Command Center button Armoury Crate button A B X Y buttons 2 x assignable grip buttons Thumbsticks: 2 x full-size analog sticks Haptics: HD haptics Gyro: 6-Axis IMU |
| Battery | 80Whr แบบ Li-ion 4-Cell | 60Whr แบบ Li-ion 4-Cell |
| Weight & Colors | 715 กรัม สีดำเท่านั้น | 670 กรัม สีขาวเท่านั้น |
| Price | 29,990 บาท กระเป๋า ROG Xbox Ally (2-in-1) ราคา 1,690 บาท | 18,990 บาท กระเป๋า ROG Xbox Ally (2-in-1) ราคา 1,690 บาท |
Hardware & Design





ดีไซน์ของ ROG Xbox Ally X เมื่อมองครั้งแรกมั่นใจว่าหลายคนต้องเกิดคำถามว่าทำไม ASUS ถึงทำส่วนจับถือให้มีก้านยื่นออกมาข้างเครื่องจนแปลกตาแบบนี้ ถ้ามองแยกส่วนจะเห็นภาพว่ามันคือการเอาด้ามจอย Xbox มาต่อเพิ่มจากแป้นปุ่มควบคุมทั้งสองฝั่งของ ROG Ally X จึงได้ผลลัพธ์เช่นนี้ ถึงจะแปลกตาไปบ้างก็ยังใช้งานได้ดี
บนส่วนต่างๆ ของเครื่องจะเห็นลวดลายของ Republic of Gamers อยู่หลากหลายจุด ทั้งลายพิมพ์ “ROG Xbox” ขนาดเล็กจิ๋วบนส่วนหน้าเครื่องตรงชุดปุ่มคอนโทรลเลอร์ มีลายปั๊มอักษร “ROG” อยู่ฝั่งขวามือ ส่วนปลายด้ามจับฝั่งขวามีโลโก้ของ ASUS ROG ติดอยู่ และถ้าสังเกตผิวฝาหลังด้ามจับจะเห็นว่าลายพิมพ์กันลื่นก็เป็นคำว่า “ROG” อีกด้วย



พอจับเครื่องจะเห็นว่าด้ามจับทำมุมกว้างพอดีกับอุ้งมือของผู้ใช้ เวลาถือเล่นเกมจะจับได้มั่นคงถนัดมือเหมือนจอยเกมตามปกติ ระยะด้ามจับกว้างพอดีจนเอานิ้วมือแตะกับปุ่มและก้านอนาล็อคได้สะดวกสบายมากและยังกดปุ่ม M1, M2 ได้พอดี ถ้าใครตั้งปุ่มลัดเอาไว้ก็กดใช้ได้สะดวก


ฝาหลังของ ROG Xbox Ally X จะมีช่องนำอากาศเย็นเข้าสองส่วน คือฝั่งซ้ายทรงกรอบสี่เหลี่ยมและตรงโลโก้ ROG มีเส้นสีเงินคาดคั่นตรงกลางแยกฝั่งและพอสะท้อนแสงจะเหลือบเป็นสีรุ้ง มีปุ่ม M1, M2 ติดแยกฝั่งไว้ให้ตั้งค่าใช้งานได้ สังเกตว่าฝาหลังจะเป็นชิ้นเดียวตลอดไปจนถึงด้ามจับทั้งสองด้านและมีมุมพับหยักเข้าไปให้เห็นว่าตัวเครื่องกับด้ามจับแยกกันอยู่ มีน็อตหัวแฉก Philips Head 8 ดอก ขันล็อคฝาให้ประกบเครื่องเป็นชิ้นเดียวกัน
Screen & Speaker





หน้าจอขนาด 7″ ของ ROG Xbox Ally X มีความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz รองรับ AMD FreeSync Premium ช่วยให้ภาพบนหน้าจอเป็นเนื้อเดียวกันไม่ฉีกขาดเวลาเล่นเกมแถมมีขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB สีสันจึงสวยงาม ขอบหน้าจอด้านข้างมีความหนาเพียงครึ่งเดียวของขอบบนล่างหน้าจอ แต่ก็ไม่รบกวนการใช้งานและเป็นความละเอียดซึ่งเหมาะกับจีพียูในชิปเซ็ต AMD Ryzen AI Z2 Extreme มาก
ถ้าคิดตามขนาดและความละเอียดของหน้าจอเทียบกับของใช้ใกล้ตัวจะพอดีกับสมาร์ทโฟนเรือธงในปัจจุบันซึ่งมีขนาดจอใหญ่ 6.9″ ไล่เลี่ยกันกันกับเครื่องเกมนี้แล้ว แค่อัตราส่วนต่างกันจากขนาด 16:9 ยอดนิยมของหน้าจอคอมต่างๆ กลายเป็น 19.5:9 ซึ่งเรียวยาวกว่าเล็กน้อยเท่านั้น ถึงจะมีความละเอียดหน้าจอระดับ Full HD แต่เม็ดพิกเซลบนหน้าจอก็ถูกบีบอัดจนแน่น ภาพจึงคมชัดดูสวยงาม ประกอบกับจีพียู Radeon 890M เองก็เหมาะกับการเล่นเกมบนความละเอียดระดับนี้อยู่แล้วจึงลงตัวพอดี



ลำโพงคู่ของ ROG Xbox Ally X มีกำลังขับดอกละ 2W รวมเป็น 4W แล้ว ยังมี Smart Amplifier ในตัว รองรับ Dolby Atmos ในตัว ด้านช่องหูฟังก็ได้รับการรับรองว่าเสียงคมชัดระดับ Hi-Res ด้วย จึงไว้ใจเรื่องเสียงและการฟังเพลงได้แน่นอน เสียงเวลาฟังเพลงทั้งดังพีคไปได้จน 90dB แล้วก็เหมาะกับการฟังเพลงยุคปัจจุบันทุกแบบ โทนเสียงเน้นเสียงนักร้องกับเครื่องดนตรีเสริมกันได้พอดี เบสมีแรงปะทะกำลังพอเหมาะไม่บวมนัก ถ้าจะเปิดเพลงฟังในห้องขนาด 13 ตารางเมตรก็ได้ยินชัดเจนทั่วถึง เวลาเล่นเกมก็แยกฝั่งกับทิศทางเสียงได้ดีจนดึงให้ผู้เล่นจมดิ่งไปกับเกมนั้นได้แน่นอน
Gamepad & Control








ชุดปุ่มควบคุมของ ROG Xbox Ally X จะใช้เลย์เอ้าท์จากจอยเกม Xbox เป็นพื้นฐานและแยกฝั่งปุ่มอย่างชัดเจน มีปุ่ม Command Center อยู่เหนือปุ่ม View ฝั่งซ้าย กับ Armoury Crate เหนือปุ่ม Menu ฝั่งขวา เหนือชุดปุ่มคู่จะมีรูไมโครโฟนอยู่ด้วย มีปุ่ม Xbox Game Bar ขนาดใหญ่ร่วมสองเท่าของปุ่มปกติเป็นจุดนำสายตา ทำหน้าที่เรียกการตั้งค่าเร่งด่วนขึ้นมาใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนชุดปุ่ม Shoulder Button (LB / LT / RB / RT) มีขนาดใหญ่มากแต่ขนาดก็พอดีมือผู้คนส่วนใหญ่ กดควบคุมและเล่นเกมได้สะดวกแน่นอน










จุดเด่นของปุ่ม Xbox Game Bar จะเป็นปุ่มรวมการตั้งค่าสำคัญของเครื่องกับคำสั่งลัดอื่นๆ เอาไว้ในจุดเดียวให้เจ้าของกดเปลี่ยนรูปแบบการทำงานได้สะดวกรวดเร็ว เริ่มต้นในหน้าหลักจะมี Operating Mode ให้กดเปลี่ยนโหมดตัวเครื่องได้ทันทีว่าต้องการให้เครื่องเกมนี้เล่นเกมได้ลื่นหรือจะเน้นประหยัดพลังงานก็ได้ ส่วนจุดเด่นเฉพาะตัว ROG Xbox Ally X คือ มี Windows Operating Mode พอทำงานร่วมกับ Xbox FSE นอกจากเล่นเกมได้ลื่นไหลแล้วยังประหยัดแบตเตอรี่ขึ้นพอควร ไม่เสียอารมณ์ระหว่างเล่นอย่างแน่นอน
ฟังก์ชั่นเสริมอื่นๆ ใน Command Center ก็มีทั้งการเรียกใช้คำสั่งลัด, ปรับเสียงในเกม, แชตคุยกับเพื่อน, มอนิเตอร์ตัวเครื่อง ฯลฯ ได้ แถมตอนนี้ก็มี Gaming Copilot เวอร์ชั่น Beta ให้เรียกใช้ได้ด้วย ซึ่งผู้เล่นสามารถเรียกใช้มันค้นหาวิธีผ่านด่านของเกมนั้นๆ ได้ เหมือนมีเพื่อนช่วยเล่น แต่ในตอนนี้ก็ยังเป็นเวอร์ชั่นเบต้า ดังนั้นถ้าทำงานผิดพลาดก็สามารถ Feedback กลับไปยัง Microsoft เพื่อปรับปรุงได้







ด้านปุ่มมาโคร M1, M2 บนฝาหลังจะเหมือนของ ROG Ally X ทั้งรูปร่างและขนาดเท่ากันพอดี พอจับด้ามจอยเสร็จแล้วนิ้วกลางทั้งสองมือจะพาดแตะปุ่มทั้งสองพอดีจึงกดใช้ได้ง่ายมาก ถ้าใครต้องกดคีย์ลัดใดบ่อยๆ ก็ตั้งค่าในโปรแกรม Armoury Crate ได้ทันที โดยส่วนตัวแนะนำให้เซ็ตเป็นปุ่ม L3, R3 จะใช้เล่นเกมได้สะดวกและทำให้ปุ่มของก้านอนาล็อคเสื่อมช้าลงด้วย
Connector, Thin & Weight

พอร์ตเชื่อมต่อของ ROG Xbox Ally X ทั้งหมดจะเรียงอยู่ขอบบนเหนือหน้าจอรวมกับปุ่มใช้งานติดมาให้ครบถ้วน ไม่ได้แยกพอร์ตออกเป็นส่วนขอบบนและล่างเหมือนบางรุ่น สำหรับปุ่มและการเชื่อมต่อทั้งหมดเป็นดังนี้
- พอร์ตและปุ่มจากซ้ายไปขวา – USB-C 4.0 Full Function เทียบเท่า Thunderbolt 4, USB-C 3.2 Full Function, Volume +/-, UHS-II MicroSD card reader รองรับ SD, SDXC และ SDHC, Audio combo, ปุ่ม Power พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
- การเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
ถึงจะมีพอร์ตให้ต่อใช้งานครบถ้วนแต่ก็ยังมีจุดพัฒนาต่อได้ อย่างพอร์ต USB-C ก็น่าอัพเกรดจาก 4.0+3.2 เป็น 4.0 ทั้งคู่ก็จะเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการอัตราการรับส่งข้อมูลสูงได้ดีกว่า โดยเฉพาะคนมีกล่องการ์ดจอแยก, หน้าจอความละเอียดสูงและบรรดาอุปกรณ์ใช้แบนด์วิดท์สูงจะได้ประโยชน์จากการอัพเกรดนี้แน่นอน แถมถ้าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 7 ได้จะดีมาก






น้ำหนัก 715 กรัม ของ ROG Xbox Ally X ในหน้าสเปคกับ 719 กรัม บนตาชั่งหลังหักน้ำหนัก 9 กรัม ของขาตั้งกระดาษก็นับว่าไล่เลี่ยกัน เทียบกับ ROG Ally X จะหนักขึ้น 38 กรัม น้อยจนไม่ส่งผลกับการจับถือเล่นเกมอย่างมีนัยยะสำคัญ ถ้ารวมอะแดปเตอร์ 65W อีก 303 กรัม เข้าไปจะมีน้ำหนักรวม 1.02 กก. เวลาพกใส่กระเป๋าไปใช้นอกบ้าน
อย่างไรก็ตามบอดี้ของ Gaming Handheld รุ่นนี้มีมิติเฉพาะตัวมากจึงขอแนะนำให้ซื้อกระเป๋า ROG Xbox Ally (2-in-1) Premium Case มาใส่แล้วเก็บในกระเป๋าเป้อีกชั้นจะปลอดภัยและถนอมตัวเครื่องโดยรวมได้ดีกว่าใส่กระเป๋าเป้รวมไปกับของใช้ชิ้นอื่นอย่างแน่นอน









จุดเด่นของกระเป๋าเคสเฉพาะตัวของ ROG Xbox Ally X ถูกเสริมกรอบพลาสติกแข็งแรงพิเศษและเว้นช่องให้พอดีกับปุ่มของเครื่องอยู่ข้างในและบุผ้านุ่มป้องกันเครื่องและซับแรงกระแทกไว้ มีเข็มขัดไว้ล็อครัดเครื่องไม่ให้เขย่าเวลาพกติดตัวแถมมีช่องใส่ MicroSD card อีกด้วย มีถุงใส่อะแดปเตอร์ติดผ้าหนามเตยไว้ประกบติดกับด้านหลังกระเป๋าใบหลักแถมมาในเซ็ต ดังนั้นตอนพกไปเล่นเกมนอกบ้านแล้วแบตเตอรี่เริ่มน้อยก็ต่อชาร์จได้ทันที
น้ำหนักเฉพาะเซ็ตกระเป๋าใบนี้ชั่งได้ 472 กรัม ถ้าใส่เครื่องกับปลั๊กเข้าไปจะมีน้ำหนักร่วม 1.5 กก. เท่ากับน้ำหนักเฉพาะตัวเครื่องโน๊ตบุ๊ค 14″ ในปัจจุบัน กรณีพกใส่กระเป๋าไปเล่นเวลาเดินทางไปต่างจังหวัดก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะพกขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศก็แนะนำให้จัดสรรน้ำหนักกระเป๋าสักนิดจะช่วยให้พกไปได้สะดวก แนะนำให้หากระเป๋าเป้แบบมีช่องใส่ของขนาดใหญ่ก็จะพกไปได้สะดวกขึ้น
Inside & Upgrade





วิธีเปิดฝาหลังของ ROG Xbox Ally X เริ่มต้นให้ขันน็อต Philips Head บนฝาหลังกับขอบใต้จอรวม 8 ดอก ออกให้หมด แล้วเอาการ์ดแข็งแกะรอบตัวเครื่องจนฝาหลังกับตัวเครื่องหลักเริ่มแยกจากกันโดยสมบูรณ์ แต่ในขั้นตอนนี้ห้ามกระชากฝาหลังทันทีแต่ให้พลิกยกขึ้นไปอยู่เหนือช่องระบายความร้อนแทน ไม่เช่นนั้นสายแพของปุ่มมาโครกับชิ้นส่วนอื่นจะเสียหายแน่นอน เมื่อเห็นเช่นนี้ก็อยากแนะนำให้ ASUS เปลี่ยนเอาสวิตช์ปุ่มมาโครไปบัดกรีลงเมนบอร์ดแล้วทำกระเดื่องสปริงติดกับปุ่มมาโครบนฝาหลังแทนจะดีกว่า
ถึงจะเปิดฝาหลังได้แต่ก็มีจุดอัพเกรดเพียงส่วนเดียว คือ M.2 NVMe SSD 1 TB เท่านั้น แต่ก่อนจะถอดไดรฟ์ออกจากเครื่อง ให้เอาไขควงปากแบนงัดใต้ขั้วแบตเตอรี่ตรงปลาย SSD ให้สายไฟแบตเตอรี่หลุดจากเครื่องก่อนค่อยไขน็อตเปลี่ยนไดรฟ์ ส่วน RAM 24 GB LPDDR5X เป็นแบบออนบอร์ดจึงอัพเกรดเพิ่มเติมไม่ได้
Performance & Software





แก่นหลักของ ROG Xbox Ally X คือซีพียู AMD Ryzen AI Z2 Extreme แบบ 8 คอร์ แยกเป็นคอร์หลัก Zen 5 จำนวน 3 คอร์ กับคอร์รอง Zen 5c อีก 5 คอร์ ทุกแกนมีระบบ Simultaneous multithreading หรือที่หลายคนคุ้นหูว่า Hyper-Threading ให้ทำงานได้ 16 คอร์ มีความเร็วสูงสุด 5 GHz และรองรับชุดคำสั่งพื้นฐานครบถ้วน ตัวชิปเซ็ตนี้ AMD ออกแบบมาเพื่อเครื่องเกมพกพาโดยเฉพาะ เทียบกับ AMD Ryzen Z2 Extreme จะมี Ryzen AI NPU สมรรถนะ 50 TOPS เสริมเข้ามาให้เป็นพิเศษเพื่อใช้กับฟีเจอร์ AI ในอนาคต
สมรรถนะของ AMD Ryzen AI Z2 Extreme เมื่อรัน Benchmark กับระบบของ CPU-Z แล้วจะทำคะแนนได้ดีพอกับ AMD Ryzen 7 3700X ซึ่งเป็น Desktop processor รุ่นประสิทธิภาพสูงในปี 2019 สังเกตว่าคะแนน Multi Thread จะไล่เลี่ยกัน แต่ Single Thread ทำได้ดีกว่าชัดเจน
RAM 24 GB LPDDR5X บัส 8,000 MHz มีความจุเท่ากับ ROG Ally X มากพอให้ใช้เล่นเกมในปัจจุบันได้สบายมากและเกินสเปคแนะนำ (Recommend requirement) ขนาด 16 GB ในยุคนี้ไปแล้ว จึงมี RAM เหลือไว้ให้ตั้งค่าแชร์ให้การ์ดจอได้ถึง 8 GB ซึ่งในรีวิวนี้ผู้เขียนตั้งค่าแชร์ RAM ใน Armoury Crate ให้การ์ดจอตามความจุข้างต้นด้วย

จีพียู AMD Radeon 890M ใน Ryzen AI Z2 Extreme รองรับชุดคำสั่ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan และ Ray Tracing รวมถึง DirectX 12 API จึงใช้เล่นเกมในปัจจุบันได้ดี ในการทดสอบนี้ได้ตั้งค่าแชร์ RAM มาให้การ์ดจอ 8 GB เพื่อใช้เรนเดอร์กราฟิค ดังนั้นทั้งระบบจะเหลือ RAM 16 GB LPDDR5X ไว้ใช้งาน

ภายใน Device Manager จะเห็นว่า ROG Xbox Ally X มีชิปรักษาความปลอดภัยพื้นฐานอย่าง TPM 2.0 ติดมาให้ควบคู่กับ AMD PSP 11.0 และ Microsoft Pluton ช่วยรักษาความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ เสริมด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือจากบริษัท EgisTec หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือสอดใต้พาเนลจอ (Under Display Fingerprint Scanner) ในปัจจุบัน จึงปลดล็อคเครื่องได้สะดวกรวดเร็ว

M.2 NVMe SSD ความจุ 1 TB ในเครื่องทดสอบผลิตโดย Samsung รหัส MZVMA1T0HCLD เป็น OEM SSD อินเทอร์เฟสเชื่อมต่อ PCIe 4.0×4 ความเร็ว Sequential Read / Write เคลมจากโรงงานได้ 4,900 / 4,500 MB/s และผลลัพธ์จากการทดสอบกับ CrystalDiskMark ก็ได้ความเร็วไล่เลี่ยกับหน้าสเปคเคลมเอาไว้ แต่สังเกตว่าอุณหภูมิของ Sensor 1 ซึ่งสันนิษฐานว่าวัดจาก SSD controller มีความร้อน 83 องศาเซลเซียส อยู่ในระดับทั่วไปไล่เลี่ยกับ SSD หลายรุ่นในปัจจุบัน และความเร็วระดับนี้ก็เพียงพอสำหรับใช้เล่นเกมแล้วอาจไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้แต่หา MicroSD card มาติดตั้งเกมแทนจะสะดวกกว่า

Wi-Fi PCIe card ของ ROG Xbox Ally X เป็นรุ่น MediaTek Filogic 330 (MT7922) ตามสเปคจะเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax คลื่น 2.4 GHz / 5 GHz / 6 GHz ได้หมด มี Data Throughput สูงสุด 1.9 Gbps รองรับ Bluetooth 5.2 ในตัว รองรับ MU-MIMO, MU-OFDMA, QoS, WPA3 ครบถ้วน
จากการทดสอบเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 คลื่น 5 GHz แล้วตั้งเครื่องห่างจากจุดกระจายสัญญาณ 10 เมตร มีประตูไม้อัดกั้น 1 บาน ยังทำความเร็ว Download / Upload ได้ 846.74 / 826.07 Mbps มีค่า Ping 8ms, Download latency 14ms และ Upload latency 19ms กรณีใช้เล่นเกมเป็นหลักสามารถดาวน์โหลดเกมมาติดตั้งได้รวดเร็ว เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นเกมออนไลน์ได้ดี







ผลการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล 3DMark ในแต่ละเวอร์ชั่น นับว่า ROG Xbox Ally X ทำคะแนนได้ค่อนข้างดี สังเกตว่า Ryzen AI Z2 Extreme เหมาะกับการเล่นเกมบนความละเอียด 1080p ส่วน 1440p ก็ยังพอเล่นได้ แต่ 2160p ไม่แนะนำนัก ส่วน Ray Tracing ก็จำลองแสงเงาได้ดีพอควร ผลการทดสอบกับแต่ละเวอร์ชั่นเป็นดังนี้
- Fire Strike (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด Full HD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 8,841 คะแนน แยกเป็น Graphics score 9,791 คะแนน, Physics score 18,901 คะแนน, Combined score 3,501 คะแนน
- Fire Strike Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 4,866 คะแนน แยกเป็น Graphics score 4,954 คะแนน, Physics score 18,901 คะแนน, Combined score 2,167 คะแนน
- Fire Strike Ultra (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 2,751 คะแนน แยกเป็น Graphics score 2,666 คะแนน, Physics score 18,901 คะแนน, Combined score 1,347 คะแนน
- Time Spy (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 4,049 คะแนน แยกเป็น CPU score 3,683 คะแนน Graphics score 9,293 คะแนน
- Time Spy Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 1,897 คะแนน แยกเป็น CPU score 1,719 คะแนน Graphics score 4,625 คะแนน
- Solar Bay (ทดสอบการเรนเดอร์ Ray Tracing ว่ารันได้ดีต่อเนื่องหรือไม่ แต่ละ section การทดสอบจะเพิ่มรายละเอียดให้ใช้กำลังจีพียูมากขึ้น) – คะแนนเฉลี่ย 15,780 คะแนน, Graphics test 60 FPS / Section 1 ได้ 60 FPS / Section 2 ได้ 60 FPS / Section 3 ได้ 60 FPS
- Steel Nomad (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 593 คะแนน ได้ Graphics test 5.94 FPS


ROG Xbox Ally X ในฐานะเครื่องเกมพกพาถือว่ามีประสิทธิภาพสูงแถมมีลูกเล่นเสริมอย่าง AMD RSR (Radeon Super Resolution) มาช่วย Upscaling ระดับไดรเวอร์ให้เฟรมเรทสูงขึ้น เล่นเกมได้ลื่นไหลกว่าเดิมแต่ไม่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้เพื่อวัดสมรรถนะของ AMD Ryzen AI Z2 Extreme กับ Radeon 890M โดยตรง ก็ยังเล่นเกมชั้นนำได้ดีในโหมด Windows 11 เหมือนเครื่องเกมพกพาเครื่องอื่น ถ้าเกมไหนถูก Optimize มาแล้วจะได้เฟรมเรทเฉลี่ยเกิน 30 FPS ไปเกือบแตะ 60 FPS ได้สบายมากโดยไม่ต้องใช้ AMD FSR ช่วยก็ได้
กรณีใช้ AMD FSR เลือก Quality Upscaling จะได้เฟรมเรทเฉลี่ยและขั้นต่ำเพิ่มขึ้นมาก ช่วยลดโอกาสเฟรมเรทลดวูบเวลาเจอน้ำ, แสง, เงา, ฝุ่น ฯลฯ ตอนเล่นได้ระดับหนึ่ง แถมถ้าเกมไหนไม่ได้ Optimize มาให้ดี เช่น Black Myth: Wukong ก็ช่วยให้เฟมเรทขั้นต่ำและเฉลี่ยให้มากขึ้นจนเล่นได้ลื่นไหล ถ้าเกมไหน Optimize มาดี เช่น Forza Horizon 5, Call of Duty: Modern Warfare II ก็ทำให้เฟรมเรทเฉลี่ยกับต่ำสุดเสถียรและเล่นได้ดีขึ้น อาจจะปรับเป็น Balanced หรือ Performance Upscaling ก็ได้ถ้าอยากให้ภาพลื่นไหลกว่านี้


เฟรมเรทเวลารันระบบ Benchmark ในเกมตอนใช้ Xbox Full Screen Experience จะเห็นว่าเฟรมเรทหลายเกมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญแม้จะไม่ได้เปิด AMD FSR ก็เล่นได้ลื่นไหลมาก อย่างเช่น Black Myth: Wukong เพิ่มจาก 31 FPS เป็น 42 FPS, Forza Horizon เพิ่มจาก 59 FPS เป็น 96 FPS, Call of Duty: Modern Warfare II ก็เพิ่มจาก 33 FPS เป็น 73 FPS ทีเดียว ยิ่งถ้าใช้ AMD FSR กับ Frame Generation ภาพยิ่งไหลลื่นมาก
อ้างอิงระบบการทำงานของ Xbox FSE ที่ปิด Services เกินจำเป็นและไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมและปิดแล้วระบบยังใช้งานต่อได้ พอมองมุมกลับกันจะเห็นว่า Windows 11 มี Services เกินจำเป็นถูกเรียกใช้อยู่เบื้องหลังเยอะมากจนฉุดสมรรถนะของคอมและ Gaming Handheld ทุกรุ่นซึ่งเปิดตัวก่อน ROG Xbox Ally X ให้เล่นเกมได้ไม่ดีอย่างที่ควร แม้จะกินเวลาร่วม 3 ปี นับจากการเปิดตัว ASUS ROG Ally รุ่นแรกสุด แต่ก็ยังดีว่า Microsoft ยังหาทางออกให้เครื่องเกมพกพาเหล่านี้ได้และเตรียมอัพเดทให้เครื่องอื่นเปิดใช้งานได้ด้วย

งานรองอย่างใช้เป็น Mini PC ตั้งโต๊ะทำงานเอกสารตารางบัญชีร้อยแปด, ประชุมออนไลน์หรือแต่งภาพตัดต่อวิดีโอก็ทำได้ดีพอควร สังเกตว่าคะแนนเฉลี่ยของ PCMark 10 ทำได้ถึง 7,103 คะแนน จึงใช้ทำงานออฟฟิศได้ทุกแบบและตัดต่อแต่งภาพนิ่งได้ดี รองลงมาเป็นการเรนเดอร์โมเดล 3D ต่างๆ ก็ทำได้ไม่แพ้กัน



นอกจากงานเอกสาร การเรนเดอร์โมเดล 3D CG ด้วย ROG Xbox Ally X ก็ถือว่าไม่เลวเช่นกัน สังเกตว่าสมรรถนะของซีพียูเมื่อเรนเดอร์งานก็ทำได้ดี สำหรับคะแนนในแต่ละการทดสอบเป็นดังนี้
- 2024 – ใช้ทดสอบประสิทธิภาพของซีพียูกับจีพียูอย่างหนักพร้อมกันโดยใช้เอนจิ้น Redshift สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนต์ ได้ CPU (Multi-Core) 725 pts และ CPU (Single Core) 113 pts
- R23 – ใช้ทดสอบพลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก มีความละเอียดและแม่นยำสูง ได้คะแนน Multi Core 13,831 pts และ Single Core อีก 1,978 pts
- R20 – ใช้ทดสอบกำลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก ได้คะแนน CPU 5,735 pts


กรณีใช้โปรแกรม Blender เป็นหลักก็อยู่ในระดับพอ Preview โมเดลหมุนดูตัวอย่างได้ แต่ปริมาณ Sample ต่อนาทีด้วยกำลังของ Ryzen AI Z2 Extreme คิดว่าเหมาะกับโมเดลไม่ซับซ้อนมากนัก โดยผลลัพธ์จากซีพียูและจีพียูได้ดังนี้
| Test / Sample (ยิ่งมากยิ่งดี) | AMD Ryzen AI Z2 Extreme | AMD Radeon 890M |
| monster | 89 | 168 |
| junkshop | 63 | 83 |
| classroom | 46 | 74 |




การทดสอบประสิทธิภาพของซีพียู AMD Ryzen AI Z2 Extreme กับโปรแกรม Geekbench แต่ละเวอร์ชั่น จะเห็นว่าซีพียูตัวนี้เหมาะกับการใช้งานทั่วไปทุกรูปแบบและถ้าเปิดใช้ฟังก์ชั่น AI ก็มี NPU ไว้ช่วยทำงานด้วย โดยผลการทดสอบแต่ละเวอร์ชั่นเป็นดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าซีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ได้รวดเร็วหรือไม่ ถ้าเป็น Single-Core ทำได้ 2,806 คะแนน และ Multi-Core ได้ 12,580 คะแนน
- Geekbench ML ทดสอบด้วย ONNX CPU – ใช้ทดสอบว่าฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้นสามารถใช้งานโปรแกรม Machine Learning ได้ดีหรือไม่ ในส่วนนี้ทำได้ 3,418 คะแนน
- Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก
- ONNX ได้คะแนน Single Precision 3,107 คะแนน, Half precision 1,660 คะแนน และ Quantized Score 6,971 คะแนน
- OpenVINO (CPU) ได้ Single Precision 4,502 คะแนน, Half precision 4,484 คะแนน และ Quantized Score 11,898 คะแนน




ด้านจีพียู AMD Radeon 890M ทดสอบแล้วได้คะแนนดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- OpenCL, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบ vector integer ด้วย OpenCL framework ทำได้ 40,131 คะแนน
- Vulkan, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ด้วย Vulkan framework ทำได้ 47,503 คะแนน
- Geekbench ML ทดสอบด้วย ONNX DirectML – ใช้ทดสอบว่าฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้นสามารถใช้งานโปรแกรม Machine Learning ได้ดีหรือไม่ ในส่วนนี้ทำได้ 6,683 คะแนน
- Geekbench AI ทดสอบว่าสามารัน AI ได้ดีหรือไม่
- ONNX DirectML – Single Precision 8,488 คะแนน, Half precision 12,794 คะแนน และ Quantized Score 6,071 คะแนน




นอกจากโปรแกรมและฟังก์ชั่นของ Xbox Full Screen Experience แล้ว โปรแกรมตั้งค่าเครื่องอย่าง Armoury Crate ก็มีติดตั้งมาให้ตั้งค่าเครื่องได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะไฟ Aura Sync RGB, สลับโหมดคอนโทรลเลอร์, ปุ่มมาโคร ฯลฯ ไปจนใช้อัพเดทเฟิร์มแวร์ก็ได้ สามารถกดปุ่มลัดรูปโลโก้โปรแกรมนี้บนตัวจอยเปิดใช้งานได้เลย
Battery & Heat & Noise


แบตเตอรี่ของ ROG Xbox Ally X เป็นแบบ 4-Cell ความจุ 80Whr วางตัวยาวสุดจนติดลำโพงทั้งสองฝั่งเครื่อง จากการทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยเปิดความสว่างหน้าจอ 50% ลดเสียงลำโพงเหลือ 10% ใช้โหมดประหยัดพลังงานของ ASUS แล้วดูคลิปใน YouTube นาน 30 นาที สามารถใช้งานได้ 12 ชม. 12 นาที ถือว่านานพอควรและชิปเซ็ต Ryzen AI Z2 Extreme จัดการพลังงานได้ค่อนข้างดี
กรณีใช้เล่นเกมโดยตั้งค่าตัวเครื่องเหมือนกัน แต่เร่งเสียงลำโพงขึ้นมาเป็น 20% และใช้โหมด Windows (17W) ให้ระบบ Xbox FSE จัดการการใช้พลังงานแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติและเล่นเกมชั้นนำดู พบว่า ROG Xbox Ally X สามารถเล่นเกมได้นานราว 3 ชม. จนแบตเตอรี่เริ่มแจ้งเตือนให้ชาร์จไฟคืนและอาจจะนานกว่านี้ถ้าลดเสียงลำโพงลงหรือต่อหูฟังแล้วเล่นก็ช่วยได้มาก
วิธีการยืดระยะเวลาเล่นเกมให้นานขึ้น อยู่ที่การปรับโหมดให้เหมาะกับแต่ละเกมโดยเปลี่ยนใน Command Center ได้ทันที ส่วนตัวถ้าเน้นเปิดเล่นไม่อยากตั้งค่านักก็เลือกโหมด Windows (17W) ได้เลย แต่ถ้าเล่นเกมอินดี้ไม่ต้องประมวลผลกราฟิคมากให้ใช้โหมด Silent (7W) หรืออยากให้เล่นได้ลื่นไหลทุกเกมก็เลือก Performance (17W) หรือ Turbo (25W) ก็ได้ทั้งคู่ ถ้าใครต้องเดินทางไกลหลายชั่วโมงขอแค่มีอะแดปเตอร์หรือพาวเวอร์แบงค์กำลังชาร์จสัก 65W ติดกระเป๋าไว้สักตัวก็ช่วยให้เล่นเกมได้นานขึ้นมาก













ชุดระบายความร้อนของ ROG Xbox Ally X จะมีเพียงฮีตไปป์หนึ่งเส้นเดินตรงไปยังพัดลมระบายความร้อนคู่ทั้งสองฝั่งแล้วระบายลมร้อนออกขอบบนของเครื่อง ถัดจากชุดพอร์ตเชื่อมต่อไปอีกชั้นหนึ่ง แถมทาง ASUS ก็จัดการย้ายช่อง MicroSD card readerจากด้านใต้ฮีตซิ้งค์ไปอยู่อีกฝั่งของแผ่นเมนบอร์ดแล้ว จึงตัดปัญหาเรื่องอุณหภูมิของเครื่องทำให้การ์ดเสียไปได้เลย
อุณหภูมิภายนอกเครื่องเวลาวัดด้วยเลเซอร์เช็คอุณหภูมิหรือจะใช้กล้องอินฟาเรดเช็คจะเห็นว่าส่วนจอยเกมทั้งสองฝั่งมีอุณหภูมิไม่สุงมาก ราว 25~30 องศาเซลเซียสเท่านั้น และความร้อนส่วนใหญ่จะอยู่ตรงช่องระบายความร้อนด้านหลังที่เป่าลมร้อน 56~58 องศาเซลเซียส ขึ้นด้านบน ดังนั้นมันจะไม่รบกวนเจ้าของเครื่องและผู้อื่นอย่างแน่นอน
ส่วนอุณหภูมิภายในเครื่องพอวัดด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่าอุณหภูมิซีพียูขึ้นไปสูงสุดราว 97 องศาเซลเซียสเวลารันโปรแกรมเบิร์นตัวเครื่องอยู่และส่งผลกับ SSD บ้าง แต่อุณหภูมิก็สูงระดับนี้ไม่นานราว 1~3 วินาทีเท่านั้นก่อนจะกลับลงมาอยู่ราว 70~80 องศาเซลเซียส ตามปกติ และเวลาทดลองเล่นเกมอย่าง Monster Hunter Wilds นอกรอบต่อเนื่องราวชั่วโมงเศษก็ไม่เจออาการความร้อนเพิ่มขึ้นสูงจนสมรรถนะตกแม้แต่น้อย ยิ่งถ้าเล่นในห้องแอร์หรือมีลมพัดดีต่อเนื่องก็ไม่ต้องห่วงแม้แต่น้อย



เสียงเวลาพัดลมระบายความร้อนทำงานเต็มกำลังก็ไม่ดังมากนักไ จะวัดด้านหน้าหรือหลังเครื่องก็มีเสียงดังสุดราว 51dB เท่าเสียงฝนตกเบาๆ หรือเสียงบรรยากาศในออฟฟิศเงียบๆ เท่านั้น ต่อให้เอาเครื่องวัดเสียงต่อตรงช่องระบายความร้อนก็ยังดังเพียง 54dB เกมเมอร์จึงเอา ROG Xbox Ally X ไปเล่นได้แทบทุกสถานการณ์โดยไม่รบกวนผู้อื่นแน่นอน อย่างมากแค่ต่อหูฟังและปรับความสว่างให้พอดีไม่รบกวนคนอื่นก็พอแล้ว
User Experience

ในแง่ฮาร์ดแวร์ของ Gaming Handheld หลายแบรนด์ไม่ใช่เฉพาะ ROG Xbox Ally X ถือว่าทำมาได้ดีพอให้เล่นเกมชั้นนำได้สบาย แถมผู้ผลิตชิปเซ็ตแต่ละเจ้าก็มีระบบ Upscaling ส่วนตัวติดมาเพื่อเร่งเฟรมเรทให้สูงขึ้น ถ้าว่าด้วยสมรรถนะล้วนๆ ถือว่า Ryzen AI Z2 Extreme ใช้เล่นเกมชั้นนำบนความละเอียด 1080p Medium ได้แน่นอน แต่การใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 11 ตัวเต็มซึ่งมี Services ร้อยแปดรันอยู่เบื้องหลังกลับไม่เป็นใจ ทั้งดึงสมรรถนะเครื่องให้ลดลงและกินแบตเตอรี่เป็นพิเศษจนเล่นได้นานสุดราว 2 ชม. ไม่พอ ยังมี Notification มาแทรกเสียงในเกมเป็นช่วงๆ จนเกมเมอร์ไม่ได้ดื่มด่ำกับคอนเทนต์ในเกมอย่างเต็มอิ่ม
ทางออกของเรื่องนี้จาก Microsoft คือ Xbox Full Screen Experience (Xbox FSE) เป็น UI ปรับแต่งพิเศษ ปิด Services ไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมร้อยแปดอย่างในระบบเบื้องหลังของ Windows 11 ทิ้งไปจนหมดให้โฟกัสกับการเล่นเกมเพียงอย่างเดียว แถมยังปรับแต่งให้ควบคุมระบบนี้ด้วยคอนโทรลเลอร์ได้สะดวกเหมือนเครื่องเกมคอนโซลเครื่องหนึ่ง ซึ่งระบบนี้เริ่มใช้งานใน ROG Xbox Ally X ก่อน Gaming Handheld รุ่นอื่นโดยไม่ต้องเข้าร่วมโปรแกรม Windows Insider Program ก็ได้

หน้า UI ของ Xbox FSE จะเหมือนในหน้าแอพฯ Xbox ของ Windows 11 จะมีแท็บ Home, Game Pass, My Library และ Store กับ Most Recent ไว้รวมทุกเกมจากทุก Launcher มาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะ Steam, Epic Games, GOG Galay ฯลฯ ก็เรียกจากหน้านี้ได้ทันที พอกดเลือกเกมแล้วระบบจะเรียก Launcher ตัวนั้นขึ้นมาเป็นหน้าต่างแยกในระบบ Xbox FSE ค่อยโหลดเข้าสู่ตัวเกมต่อไป ถ้าต้องการสลับกลับมาหน้าระบบ Xbox แค่ปัดนิ้วจากขอบล่างหน้าจอขึ้นมาแล้วสลับได้ทันที กลับกันถ้าจะกลับไปใช้ Windows 11 ก็จะมีแถบตัวเลือกให้สลับไปใช้ได้ แต่ถ้าใช้มันเป็นเครื่องเกมอย่างเดียวก็ปล่อยไว้ในโหมด Xbox FSE ไว้ได้เลย
สัมผัสตอนเล่นเปิดเล่นเกมใน Xbox FSE นอกจากไม่มีระบบแจ้งเตือนหรือแอพฯ ใดๆ มากวนใจเวลาเล่นเกมแล้ว ความต่อเนื่องของตัวเกมก็ดีขึ้นมากโดยเฉพาะเวลาเล่นเกมกินกำลังประมวลผลสูงอย่าง Monster Hunter Wilds ก็สามารถทำเควสต์แล้วปะทะกับหลบท่าโจมตีต่างๆ ได้ต่อเนื่องกว่าโหมด Windows 11 มาก และไม่มีหน้าต่างกวนใจจากระบบของ Windows หรือแอพฯ อื่นๆ มารบกวนสมาธิหรือตัดไปยังหน้าโปรแกรมนั้นทันทีแม้แต่ครั้งเดียว ถือว่าแก้ปัญหาได้ดี แต่กลับกันมันก็โชว์ให้เห็นว่าระบบปฏิบัติการนี้มี Services ที่ไม่เกี่ยวกับการเล่นเกมรันอยู่เบื้องหลังเยอะมากจนต้องสร้างโหมดนี้มาเพื่อแก้ปัญหาและช่วยให้ Gaming Handheld เล่นเกมได้ดีขึ้น

พอแก้ปัญหานี้ได้ Windows 11 ก็น่าใช้ขึ้นมาทันทีเพราะมันรองรับ DirectX 12 API, Vulkan API ซึ่งทุกเกมใช้งาน ติดตั้ง Anti-cheat ได้ทุกแบบ โหลด Game Launcher มาใช้ได้ทุกตัว ซื้อเกมไหนมาก็เปิดเล่นได้ไม่ต้องรันคำสั่งใดๆ ให้ยุ่งยาก เพราะทุกคนใช้ Windows เป็นระบบปฏิบัติการหลักของตัวเองและของโลก Microsoft Windows จึงครองส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 69.5% จากการเก็บสถิติของ Statcounter เป็น OS ตัวเลือกหลักมาแทบทุกสมัย แต่ Microsoft อาจจะโฟกัส Copilot+ AI มากเกินไปบ้างประกอบกับมีบั๊กประปราย บางคนจึงยอมนับหนึ่งกับ Linux ได้บ้าง
ความน่าประทับใจของ ROG Xbox Ally X นอกจากสเปคและซอฟท์แวร์ภายในเครื่องแล้ว การออกแบบให้เหมือนจอย Xbox ก็ช่วยให้จับเครื่องเล่นเกมได้ถนัดและติดมือมั่นคงไม่หลุดง่าย ไม่ต้องห่อมือเข้ามาให้ล้าจึงเล่นเกมได้นาน ประกอบกับระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ร่วม 4 ชม. เวลาใช้โหมดประหยัดพลังงาน ถ้าใช้โหมด Windows หรือ Performance เล่นเกมกินกกราฟิคหนักก็ยังอยู่ได้ร่วม 3 ชม. นับว่าชิปเซ็ตและเฟิร์มแวร์ภายในเครื่องนี้ถูกพัฒนามาดีมาก พอให้เล่นระหว่างเดินทางข้ามจังหวัดข้ามประเทศได้สบายมาก
จุดอยากให้ ASUS ปรับแต่งเพิ่มเติม อย่างแรกขอให้เปลี่ยนวิธีการติดตั้งปุ่มมาโครหลังเครื่องเป็นอย่างแรก ไม่ควรใช้วิธีเดินสายแพมาต่อกับปุ่มบนฝาหลังเพราะถ้าเจ้าของคนไหนเปิดฝาหลังโดยไม่ระวังแล้วกระชากมันออกสายแพก็จะเสียแทบจะทันที และคาดหวังว่า Microsoft จะปรับปรุงหน้า UI ของ Xbox Full Screen Experience ให้น่าใช้ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในหน้ารายละเอียดตัวเกมเวลาโหลดมาจาก Game Launcher ตัวอื่นจะไม่แสดงรายละเอียดใดๆ เลยแล้วมีแค่ปุ่มฟังก์ชั่นทั่วไปไม่กี่อย่างเท่านั้น ถ้ามีหน้า UI แสดงข้อมูลตัวเกมโดยเทียบกับฐานข้อมูลใน Xbox Store มาก็คงจะดี แล้วจะเสริมฟังก์ชั่นอื่นเพิ่มเติมในภายหลังก็ดีเช่นกัน
Conclusion & Award

แม้หน้าตาจะประหลาดไปนิด สเปคอาจจะปรับปรุงเพิ่มได้หน่อยก็จริงแต่ถ้าอยากได้ Gaming Handheld ไว้เล่นเกมในไอดี Steam สักเครื่อง ROG Xbox Ally X คือตัวเลือกน่าพิจารณาเป็นรุ่นแรกๆ ไม่ใช่เพราะ Xbox Full Screen Experience เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงดีไซน์จับถือง่าย มีโหมด Windows ซึ่งช่วยให้เล่นเกมได้ลื่นไหลต่อเนื่องและไม่กินพลังงานแบตเตอรี่มากเกินจำเป็นก็มีน้ำหนักมากพอให้ซื้อได้แล้ว
กรณีคนมีเครื่องเกมพกพาเหล่านี้อยู่แล้ว หากเป็น ROG Ally รุ่นแรกก็น่าสนใจเพราะได้อัพเกรดเพิ่มหลายส่วนอย่างชัดเจน แต่ถ้าเป็น Ally X ยังไม่น่าลงทุนนักเพราะซีพียูต่างกันเพียงรุ่นเดียว ถ้าเป็นโมเดลถัดไป 1~2 รุ่นก็น่าจะคุ้มจ่ายกว่านี้มาก หากใครคิดว่าการมีเครื่องคอนโซลพกพาที่หยิบออกมาเล่นเกม Steam เคลียร์เกมดองในไอดีได้ทุกเวลาฟังดูน่าสนใจล่ะก็ ROG Xbox Ally X ก็เหมาะซื้อหามาติดตัวติดตั้งเกมโปรดไว้เปิดเล่นมาก
Award



Best Design
ดีไซน์ของ ROG Xbox Ally X แม้จะมีด้ามจับยื่นออกมา ดูแปลกตากว่าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของรุ่นก่อน แต่ก็จับถนัดมือเหมือนถือจอยเกมอยู่และจับได้มั่นคงกว่ามาก ถือว่าเน้นการใช้งานก่อนแต่ก็ไม่เสียความสวยงามเกินไป
Best Gaming
การเพิ่มโหมด Xbox Full Screen Experience เข้ามาเพื่อตัดฟังก์ชั่นเกินจำเป็นของ Windows 11 ทิ้งไป ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้นตามจริงและยิ่งเห็นชัดเวลารัน Game Benchmark ขึ้นมาเทียบกันไม่พอ ยังช่วยตัดรำคาญจากระบบแจ้งเตือนเกินจำเป็นร้อยแปดได้ด้วย
Best Battery Life
ระบบการจัดการพลังงานเวลาเล่นเกมด้วยโหมด Windows (17W) ใน Xbox FSE ช่วยให้เล่นเกมได้นานขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ได้เพียงแค่เปิดมาเก็บภารกิจรองเท่านั้นแต่เล่นภารกิจหลักได้เลย ยิ่งถ้ามีอะแดปเตอร์หรือพาวเวอร์แบงค์อยู่ก็เล่นได้นานกว่าเดิมแล้ว
Gallery

















