Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

ผู้บริหาร Sapphire ชี้ “อย่าเพิ่งตื่นตระหนก” ตลาด DRAM มีแนวโน้มเริ่มนิ่งภายใน 6–8 เดือน

Sapphire DRAM

สถานการณ์ตลาด DRAM และฮาร์ดแวร์พีซีในช่วงปลายปีนี้ กำลังสร้างความกังวลให้กับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเกมเมอร์ที่เริ่มเห็นสัญญาณว่าราคาอุปกรณ์อาจขยับขึ้นจากปัญหาด้านซัพพลายและความไม่แน่นอนในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารจาก Sapphire มองว่าภาพรวมอาจไม่เลวร้ายอย่างที่หลายคนคิด และไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจซื้อเพราะความกลัว

Edward Crisler ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Sapphire ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ของ HUB โดยกล่าวถึงหลายประเด็น ตั้งแต่ GPU, สถาปัตยกรรม RDNA 4 ไปจนถึงกระแส AI แต่หนึ่งในช่วงที่ถูกจับตามากที่สุด คือมุมมองของเขาต่อสถานการณ์ DRAM ที่หลายฝ่ายมองว่าจะตึงตัวหนักขึ้นในอนาคต

Advertisement

Sapphire มองปัญหา DRAM เป็น “ความไม่แน่นอน” มากกว่าปัญหาซัพพลายถาวร

Edward อธิบายว่า สิ่งที่ทำให้ตลาดฮาร์ดแวร์ผันผวนในตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพราะ DRAM ขาดแคลนอย่างรุนแรงในเชิงกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ “ความไม่แน่นอน” ที่ทำให้ผู้บริโภคและตลาดเกิดอาการตื่นตระหนก คล้ายกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสงครามการค้าและมาตรการภาษีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

image 32

เขาเปรียบเทียบว่า ในช่วงนั้น ไม่ใช่ตัวภาษีโดยตรงที่ทำให้ตลาดเสียสมดุล แต่เป็นความกลัวว่าราคาจะขึ้นในอนาคต จนผู้คนรีบซื้อก่อนเวลาอันควร ซึ่งยิ่งไปเร่งให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม

Edward ระบุว่า สถานการณ์ DRAM ในปัจจุบันก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน และเชื่อว่าภายในประมาณ 6–8 เดือนข้างหน้า ตลาดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่นิ่งขึ้น แม้อาจยังไม่กลับสู่ภาวะปกติทันที


“อย่าซื้อเพราะกลัว” คำเตือนตรงไปตรงมาถึงเกมเมอร์

หนึ่งในประโยคที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คือคำแนะนำที่ Edward ส่งตรงถึงเกมเมอร์ว่า ไม่ควร panic-buy หรือรีบซื้อฮาร์ดแวร์เพียงเพราะกลัวว่าราคาจะขึ้นในอนาคต

เขาแนะนำให้ผู้ใช้หยุดคิดสักนิด เก็บเงินไว้ก่อน และใช้งานระบบที่มีอยู่ให้คุ้มค่า เพราะในหลายกรณี ฮาร์ดแวร์จากรุ่นก่อนหน้าที่ยังใช้งานได้ดี ไม่ได้จำเป็นต้องอัปเกรดทันที

Edward มองว่า การตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์หรือความกลัว มักนำไปสู่การใช้เงินที่ไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะในยุคที่ราคา CPU, GPU และหน่วยความจำมีความผันผวนสูง


เกมเมอร์คือกลุ่มที่ “ปรับตัวเก่งที่สุด” ในตลาดฮาร์ดแวร์

Edward ยังพูดถึงชุมชนเกมเมอร์ว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ปรับตัวเก่งที่สุดในโลก เขายกตัวอย่างช่วงยุคคริปโต ที่ GPU ไม่เพียงแค่มีราคาแพงผิดปกติ แต่แทบจะหาซื้อไม่ได้เลยในตลาด

แม้สถานการณ์ในตอนนั้นจะยากลำบาก แต่สุดท้ายตลาดก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และผู้ใช้ก็ปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ เช่น การยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เดิม หรือรอจังหวะที่เหมาะสมมากขึ้นในการอัปเกรด

จากประสบการณ์เหล่านั้น Edward เชื่อว่า ปัญหา DRAM ในรอบนี้ แม้จะสร้างแรงกดดันในระยะสั้น แต่ไม่น่าจะเป็นภาวะที่ยืดเยื้อถาวรอย่างที่หลายคนกังวล


มุมมองที่สวนทางกับรายงานบางสำนัก

น่าสนใจว่า มุมมองของ Sapphire แตกต่างจากรายงานบางแห่งที่คาดการณ์ว่า ปัญหา DRAM อาจรุนแรงขึ้นในปี 2026 และลากยาวไปจนถึงปี 2027 หรือ 2028 โดย Edward ยอมรับว่า ตลาดอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว แต่เขาไม่เชื่อว่าสถานการณ์ตึงตัวในปัจจุบันจะคงอยู่ในระดับสูงตลอดหลายปี

เขาย้ำว่า แม้จะเป็นผู้บริหารจากบริษัทที่ขาย GPU โดยตรง แต่เขาไม่ต้องการให้ผู้ใช้ซื้ออุปกรณ์ใหม่เพียงเพราะความกลัว หากระบบเดิมยังตอบโจทย์การใช้งานได้ดี

สำหรับเขา การอัปเกรดที่แท้จริง คือการซื้อเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และได้ประโยชน์ชัดเจน ไม่ใช่การไล่ตามคำว่า “แรงที่สุด” หรือ “ดีที่สุด” ในทุกปี


บทสรุป: รอให้ตลาดนิ่ง อาจคุ้มกว่าการรีบตัดสินใจ

มุมมองจาก Sapphire ในครั้งนี้ ช่วยเติมน้ำหนักให้กับอีกด้านของการถกเถียงเรื่อง DRAM และตลาดฮาร์ดแวร์ โดยชี้ให้เห็นว่า ความไม่แน่นอนอาจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สถานการณ์ดูตึงเครียดเกินจริง

สำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้พีซีทั่วไป คำแนะนำสำคัญคือการประเมินความจำเป็นของตัวเองให้ชัดเจน ไม่รีบตัดสินใจเพียงเพราะกระแสหรือข่าวลือ และเลือกอัปเกรดในจังหวะที่ได้ความคุ้มค่าสูงสุดจริง ๆ

ที่มา: wccftech

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ในช่วงต้นปี 2021 วงการ CPU เริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเทคโนโลยี cache รูปแบบใหม่จาก AMD ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแนวทางการออกแบบ CPU ไปอย่างสิ้นเชิง และในช่วงกลางปีเดียวกันที่งาน Computex ทาง AMD ก็ได้เปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเป็นทางการในชื่อ 3D V-Cache ซึ่งเป็นการนำ L3 cache มาซ้อนในแนวตั้ง (vertical stacking)...

IT NEWS

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Microsoft กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันเรื่อง AI อย่างหนักหน่วงที่สุด ตั้งแต่ Windows, Office, Edge ไปจนถึงบริการคลาวด์แทบทุกตัว ล้วนมี Copilot และฟีเจอร์ AI แทรกอยู่แทบทุกมุม จนเกิดกระแสต่อต้านจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่มองว่า “มากเกินไป” และเริ่มตั้งคำถามว่า AI เหล่านี้จำเป็นจริงหรือไม่ ล่าสุด โลกอินเทอร์เน็ตก็ได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่สะท้อนอารมณ์ประชดประชันต่อ Microsoft ได้อย่างแสบสัน...

IT NEWS

Google ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ขณะนี้ระบบปฏิบัติการ Android กำลังเผชิญกับบั๊กซอฟต์แวร์ที่ทำให้ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงบนสมาร์ตโฟนทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะในเครื่องที่เปิดใช้งานฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงที่ชื่อว่า Select to Speak บั๊กดังกล่าวส่งผลให้การกดปุ่มเพิ่มหรือลดเสียง ไม่ได้ควบคุมระดับเสียงสื่ออย่างเพลงหรือวิดีโออย่างที่ผู้ใช้คาดหวัง แต่กลับไปปรับระดับเสียงของระบบ Accessibility แทน ซึ่งสร้างความสับสนและรบกวนการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมาก Advertisement ที่สำคัญ ยังมีรายงานว่าปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงไม่สามารถใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพในแอปกล้องได้อีกด้วย ทั้งที่เป็นทางลัดยอดนิยมของผู้ใช้ Android มายาวนาน บั๊ก Android ที่กระทบการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน...

IT NEWS

Microsoft เริ่มปล่อยอัปเดต Windows รุ่นใหม่ที่มาพร้อมระบบอัปเดตใบรับรอง Secure Boot แบบอัตโนมัติ สำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 เพื่อเตรียมรับมือกับใบรับรองความปลอดภัยเดิมที่กำลังจะหมดอายุในช่วงกลางปี 2026 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กร เนื่องจาก Secure Boot เป็นระบบความปลอดภัยระดับเฟิร์มแวร์ที่ช่วยป้องกันมัลแวร์ฝังตัวลึก เช่น rootkit ไม่ให้แทรกแซงกระบวนการบูตเครื่องได้ตั้งแต่ก่อนที่...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก