Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Seagate ก้าวกระโดด สร้างต้นแบบจาน 6.9TB สำเร็จ เตรียมปูทางสู่ฮาร์ดดิสก์ 55TB – 69TB ในอนาคต

Seagate 69TB

Seagate เดินหน้าดันเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ให้ก้าวต่อไปอีกระดับ ล่าสุดมีรายงานจาก IT Home ระบุว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการสร้าง ต้นแบบจานฮาร์ดดิสก์ความจุ 6.9TB ต่อแผ่น ภายในห้องวิจัยได้แล้ว ซึ่งถือว่าสูงกว่าผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ในตลาดปัจจุบันมากกว่า เท่าตัว

ด้วยความหนาแน่นของข้อมูลระดับนี้ ทำให้ฮาร์ดดิสก์ในอนาคตสามารถแตะความจุ ตั้งแต่ 55TB ไปจนถึง 69TB ได้จริงในฟอร์มแฟกเตอร์เดิม โดยไม่ต้องเปลี่ยนมาตรฐานขนาดตัวเครื่องหรือจำนวนจานในไดรฟ์

Advertisement

HAMR หัวใจหลักที่ทำให้การเพิ่มความจุก้าวกระโดดขึ้น

Seagate ยังคงใช้ เทคโนโลยี Heat-Assisted Magnetic Recording (HAMR) เป็นแกนหลักของการพัฒนาฮาร์ดดิสก์ความจุสูง ซึ่งเป็นระบบที่ใช้เลเซอร์จี้บริเวณจุดเขียนข้อมูลให้ร้อนขึ้น เพื่อให้สามารถบันทึกข้อมูลในความหนาแน่นสูงได้มากกว่าวิธีดั้งเดิม

ในรุ่นที่ขายจริงปัจจุบัน เช่น HDD ความจุ 30TB แบบ HAMR นั้นใช้จานความจุ 3TB จำนวน 10 แผ่น เพื่อให้ได้ความจุรวมตามสเปก แต่หากเทคโนโลยีจาน 6.9TB ถูกนำไปใช้จริง ฮาร์ดดิสก์ที่มีจำนวนจานเท่าเดิมก็จะสามารถให้ความจุสูงกว่า 2 เท่าได้ทันที

นอกจากนี้ ยังใช้วัสดุและเทคนิคใหม่ภายใต้ชื่อ Mozaic 3+ เพื่อทำให้เม็ดสื่อแม่เหล็ก (grain) มีขนาดเล็กลงอย่างมาก เพิ่มความหนาแน่นการจัดเก็บข้อมูลโดยไม่เสียความเสถียร


จาน 6.9TB ยังไม่เข้าสู่สายการผลิตเร็ว ๆ นี้ แต่โรดแมปชี้ชัดถึงทิศทางในอีก 5 ปีข้างหน้า

แม้เทคโนโลยีนี้จะถูกพัฒนาเสร็จในห้องแล็บแล้ว แต่ Seagate ยืนยันว่า จาน 6.9TB จะยังไม่ถูกนำมาใช้ในสินค้าจริงจนถึงปี 2030

ในช่วงก่อนหน้านั้น บริษัทจะทยอยเปิดตัวจานความจุใหม่เป็นลำดับ ได้แก่

  • จาน 4TB เริ่มผลิตปี 2027
  • จาน 5TB เริ่มผลิตปี 2028
  • จาน 6TB เริ่มผลิตปี 2029

จากนั้นในปี 2031 เป็นต้นไป คาดว่าจะสามารถผลิตจานที่มีความจุ 7TB ถึง 15TB ต่อแผ่น ได้ ซึ่งหมายความว่า HDD อาจทะลุความจุระดับ หลายร้อยเทราไบต์ และไปจนถึงระดับ เพตะไบต์ (PB) ได้ก่อนปี 2040 หากไม่เกิดอุปสรรคทางเทคโนโลยีหรือเศรษฐกิจเพิ่มเติม

image 61

ทำไม HDD ยังสำคัญ แม้ SSD จะโตอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ SSD จะมีราคาถูกลง ความเร็วสูงขึ้น และได้รับความนิยมในเครื่องเดสก์ท็อปหรือโน้ตบุ๊ก แต่ในโลกของศูนย์ข้อมูลแบบ hyperscale ความจริงคือ HDD ยังคงเป็นกระดูกสันหลังของระบบจัดเก็บข้อมูลทั่วโลก ด้วยเหตุผลสำคัญ ได้แก่

1. ต้นทุนต่อความจุ (Cost per TB) ที่ยังดีกว่า SSD อย่างมาก

SSD ความจุสูงพิเศษ เช่น 60TB – 100TB ที่ใช้ NAND ระดับองค์กร ราคายังสูงถึงหลัก หลายแสนบาทถึงหลักล้านบาทต่อไดรฟ์ ในขณะที่ HDD ความจุระดับ 30TB – 50TB ยังคงรักษาต้นทุนที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด

2. ความเชื่อถือได้ในงานเก็บข้อมูลระยะยาว

การเก็บข้อมูลแบบ cold storage หรือ archive workloads ยังคงพึ่งพา HDD เป็นหลัก เนื่องจากพฤติกรรมการเสื่อมของเซลล์ NAND บน SSD ไม่เหมาะกับการจอดข้อมูลยาวหลายปีโดยไม่ถูกเขียนทับ

3. ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจาก AI

ปัจจุบันปริมาณข้อมูลจากงาน AI training, inference logging และงาน data pipeline เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้เกิด ดีมานด์ HDD จำนวนมหาศาลจนเกิดคิวสั่งจองยาวถึง 2 ปี สำหรับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่


สรุป: ก้าวสำคัญของ Seagate สู่ยุคฮาร์ดดิสก์ความจุหลายสิบเทราไบต์ และอนาคตสู่ระดับเพตะไบต์

ความสำเร็จของ Seagate ในการพัฒนาจานความจุ 6.9TB ต่อแผ่น ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมสตอเรจ เพราะหมายความว่าฮาร์ดดิสก์ความจุ 55TB – 69TB นั้น “เป็นไปได้จริง” และกำลังจะมาถึงในช่วงต้นทศวรรษหน้า

ในขณะที่โลกดาต้ายังคงเติบโตแบบไม่มีทีท่าว่าจะชะลอ การพัฒนา HDD ความจุสูงจะยังมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลทั่วโลกอีกยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น cloud, AI, enterprise หรือการเก็บข้อมูลระยะยาวในระดับประเทศ

ท้ายที่สุด แม้อนาคตของ SSD จะสดใส แต่การเพิ่มความจุ HDD ด้วยเทคโนโลยีอย่าง HAMR ยังคงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้โครงสร้างข้อมูลทั่วโลกเดินหน้าต่อไปได้

ที่มา: tomshardware

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ตลาด SSD และหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงราคาขาขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ และมีแนวโน้มว่าผู้บริโภคอาจต้องเผชิญกับราคาแพงต่อเนื่องยาวไปอีกหลายปี หลังมีรายงานว่า Samsung Electronics และ SK hynix สองผู้ผลิต NAND รายใหญ่ของโลก เตรียมลดกำลังการผลิต NAND flash เพื่อโยกกำลังการผลิตไปเน้น DRAM ซึ่งให้ผลกำไรสูงกว่าจากกระแส AI data center การเปลี่ยนทิศทางครั้งนี้อาจทำให้ราคา SSD...

IT NEWS

หลังจากมีข่าวลือมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับการพัฒนา SoC สถาปัตยกรรม ARM สำหรับผู้บริโภคของ NVIDIA ล่าสุดมีรายงานจาก DigiTimes Taiwan ว่าแผนงานภายในของ NVIDIA ระบุว่าแพลตฟอร์ม Windows-on-ARM ที่ใช้ชิป N1X จะเริ่มเปิดตัวในตลาดโน้ตบุ๊กสำหรับผู้บริโภคภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 โดยจะมีการตามด้วยอีกสามรุ่นในไตรมาสที่ 2 ซึ่งคาดว่าเน้นกลุ่มผู้ใช้ทางธุรกิจหรือองค์กรเป็นหลัก การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวการพบโน้ตบุ๊ก Dell...

IT NEWS

สถานการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำ DRAM ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาด GPU ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในตลาดมือหนึ่งและตลาดมือสอง ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาทางเลือกที่ถูกลงผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายมือสอง แต่ท่ามกลางวิกฤตราคาแพงนี้เอง กลุ่มมิจฉาชีพก็เริ่มขยับตัวหนักขึ้น ใช้วิธีการปลอมแปลงการ์ดจอระดับสูงอย่างแนบเนียน และอาศัยความต้องการของผู้ซื้อเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง Advertisement หนึ่งในกรณีที่ถูกเปิดโปงล่าสุด กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหา RTX 4080 ปลอมที่กำลังระบาดในตลาดมือสองของจีน และมีแนวโน้มลุกลามไปยังหลายประเทศ เปิดโปงขบวนการ RTX 4080 ปลอม โดยช่างซ่อมการ์ดจอชื่อดังของจีน...

IT NEWS

ความสัมพันธ์ระหว่าง Apple กับ TSMC ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์มาโดยตลอด โดยเฉพาะในยุคที่ iPhone ยังเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับโรงงานผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ล่าสุดมีข่าวลือจากแหล่งข่าวในจีนระบุว่า สถานะพิเศษของ Apple อาจกำลังสั่นคลอน เมื่อ TSMC เตรียมเปลี่ยนนโยบายการจัดส่งชิปขั้นสูง และอาจไม่ให้สิทธิ์ “priority shipment” กับ Apple อีกต่อไป สาเหตุสำคัญมาจากโครงสร้างรายได้ของ TSMC ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก