
รายงานล่าสุดจากสื่อต่างประเทศระบุว่า AMD ได้แจ้งคู่ค้าสำคัญและบอร์ดพาร์ทเนอร์ให้เตรียมพร้อมกับการ ขึ้นราคาการ์ดจอ (GPU) อย่างน้อย 10% ในปี 2026 โดยสาเหตุหลักมาจาก ต้นทุน DRAM ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากความต้องการในฝั่ง AI ที่สูงขึ้นแบบไม่มีทีท่าจะชะลอ
ข้อมูลนี้มาจากนักวิเคราะห์ Dan Nystedt ที่ได้รับการยืนยันผ่านแหล่งข่าวในไต้หวัน (UDN) ซึ่งระบุว่า นี่ถือเป็นครั้งที่สองในรอบไม่กี่เดือนที่ AMD ปรับราคาการ์ดจอขึ้น เพียงแต่ครั้งแรกเลือก “แบกรับต้นทุนเอง” เพื่อไม่ให้ตลาดสะเทือนมากเกินไป แต่รอบนี้ AMD จำเป็นต้องผลักภาระต้นทุนออกไปยังซัพพลายเออร์ ซึ่งท้ายที่สุดจะสะท้อนมาถึงราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่าย
ทำไมราคา GPU ถึงต้องขึ้น — และทำไมต้องเป็นตอนนี้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาการ์ดจอ ถูกจับตาอย่างหนัก เพราะขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะจากดีมานด์ระดับโหดในยุคคริปโต หรือการเน้นโปรดักต์ AI ที่ดึงทรัพยากรการผลิตออกจากตลาด Gaming
ปี 2025 ก็ไม่ต่างกัน และทุกสัญญาณชี้ชัดว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นในปี 2026 โดยปัจจัยสำคัญมีดังนี้
1. วิกฤต DRAM ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
DRAM กลายเป็นหัวใจหลักของทุกอุตสาหกรรม
ตั้งแต่สมาร์ตโฟน ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ต้องการหน่วยความจำจำนวนมหาศาล
ตลอดปี 2025 ราคาชิป DRAM ขยับขึ้นอย่างหนัก โดยสำนักวิเคราะห์บางแห่งรายงานว่า ราคาเพิ่มสูงถึงเกือบ 200% ต่อชิ้น ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนผลิตอุปกรณ์ทุกประเภทขยับขึ้นตามไปด้วย
สำหรับ GPU ปัจจุบันต้องใช้หน่วยความจำแบบ GDDR6 / GDDR6X ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่า DRAM ทั่วไปหลายเท่า ยิ่งทำให้ผลกระทบต่อการผลิตการ์ดจอนั้นรุนแรงกว่าอุปกรณ์อื่นอย่างชัดเจน
2. AI กำลังกินทรัพยากรทั้งอุตสาหกรรม
ปี 2025 เป็นปีที่ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด
ทุกบริษัทตั้งแต่สตาร์ทอัปไปจนถึง Big Tech ต่างเทเงินเข้าระบบ AI
ผลลัพธ์คือเกิดภาวะ “ดูดทรัพยากร” อย่างหนัก
มีรายงานว่าบางผู้ให้บริการถึงขั้น แย่งซื้อ GPU, CPU, DRAM, NAND, SSD แม้กระทั่งระบบไฟฟ้า เพื่อพัฒนาเซิร์ฟเวอร์ AI ความต้องการมหาศาลนี้ส่งผลให้ปริมาณชิปที่ควรจะผลิตให้ตลาดเกมถูกเบียดออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นี่คือสาเหตุว่าทำไมตลาด Gaming GPU ถึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก และทำไม AMD จึงต้องปรับราคาในปีหน้า
3. สถานการณ์ซัพพลายของ GPU ทั้งค่ายแดงและค่ายเขียวกำลังตึงตัว
ไม่ใช่แค่ AMD ที่ได้รับผลกระทบ
มีรายงานว่า NVIDIA เองก็ชะลอการเปิดตัว RTX 50 Super Series เพราะขาดแคลนหน่วยความจำ GDDR
รวมถึงไม่ต้องการเสียกำไรในช่วงที่ตลาด AI ทำรายได้มหาศาลให้บริษัท
เมื่อทั้งสองค่ายต้องแย่งทรัพยากรการผลิต GPU และ DRAM จากโรงงานเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกที่ต้นทุนจะพุ่งขึ้นและผลักดันให้ราคาขายปลีกแพงขึ้นตาม
AMD ขึ้นราคาครั้งนี้กระทบผู้บริโภคแค่ไหน
แหล่งข่าวระบุว่า AMD แจ้งคู่ค้าให้เตรียมรับมือการขึ้นราคาขั้นต่ำ 10%
ซึ่งอาจมากกว่านั้นในบางรุ่นที่ใช้หน่วยความจำมากเป็นพิเศษ
ยกตัวอย่างกรณีล่าสุด:
- RX 9070 XT เพิ่งทำราคาสัมผัส 599 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 21,900 บาท) เป็นครั้งแรกในช่วง Black Friday
- หากราคาขยับขึ้น 10% เท่ากับ +60 ดอลลาร์ หรือประมาณ +2,300 บาท
ชัดเจนว่าผู้ใช้ปลายทางจะเป็นคนรับผลกระทบเต็ม ๆ โดยเฉพาะตลาด Gaming PC ที่ชื่นชอบราคาคุ้มค่าในช่วงลดราคาปลายปี
10% อาจเป็นเพียงขั้นต่ำ — ราคาจริงอาจขยับมากกว่านั้น
แม้ Nystedt จะบอกว่า 10% คือ “ตัวเลขที่ได้รับ” แต่แหล่งข่าวไต้หวันกลับใช้คำว่า “อย่างน้อย” ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีรุ่นที่ขึ้นเกินกว่า 10% โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ GDDR6X หรือมีบัสหน่วยความจำกว้างเป็นพิเศษ
ที่สำคัญคือ นี่เป็นครั้งแรกที่ AMD เลือกผลักต้นทุนออกไปสู่พาร์ทเนอร์อย่างชัดเจน
แปลว่าราคาขายจริงในร้านค้าปลีกอาจขึ้นมากกว่าตัวเลขที่คาดไว้
NVIDIA อาจเดินตามรอยเดียวกัน
หาก AMD ขึ้นราคาเพราะ DRAM ขาดแคลน
ก็แทบจะยืนยันได้ว่า NVIDIA ก็หนีไม่พ้นผลกระทบ เช่นกัน เพราะใช้ GDDR จำนวนมากในทุกรุ่น
รวมถึงกำลังเร่งผลิต GPU สำหรับศูนย์ข้อมูล AI แบบมหาศาล
ดังนั้นปี 2026 จึงมีแนวโน้มสูงมากว่า ตลาด GPU ทั้งหมดจะขึ้นราคา โดยไม่จำกัดค่าย
ควรซื้อการ์ดจอภายในปี 2025 เลยหรือไม่
ถ้าคุณสนใจอัปเกรดเครื่องหรือกำลังเล็งการ์ดจอรุ่นใหม่
ปี 2025 ถือเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุดก่อนราคาปรับขึ้นในปีหน้า
ราคาการ์ดจอช่วงปลายปีมักลดลงตามรอบโปรโมชั่น เช่น Black Friday หรือ 12.12 ทำให้เป็นจังหวะเหมาะต่อการซื้อก่อนที่ราคาใหม่ในปีหน้าเริ่มมีผล
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นที่คุณต้องการด้วย
เพราะการ์ดจอบางรุ่น เช่น RX 9070 XT หรือรุ่นท็อปของ NVIDIA อาจหายากขึ้นเรื่อย ๆ
สรุป: ปี 2026 จะเป็นปีที่ตลาด GPU แพงขึ้นทั้งระบบ
จากข้อมูลล่าสุดทุกช่องทางสามารถสรุปได้ชัดเจนว่า:
- AMD เตรียม ขึ้นราคาการ์ดจอขั้นต่ำ 10%
- สาเหตุคือ วิกฤต DRAM ที่รุนแรง ซึ่งถูกเร่งให้หนักขึ้นโดยดีมานด์ฝั่ง AI
- NVIDIA ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และมีแนวโน้มว่าจะขึ้นราคาเช่นกัน
- ผู้บริโภคควรพิจารณาซื้อ GPU ภายในปี 2025 หากต้องการหลีกเลี่ยงราคาที่แพงกว่าเดิมในปีหน้า
ปี 2026 จะเป็นปีที่วงการ PC Gaming ต้องเผชิญต้นทุนสูงขึ้นทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอ, DRAM, SSD หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับ AI
ตลาด GPU กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ และยังไม่ถึงจุดที่ราคาจะลดลงในเร็ว ๆ นี้
ที่มา: tomshardware





