
ก้าวใหม่ของยุค AI กับการเปิดตัว Gemini 3
Google ประกาศเปิดตัว Gemini 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นโมเดล AI ที่ “ฉลาดที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา” โดยเปิดให้ใช้งานในรูปแบบพรีวิวแล้ววันนี้บนแอป Gemini และในบางประเทศสามารถทดลองฟีเจอร์ขั้นสูงได้ในโหมด Advanced AI และบริการ Google AI Pro
Gemini 3 ถูกพัฒนาแบบ multimodal ตั้งแต่พื้นฐาน ทำให้สามารถประมวลผลข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ พร้อมกันใน flow เดียว ซึ่งเป็นการยกระดับความสามารถของโมเดลให้เข้าใจบริบทได้ลึกขึ้นกว่าเดิมมาก
Gemini 3 คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
จุดเด่นหลักของ Gemini 3 คือความสามารถด้านเหตุผล การวางแผน และการแก้ปัญหาที่แม่นยำขึ้น ซึ่ง Google ระบุว่าโมเดลใหม่นี้สามารถทำคะแนนสูงในชุดทดสอบด้านตรรกะ คณิตศาสตร์ และการตรวจสอบข้อเท็จจริง (fact checking) ได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ Gemini 3 ยังถูกออกแบบมาให้ตอบคำถามได้สั้นกว่า ตรงประเด็นกว่า และลดอคติ (bias) โดยรวม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่วงการ AI ให้ความสำคัญอย่างมาก
ความสามารถใหม่ที่โดดเด่นของ Gemini 3
1. สร้างอินเทอร์เฟซ เช่น พรีเซนเทชันและหน้าเว็บได้ในทันที
หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นคือความสามารถของ Gemini 3 ในการ สร้างโครงสร้างหน้าเว็บ (web layout) หรือ หน้าเพจสำหรับพรีเซนเทชัน โดยใช้เพียงคำสั่งของผู้ใช้ ทำให้เหมาะกับงานออกแบบเบื้องต้น การทำเอกสารเสนอ หรือสร้างต้นแบบ (prototype) อย่างรวดเร็ว
ฟีเจอร์แบบนี้เปิดทางให้ผู้ใช้ทั่วไปทำงานที่เคยต้องใช้ความรู้เฉพาะทางได้ง่ายขึ้นมาก
2. ระบบค้นหาที่ฉลาดขึ้นด้วย “Query Fan-out”
Gemini 3 มาพร้อมระบบค้นหาที่ Google เรียกว่า “extended query fan-out” ซึ่งจะ ขยายความเข้าใจของโมเดลต่อเจตนาของคำถาม ไม่เพียงแปลความคำในประโยค แต่ตีความ “สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง ๆ” เพื่อให้ได้คำตอบแม่นยำขึ้นและครอบคลุมกว่าเดิม
3. การแสดงผลแบบใหม่ใน Gemini App และ AI Mode ของ Google Search
คำตอบของ AI จะไม่ใช่เพียงข้อความเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่จะ ผสมผสานรูปภาพ ตาราง กริดข้อมูล และการจำลองแบบ interactive เข้าไว้ในหน้าเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้งานเห็นข้อมูลได้ครบถ้วนและเข้าใจง่ายขึ้น เหมาะทั้งนักเรียน นักพัฒนา และผู้ใช้งานทั่วไป
4. ความสามารถด้าน “เหตุผล + วางแผน” ที่เฉียบคมขึ้น
Gemini 3 Pro ได้รับการอัปเกรดด้าน reasoning และ planning ทำให้สามารถทำงานที่ต้องใช้ตรรกะหรือการดำเนินการหลายขั้นตอน (multi-step tasks) ได้ดีขึ้นมาก
ตัวอย่างเช่น
- สรุปอีเมลจำนวนมาก
- วางแผนการเดินทาง
- แก้โจทย์ซับซ้อน
- จัดการเอกสารปริมาณมาก
- ควบคุม workflow ทั้งระบบ
ความสามารถนี้ทำให้ Gemini 3 ใกล้เคียงกับ “AI ที่ทำงานจริงแทนมนุษย์” มากกว่าที่เคย
Gemini Agent: เครื่องมือใหม่ที่ใช้พลังของ Gemini 3
Google เปิดตัว Gemini Agent เป็นเครื่องมือทดลองใหม่ ที่ใช้ Gemini 3 Pro เป็นแกนหลัก โดยสามารถทำงานเบื้องหลังเพื่อช่วยผู้ใช้ เช่น
- อ่านและจัดระเบียบอีเมล
- จองตั๋วเดินทางให้
- ตรวจงานตามกำหนดการ
- ทำงานยาวหลายขั้นได้แบบต่อเนื่อง
ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ที่สมัคร Google AI Pro หรือ Ultra จะสามารถทดลองฟีเจอร์นี้ได้ก่อน
พร้อมใช้งานในรูปแบบพรีวิวแล้ววันนี้
Gemini 3 Pro เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าไปทดลองใช้งานได้แล้วผ่านแอป Gemini โดยในบางภูมิภาคจะค่อย ๆ ขยายการเข้าถึงฟีเจอร์ขั้นสูงในอนาคต
ในประเทศไทย แม้ยังไม่มีประกาศเรื่องราคา หรือบริการเสริมอย่าง Google AI Pro แต่คาดว่าจะเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการตามลำดับประเทศที่รองรับ
สรุป: Gemini 3 คือก้าวใหญ่สุดของ Google ในยุค AI ใหม่
จากฟีเจอร์ทั้งหมด จะเห็นได้ว่า Gemini 3 เป็นมากกว่าแค่การอัปเกรดโมเดล แต่เป็นทิศทางใหม่ที่ Google ต้องการสร้าง AI ที่
- เข้าใจมนุษย์แบบ multimodal จริง ๆ
- มีความสามารถสร้างสรรค์งานเชิงโครงสร้าง
- คิดวางแผนเป็นลำดับขั้น
- ใช้ในงานจริงได้ทั่วทั้งระบบนิเวศของ Google
และเป็นอีกก้าวสำคัญที่ผลักดันให้ AI เข้าใกล้บทบาท “ผู้ช่วยทำงาน” มากกว่าการเป็นแค่ “เครื่องมือตอบคำถาม”
ที่มา: PCWorld





