
ROG Xbox Ally ได้รับอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิดตัว และเป็นการอัปเดตที่หลายคนรอคอย เพราะรอบนี้ ASUS ปรับทั้งระบบภายใน ฟีเจอร์ควบคุมประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้พลังงาน ซึ่งช่วยให้การเล่นเกมลื่นขึ้น และทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่าเดิมอย่างชัดเจน ถือเป็นอัปเดตที่ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ Ally แบบจับต้องได้จริง
อัปเดตนี้เพิ่งปล่อยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา และยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่หลายจุดที่ถูกเรียกร้องจากผู้ใช้ในชุมชน Ally มาตลอด
ฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงที่สำคัญในอัปเดต Ally
การอัปเดตครั้งนี้ถือว่าครอบคลุมเกือบทุกด้าน ตั้งแต่การจัดการพลังงาน ระบบประมวลผล ไปจนถึงความเสถียรของเฟิร์มแวร์ รายละเอียดเด่นที่ ASUS ปรับปรุงมีดังนี้
1. เพิ่มตัวเลือกปรับแต่ง CPU ทั้ง P-Core และ E-Core
สำหรับรุ่น X model ตอนนี้ผู้ใช้สามารถปรับคอร์ประสิทธิภาพ (P-Core) และคอร์ประหยัดพลังงาน (E-Core) ได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้การจูนค่าประสิทธิภาพเหมาะกับเกมแต่ละประเภทมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างเฟรมเรตและอายุการใช้งานแบตเตอรี่
ระบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถตั้งค่าเชิงลึก เช่น จำกัดจำนวนคอร์หรือปรับสัดส่วนคอร์ที่ใช้งาน เพื่อควบคุมความร้อนและกำลังไฟแบบละเอียดกว่าเดิม ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หลายคนอยากได้ตั้งแต่วันแรกที่ Ally วางขาย
2. เปิดโหมดเต็มจอ (Full Screen Quick Access) แบบรวดเร็ว
เมนูทางลัดใหม่ช่วยให้เข้าฟีเจอร์เต็มจอได้ทันที ไม่ต้องกดหลายขั้นตอนอีกต่อไป เพิ่มความสะดวกระหว่างใช้งานระหว่างเล่นเกมหรือสลับโหมดต่าง ๆ
3. ปรับตัวเลือกจำกัด FPS จาก 45 → 40 FPS
ASUS ปรับค่า FPS Limit ให้ตรงกับรีเฟรชเรต 120 Hz ของหน้าจอมากขึ้น โดยลดเพดานจาก 45 FPS ลงมาเป็น 40 FPS เพื่อให้การทำงานของระบบเสถียรขึ้น ลดการแกว่งของเฟรมเรต และทำให้การประหยัดพลังงานดีขึ้นอีกระดับ
การตั้งค่า 40 FPS ถือเป็น “จุดบาลานซ์” สำหรับอุปกรณ์พกพา เพราะช่วยลดโหลดบน GPU และยืดแบตเตอรี่ได้นานขึ้นโดยไม่กระทบความไหลลื่นจนเกินไป
4. ปรับปรุงการใช้พลังงานในโหมด Modern Standby
หนึ่งในข้อร้องเรียนที่พบบ่อยของ Ally ก่อนอัปเดต คือแบตเตอรี่ลดลงเร็วเกินไปแม้ปิดฝากลับหรือพักเครื่อง การอัปเดตรอบนี้แก้ปัญหาดังกล่าวโดยตรง ทำให้ Ally ใช้พลังงานน้อยลงเมื่อไม่ได้เล่นเกม ช่วยยืดอายุแบตระหว่างวันได้มากขึ้น
5. เพิ่มประสิทธิภาพเกมด้วยไดรเวอร์ AMD GPU รุ่นใหม่
อัปเดต AMD GPU Driver เวอร์ชัน V25.10.27 ช่วยให้เกมทำงานลื่นขึ้น โดยเฉพาะเกมที่ใช้ API อย่าง DX12 ที่ต้องการการจัดการงานกราฟิกอย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนไดรเวอร์ครั้งนี้ช่วยให้เฟรมเรตดีขึ้นในหลายเกม และยังแก้ปัญหาการค้างหรือกระตุกที่เกิดเป็นบางครั้งในรุ่นก่อนหน้า
6. เพิ่มเสถียรภาพของเฟิร์มแวร์
ระบบภายใน (Firmware) ได้รับการปรับจูนใหม่เพื่อให้ทำงานนิ่งขึ้น ไม่เกิดอาการ freeze หรือ restart แบบไม่ทราบสาเหตุเหมือนบางเคสจากผู้ใช้ในช่วงก่อนหน้า การอัปเดตนี้ช่วยให้การเล่นเกม และการใช้งานทั่วไปมีความเสถียรมากขึ้น
7. ปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของระบบทั้งหมด
นอกเหนือจากการปรับแบบเฉพาะจุด ASUS ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภาพรวม ทั้งการโหลดเกม การตอบสนองของ UI การสลับโหมดพลังงาน และการจัดการอุณหภูมิ ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น
อัปเดตสำคัญสำหรับผู้สนใจเครื่องเกมพกพา
หนึ่งในปัญหาหลักของเครื่องเกมพกพาอย่าง ROG Xbox Ally คือระยะเวลาแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะเมื่อเล่นเกมที่ใช้พลังประมวลผลหนัก การปรับปรุงในอัปเดตนี้ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานลงอย่างเห็นผล ทำให้เล่นเกมได้นานขึ้นใน 1 ชาร์จ ซึ่งช่วยเพิ่ม “ความคุ้มค่า” ของตัวเครื่องได้อย่างชัดเจน
ถึงแม้ Ally ยังมีข้อจำกัดบางด้าน เช่น ความซับซ้อนของ Windows และการตั้งค่าที่หลากหลายจนใช้งานยากสำหรับมือใหม่ แต่หลังจากอัปเดตใหญ่ครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่าภาพรวมของประสบการณ์ใช้งานดีขึ้นมาก และเข้าใกล้ความ “พร้อมใช้” แบบเครื่องคอนโซลมากขึ้นเรื่อย ๆ
สรุป: อัปเดตที่ยกระดับ ROG Xbox Ally แบบจับต้องได้จริง
อัปเดตครั้งนี้เป็นหนึ่งในการอัปเดตที่สำคัญที่สุดของ ROG Xbox Ally ตั้งแต่เปิดตัว ด้วยการปรับทั้งประสิทธิภาพเกม การจัดการพลังงาน ความเสถียรของระบบ และฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์ชุมชนผู้ใช้ ถือว่าเป็นการอัปเดตที่ช่วยให้ Ally น่าใช้ขึ้น และทำให้เครื่องเกมพกพาตัวนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องเล่นเกมพกพาที่แรงและปรับแต่งได้หลากหลาย นี่เป็นเวลาที่ดีมากในการมองกลับมาที่ Ally อีกครั้ง
ที่มา: wccftech





