Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Windows 11 เพิ่มฟีเจอร์ Cloud Rebuild และ Point-in-Time Restore ฟื้นระบบได้เร็วขึ้นแบบแทบไม่ต้องแตะเครื่อง

Windows 11 recovery tools

Microsoft เปิดตัวฟีเจอร์กู้คืนระบบใหม่สำหรับ Windows 11 ในงาน Ignite โดยมีสองความสามารถหลัก ได้แก่ Cloud Rebuild และ Point-in-Time Restore (PITR) ที่ออกแบบมาเพื่อลด Downtime และทำให้การกู้คืนอุปกรณ์ทำได้รวดเร็วและง่ายขึ้น ทั้งในมุมผู้ใช้ทั่วไปและระดับองค์กร

ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Windows Resiliency Initiative ที่มีเป้าหมายทำให้ Windows มีความเสถียรและกู้ตัวเองได้แม้เกิดปัญหาอัปเดตผิดพลาด ไดรเวอร์มีปัญหา หรือเครื่องบูตไม่ขึ้น

Advertisement

Point-in-Time Restore (PITR): ย้อนระบบได้ครบทั้งไฟล์ แอป และการตั้งค่า

ฟีเจอร์ Point-in-Time Restore เป็นการขยายความสามารถจาก System Restore แบบเดิม โดย PITR จะเก็บ “สแนปช็อตเต็มระบบ” ในแต่ละจุดเวลา ครอบคลุมทั้ง:

  • ไฟล์ในเครื่อง
  • แอปที่ติดตั้ง
  • การตั้งค่า Windows
  • ไฟล์ระบบทั้งหมด

จุดเด่นคือสามารถย้อนกลับไปยัง “สถานะที่ใช้งานได้จริง” ภายในเวลาไม่กี่นาที เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเร่งด่วนในองค์กร

Microsoft ระบุว่า PITR จะเริ่มเปิดทดสอบ (Preview) ภายในสัปดาห์นี้ในอัปเดต Windows Insider


Cloud Rebuild: สั่งล้าง-ลง Windows ใหม่จากคลาวด์ได้ทันที ไม่ต้องเข้าหน้างาน

อีกฟีเจอร์สำคัญคือ Cloud Rebuild ซึ่งช่วยให้แอดมินสามารถ “รีบิลด์เครื่องจากคลาวด์” ได้ทันที แม้เครื่องจะมีปัญหาหนักจนใช้งานไม่ได้ โดยไม่ต้องสร้าง USB ติดตั้งหรือเข้าหน้างาน

ขั้นตอนทำงาน เช่น:

  • แอดมินเลือกเวอร์ชัน Windows และภาษาผ่าน Intune
  • อุปกรณ์ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งจากคลาวด์
  • ระบบลง Windows ใหม่อัตโนมัติ
  • Autopilot จะลงนโยบาย องค์กร แอป และค่าเดิมกลับมาให้
  • คืนไฟล์ผู้ใช้ผ่าน OneDrive และ Windows Backup for Organizations

ทั้งหมดนี้ช่วยลดช่วงเวลาซ่อมเครื่องจาก “หลายชั่วโมงหรือหลายวัน” เหลือแค่ไม่กี่สิบนาทีเท่านั้น

ฟีเจอร์นี้จะถูกรวมเข้ากับ Microsoft Intune อย่างเป็นทางการภายในครึ่งแรกของปี 2026


อัปเดตใหม่ของ Quick Machine Recovery (QMR): แก้ปัญหาบูตไม่ได้โดยอัตโนมัติ

ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้เริ่มทดสอบเวอร์ชันใหม่ของ Quick Machine Recovery (QMR) ฟีเจอร์แก้ไขปัญหาเครื่องบูตไม่ได้แบบอัตโนมัติ ผ่าน Windows Recovery Environment (WinRE)

Windows 11 Quick Machine Recovery settings
เครดิตภาพ: Microsoft

การทำงานคือ:

  1. ถ้าเครื่องบูตไม่ได้เพราะไดรเวอร์ อัปเดต หรือคอนฟิกผิดพลาด
  2. WinRE จะเรียก QMR
  3. ระบบส่งข้อมูล Crash ไปให้ Microsoft
  4. Microsoft วิเคราะห์และส่งคำสั่งแก้ไขกลับ เช่น
    • ถอดอัปเดตที่ทำให้เครื่องพัง
    • ลบไดรเวอร์ที่มีปัญหา
    • ปรับค่าคอนฟิกให้กลับมาบูตได้

เวอร์ชันใหม่นี้ปรับให้ “สแกนครั้งเดียวจบ” แทนการวนลูปค้นหาวิธีแก้หลายรอบ ทำให้กู้ระบบได้เร็วขึ้น


ช่วยลดภาระทีมไอที เพิ่มความเสถียรให้ Windows 11 ในองค์กร

เมื่อรวมทั้งหมดทั้ง Cloud Rebuild, PITR และ QMR จะช่วยให้องค์กรสามารถ:

  • ลดเวลาซ่อม-กู้เครื่องจำนวนมาก
  • แก้ปัญหาเครื่องบูตไม่ได้แบบไม่ต้องแตะเครื่อง
  • รีเซ็ตและลง Windows ใหม่แบบอัตโนมัติ
  • คืนไฟล์และแอปกลับในขั้นตอนเดียว
  • ควบคุมทุกอย่างผ่าน Intune จากศูนย์กลาง

ถือเป็นก้าวสำคัญของ Microsoft ในการเพิ่มความเสถียรและความทนทานของ Windows 11 ในระดับองค์กรอย่างแท้จริง

ที่มา: bleepingcomputer

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ถ้าพูดถึง Keychron หลายคนอาจนึกถึงคีย์บอร์ด Mechanical คุณภาพสูง ดีไซน์เรียบหรู และเน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเป็นหลัก แต่ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ปีนี้ Keychron ได้สร้างความแปลกใหม่ด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช่คีย์บอร์ด นั่นก็คือ Keychron Nape Pro แทร็กบอลดีไซน์แปลกตาที่ออกแบบมาให้ใช้งานชิดกับคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ Nape Pro ถูกพัฒนาร่วมกับทีมงานจาก Gizmodo Japan...

IT NEWS

Qualcomm และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ผ่านการผสานแพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบ AI ของ Google อย่าง Gemini เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ในรูปแบบ Software-Defined Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถูกยกระดับขึ้นจากการเป็นพาร์ตเนอร์ด้าน AI...

IT NEWS

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple และ NVIDIA แทบจะเดินกันคนละเส้นทางภายในโรงงานของ TSMC อย่างชัดเจน Apple เลือกใช้กระบวนการผลิตระดับล้ำสมัยของ TSMC สำหรับชิปตระกูล A และ M พร้อมแพ็กเกจแบบ InFO ที่เน้นความบางและประหยัดพลังงาน ขณะที่ NVIDIA โฟกัสไปที่แพ็กเกจแบบ CoWoS สำหรับ GPU และชิป...

IT NEWS

ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตราคาสูงอีกครั้ง และรอบนี้ไม่ใช่แค่แพงธรรมดา แต่แพงในระดับที่หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อโมดูล DDR5 ขนาด 256GB ในจีนถูกตั้งราคาขายปลีกสูงถึงเกือบ 50,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 250,000 บาทต่อแถว จนเกิดการเปรียบเทียบแบบประชดในแวดวงไอทีว่า หากคุณสะสม DDR5 ขนาด 256GB ประมาณ 100 โมดูล คุณอาจเอาไปแลก “บ้านหนึ่งหลังในเซี่ยงไฮ้” ได้จริง...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก