Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

ต้นทุน GDDR พุ่งกดดันตลาด GPU หนักขึ้นเรื่อยๆ กระทบการ์ดจอระดับเริ่มต้นที่อาจโดนยกเลิกการผลิต

gpu low end production cut

ตลาดพีซีกำลังเผชิญแรงกระแทกจากปัญหาหน่วยความจำขาดแคลนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็น DRAM หรือ GDDR ที่ใช้ในการ์ดจอ ซึ่งไม่เพียงทำให้ราคา RAM เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลโดยตรงต่อ GPU ระดับเริ่มต้น ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกซื้อกันในช่วงงบประมาณจำกัด ล่าสุดมีรายงานว่าทั้ง AMD และ NVIDIA กำลังพิจารณาปรับลดจำนวนรุ่น หรืออาจหยุดผลิตบางซีรีส์ที่ทำกำไรน้อยลง เนื่องจากต้นทุนชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นเกินกว่าตลาดจะรับไหว


ราคาหน่วยความจำพุ่งกระทบต้นทุน GPU โดยตรง

ข้อมูลจากสื่อเกาหลีใต้ระบุว่า ราคาชิป GDDR ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการผลิต GPU เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ต้นทุน Bill of Materials (BOM) ที่สูงขึ้นทำให้ผู้ผลิตต้องทบทวนไลน์การผลิต โดยเลือกโฟกัสไปที่รุ่นกลางและรุ่นสูงมากขึ้น ซึ่งให้กำไรต่อชิ้นสูงกว่า

Advertisement

กลุ่มที่มีโอกาสถูกปรับลดหรือหยุดผลิตก่อนคือ

  • การ์ดจอระดับเริ่มต้น
  • การ์ดจอระดับกลางล่าง
  • รุ่นคุ้มค่า เช่น xx60 / xx50 series ของ NVIDIA

เนื่องจากเป็นรุ่นที่ทำกำไรต่อหน่วยไม่มาก เมื่อเจอต้นทุน GDDR พุ่งขึ้นก็ไม่คุ้มที่จะผลิตต่อในจำนวนเดิม


อุตสาหกรรม AI ดึงกำลังผลิต GDDR ไปจนผู้ใช้ทั่วไปได้รับผลกระทบ

ปัจจุบันความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI, เซิร์ฟเวอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้โรงงานหันไปผลิต GDDR และ HBM สำหรับอุปกรณ์กลุ่มดังกล่าวก่อน เพราะมีมูลค่าและผลตอบแทนสูงกว่าอย่างชัดเจน ตลาดผู้ใช้ทั่วไปจึงถูกลดความสำคัญลงทันที โดยเฉพาะกลุ่ม GPU ระดับเริ่มต้นที่มีอัตรากำไรต่ำ

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดภาวะ “panic buying” หรือแย่งซื้อวัตถุดิบเพื่อกักตุน ส่งผลให้ราคา GDDR เพิ่มแบบกระโดด และไม่มีวี่แววว่าจะกลับลงมาในระยะสั้น


ราคาการ์ดจอมีแนวโน้มปรับขึ้นเป็นวงกว้าง

เมื่อราคาหน่วยความจำที่ใช้ใน GPU เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตก็ได้รับแรงกดดันให้ปรับราคาสินค้าตาม โดยร้านค้าหลายแห่งและผู้ผลิตอย่าง ASUS เคยออกมาเตือนว่าหากสถานการณ์ขาดแคลน DRAM ยังคงยืดเยื้อ ราคาสินค้าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็จะต้องปรับขึ้นแน่นอน ซึ่งตอนนี้เรากำลังเข้าใกล้จุดนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ

โดยเฉพาะกลุ่มการ์ดจอราคาคุ้มค่า อาจเห็นราคาขยับขึ้นก่อนเพื่อน เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับราคา GDDR


ผลกระทบหนักสุด: ผู้ใช้งบจำกัดที่ต้องการ GPU รุ่นเริ่มต้น

หากผู้ผลิตลดกำลังผลิตจริง ผู้ใช้งานระดับเริ่มต้นจะได้รับผลกระทบทันทีในหลายด้าน ได้แก่

  1. การ์ดจอรุ่นคุ้มค่าจะเริ่มหายไป
    ทำให้ตัวเลือกในการประกอบพีซีงบประหยัดลดลงอย่างมาก
  2. ราคาตลาดใหม่และมือสองจะพุ่งขึ้นพร้อมกัน
    เมื่อของใหม่เริ่มขาดตลาด สินค้ามือสองก็จะปรับขึ้นตาม
  3. งบประกอบพีซีระดับเริ่มต้นจะสูงขึ้นทันที
    ทำให้การประกอบพีซีงบ 20,000–25,000 บาทอาจเป็นไปได้ยากขึ้น

แนวโน้มในอนาคต: ตลาด GPU อาจเข้าสู่ช่วงราคาขาขึ้นยาว

เมื่อดูภาพรวมแนวโน้ม DRAM / GDDR ในปีที่ผ่านมา ประกอบกับข้อเท็จจริงว่าโรงงานยังไม่มีแผนเพิ่มกำลังผลิตอย่างจริงจังจนถึงปี 2026 ทำให้มีโอกาสสูงว่าราคาการ์ดจอจะยังคงปรับขึ้นต่อเนื่อง และอาจเกิดการขาดตลาดเฉพาะบางรุ่น โดยเฉพาะกลุ่ม GPU ระดับเริ่มต้นที่จะได้รับผลกระทบก่อน

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อการ์ดจอรุ่นคุ้มค่าในช่วงนี้ ควรจับตาราคาอย่างใกล้ชิด หรือพิจารณาซื้อก่อนที่สินค้าจะขาดตลาดในบางรุ่น

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ตลาดเครื่องเล่นเกมพกพา (Handheld Gaming Console) กำลังร้อนระอุ และมีข่าวการแข่งขันออกมาอย่างต่อเนื่อง และแฟนๆ ต่างเฝ้ารอคอยการมาของ Steam Deck 2 จากทาง Valve อย่างใจจดใจจ่อ ล่าสุดมีข้อมูลหลุดที่น่าสนใจอย่างมากจากฐานข้อมูลผลทดสอบประสิทธิภาพ OpenBenchmarking ปรากฏชื่อชิปประมวลผล Engineering Sample รุ่นใหม่ภายใต้รหัสพัฒนาของ AMD ซึ่งถูกคาดหมายว่าอาจเป็นชิป APU ขุมพลังหลักที่จะนำมาใช้ในเครื่องเกมรุ่นถัดไป...

Special Story

ชิปเซ็ต NVIDIA RTX Spark ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ยุคที่ผู้คนหันมาใช้ AI Model ต่างๆ เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานยุ่งยากและเรื่งจิปาถะในชีวิตประจำวันลงไป ไม่ว่าจะเป็น Chatbot หรือ Agent Model ก็ตาม ให้ผู้ใช้ได้โฟกัสกับงานและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ได้มากขึ้น แถมลดชั่วโมงการทำงานจากหลักร้อยหรือพันชั่วโมงให้เหลือไม่กี่สิบชั่วโมงโดยไม่ต้องรอรีเซ็ต Token ให้งานสะดุดอีกด้วย ซึ่งชิปเซ็ตตัวนี้ NVIDIA เคลมว่ามันรองรับโมเดลขนาดใหญ่ถึง 120B (120...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก