
ช่วงนี้วงการเซมิคอนดักเตอร์ดูจะร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และล่าสุดทาง AMD ก็ต้องเจอศึกใหญ่เข้าแล้ว เมื่อบริษัทด้านการถือสิทธิบัตรอย่าง Adeia ตัดสินใจฟ้องร้อง AMD ในสหรัฐฯ โดยกล่าวว่าทาง AMD ใช้เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพของซีรีส์ Ryzen X3D แข็งแกร่งกว่าคู่แข่งอย่าง Intel ในหลายด้าน
ประเด็นนี้ส่งผลโดยตรงต่อ AMD ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า หากคดีนี้ยืดเยื้อหรือ AMD ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติม ราคาผลิตภัณฑ์ในอนาคตอาจได้รับผลกระทบหรือไม่ โดยเฉพาะ CPU ที่ใช้เทคโนโลยี 3D Stacking แบบ 3D V-Cache ที่เป็นจุดเด่นของค่ายแดง
คดีย้อนหลัง — Adeia ฟ้อง AMD ด้วยข้อหาละเมิดสิทธิบัตรด้านชิป
Adeia ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นทำธุรกิจด้านการให้สิทธิใช้งานเทคโนโลยี (IP Licensing) ระบุว่า AMD ใช้นวัตกรรมด้านการเชื่อมต่อชิปแบบไฮบริดหรือ Hybrid Bonding โดยไม่ได้ขออนุญาต ทั้งที่เทคโนโลยีนี้เป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ตระกูล Ryzen X3D ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา
ซึ่ง Hybrid Bonding ก็คือเทคโนโลยีเชื่อมต่อชิประดับสูง ทำให้ AMD สามารถซ้อนหน่วยความจำแคช (3D V-Cache) ไว้เหนือไดบน CPU แบบแน่นหนา มีแบนด์วิดท์สูง และลดความร้อน ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทำให้ AMD ดึงประสิทธิภาพด้านเกมมิ่งออกมาได้อย่างโดดเด่น
Adeia ระบุว่าได้เจรจากับ AMD มาเป็นเวลานานหลายปีเพื่อหาข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์ แต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจฟ้องในศาลเขต Western District ของรัฐ Texas สหรัฐอเมริกา
ข้อกล่าวหาที่ชัดเจน และจำนวนสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง
คดีครั้งนี้ครอบคลุมสิทธิบัตรจำนวน 10 ฉบับ ได้แก่
- 7 ฉบับเกี่ยวข้องกับ Hybrid Bonding และการเชื่อมต่อชิป
- 3 ฉบับเกี่ยวกับเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูง (Advanced Process Technologies)
หมายความว่า AMD อาจต้องเผชิญกับคดีที่ซับซ้อนและกินเวลานาน ซึ่งถ้าผลตัดสินออกมาว่า AMD แพ้ หรือจำเป็นต้องยอมตกลงไกล่เกลี่ย ก็มีโอกาสจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ย้อนหลัง รวมถึงค่าลิขสิทธิ์ต่อเนื่องในอนาคตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ 3D Stacking
ทำไมไม่ฟ้อง TSMC ด้วย?
หลายคนอาจสงสัยว่า CPU ของ AMD ผลิตโดย TSMC แล้วทำไม Adeia ถึงไม่ฟ้อง TSMC?
เหตุผลง่าย ๆ คือ
TSMC เป็นผู้ผลิตตามสัญญา แต่ AMD เป็นผู้ออกแบบและเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ดังนั้นเป้าหมายของ Adeia คือ AMD โดยตรง
ผลกระทบระยะยาวต่อ AMD และอุตสาหกรรม
การฟ้องครั้งนี้ แม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับ AMD เพราะเทคโนโลยี Hybrid Bonding เป็นแกนหลักของการพัฒนา CPU รุ่นท็อป และใน roadmap ของ AMD เอง มีการวางแผนผลักดันชิปซ้อนหลายชั้นเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในยุค Zen 5 และ Zen 6
หาก AMD ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม อาจทำให้:
- ต้นทุนผลิต CPU เพิ่มขึ้น
- ราคาจำหน่ายในตลาดอาจสูงขึ้นตาม
- อาจทำให้ AMD ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีหรือโครงสร้างผลิตภัณฑ์บางซีรีส์
- อาจชะลอหรือเปลี่ยนแผนงานด้านชิปแบบ 3D Stacking ในอนาคตบางส่วน
อย่างไรก็ตาม คดีลักษณะนี้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เกิดขึ้นบ่อย และหลายครั้งก็จบด้วยการตกลงร่วมกันแทนที่จะลากยาวในศาล ดังนั้นต้องติดตามท่าทีของ AMD ในช่วงต่อไปว่าจะแก้เกมอย่างไร
สรุป
คดี Adeia vs AMD ครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในสงครามเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ชิป เซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่ที่แข่งกันทั้งด้านประสิทธิภาพและนวัตกรรม ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลถึงอนาคตของชิปตระกูล Ryzen X3D และผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไปของ AMD
ตอนนี้ยังไม่ใช่จุดที่จะกังวลจนเกินไป แต่ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนักรีวิว ผู้ใช้งานที่กำลังมองหา CPU ใหม่ และนักลงทุนในอุตสาหกรรมไอที
ที่มา: wccftech





