Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Gaming Gear

Logitech K980 Slim Solar+ คีย์บอร์ดพลังแสงอาทิตย์ แสงไฟในห้อง ไร้สายใช้ได้นาน ประกันแบตยาว 10 ปี

Logitech K980

Logitech K980 solar+ คีย์บอร์ดที่ไม่ต้องชาร์จ ไม่ต้องหาสาย USB ยุ่งยาก ใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด แค่มีแสงแดดหรือไฟในห้องก็พอ คีย์บอร์ดไร้สายรุ่นใหม่นี้ ที่ใช้เทคโนโลยี Logi LightCharge ที่เปลี่ยนแสงจากธรรมชาติหรือหลอดไฟให้เป็นพลังงาน ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง เป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนทำงานออฟฟิศ นักเรียน หรือใครที่ต้องใช้งานพิมพ์ยาวนานในแต่ละวัน แทบไม่ต้องเสียเวลาดูแลแบต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Logitech K980 Slim Solar+ คีย์บอร์ดไร้สายรุ่นนี้เพิ่งประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกันยายนที่ผ่านมา แต่บางประเทศเพิ่งได้วางจำหน่ายจริง โดยฟังก์ชั่นที่น่าสนใจอยู่ที่การเชื่อมต่อและระบบพลังงาน โดยมาพร้อมตัวรับสัญญาณ Logi Bolt USB-C สำหรับการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยมีให้เลือก 3 โทนสี ประกอบด้วย สีดำ (Graphite) สีขาว และสีเทา เหมาะกับการใช้งานทั้งคอมตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก กับดีไซน์ที่จัดว่าเรียบหรูดูดี เข้ากันได้กับทั้งบ้านและในสำนักงาน ถ้ามองในแง่ของราคาก็ถือว่าน่าใช้ เพราะจุดเด่นเรื่องพลังงานที่แทบไม่ต้องดูแล ทำให้เหมาะสำหรับคนที่เบื่อกับการชาร์จอุปกรณ์ทุกวัน

Advertisement
Logitech K980

หัวใจของ Logitech K980 Slim Solar+ คือแผงโซลาร์บางๆ ซึ่งอยู่ตรงแถบด้านบนที่ใช้เทคโนโลยี Logi LightCharge ดูดซับแสงจากดวงอาทิตย์หรือหลอดไฟในห้อง ขั้นต่ำควรอยู่ที่ 200 lux หรือแสงสว่างเท่ากับห้องทำงานทั่วไป เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ในตัวแบบต่อเนื่อง แม้ในที่มืดสนิท แบตเตอรี่ CR2032 มาตรฐานเปลี่ยนได้ ก็ใช้งานได้นานถึง 4 เดือนเต็ม โดยที่ทาว Logitech รับประกันอายุแบตนานถึง 10 ปี นานพอที่จะเปลี่ยนคอมใหม่ก่อนที่คีย์บอร์ดจะต้องซ่อม

Logitech K980

สิ่งที่น่าสนใจนั่นคือ มีผู้ใช้บางส่วนได้ทดสอบการใช้งานแล้วพบว่า คีย์บอร์ดสามารถชาร์จไฟได้เต็มได้ในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ภายใต้แสงธรรมดา ส่วนในโหมดประหยัดพลัง อย่างเช่น ใช้งานพิมพ์ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน แบตนั้นลดไปเพียง 20% เท่านั้น นอกจากนี้วัสดุหลักของคีย์บอร์ด ยังมาจากพลาสติกรีไซเคิล 70% และบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ FSC-certified จึงเป็นสิ่งที่หลายองค์กรโฟกัส เหมาะสำหรับคนหรือสำนักงานที่ต้องการลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ในไซเคิลแต่ละปี

Logitech K980

Logitech K980 Slim Solar+ เป็นคีย์บอร์ดขนาด full-size 113 ปุ่ม พร้อมสวิตช์ที่ช่วยลดเสียงรบกวนอย่าง pantograph แบบ slim และให้การสัมผัสที่นุ่มนวล คล้ายคีย์บอร์ดบนโน้ตบุ๊กระดับไฮเอนด์ พร้อมมิติที่กะทัดรัดเพียง 430.8 × 142.9 × 20.2 มม. และน้ำหนักเบาแค่ 700 กรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปประชุมหรือทำงานนอกบ้านได้สะดวก โครงสร้างภายในเป็นอลูมิเนียมรีไซเคิล ให้ความแข็งแรง ดูหรูหรา ไม่ลื่นมือแม้พิมพ์นานๆ

ออกแบบปุ่มมาให้กว้างพอดีนิ้วมือ โดยเฉพาะการมี numpad เต็มรูปแบบ และมีพื้นผิวกันลื่น มีความทนทานในระดับหนึ่ง สามารถดูแลทำความสะอาดด้วยการเช็ดเบาๆ ได้ โดยรวมถือว่าเหมาะสำหรับพิมพ์เอกสาร รายงาน หรืออีเมล์ในชีวิตประจำวัน แต่อาจจะไม่เหมาะกับเหล่าเกมเมอร์มากนัก เพราะไม่ได้มีแรงต้านหรือจังหวะการกดแบบเดียวกับบรรดาสวิทช์เกมมิ่ง แต่ในแง่ของ Productivity ตอบโจทย์ได้ดี ลื่นไหล ไม่สะดุดและเสียงรบกวนน้อยมากๆ

Logitech K980

คีย์บอร์ดยังมาพร้อมปุ่ม AI ที่สามารถเข้าสู่ ChatGPT, Google Gemini หรือ Perplexity ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว เหมาะกับยุคที่ AI ช่วยงานประจำวัน เช่น สรุปเอกสารหรือการรวบรวมไอเดียแบบเร่งด่วน โดยมีอแอปฟรี Logi Options+ ที่ใช้ปรับแต่งได้ถึง 23 ชอร์ตคัต อย่างเช่น กด F1 เปิด Excel หรือ Fn+ปุ่มเปิด Spotify ซึ่งตรงนี้ทำให้กระบวนการทำงานไหลลื่นขึ้นได้ 20-30% เลยทีเดียว

Logitech K980

การเชื่อมต่อเป็นแบบ Bluetooth และ Logi Bolt (ตัวรับสัญญาณ USB) สามารถสลับการใช้งานระหว่าง 3 อุปกรณ์ด้วยปุ่ม Easy-Switch หรือต่อได้สูงสุด 6 ตัวถ้าใช้ Bolt receiver รองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้ทั้ง Windows, macOS, iPadOS, Android และ ChromeOS รวมถึงเชื่อมต่อโน้ตบุ๊ก คู่กับเดสก์ท็อปได้ในเสี้ยววินาที

จุดเด่นที่น่าสนใจของคีย์บอร์ด Logitech K980+ solar ใช้กันแบบยาวๆ (ไม่ต้องชาร์จเลย), สบายพิมพ์นานๆ, ปรับแต่ง AI ได้, เบาและพกง่าย, ราคาไม่แพงเมื่อเทียบอายุการใช้งาน 10 ปี ผู้ใช้ใน X (Twitter) ชอบที่ “ลืมเรื่องแบตไปเลย” และเหมาะกับออฟฟิศที่แสงสว่างดี

Logitech K980

Logitech K980 Slim Solar+ จัดเป็นคีย์บอร์ดที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ถ้าคุณอยากลองใช้ชีวิตกับการทำงานด้วยคีย์บอร์ดไร้สายแบบใช้นานจนลืม สำหรับพิมพ์รายงาน อีเมล หรือจดโน้ตทุกวัน Logitech Signature Slim Solar+ K980 ดูจะเป็นอีกตัวเลือกที่ สามรรถชาร์จด้วยแสงไฟธรรมดาได้ และยังใช้ได้ยาวนานถึง 10 ปี สามารถปรับแต่งได้ตามสไตล์งานของคุณ ในราคาไม่ถึง 4,000 บาท น่าใช้ไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ โดยถ้าคุณทำงานในห้องที่สว่างอยู่แล้ว นี่คือคีย์บอร์ดที่คุณจะใช้งานได้แบบยาวๆ จนลืม

แต่ถ้าคุณทำงานหรือเล่นเกมในห้องที่มืดสลัว คีย์บอร์ดนี้อาจไม่เหมาะกับคุณเท่าไร ไม่ใช่เพราะไม่มีแสงจะชาร์จไฟ เพียงแต่ไม่ได้มีไฟ Backlit มาด้วยเท่านั้น ตามสไตล์ของคีย์บอร์ดสลิมที่ใช้ทำงาน เน้นประหยัดแบต อาจจะต้องมองตัวเลือกอื่นของค่ายที่ตรงกับการใช้งานของคุณได้มากกว่า

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ไม่กี่ปีก่อนเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ Mechanical Switch ได้รับความนิยมจากเสียงและสัมผัสตอนใช้งานดีน่าประทับใจ และในตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็น Magnetic Switch เพื่อเน้นการตอบสนองและความได้เปรียบเวลาต้องตัดสินกับคู่แข่งในเวลาเพียงเสี้ยววินาที โดยหลักการทำงานของคีย์บอร์ดเหล่านี้เรียกว่าเรียบง่ายมาก โดยแผ่นวงจรของคีย์บอร์ด (PCB) จะมีเซนเซอร์วัดความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กติดไว้จับระยะของแม่เหล็กในแต่ละสวิตช์ว่าถูกกดเข้ามากี่ มม. และถอนออกไประยะเท่าไหร่ ซึ่งต่างจาก Mechanical Keyboard ทั่วไปที่กดแล้วทำงานถอนนิ้วก็ไม่ทำงานเท่านั้น พอจับระยะได้ละเอียดระดับ 0.1 มม. ทนต่อการกดใช้งานหลักสิบหรือร้อยล้านครั้งแล้ว แทบทุกรุ่นจะปรับค่า Polling...

Accessories review

Keychron C75 TMR 8K Magnetic Switch Keyboard ใหม่เพื่อ เกิดมาเพื่อเกมเมอร์ ฟีเจอร์มาครบ ลูกเล่นจัดเต็มแต่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงิน! ถ้าคิดถึงคีย์บอร์ดทำงานขวัญใจหลายๆ คน ก็มักคิดถึง Keychron เสมอ ด้านคีย์บอร์ดเกมมิ่งในตอนนี้ก็มี Keychron C75 TMR 8K เป็น Magnetic Switch...

Buyer's Guide

หัวใจของคีย์บอร์ดไร้สายในปัจจุบันจะมี 2 แบบ ซึ่งคีย์บอร์ดหลายรุ่นในปัจจุบันมีให้ใช้งานและสลับโหมดการเชื่อมต่อได้ นั่นคือ USB RF (USB Radio Frequency) โดยใช้ USB Dongle เป็นหัว USB-A ขนาดเล็กที่หลายคนคุ้นเคยเอาไว้ต่อกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คก็จะใช้งานได้ทันทีแถมตอบสนองเร็วพอกับการต่อสายใช้งานจึงนิยมเอาไว้เล่นเกมเป็นหลัก แต่เปลืองแบตเตอรี่แถมอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ ก็ต้องมีพอร์ตนี้ถึงจะต่อใช้งานได้ กับ Bluetooth ที่ตอบสนองเวลาเล่นเกมได้ช้ากว่า แต่ประหยัดแบตเตอรี่กว่ามาก, เชื่อมต่อโดยไม่ต้องพึ่งพอร์ต USB...

Buyer's Guide

ในช่วง 2~3 ปีที่ผ่านมาจะสังเกตเห็นว่าผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์ชั้นนำหลายแบรนด์เริ่มผลิตคีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบสวิตช์แม่เหล็ก Hall Effect ออกมาให้เลือกซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ โดยชูจุดเด่นว่าทำงานโดยใช้แม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet) ทำงานร่วมกับเซนเซอร์จับระยะบนแผงวงจรหลักเพื่อกำหนดจุดทำงาน (Actuation Point) ได้ว่าจะให้กดลงไปกี่ มม. แล้วเริ่มทำงาน มันจึงได้รับการตอบรับจากเกมเมอร์อย่างกว้างขวางและหาซื้อได้ง่ายขึ้นมาก มีตั้งแต่หลักพันบาทต้นไปจนเฉียดหมื่นขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และวัสดุว่าถูกออกแบบมาเช่นไร ฟีเจอร์สำคัญของคีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบ Magnetic นอกจากตั้งระยะทำงาน (Actuation Point) ได้ก็มีอีกหลายอย่าง ได้แก่...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก