
เมื่อเดือนที่แล้ว วงการเกมเมอร์ต่างฮือฮากับการหลุดของซอร์สโค้ด AMD FSR 4 เวอร์ชัน INT8 ซึ่งทำให้นักม็อดสามารถนำเทคโนโลยีอัปสเกลภาพรุ่นล่าสุดไปรันบนการ์ดจอรุ่นเก่าที่ไม่ใช่สถาปัตยกรรม RDNA 4 ได้ ล่าสุด Digital Foundry สื่อสายเทคนิคชื่อดังก็ได้นำเวอร์ชันนี้มาทดสอบอย่างละเอียด และพบประเด็นที่น่าสนใจว่ามันอาจกลายเป็น “ไพ่ลับ” ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพกราฟิกและเฟรมเรตให้กับเครื่อง Xbox Series X ได้
FSR 4 INT8 คืออะไร? ต่างจากเวอร์ชันทางการอย่างไร?
AMD FSR 4 เวอร์ชันทางการที่เปิดตัวพร้อมการ์ดจอซีรีส์ RX 9000 (RDNA 4) นั้นทำงานบนรูปแบบ FP8 (8-bit Floating-Point) ซึ่งการ์ดจอรุ่นเก่าไม่รองรับ แต่เวอร์ชัน FSR 4 INT8 ที่หลุดออกมานี้ทำงานบนรูปแบบ 8-bit Integer ซึ่งฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่รองรับ รวมถึงการ์ดจอ RDNA 2 และ RDNA 3 ด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่ AMD เลือกใช้ FP8 ก็มีเหตุผล นั่นคือมันให้ช่วงไดนามิกของสีที่กว้างกว่า ทำให้รักษาความแม่นยำและความเสถียรของภาพได้ดีกว่า ผลการทดสอบของ Digital Foundry ก็ยืนยันเช่นนั้น โดยพบว่าเวอร์ชัน INT8 ทำให้เกิดปัญหาภาพแตก (Aliasing) และสิ่งแปลกปลอมบนภาพ (Temporal Artifacts) มากกว่าเวอร์ชัน FP8 อย่างเห็นได้ชัด
กระนั้น เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีรุ่นก่อนหน้าอย่าง FSR 3 แล้ว FSR 4 INT8 ก็ยังคงให้คุณภาพของภาพที่เหนือกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
ประสิทธิภาพที่ต้องแลก: สวยแต่ช้า
ปัญหาหลักของ FSR 4 INT8 ในตอนนี้คือ “ประสิทธิภาพ” จากการทดสอบพบว่ามันทำงานได้ช้ากว่าเทคโนโลยีอัปสเกลอื่น ๆ มาก เมื่อเทียบกับการรันที่ความละเอียด 4K Native ในโหมด Performance มันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้เพียง 28% เท่านั้น ซึ่งช้ากว่าทั้ง Intel XeSS (โหมด Balance) และ FSR 3 (โหมด Performance)
กรณีศึกษา: Xbox Series X อาจได้เปรียบ
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการทดสอบจำลองบนฮาร์ดแวร์ที่ใกล้เคียงกับ Xbox Series X (ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม RDNA 2 และรองรับ INT8 แต่ PS5 ไม่รองรับ) โดย Digital Foundry ใช้การ์ดจอ RX 6700 ทดสอบเกม Alan Wake 2
ผลลัพธ์น่าประทับใจมาก:
- เมื่อตั้งค่าเกมที่ 1440p โดยใช้ FSR 4 INT8 โหมด Performance เทียบกับ FSR 2 โหมด Balance
- FSR 4 INT8 ให้เฟรมเรตสูงกว่าเล็กน้อย (ประมาณ 4%)
- ที่สำคัญคือ FSR 4 INT8 ให้ภาพที่คมชัดและสะอาดตากว่ามาก แม้ว่าจะต้องสร้างภาพขึ้นมาจากความละเอียดพื้นฐานที่ต่ำกว่าก็ตาม
นี่หมายความว่าในบางสถานการณ์ นักพัฒนาสามารถใช้ FSR 4 INT8 บน Xbox Series X เพื่อให้ได้ทั้งภาพที่สวยขึ้นและเฟรมเรตที่ดีขึ้นพร้อมกันได้ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือเกมส่วนใหญ่ที่เป็น Multiplatform อาจไม่เลือกใช้ฟีเจอร์นี้ เนื่องจากเครื่อง PS5 ไม่สามารถรันได้
แล้ว Steam Deck ล่ะ? และอนาคตของ FSR 4 INT8
สำหรับการทดสอบบน Steam Deck ผลลัพธ์ก็ออกมาในทิศทางเดียวกัน คือได้คุณภาพของภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่ก็ต้องแลกมากับประสิทธิภาพที่ลดลงอย่างหนักในเกมอย่าง Cyberpunk 2077
อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงว่านี่อาจจะยังไม่ใช่ FSR 4 INT8 เวอร์ชันสุดท้าย โดยทาง AMD ได้ให้คำใบ้กับ Digital Foundry ว่า:
“เราตั้งตารอการอัปเดตเพิ่มเติมสำหรับ FSR 4 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์ของเกมเมอร์ต่อไป”
แม้จะไม่ใช่การยืนยันโดยตรง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า FSR 4 INT8 อาจได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพในอนาคต ซึ่งหากทำได้สำเร็จ มันจะกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ฮาร์ดแวร์ RDNA 2 และ RDNA 3 รวมถึงเครื่องเกมคอนโซลอย่าง Xbox Series X ที่จะได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ
ที่มา: wccftech





