
อุปกรณ์เสริมของไอแพด นอกจาก Apple Pencil กับฟิล์มกันรอยก็ต้องมีเคสไอแพดอีกชิ้นถึงจะครบเครื่อง ยิ่งอัปเดตมาเป็น iPadOS 26 ก็ทำให้แท็บเล็ตพิมพ์นิยมตัวนี้ทำงานได้ดีขึ้นจนบางคนพกแทนโน๊ตบุ๊คทั่วไปทีเดียว แล้วเคสไอแพดก็ดีไซน์ให้วางใช้งานในแนวนอน, แนวตั้งหรือบางแบบก็พับให้ตั้งสูงขึ้นให้ผู้ใช้ก้มน้อยลงลดอาการเมื่อยล้าได้ แถมยังมีลูกเล่นอื่นๆ เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะช่องเก็บ Apple Pencil หรือตัวบานสไลด์ปิดเลนส์กล้องก็มีเช่นกัน เรียกว่าหลากหลายแบบกว่าในอดีตมาก เรื่องราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยบาทต้นๆ เป็นเคสพร้อมปกเสริมขอบยางกันกระแทกไปจนถึงมีคีย์บอร์ดและทัชแพดให้เลือกซื้อได้ตามโจทย์การใช้งานด้วยซ้ำ
เลือกเคสไอแพดและอุปกรณ์เสริมอย่างไรให้ได้ดีโดนใจ?
- เคสไอแพดในปัจจุบันมีทั้งแบบเคสพร้อมปกไว้ปิดหน้าจอตามปกติไปจนเคสพร้อมคีย์บอร์ดอย่าง Apple Magnetic Keyboard ให้เลือกซื้อ
- ไอแพดรุ่นเก่าสามารถใช้กับเคสของรุ่นใหม่ได้ เพราะ Apple เลือกใช้วิธีขยายขอบหน้าจอแทนทำให้ขนาดเครื่องยังเท่าเดิม เช่น iPad 10.9″ กับ iPad 11″ เป็นต้น
- คีย์บอร์ด Bluetooth หลายๆ รุ่น ออกแบบปุ่มมาใช้กับไอแพดได้เหมือน Magnetic Keyboard case ของ Apple แล้ว แต่คำสั่งบนปุ่มจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย
- ถ้ามี MacBook สามารถเปิด Sidecar ใช้แท็บเล็ตเป็นจอเสริมได้ ส่วน iPhone มี Continuity Camera ใช้กล้องหลังมือถือเป็นกล้องเว็บแคม
- เคสไอแพดบางรุ่นใช้วิธีดูดติดตัวเครื่องด้วยแม่เหล็กแรงสูงแล้วมีปกเอาไว้ปิดหน้าจอได้ตามปกติ ข้อดีของเคสแบบนี้คือน้ำหนักเบาและแม่เหล็กของปกด้านหลังสามารถเอาไปดูดติดกับตู้เย็นหรือแผ่นโลหะต่างๆ เอาไว้เปิดดูสิ่งต่างๆ เช่น สูตรการทำอาหาร, วิธีซ่อมของใช้ต่างๆ ได้เป็นต้น

7 เคสไอแพดน่าใช้ ปกป้องเครื่องได้อุ่นใจแน่นอน!
- Nillkin Pro (730 บาท)
- Moov CP02 (729~789 บาท)
- ESR Rebound Magnetic (925~1,030 บาท)
- JTLEGEND Youth (1,130 บาท)
- UNIQ Ryze 360 (1,490 บาท)
- UAG Metropolis SE (1,690~1,945 บาท)
- MOFT Snap Case (1,990~2,290 บาท)
1. Nillkin Pro (730 บาท)

| Device | iPad Air 4~6 / iPad Air 10.9″ / iPad Air 11″ / iPad Air 13″ iPad 10 / iPad 11 iPad Pro 11 / iPad Pro 12.9″ iPad mini 6~7 |
| Material & Type | พลาสติก TPU, PC และ PU |
| Features | Bumper Case Camera Shutter Auto sleep & Wake Pencil Holder |
| Price | 730 บาท (Nillkin Shopee Mall) |
Nillkin Pro เป็นเคสไอแพดราคาประหยัดคุณภาพดี ดีไซน์เสริมมุมกันกระแทกมาเพื่อป้องกันตัวเครื่อง เวลาทำตกพื้นหรือใส่กระเป๋าแล้วกระทบของใช้ชิ้นอื่นก็ลดหรือป้องกันความเสียหายได้ มีช่องใส่ Apple Pencil แยกเฉพาะเวลาไม่ได้ใช้งานก็เก็บเอาไว้ในกรอบและหยิบออกมาเขียนจดสิ่งต่างๆ ได้เวลาต้องการ มีตัวเลือกหลากหลายรุ่นตั้งแต่ iPad mini, iPad รุ่นมาตรฐาน, Air และ Pro ให้เลือกซื้อได้ ปกของเคสสามารถพับเป็นขาตั้งเพื่อวางเครื่องใช้งานในแนวนอนได้แถมยังสไลด์บานชัตเตอร์ปิดกล้องหลังเพื่อป้องกันฝุ่นได้ด้วย เป็นเคสราคาประหยัดแต่คุณภาพได้ดีพอตัว หากใครอยากได้เคสใหม่อยู่แล้วจะซื้อแบรนด์นี้ไปก็ไม่ผิดหวังแน่นอน
ข้อดี
- เป็นเคสแบบ Bumper ป้องกันแท็บเล็ตจากการตกกระแทกพื้นได้ระดับหนึ่ง
- มีบานชัตเตอร์ปิดกล้องหลังติดมาให้สไลด์ปิดได้เมื่อต้องการ
- มีช่องใส่ Apple Pencil ไว้เก็บเวลาไม่ได้ใช้งาน จึงเก็บได้สะดวกปลอดภัย
- เวลาดึงปกเคสมาปิดจะตัดเข้าโหมด Sleep และ Wake เวลาดึงเปิดจอ
- ราคาไม่แพงมากเพียง 730 บาท และมีให้เลือกซื้อได้หลากหลายรุ่น
ข้อสังเกต
- เน้น iPad Air, iPad Pro เป็นหลัก รองรับ iPad mini รุ่น 6, 7 เท่านั้น
- ช่อง Pencil Holder แยกห่างจากเครื่องจึงไม่ได้ชาร์จไฟให้ ต้องถอดเคสมาชาร์จบ้าง
2. Moov CP02 (729~789 บาท)

| Device | iPad Air 4~7 iPad Gen 7~11 iPad Pro 2~6 |
| Material & Type | พลาสติก TPU, PC และ PU |
| Features | Bumper Case ปกเคสพับ Y-Fold ถอดช่องเลนส์กล้องได้ Pencil Holder Pencil tip holder |
| Price | 729~789 บาท (Moove Shopee Mall) |
Moov CP02 เป็นเคสไอแพดแบรนด์ไทยคุณภาพดีมีให้เลือกหลายรุ่นตั้งแต่รุ่นเก่าจนกระทั่งรุ่นล่าสุดก็มีให้เลือกได้ตามชอบ จุดน่าสนใจอยู่ตรงเลนส์กล้องด้านหลังตัดเป็นช่องสี่เหลี่ยมพอดีกับกล้องคู่ด้านหลังของ iPad Pro และถ้าใช้กับรุ่นธรรมดาเลนส์เดียวจะมีกรอบให้สวมเพิ่มเพื่อปิดเนื้อตัวเครื่องแทน มีช่องใส่ Apple Pencil พร้อมปลายปากกาอีก 2 หัว ปกของเคสใช้วิธีพับเป็นสามเหลี่ยมตามปกติหรือ Y-Fold จีบเข้ามาเป็นทรงสามเหลี่ยมให้วางเครื่องแนวตั้งได้มั่นคงขึ้น เหมาะกับการอ่าน E-Book เป็นอย่างมาก หากเคสเก่าเริ่มโทรมหรือแตกแล้วกำลังหาเคสใหม่มาใช้จะซื้อเคสจากแบรนด์นี้ไปใช้ก็ดี แถมราคาก็ไม่แพงมากด้วย
ข้อดี
- เคสแบบ Bumper เพิ่มขอบยางกันกระแทก ช่วยปกป้องเครื่องเวลาทำตกได้
- ปกเคสพับแบบ Y-Fold ตั้งเครื่องใช้งานได้หลากหลายแบบ
- ฝาครอบเลนส์สามารถสวมทับเพื่อใช้กับ iPad รุ่นกล้องเดี่ยวได้
- มีช่องเก็บ Apple Pencil และปลายปากกาอีก 2 หัว ช่วยให้เก็บเป็นที่ไม่ตกหาย
- เลือกได้ 4 สี คือ ขาว, ดำ, น้ำเงินและม่วง ตามรสนิยมส่วนตัว
ข้อสังเกต
- ไม่มีเคสสำหรับ iPad mini ให้เลือกเหมือนแบรนด์อื่น
3. ESR Rebound Magnetic (925~1,030 บาท)

| Device | iPad Air 11″, 13″ iPad 10.9″ (4th / 5th gen) iPad Pro 11″ iPad mini |
| Material & Type | พลาสติก TPU, PC และ PU |
| Features | Auto Sleep & Wake สายคาดปกเคสโอบรับ Apple Pencil |
| Price | iPad mini 925 บาท (Vgadz Shopee Mall) iPad Air 11″, 13″ / iPad 10.9″ (4th / 5th gen) iPad Pro 11″ ราคา 981~1,030 บาท (Vgadz Shopee Mall) |
ESR Rebound Magnetic เป็นเคสไอแพดแบบแม่เหล็กดูดติดหลังเครื่องพร้อมตัดช่องมาพอดีกับเลนส์กล้องด้านหลัง นอกจากประกอบใช้งานได้ง่ายยังช่วยให้เครื่องบางพกพาสะดวกแถมใช้พลาสติกคุณภาพดี เวลาใช้งานไประยะหนึ่งแล้วพลาสติกจะไม่ย่นเสียรูป เวลาใส่กระเป๋าก็ป้องกันรอยขีดข่วนจากกุญแจหรืออะแดปเตอร์ชาร์จในกระเป๋าได้ ตัวสายคาดปกก็ดีไซน์ให้ยาวขึ้นเป็นพิเศษ ตอนเอา Apple Pencil มาชาร์จข้าง iPad แล้ว พอพับปกเข้ามาสายคาดจะโอบรับปากกาเอาไว้พอดีจึงไม่หล่นหายแน่นอน แต่ปกเคสจะพับเป็นทรงสามเหลี่ยมจึงต้องวางตั้งเครื่องในแนวนอนหรือเฉียงไปกับพื้นโต๊ะเท่านั้น ไม่ใช่แบบ Y-Fold จึงจีบเข้ามาเป็นสามเหลี่ยมวางเครื่องแนวตั้งอ่าน E-book ได้ไม่สะดวกนัก
ข้อดี
- เลือกได้หลายสี เช่น เทา, ดำ, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพูและเขียว
- เคสเป็นแบบแม่เหล็กแรงดูดสูงดูดติดเครื่องไม่ใช่แบบใส่กรอบ เครื่องจึงบางลง
- ดีไซน์เพิ่มความยาวสายคาดปกเคสให้รวบ Apple Pencil จึงชาร์จปากกาได้ตามปกติ
- วัสดุทำเคสมีความทนทานสูง ทนต่อการใช้งานหนักได้เป็นอย่างดี
ข้อสังเกต
- ปกเคสพับได้แบบเดียวคือสามเหลี่ยมทรงยาว ไม่ได้เป็น Y-Fold
4. JTLEGEND Youth (1,130 บาท)

| Device | iPad Air 10.9″ / 11″ |
| Material & Type | พลาสติก TPU, PC และ PU |
| Features | Bumper Case ปกเคสเคลือบกันน้ำ ปกเคสพับ Y-Fold แม่เหล็กแรงยึดสูง Pencil Holder Auto Sleep & Wake |
| Price | 1,130 บาท (Maitreechit Shopee Mall) |
เคสกันกระแทก JTLEGEND Youth แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก แต่คุณภาพของมันจัดว่าน่าสนใจมาก ทั้งกันกระแทกเวลาทำเครื่องตกหรือกระทบของใช้ชิ้นอื่นได้แถมมีมีช่องใส่ Apple Pencil เพิ่มเข้ามาให้เก็บปากกาได้สะดวกไม่ตกหายไปไหน จุดเด่นของเคสไอแพดตัวนี้จะอยู่ตรงปกที่พับแบบ Y-Fold จีบเข้ามาตั้งเครื่องใช้งานในแนวตั้งหรือนอนก็สะดวกแถมเคลือบสารไล่น้ำมาให้ เวลาทำน้ำหกก็ไม่ซึมเข้าเคสแล้วเอาผ้าเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ภายในติดแม่เหล็กแรงยึดสูงมาให้ปิดหน้าจอแล้วทำ Auto Sleep & Wake ได้แล้ว ยังเอาไปดูดติดกับแผ่นกระดานโลหะหรือประตูตู้เย็นเพื่อแขวน iPad ไว้ใช้ดูสูตรอาหาร, วิธีการซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมก็ได้ แต่ในตอนนี้ยังมีจำหน่ายเฉพาะ iPad Air 11″ เท่านั้น แต่ถ้าใช้รุ่นนี้อยู่แล้วกำลังจะเปลี่ยนเคสใหม่ก็ถือว่าน่าสนใจมาก
ข้อดี
- มีให้เลือกหลายสี ได้แก่ ดำ, น้ำเงินอ่อนหรือเข้มและเทาอ่อน
- แม่เหล็กหลังเคสมีแรงยึดสูง นำไปติดกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือแผ่นโลหะเพื่อใช้งานได้
- พับปกแบบ Y-Fold จึงตั้งเครื่องใช้งานแบบแนวตั้งหรือนอนก็ได้
- ปกเคสเคลือบสารไล่น้ำมาให้ เวลาทำน้ำหกใส่ก็สามารถเช็ดให้สะอาดได้ง่าย
- มีช่องเก็บ Apple Pencil โดยเฉพาะ จึงเก็บปากกาไว้ใช้งานได้ปลอดภัย
ข้อสังเกต
- รองรับเฉพาะ iPad Air เท่านั้น ไม่มีรุ่นสำหรับ mini หรือ Pro
5. UNIQ Ryze 360 (1,490 บาท)

| Device | iPad Air 4~7 ขนาด 10.9″ / 11″ / 13″ |
| Material & Type | Polyurethane, PU & TPU |
| Features | ดีไซน์พับยก iPad ให้สูงขึ้น มีแกนหมุนเคสในปกได้ 360 องศา Pencil Holder ปกเคสเคลือบกันน้ำ Auto Sleep & Wake |
| Price | 1,490 บาท (UNIQ Shopee Mall) |
เคสไอแพดอย่าง UNIQ Ryze 360 ถึงจะมีราคาร่วม 1,500 บาท แต่ข้อดีคือวัสดุของตัวเคสเป็นโพลียูรีเธนผสมกับ TPU จึงแข็งแรงทนทานไม่เสียง่ายและปกเคสมีคุณสมบัติกันน้ำในตัว เวลาทำน้ำหกใส่ยังเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ตัวเคสมีช่องใส่ Apple Pencil แบบใกล้เครื่อง ตอนเก็บแล้วสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้ปากกาได้พร้อมกัน ส่วนจุดเด่นของเคสตัวนี้อยู่ตรงปกเคสดีไซน์มาเป็นพิเศษให้วางเครื่องได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะวางแนวนอนกับพื้นโต๊ะตามปกติเพื่อดูคอนเทนต์หรือวางนอนเพื่อเขียนหรือวาดสิ่งต่างๆ ก็ได้ ถ้าพับใช้งานแนวตั้งตัวเคสจะยก iPad ให้สูงขึ้นเป็นพิเศษใกล้เคียงกับระดับสายตา ทำให้อ่าน E-book ได้สะดวกแถมมีแกนหมุน 360 องศา ติดระหว่างปกกับตัวเคสทำให้ตอนพับยกสูงใช้งานในแนวนอนได้ด้วย ถ้าใช้คู่กับ MacBook เปิดฟีเจอร์ Sidecar ใช้ iPad เป็นจอเสริมจะช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้นมาก
ข้อดี
- ปกเคสสามารถพับเป็นแนวตั้งยกไอแพดขึ้นให้สูงในระดับสายตาได้
- วัสดุเป็น Polyurethane กับ TPU แข็งแรงและกันน้ำได้
- มีช่องเก็บ Apple Pencil เวลาไม่ต้องการใช้งาน
- แกนยึดระหว่างเคสและปกสามารถหมุนได้ 360 องศา ปรับเป็นแนวตั้งได้
ข้อสังเกต
- ราคาค่อนข้างสูงถึง 1,490 บาท แต่แลกกับดีไซน์และฟังก์ชั่นใช้งาน
6. UAG Metropolis SE (1,690~1,945 บาท)

| Device | iPad Air 10.9″~11″ iPad Air 13″ |
| Material & Type | พลาสติก TPU, PC และ PU |
| Features | Auto Sleep & Wake Pencil Holder กันกระแทกความสูง 1.2 เมตร MIL-STD 810G 516.6 |
| Price | iPad Air 10.9″~11″ ราคา 1,690 บาท iPad Air 13″ ราคา 1,945 บาท (UAG Shopee Mall) |
แบรนด์ UAG ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงทนทาน ดังนั้นถ้าใครเผลอทำ iPad ตกพื้นบ่อยๆ แนะนำให้ซื้อเคส UAG Metropolis SE ตัวนี้มาใช้ได้เลย ตัวเคสดีไซน์ให้กรอบหนารับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ผ่านการ Drop test ความสูง 1.2 เมตร ได้รับการรับรอง MIL-STD 810G 516.6 แล้ว ช่วยป้องกัน iPad Air ได้เป็นอย่างดีไม่ต้องกลัวว่าจอจะแตกตัวเครื่องจะบุบเสียหายเลย แถม UAG ยังตัดเว้นช่องด้านข้างมาให้พอดีกับ Apple Pencil ด้วย เวลาไม่ใช้งานก็นำไปแปะชาร์จกับตัวเครื่องได้แล้วพอรัดสายปิดปกเคสก็จะล้อมรัดปากกาเอาไว้ได้พอดี จุดสังเกตมีเพียงเรื่องปกเคสดีไซน์ให้พับใช้งานในแนวนอนได้แบบเดียว ใช้งานในแนวตั้งไม่สะดวกเหมือนเคสไอแพดตัวอื่นก็จริง แต่ยังคงจุดเด่นเรื่องความแข็งแรงทนทานไว้ครบเครื่องเช่นเดิม
ข้อดี
- ตัวเคสมีช่องเก็บ Apple Pencil เวลาใส่ก็ชาร์จกับ iPad ได้ทันที
- ดีไซน์ให้แข็งแรง ได้การรับรอง MIL-STD 810G 516.6 ตกจากความสูง 1.2 เมตร ไม่เสียหาย
- เลือกได้ 2 สี คือ น้ำเงิน Cloud Blue หรือแดงไวน์ Bordeaux
ข้อสังเกต
- พับเคสใช้งานในแนวนอนได้แบบเดียวเท่านั้น และมีเฉพาะ iPad Air
7. MOFT Snap Case (1,990~2,290 บาท)

| Device | iPad Air 11″ Gen 1~4 iPad Air 4~5 iPad Pro 12.9″ Gen 5~6 |
| Material & Type | พลาสติก TPU, PC และ PU |
| Features | Pencil Holder Magnetic holder case |
| Price | iPad Air 11″ Gen 1~4 และ Air 4~5 ราคา 1,990 บาท) iPad Pro 12.9″ Gen 5~6 ราคา 2,290 บาท (MOFT Shopee Mall) |
MOFT Snap Case เป็นเคสหนัง Vegan leather แบบใส่เสริมไว้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น อย่าง Apple Magic Keyboard หรือ Smart Keyboard จึงไม่มีปกไว้ปิดหน้าจอ iPad ถ้าใช้เฉพาะตัวเคสนี้อาจไม่เหมาะนัก ข้อดีนอกจากวัสดุเป็นหนังเพิ่มความสวยงามจับถนัดมือยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีช่องใส่ Apple Pencil เพิ่ม เวลาไม่ใช้งานก็เก็บในช่องนี้ได้เลยและเสริมจุด Smart Connector เอาไว้ต่อกับ Smart Keyboard ได้โดยตรง สามารถใช้งานได้ตามปกติไม่ต้องถอดเคสออกแม้แต่น้อย หากใครใช้อุปกรณ์แม่เหล็ก เช่นขาตั้ง MOFT Snap Float Folio อยู่ ก็นำมาติดด้านหลังวางเครื่องในแนวตั้งหรือนอนเพื่อใช้งานได้เลย ถึงจะเป็นเคสแบบพึ่งอุปกรณ์เสริมก็จริง แต่ก็เพิ่มความแข็งแรงอุ่นใจให้เจา้ของเครื่องได้อีกมาก
ข้อดี
- เป็นเคสแบบดูดติด iPad ด้วยแม่เหล็กแรงยึดสูง สามารถถอดแยกได้ง่าย
- ต่อใช้งานกับ Magic Keyboard, Smart Keyboard หรือ MOFT Snap Float Folio
- มีช่องเก็บ Apple Pencil โดยเฉพาะ เก็บปากกาได้สะดวกไม่หายแน่นอน
- วัสดุทำเคสเป็น Vegan leather สวยงามและทนทาน จับถือง่ายไม่หลุดมือ
- ตัวเคสติด Smart Connector มาให้เชื่อมต่อระหว่าง iPad กับ Smart Keyboard ได้
ข้อสังเกต
- มีเฉพาะรุ่น iPad Air กับ Pro เท่านั้น ไม่รองรับ iPad mini
- เป็นเคสเสริมชั้นไม่มีปกไว้ปิดจอ ควรใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ จะดีสุด
สรุปสเปค 7 เคสไอแพดน่าใช้ ใส่แล้วอุ่นใจป้องกันแท็บเล็ตได้ชัวร์!


เคสไอแพดเป็นอุปกรณ์เสริมสำคัญอีกชิ้นซึ่งขาดไปไม่ได้เลยและสำคัญไม่แพ้กับฟิล์มกันรอยที่ใครๆ ก็ต้องหามาใช้กันจะได้ปกป้องตัวเครื่องให้ยังสวยงามเหมือนใหม่ ยิ่งตอนนี้บางรุ่นราคาเริ่มต้นแพงกว่าโน๊ตบุ๊คไปพอสมควรแล้ว การลทุนกับเคสไอแพดดีๆ สักอันนับว่าเหมาะมาก
วิธีเลือกเคสไอแพดตามจริงแล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากเป็นคนใช้งานระวังของดี ไม่ทำตกบ่อยอาจจะซื้อเคสกันกระแทกทั่วไปราคาหลักร้อยบาทมาใช้ก็ได้ หรือถ้าพร้อมจ่ายเพิ่มสักนิดแล้วอยากให้ทำงานดีขึ้นจะลงทุนกับเคสแบบพับพกแบบ Y-Fold หรือพับยกเคสสูงขึ้นก็ดี แต่ถ้าทำตกเป็นระยะๆ แนะนำให้ดูรุ่นที่มี MIL-STD 810H เอาไว้จะช่วยปกป้องตัวเครื่องให้อุ่นใจกว่าเดิม และควรเลือกแบบมีช่องเก็บ Apple Pencil ด้วย จะได้หยิบใช้งานง่าย เก็บก็เป็นที่ไม่หล่นหายไปไหนแน่นอน
Photo Credits : UNIQ
บทความที่เกี่ยวข้อง





