Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Special Story

Steve Jobs vs Tim Cook: 14 ปีบนบังลังก์ Apple ใครสร้างมูลค่าให้บริษัทมากกว่ากัน?

Steve Jobs vs Tim Cook

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 (2025) ที่ผ่านมา Tim Cook ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการก้าวขึ้นเป็น CEO ของ Apple ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด แซงหน้าผู้ร่วมก่อตั้งและตำนานผู้ล่วงลับอย่าง Steve Jobs แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองคนล้วนเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ แล้วเมื่อมองในมุมของการสร้างมูลค่าบริษัท ใครกันที่ทำได้ดีกว่ากัน?

Advertisement

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกผลงานของทั้งสองผู้บริหารในช่วง 14 ปีบนบัลลังก์ของ Apple เพื่อเปรียบเทียบวิสัยทัศน์ที่แตกต่างและผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ของทั้งคู่


ยุคแห่งการปฏิวัติ: Steve Jobs (พ.ศ. 2540 – 2554)

ในช่วง 14 ปีที่ Steve Jobs กลับมาบริหาร Apple (พ.ศ. 2540 – 2554) บริษัทกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของเขา Apple ก็พลิกฟื้นและเติบโตอย่างน่าทึ่ง โดยมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นจากประมาณ 8.75 หมื่นล้านบาท (2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) เป็น 12.06 ล้านล้านบาท (344.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) คิดเป็นการเติบโตสูงถึง 13,900%

ในยุคนี้เองที่ Jobs ได้สร้างตำนานด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนโลกอย่าง iMac, iPod, iPhone, และ iPad ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ ดนตรี และโทรศัพท์มือถือไปตลอดกาล นอกจากนี้เขายังได้วางรากฐานทางวัฒนธรรมและ DNA ของบริษัทให้เป็นที่รู้จักในเรื่องของนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

Steve Jobs

ยุคแห่งการสร้างอาณาจักร: Tim Cook (พ.ศ. 2554 – ปัจจุบัน)

เมื่อ Tim Cook รับช่วงต่อในปี พ.ศ. 2554 Apple มีมูลค่าสูงถึง 12.14 ล้านล้านบาท (347 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนตั้งคำถามว่า Apple จะยังคงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อยู่หรือไม่ แต่ Cook ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการจัดการและซัพพลายเชนก็ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการพา Apple ทะยานสู่จุดสูงสุด ด้วยการเพิ่มมูลค่าบริษัทให้สูงถึง 129.5 ล้านล้านบาท (3.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในปี พ.ศ. 2568 (2025) คิดเป็นการเติบโต 966%

ภายใต้การนำของ Tim Cook Apple ได้ขยายอาณาจักรของตนเองให้กว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฮาร์ดแวร์ แต่ยังรวมไปถึงบริการต่างๆ ด้วย โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง เช่น หูฟังไร้สาย AirPods, Apple Watch ที่ทำให้ Apple ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลก, Apple Pay, Apple TV+, และการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการใช้ชิป Intel มาเป็นชิปตระกูล M ของตัวเอง รวมถึง AirTags และ Apple Vision Pro

Tim Cook

บทสรุป

การเปรียบเทียบตัวเลขอาจทำให้เปอร์เซ็นต์การเติบโตของ Steve Jobs ดูน่าทึ่งกว่ามาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเพิ่มมูลค่าบริษัทจากหลักพันล้านเหรียญฯ สู่หลักล้านล้านเหรียญฯ ของ Tim Cook นั้นเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะเป็นการสร้างการเติบโตจากฐานที่ใหญ่กว่ามาก ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล

Steve Jobs vs Tim Cook apple ceo

ในขณะที่ยุคของ Jobs คือการสร้างนวัตกรรมที่พลิกโลก ยุคของ Cook คือการต่อยอดและขยายอาณาจักรให้แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพมากขึ้น จากบริษัทที่เน้นผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว Apple ได้กลายเป็นบริษัทที่ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และบริการต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

เกิดอะไรขึ้นกับ Messenger Web Meta เตรียมยุติการให้บริการ Messenger Web บนโดเมน messenger.com ภายใน เดือนเมษายน 2026 โดยหลังจากนั้น หากผู้ใช้เข้าเว็บไซต์เดิม ระบบจะ เปลี่ยนเส้นทาง (redirect) ไปยัง facebook.com/messages ซึ่งเป็นหน้า Messages ที่อยู่ในเว็บไซต์ Facebook หลักแทน...

IT NEWS

ใช้ AI กันมากขึ้น แต่ “ตัวเลข productivity” ยังไม่ขยับ แม้กระแส AI จะถูกคาดหวังให้เข้ามาช่วยทำงานเร็วขึ้น ลดต้นทุน และทำให้องค์กรมี productivity สูงขึ้น แต่ข้อมูลล่าสุดจากงานวิจัยของ National Bureau of Economic Research (NBER) ชี้ว่า ในโลกความเป็นจริง บริษัทจำนวนมาก...

IT NEWS

งานวิจัยชิ้นใหม่จากจีนกำลังถูกพูดถึงในวงการเซมิคอนดักเตอร์ เพราะทีมนักวิจัยจาก Peking University และ Chinese Academy of Sciences รายงานความสำเร็จในการพัฒนา Ferroelectric transistor แบบใหม่ที่ย่อขนาดเกตลงมาเหลือเพียง 1 นาโนเมตร และลดแรงดันการทำงานลงได้ถึง 0.6V ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับหน่วยความจำ non-volatile แบบเดิม ๆ ที่ยังต้องใช้แรงดันสูงกว่านี้มากในการเขียนข้อมูล จุดสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่แค่คำว่า “เล็กที่สุด”...

IT NEWS

ถ้าจะสรุปข่าวนี้ให้เข้าใจง่ายในประโยคเดียว: Samsung กำลัง “จัดสรรกำลังผลิตใหม่” เพื่อทำกำไรให้สุดในรอบที่ราคา DRAM/NAND พุ่งสูงขึ้น โดยเลือกทุ่มทรัพยากรไปที่สินค้ามาร์จิ้นสูงก่อน (โดยเฉพาะ DRAM ฝั่ง server) แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักไปที่ HBM และงาน foundry โหนดใหม่ เมื่อ “yield” เริ่มนิ่งและคุมต้นทุนได้มากขึ้น แนวคิดนี้มาพร้อมเป้าหมายที่ค่อนข้างทะเยอทะยาน: รายงานระบุว่า Samsung ต้องการดัน...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก