
บทบาทของนาฬิกาเริ่มต้นจากการบอกเวลาให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น แต่เมื่อเทคโนโลยีทำให้ของใช้ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ จนพัฒนามาเป็นนาฬิกา Smart Watch ซึ่งมีฟังก์ชั่นร้อยแปดติดมาให้ใช้ ตั้งแต่วัดค่าต่างๆ ของร่างกาย, ดูการแจ้งเตือนจากแอพฯ ก็ได้ แถมยังมีรุ่นออกแบบพิเศษมาให้ผู้ใช้บางกลุ่มโดยเฉพาะ เช่น เป็นสมาร์ทว็อชเพื่อดำน้ำลึก, วิ่งมาราธอน, วิ่งเทรล, เดินป่า ไปจนถึงนาฬิกา Smart Watch เพื่อการทหารก็มี ทำให้ระดับราคาแตกต่างกันไปตามจุดเด่นของแต่ละรุ่นจนบางเรือนราคาแพงกว่าโน๊ตบุ๊คพรีเมี่ยมด้วยซ้ำ
เวลาเลือกนาฬิกา Smart Watch มาใช้ หลายคนก็คงใช้แนวคิดเหมือนอุปกรณ์ไอทีชิ้นอื่นๆ ว่าซื้อของดีสุดไปเผื่อไว้ดีกว่าขาดก็พอได้ แต่ความจริงแล้วควรเริ่มคิดว่าปกติแล้วเราใช้อะไรบ้างค่อยเลือกให้เข้ากับรูปแบบการใช้งานก็ได้ เพราะสมาร์ทว็อชรุ่นราคาประหยัดหลายตัวก็แทร็คการออกกำลังกายได้หลากหลายแบบแล้ว พอจะออกกำลังกายจริงจังยิ่งขึ้นค่อนขยับรุ่นแล้วส่งต่อเรือนเก่าให้คนใกล้ตัวก็ยังไม่สาย
เรื่องน่ารู้ก่อนเลือกซื้อนาฬิกา Smart Watch มาใช้งาน!
- นาฬิกา Smart Watch ปัจจุบันนี้มีฟังก์ชั่นมอนิเตอร์การออกกำลังกายติดมาเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานเกิน 100 แบบแล้ว เหมาะกับคนต้องการออกกำลังกายรักษาสุขภาพ
- สมาร์ทว็อชหลายรุ่นจะกันน้ำและฝุ่นได้ เริ่มต้นจากระดับ IP Rating ป้องกันฝน, ฝุ่น, หิมะได้พอสมควร แต่ถ้าเป็นระดับ ATM จะทนต่อแรงดันน้ำจึงใส่ดำน้ำเพื่อบอกเวลาได้ด้วย
- สมาร์ทว็อชบางรุ่นจะมีฟีเจอร์นับรอบเดือนให้คุณสุภาพสตรีนับรอบได้สะดวกและเก็บสถิติไว้ได้ด้วย
- นาฬิกา Smart Watch บางรุ่นมีระบบชำระเงินไร้สายได้ด้วย NFC โดยเชื่อมต่อกับบัตรส่วนตัวต่างๆ ได้
- หากใครเดินทางด้วย BTS เป็นประจำ แนะนำให้ใช้สมาร์ทว็อช Garmin แล้วใส่บัตร Rabbit ไว้กับระบบ Garmin Pay จะใช้แตะผ่านระบบรถไฟฟ้าได้สะดวกขึ้น
- หากใครใช้ Google Pay เก็บบัตรเครดิต, ตั๋วเดินทางและบัตรเข้าอีเว้นท์ ให้เลือกนาฬิกา Smart Watch ที่เป็น Wear OS จะใช้ได้โดยดึงข้อมูลจากสมาร์ทโฟน Android โดยตรง
- ถ้าต้องเดินทางไปต่างประเทศ สมาร์ทว็อชจะอิงเวลากับสมาร์ทโฟนแล้วเปลี่ยนเวลาโดยอัตโนมัติ

8 นาฬิกา Smart Watch น่าใช้ใส่ออกกำลังกายก็ได้ บอกเวลาก็ดี!!
- Xiaomi Mi Band 10 (1,449 บาท)
- Samsung Galaxy Fit3 (1,790 บาท)
- Garmin Forerunner 165 (5,990 บาท)
- HUAWEI WATCH GT 6 Series (6,889 บาท)
- Amazfit Balance 2 (10,180 บาท)
- Samsung Galaxy Watch8 (12,510 บาท)
- Suunto Race 2 (18,900 บาท)
- Garmin Forerunner 970 (24,990 บาท)
1. Xiaomi Mi Band 10 (1,449 บาท)

| Display | AMOLED 1.72″ (212*520 พิกเซล) |
| Connectivity & Application | Bluetooth 5.4 Mi Fitness รองรับ Android 8.0 / iOS 14 ขึ้นไป |
| Battery life | Li-Polymer 233mAh ใช้งานได้นานร่วม 21 วัน |
| Features | 5ATM โหมดออกกำลังกายกว่า 150 แบบ จับอัตราการเต้นหัวใจ วัดออกซิเจนในเลือด วัดความเครียดตลอดวัน ตรวจจับการนอนหลับ ติดตามสุขภาพรอบเดือนของสุภาพสตรี |
| Price | 1,449 บาท (Xiaomi Thailand Shopee Mall) |
หากใครต้องการสมาร์ทว็อชไว้บอกเวลา, ดูแจ้งเตือนและเผื่อใช้วัดการออกกำลังกายเป็นหลักแล้วไม่อยากจ่ายแพง จะมี Xiaomi Mi Band 10 เป็นสมาร์ทว็อชราคาประหยัดให้เลือกซื้อ พอโหลดแอพฯ Mi Fitness มาใส่ในมือถือก็เริ่มวัดค่าสุขภาพได้หลากหลายตั้งแต่อัตราการเต้นของหัวใจ, เช็คออกซิเจนในเลือด, วัดความเครียด, ดูการนอนหลับ ไปจนถึงช่วยนับรอบเดือนสำหรับสุภาพสตรีได้ มีโหมดออกกำลังกายให้เลือกแทร็คได้มากกว่า 150 แบบ เหมาะกับคนอยากรักษาสุขภาพมาก พอชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มก็ใช้ได้นานสุด 21 วัน ไม่ต้องชาร์จบ่อย จะใช้เป็นนาฬิกาดูเวลาตามปกติก็ดีหรือถ้าใช้เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายก็เหมาะ
ข้อดี
- ราคาประหยัดสุดในบรรดาสมาร์ทว็อชเพื่อใช้งานและรักษาสุขภาพ
- มีโหมดออกกำลังกายให้เลือกใช้มากกว่า 150 แบบ ตั้งค่าได้ในแอพฯ Mi Fitness
- กันน้ำและฝุ่นระดับ 5ATM ใส่นาฬิกาเพื่อดำน้ำได้แน่นอน
- มีระบบวัดอัตราการเต้นหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด, ความเครียดให้ใช้งาน
- มีระบบนับรอบเดือนของสุภาพสตรีติดมาให้คาดการณ์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
- แบตเตอรี่ทนทานใช้งานได้นานร่วม 21 วัน ไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยมาก
ข้อสังเกต
- ใช้ได้เฉพาะฟังก์ชั่นในนาฬิกาเท่านั้น ไม่สามารถติดตั้งแอพฯ อื่นเพิ่มได้
2. Samsung Galaxy Fit3 (1,790 บาท)

| Display | AMOLED 1.6″ (256*402 พิกเซล) |
| Connectivity & Application | Bluetooth 5.3 FreeRTOS |
| Battery life | 208mAh ใช้งานได้นานสุด 13 วัน |
| Features | 5ATM+IP68 วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แทร็คการออกกำลังกายมากกว่า 100 แบบ วัดสุขภาพประจำวันส่วนบุคคล วัดคุณภาพการนอนหลับ ตรวจจับการล้ม Quick Panel |
| Price | 1,790 บาท (Samsung Thailand Shopee Mall) |
ถ้าใช้สมาร์ทโฟน Samsung อยู่แล้วอยากใช้นาฬิกา Smart Watch แบรนด์เดียวกันให้อยู่ใน Ecosystem ร่วมกัน Samsung Galaxy Fit3 จะเหมาะมาก แต่กลับกันถ้าเอานาฬิกานี้ไปใช้ร่วมกับมือถือแบรนด์อื่นถึงจะใช้ได้แต่ฟีเจอร์จะไม่ครบถ้วน หากใช้ร่วมกันกับมือถือ Samsung นอกจากฟังก์ชั่นแทร็คการออกกำลังกาย 100 แบบแล้วยังกันฝุ่น, น้ำและแรงดันน้ำ 5ATM+IP68 จะสวมวิ่งออกกำลังกาย, เล่นกีฬาหรือดำน้ำลึกระดับ 50 เมตรก็สบายมาก ถ้าเกิดอุบัติเหตุล้มบาดเจ็บก็มีระบบ SOS โทรขอความช่วยเหลือโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องห่วงเวลาเกิดเหตุอันตราย ถือว่าครบถ้วนน่าใช้ทีเดียว
ข้อดี
- ใช้งานกับสมาร์ทโฟน Samsung ได้ทันที โดยเชื่อมผ่าน Samsung Account
- มีระบบแทร็คการออกกำลังกายมากกว่า 100 แบบ ใช้ในแอพฯ Samsung Healthได้ทันที
- มี่ระบบตรวจจับการล้มและโทร SOS ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- กันฝุ่น, น้ำและแรงดันน้ำระดับ 5ATM+IP68 ใช้ออกกำลังกายและดำน้ำได้
- มีฟังก์ชั่น Quick Panel ไว้เปิดแอพฯ ปฏิทิน, ดูแจ้งเตือน, เวลาต่างประเทศ ฯลฯ ได้
ข้อสังเกต
- ดีไซน์มาเน้นใช้งานกับสมาร์ทโฟน Samsung ถ้าใช้กับแบรนด์อื่นจะใช้ฟีเจอร์ได้ไม่ครบ
3. Garmin Forerunner 165 (5,990 บาท)

| Display | AMOLED 1.2″ (390*390 พิกเซล) |
| Connectivity & Application | Bluetooth, ANT+ แอพฯ Garmin Connect |
| Battery life | Li-ion ใช้งานได้นานสุด 11 วัน |
| Features | 5ATM แทร็คคุณภาพการนอนหลับ ตรวจสอบออกซิเจนในเลือด แทร็คอัตราการเต้นของหัวใจ เข็มทิศอีเล็คทรอนิกส์ ระบบโค้ชแนะนำการออกกำลังกาย ระบบออกกำลังกาย HIIT, โยคะ, พีลาทีส ระบบการนับรอบเดือนของสุภาพสตรี รองรับ Rabbit Card |
| Price | 5,990 บาท (CMG Garmin Shopee Mall) |
นาฬิกา Smart Watch อย่าง Garmin Forerunner 165 เหมาะกับคนรักการออกกำลังกายหรือจะเริ่มฟิตซ้อมร่างกายไปวิ่งมาราธอน นอกจากฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการวัดอัตราการเต้นหัวใจ, เช็คปริมาณออกซิเจน, เช็คความเครียด, นับรอบเดือนของสุภาพสตรี ฯลฯ แล้ว นาฬิกาเรือนนี้ยังออกแบบมาเพื่อฝึกซ้อมร่างกายโดยเฉพาะ เพียงติดตั้งแอพฯ Garmin Connect แล้ว ก็สามารถแทร็คการออกกำลังกายได้หลากหลายอย่าง ทั้ง HIIT, โยคะ, พีลาทีส, ว่ายน้ำในสระหรือทะเลเปิด ได้สบายมาก ทีเด็ดอยู่ตรงระบบแทร็คการวิ่งพร้อมโค้ชแนะนำการวิ่งให้ผู้ใช้ฝึกและปรับรูปแบบการวิ่งได้ว่าจะต้องเปลี่ยนช่วงก้าวเท้า, ระยะเวลาเหยียบพื้นตอนวิ่ง ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี แถมยังแทร็คการวิ่งได้หลายแบบไม่ว่าจะวิ่งลู่ ออกถนนหรือขึ้นเทรลก็ยังได้ ส่วนในชีวิตประจำวันยังมีระบบ Garmin Pay ให้บันทึกบัตรเครดิตรวมถึง Rabbit Card เอาไว้เดินทางด้วย BTS หรือชำระเงินกับร้านค้าก็ได้ ช่วยให้ใช้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก
ข้อดี
- เป็นนาฬิกา Smart Watch เพื่อคนรักการออกกำลังกาย มีโหมดออกกำลังกายหลากหลาย
- มีระบบแทร็คสุขภาพหลากหลายรวมถึงระบบโค้ชเพื่อเทรนการออกกำลังกาย
- มีระบบนับรอบเดือนของสุภาพสตรีรเพื่อให้วางแผนออกกำลังกายได้เหมาะสม
- กันแรงดันน้ำระดับ 5ATM นำไปดำน้ำความลึก 50 เมตรได้โดยไม่เสียหาย
- มีฟังก์ชั่น Garmin Pay สำหรับเก็บบัตรเครดิตและบัตร Rabbit เพื่อเดินทางด้วย BTS ได้
- มีระบบ Red Shift เปลี่ยนจอเป็นสีแดงเพื่อใช้ในที่แสงน้อย ไม่รบกวนเวลานอน
ข้อสังเกต
- ระยะเวลาใช้งานในโหมดมาตรฐานเพียง 11 วันเท่านั้น หากใช้ได้นานกว่านี้ก็จะดี
4. HUAWEI WATCH GT 6 Series (6,889 บาท)

| Display | AMOLED 1.47″ (466*466 พิกเซล) |
| Connectivity & Application | Bluetooth 6.0 BR+BLE NFC รองรับ Android 9.0 / iOS 13 |
| Battery life | ใช้งานได้นานสุด 12 วัน ปิดระบบตรวจสอบการออกกำลังกายจะใช้ได้ 21 วัน |
| Features | 5ATM+IP69 โหมดกีฬามากกว่า 100 แบบ ระบบ Personal Trainer แทร็คคุณภาพการนอนหลับ แทร็คระดับความเครียด แทร็คอัตราการเต้นของหัวใจ ระบบวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ แทร็คระดับออกซิเจนในเลือด แทร็คประเมินรอบเดือนของสุภาพสตรี HUAWEI Health+ โทรและรับสายผ่านสมาร์ทว็อช Remote Selfie |
| Price | 6,889 บาท (HUAWEI Shopee Mall) |
HUAWEI WATCH GT 6 Series เป็นนาฬิกา Smart Watch ดีไซน์หรูหราพรีเมี่ยมแต่ความทนทานไม่แพ้สมาร์ทว็อชสายออกกำลังกายแม้แต่น้อย ถ้าซื้อมาใช้คู่กับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นก็ดี จะใช้เป็นรีโมตชัตเตอร์ของกล้องเอาไว้ถ่ายภาพก็ได้ อัดเสียงก็ดีแถมยังใช้รับสายโทรศัพท์โดยไม่ต้องชักมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงก็ได้ แต่จุดเด่นของนาฬิกาเรือนนี้จะโดดเด่นเรื่องการออกกำลังกายและสุขภาพเป็นอย่างมาก มีระบบแทร็คอัตราการเต้นหัวใจทั้งแบบปกติและเวลาเกิดเต้นผิดจังหวะก็แจ้งเตือนผู้ใช้ทันที มีระบบนับรอบเดือนของคุณสุภาพสตรี รวมถึงระบบแทร็คการออกกำลังกายมากกว่า 100 แบบ ไม่ว่าจะเข้ายิม, ออกวิ่งหรือลงว่ายน้ำก็ได้เพราะกันน้ำและฝุ่นระดับ 5ATM+IP69 เทียบกับสมาร์ทว็อชสายออกำลังกายได้แน่นอน
ข้อดี
- ดีไซน์สวยงาม ใช้เป็นสมาร์ทว็อชในชีวิตประจำวันหรือใช้เล่นกีฬาก็ได้
- มีระบบแทร็คการออกกำลังกายมากกว่า 100 แบบ ครอบคลุมแทบทุกแบบ
- กันฝุ่น, น้ำและแรงดันน้ำระดับ 5ATM+IP69 ใส่ลงดำน้ำลึก 50 เมตรได้
- เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 6.0 มีระยะเชื่อมต่อกว้าง สัญญาณเสถียร
- มีระบบแทร็คอัตราการเต้นหัวใจผิดจังหวะและแจ้งเตือนผู้ใช้ได้
- ใช้สมาร์ทว็อชเพื่อรับสายโทรศัพท์หรือใช้เป็นรีโมตถ่ายภาพได้
ข้อสังเกต
- ระบบ HUAWEI Health+ ให้ใช้ฟีเจอร์แนะนำการออกกำลังกายฟรีเพียง 3 เดือนเท่านั้น
- ใช้งานได้นานสุด 12 วันเท่านั้น หากใช้ AOD จะเหลือ 7 วัน ควรชาร์จแบตทุกสัปดาห์
5. Amazfit Balance 2 (10,180 บาท)

| Display | AMOLED 1.5″ (480*480 พิกเซล) |
| Connectivity & Application | Wi-Fi 2.4 GHz Bluetooth 5.2 BLE รองรับ Android 9.0 / iOS 15 Zepp OS 5 กับ Zepp App |
| Battery life | ใช้งานได้นานสุด 21 วัน |
| Features | 10ATM โหมดออกกำลังกายมากกว่า 170 แบบ ระบบแทร็คสุขภาพ BioTracker 6.0 Zepp Coach เทรนนิ่งการออกกำลังกาย ระบบ HYROX Training รองรับการดำน้ำ SCUBA Diving Golf Mode พร้อมแผนที่สนาม BioCharge Energy monitoring |
| Price | 10,180 บาท (Amazfit Shopee Mall) |
คนรักกีฬาและการออกกำลังกายแล้วอยากได้นาฬิกา Smart Watch เรือนที่เข้ากับสไตล์การใช้ชีวิตนี้ก็ต้อง Amazfit Balance 2 ถึงจะเหมาะ ทั้งมีโหมดออกกำลังกายกว่า 170 แบบ ไม่ว่าจะออกกำลังกายในยิมทั่วไปหรือทำ HYROX Training ก็ได้ ไปตีกอลฟ์ก็มีแผนที่สนามครอบคลุมแทบทุกแห่งในโลกให้ใช้พร้อมแสดงข้อมูลภายในสนามให้ผู้ใช้รับรู้ไปจนถึงลงดำน้ำก็ได้ ไม่ว่าจะ Scuba Diving ก็ได้ Freediving ก็รองรับเหมือนกัน แถมกันแรงดันน้ำระดับ 10ATM จึงสวมลงทะเลได้สบายมาก ผ่านการทดสอบดำน้ำลึก 45 เมตรแล้ว ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ก็ยาวนานถึง 21 วัน เพราะมีระบบ BioCharge Energy monitoring คอยปรับการใช้พลังงานตามพฤติกรรมเจ้าของโดยอัตโนมัติ
ข้อดี
- เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 กับ Wi-Fi 2.4 GHz ได้ตามความเหมาะสม
- มี Zepp Coach เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวผู้ใช้เพื่อให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้น
- มีระบบ HYROX Training ออกกำลังกายแบบเข้มข้นเพื่อความแข็งแรง
- ดีไซน์มาเพื่อการดำน้ำทั้ง Freediving และ Scubar diving พร้อมกันน้ำ 10ATM
- มี Golf Mode พร้อมแผนที่สนามกว่า 40,000 แห่งพร้อมให้ข้อมูลโดยละเอียด
- ระบบ BioCharge Energy monitoring ปรับการใช้พลังงานตามพฤติกรรมผู้ใช้
ข้อสังเกต
- เป็นสมาร์ทว็อชสายออกกำลังกายและกีฬากลางแจ้งโดยเฉพาะ ใช้งานทั่วไปอาจไม่คุ้มค่านัก
6. Samsung Galaxy Watch8 (12,510 บาท)

| Display | 1.47″ (480*480 พิกเซล) |
| Connectivity & Application | Wi-Fi 2.4 GHz Bluetooth 5.3 NFC One UI 8 Watch (Wear OS) Samsung Health |
| Battery life | ใช้งานได้นานสุด 30 วัน (ปิด AOD) |
| Features | 5ATM + IP68 MIL-STD-810H SOS ตรวจจับการล้ม โค้ชแนะนำการวิ่ง ระบบแทร็คการออกกำลังกาย ECG วัดความดันโลหิต วัดออกซิเจนในเลือด แจ้งเตือนความเครียด Bedtime Guidance ระบบวัดสาร AGEs Google Gemini |
| Price | 12,510 บาท (Samsung Thailand Shopee Mall) |
Samsung Galaxy Watch8 เป็นนาฬิกา Smart Watch เพื่อผู้ใช้สมาร์ทโฟน Galaxy โดยเฉพาะ ระบบปฏิบัติการ One UI 8 Watch พัฒนามาจาก Google Wear OS จึงใช้ฟีเจอร์และควบคุมแอพฯ ต่างๆ ผ่านสมาร์ทว็อชได้โดยตรงไม่พอ ยังใช้งาน Google Wallet แตะเพื่อชำระเงินกับเครื่องรับบัตรเครดิตได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋า ส่วนฟีเจอร์ด้านสุขภาพก็ครบเครื่องทั้งโหมดการออกกำลังกายและระบบโค้ชแนะนำการวิ่งติดมาให้ในตัว แถมยังมีระบบ ECG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจและเช็คสารอนุมูลอิสระในร่างกายได้ด้วย เรียกว่าครบถ้วนเรื่องไลฟ์สไตล์และการรักษาสุขภาพ
ข้อดี
- หน้าปัดขนาด 1.47″ (44 mm.) มีความสว่างสูงถึง 3000 nits ใช้งานกลางแจ้งได้ดีมาก
- ใช้ One UI 8 Watch พื้นฐานจาก Wear OS จึงใช้แอพฯ Google ได้ทั้งหมด
- รองรับ Google Wallet ใช้นาฬิกาแตะเพื่อชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้
- มีโค้ชแนะนำการวิ่งและระบบแทร็คการออกกำลังกายให้ใช้งานหลากหลายแบบ
- มีระบบ ECG ตรวจวัดไฟฟ้าหัวใจ, อนุมูลอิสระ รวมไปถึงแคโรทีนอยด์
- เรียกใช้ Google Gemini จากสมาร์ทว็อชขึ้นมาใช้งานได้โดยตรง
ข้อสังเกต
- ราคาค่อนข้างสูงถึง 12,510 บาท อาจทำให้ผู้ที่สนใจตัดสินใจยากขึ้น
7. Suunto Race 2 (18,900 บาท)

| Display | LTPO AMOLED 1.5″ (466*466 พิกเซล) |
| Connectivity & Application | Bluetooth Suunto App |
| Battery life | ใช้งานได้นานสุด 30 วัน (ปิดโหมดวัดอัตราการเต้นหัวใจ) ใช้งานได้นานสุด 18 วัน (เปิดโหมดวัดอัตราการเต้นหัวใจ) |
| Features | กันน้ำลึก 100 เมตร โหมดออกกำลังกายมากกว่า 115 แบบ Offline maps พร้อมระบบนำทาง ระบบช่วยวางแผนการออกกำลังกาย ระบบ Suunto Coach แนะนำการออกกำลังกาย วัดออกซิเจนในเลือด วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ real-time แทร็คคุณภาพการนอนหลับ แทร็คความเครียดระหว่างวัน |
| Price | 18,900 บาท (SUUNTO Shopee Mall) |
Suunto Race 2 เป็นสมาร์ทว็อชเพื่อสายสปอร์ตโดยเฉพาะ ยิ่งใครชอบออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยต้องชอบเรือนนี้แน่นอน ข้อดีของนาฬิกา Smart Watch เรือนนี้คือกันน้ำได้ลึก 100 เมตร จึงสวมดำน้ำได้เลย รองรับโหมดกีฬากว่า 115 แบบ มีระบบโค้ชและฟีเจอร์ช่วยวางแผนการออกกำลังกายติดมาให้เจ้าของสามารถวางแผนฟิตร่างกายได้อย่างเหมาะสม ยิ่งใครชอบวิ่งออกกำลังกายก็ใช้งาน Offline Map พร้อมระบบนำทางในตัว จะวิ่งในเมืองหรือวิ่งเทรลก็ไม่ต้องกลัวหลงแถมช่วยแนะนำทางวิ่งขึ้นเขาให้เลือก แถมยังเชื่อมต่อกับแอพฯ ออกกำลังกายอื่นได้ด้วย
ส่วนฟีเจอร์พื้นฐานอย่างวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, เช็คคุณภาพการนอนหลับ, ดูความเครียด ฯลฯ ถึงมีติดมาให้แต่ถ้าไม่ได้ใช้ออกกำลังกายแบบเข้มข้นก็ไม่แนะนำให้ซื้อเพราะจะใช้ได้ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ หรือถ้าจะเริ่มออกกำลังกายอย่างเข้มข้นจะลงทุนซื้อเรือนนี้มาใช้เลยก็เหมาะ
ข้อดี
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 30 วัน ถ้าเปิดโหมดวัดอัตราการเต้นหัวใจไว้ตลอดจะเหลือ 18 วัน
- กันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร สามารถใส่ดำน้ำได้แน่นอน
- ใช้งานร่วมกับแอพฯ ออกกำลังกายอื่นอย่าง Starva, TrainingPeaks ฯลฯ ได้
- มีระบบแผนที่ Offline กับระบบนำทางอัตโนมัติไว้แนะนำเวลาวิ่งออกกำลังกาย
- มีระบบโค้ชและระบบช่วยวางแผนแนะนำการออกกำลังกายให้ใช้
- มีโหมดการออกกำลังกายมากถึง 115 แบบ รองรับการวิ่งเทรลในตัว
ข้อสังเกต
- เป็นนาฬิกา Smart Watch เพื่อออกกำลังกายโดยเฉพาะ ถึงใช้งานทั่วไปได้แต่ไม่คุ้มค่านัก
8. Garmin Forerunner 970 (24,990 บาท)

| Display | 1.4″ (454*454 พิกเซล) |
| Connectivity & Application | Wi-Fi Bluetooth ANT+ รองรับ iPhone / Android แอพฯ Garmin Connect |
| Battery life | Li-ion ใช้งานได้นานสุด 15 วัน |
| Features | โหมดออกกำลังกายแบบเข้มข้นหลากหลายแบบ วัดอัตราการเต้นหัวใจ ระบบวัดโซนอัตราการเต้นของหัวใจ ECG Garmin Pay วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด ระบบแนะนำและแทร็คการนอน ระบบนับรอบการวิ่ง Garmin Red Shift ระบบแนะนำเมื่อเกิด Jet Lag ระบบโทรและรับสายด้วยนาฬิกา |
| Price | 24,990 บาท (CMG Garmin Shopee Mall) |
Garmin Forerunner 970 เป็นสมาร์ทว็อชระดับนักกีฬาโดยเฉพาะ หากใครตั้งเป้าหมายอยากให้ร่างกายแข็งแรงระดับไปแข่งไตรกีฬาหรือวิ่งเทรลได้ เรือนนี้จะเหมาะมากเพราะมีระบบแผนที่และระบบนำทางติดมาให้กับระบบโทรกับรับสายด้วยนาฬิกาได้ทันที รวมถึงระบบเทรนเนอร์แนะนำการออกำลังกายในตัวเพื่อให้เข้าแข่งขันได้เลย นอกจากนี้ยังมีระบบแนะนำเวลาเกิด Jet Lag ติดมาให้เวลาต้องบินไปแข่งต่างประเทศก็จัดการตัวเองได้ ควงระบบ Garmin Pay บันทึกบัตรเครดิตเอาไว้แตะจ่ายกับร้านค้าต่างๆ ได้ทันที ถ้าจะเริ่มออกกำลังกายจริงจังจนถึงระดับไปแข่งขันรายการต่างๆ ได้ จะซื้อเรือนนี้ไปใช้ก็เหมาะ
ข้อดี
- เป็นสมาร์ทว็อชออกแบบมาเพื่อนักกีฬามืออาชีพและคนอยากแข่งไตรกีฬา
- มีระบบแนะนำการออกกำลังกายแบบเข้มข้น เช่น HIIT, ไตรกีฬา, วิ่งเทรล ฯลฯ ให้ใช้
- มีระบบ ECG ไว้วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้ออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม
- ปรับการแสดงผลหน้าจอเป็นสีแดง “Garmin Red Shift” เพื่อลดการรบกวนเวลานอน
- ให้ระบบแนะนำเวลาเกิด Jet Lag จากการเดินทางต่างประเทศเพื่อไปร่วมการแข่งขัน
- ใช้ระบบการชำระเงิน Garmin Pay บันทึกบัตรเครดิตไว้ชำระเงินได้
- ดาวน์โหลดเพลงจาก Spotify, Deezer มาใส่ในนาฬิกาเพื่อฟังโดยไม่ต้องพึ่งมือถือได้
ข้อสังเกต
- มีราคาสูงถึง 24,990 บาท เหมาะกับนักกีฬา, เทรนเนอร์และคนออกกำลังกายแบบจริงจัง
สรุปสเปค 8 นาฬิกา Smart Watch ตัวเด็ด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์




ถ้าจะซื้อแก็ดเจ็ตสักชิ้นเอาไว้ใช้งาน นอกจากหูฟังไร้สายหรือพาวเวอร์แบงค์ก็ต้องเป็นนาฬิกา Smart Watch เพราะนอกจากดูเวลาแล้วยังเพิ่มความสะดวกหลากหลายอย่างด้วย ไม่ว่าจะดูแจ้งเตือน, รับสายไปจนถึงใช้เป็นเทรนเนอร์ช่วยออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ด้วย แถมในปัจจุบันยังมีฟีเจอร์เสริมอย่างระบบโทร SOS เวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาได้ ดังนั้นนอกจากผู้ใช้วัยทำงานทั่วไปแล้ว ผู้สูงอายุก็ควรมีติดตัวเอาไว้สักเรือนเพื่อความปลอดภัยและอุ่นใจเวลาเกิดเหตุ จะได้ป้องกันไว้ก่อนแก้ไม่ต้องเกิดเหตุวัวหายล้อมคอกให้นึกเสียดายว่าคิดได้ตอนสายไปเสียแล้ว
กรณีใช้งานทั่วไปหรือเป็นนาฬิกาดูเวลากับแจ้งเตือน บรรดาสมาร์ทว็อชแบบ Band อย่าง Xiaomi หรือ Samsung ก็เพียงพอเพราะมีโหมดออกกำลังกายและดูแจ้งเตือนได้ แต่ถ้ารักการเข้ายิมออกกำลังกาย เทรนร่างกายให้แข็งแรงก็ควรเลือกแบรนด์เฉพาะด้านอย่าง Amazfit มาใช้และถ้าเสริมไลฟ์สไตล์ด้วย Samsung Galaxy Watch8, Suunto หรือ Garmin จะเหมาะมากและคุ้มเงินที่จ่ายไปแน่นอน
Photo Credits: Amazfit
บทความที่เกี่ยวข้อง





