Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Microsoft ยอมรับแล้ว! 2 ฟีเจอร์ใน Windows 11/10 ที่ทำให้เครื่องช้าลงจริง

Windows 11 / 10 Performance

ในเดือนตุลาคม 2025 นี้ Microsoft ได้ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการแล้วว่า มีฟีเจอร์อยู่ 2 อย่างในระบบปฏิบัติการ Windows 11 และ Windows 10 ที่อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ “ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด” แม้ว่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานดีขึ้นก็ตาม

Advertisement

ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยให้สัญญาว่า Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 ซึ่งเป็นอัปเดตฟีเจอร์ล่าสุด จะมีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นก่อนหน้า (24H2 และ 22H2) อย่างมาก โดยเฉพาะในด้านความเร็วและการตอบสนองของระบบ แต่ล่าสุดบริษัทก็ได้ยอมรับว่ามีองค์ประกอบบางอย่างในระบบที่อาจกลายเป็นตัวถ่วงความเร็วของเครื่องได้จริง


1. การซิงก์ไฟล์ OneDrive ทำให้เครื่องหน่วงได้

Microsoft ระบุชัดว่า การซิงก์ไฟล์กับ OneDrive ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญของ Windows 10 และ Windows 11 นั้น แม้จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงไฟล์จากอุปกรณ์ใดก็ได้ผ่านอินเทอร์เน็ต และช่วยสำรองข้อมูลในกรณีที่เครื่องเสียหายหรือสูญหาย แต่กระบวนการซิงก์แบบเรียลไทม์นี้กลับกินทรัพยากรของเครื่องโดยตรง

โดยเฉพาะในช่วงที่มีการอัปโหลดหรือดาวน์โหลดไฟล์จำนวนมาก เช่น การซิงก์โฟลเดอร์ Documents, Desktop หรือ Pictures ทั้งหมดขึ้นคลาวด์ ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องหน่วงลงอย่างเห็นได้ชัดในบางช่วงเวลา

Microsoft แนะนำว่า หากรู้สึกว่าเครื่องช้าลง ให้ลอง “หยุดการซิงก์ OneDrive ชั่วคราว” แล้วสังเกตดูว่าประสิทธิภาพดีขึ้นหรือไม่
วิธีนี้จะไม่กระทบต่อไฟล์ในเครื่อง และสามารถกลับมาซิงก์ต่อได้ทุกเมื่อ

นอกจากนี้ Microsoft ยังบอกอีกว่า ในเวอร์ชันใหม่ของ OneDrive App for Windows 11 ที่เพิ่งเปิดตัว อาจมีการปรับปรุงระบบซิงก์ให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดปัญหานี้ในอนาคต


2. เอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหว (Visual Effects) กินทรัพยากรโดยไม่รู้ตัว

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่ Microsoft ยอมรับว่ามีผลต่อความเร็วของระบบคือ “เอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหวและเงา” ที่ใช้ในการตกแต่งอินเทอร์เฟซของ Windows 11 ให้ดูสวยงามทันสมัย

Microsoft อธิบายว่า เอฟเฟกต์เหล่านี้ เช่น การเลื่อนหน้าต่างแบบนุ่มนวล (animation), เงารอบกรอบหน้าต่าง (shadow effect) และการเฟดอิน-เฟดเอาท์ของเมนูต่าง ๆ จะใช้หน่วยความจำ (RAM) และพลังประมวลผลจาก CPU และ GPU เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เครื่องที่มีสเปกต่ำหรือ RAM น้อยรู้สึก “หน่วง” หรือ “ดีเลย์” เมื่อเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน

หากต้องการปิดเอฟเฟกต์เหล่านี้ สามารถทำได้ง่าย ๆ

  • พิมพ์คำว่า “performance” ในช่องค้นหาของ Windows
  • จากนั้นเลือก Adjust the appearance and performance of Windows
  • ในหน้าต่าง Performance Options ให้เลือก Adjust for best performance
  • แล้วกด Apply เพื่อปิดเอฟเฟกต์ทั้งหมด

เมื่อปิดแล้ว ระบบจะดูเรียบง่ายขึ้น แต่จะตอบสนองเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในโน้ตบุ๊กหรือพีซีที่มีสเปกระดับเริ่มต้น


เคล็ดลับอื่น ๆ จาก Microsoft สำหรับเร่งความเร็ว

นอกจากสองฟีเจอร์หลักข้างต้น Microsoft ยังแนะนำแนวทางพื้นฐานที่ช่วยเพิ่มความเร็วได้อีก เช่น

  • อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ
  • ตรวจสอบไวรัสหรือมัลแวร์ที่อาจทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ
  • ล้างพื้นที่เก็บข้อมูลให้มีเหลือพอสำหรับการทำงาน
  • รีสตาร์ตเครื่องเป็นระยะ เพื่อเคลียร์หน่วยความจำชั่วคราว
  • สำหรับ Windows 10 ยังสามารถใช้ ReadyBoost เพื่อใช้แฟลชไดรฟ์เป็นแคชช่วยเร่งระบบได้ (แต่ Windows 11 ไม่มีฟีเจอร์นี้แล้ว)
  • ปรับการตั้งค่า Page File (ไฟล์สลับหน่วยความจำ) ให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้ระบบทำงานลื่นขึ้นในเครื่องที่ RAM น้อย

สรุป

Microsoft ยืนยันด้วยตัวเองแล้วว่า OneDrive Sync และ Visual Effects เป็นสองปัจจัยหลักที่ทำให้เครื่อง Windows ช้าลงได้จริง หากต้องการให้ระบบเร็วขึ้น แนะนำให้ปิดหรือหยุดการซิงก์ชั่วคราว รวมถึงปิดเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด โดยเฉพาะในคอมพ์ที่มี RAM ต่ำกว่า 8GB

การปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเหล่านี้สามารถช่วยให้ Windows 11 หรือแม้แต่ Windows 10 ทำงานได้รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเลย

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ถ้าพูดถึง Keychron หลายคนอาจนึกถึงคีย์บอร์ด Mechanical คุณภาพสูง ดีไซน์เรียบหรู และเน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเป็นหลัก แต่ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ปีนี้ Keychron ได้สร้างความแปลกใหม่ด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช่คีย์บอร์ด นั่นก็คือ Keychron Nape Pro แทร็กบอลดีไซน์แปลกตาที่ออกแบบมาให้ใช้งานชิดกับคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ Nape Pro ถูกพัฒนาร่วมกับทีมงานจาก Gizmodo Japan...

IT NEWS

Qualcomm และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ผ่านการผสานแพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบ AI ของ Google อย่าง Gemini เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ในรูปแบบ Software-Defined Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถูกยกระดับขึ้นจากการเป็นพาร์ตเนอร์ด้าน AI...

IT NEWS

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple และ NVIDIA แทบจะเดินกันคนละเส้นทางภายในโรงงานของ TSMC อย่างชัดเจน Apple เลือกใช้กระบวนการผลิตระดับล้ำสมัยของ TSMC สำหรับชิปตระกูล A และ M พร้อมแพ็กเกจแบบ InFO ที่เน้นความบางและประหยัดพลังงาน ขณะที่ NVIDIA โฟกัสไปที่แพ็กเกจแบบ CoWoS สำหรับ GPU และชิป...

IT NEWS

ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตราคาสูงอีกครั้ง และรอบนี้ไม่ใช่แค่แพงธรรมดา แต่แพงในระดับที่หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อโมดูล DDR5 ขนาด 256GB ในจีนถูกตั้งราคาขายปลีกสูงถึงเกือบ 50,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 250,000 บาทต่อแถว จนเกิดการเปรียบเทียบแบบประชดในแวดวงไอทีว่า หากคุณสะสม DDR5 ขนาด 256GB ประมาณ 100 โมดูล คุณอาจเอาไปแลก “บ้านหนึ่งหลังในเซี่ยงไฮ้” ได้จริง...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก