
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำย่อมมีอีเว้นท์ประจำปีของตัวเอง ซึ่ง Qualcomm ก็มีงาน Snapdragon Summit 2025 เป็นทั้งงานเปิดตัวชิปเซ็ตใหม่สำหรับสมาร์ทโฟนและโน๊ตบุ๊คในปีถัดไปพร้อมให้สื่อได้ทดสอบสมรรถนะของมันว่ามีสมรรถนะสูงระดับใด รวมถึงเปิดให้ตั้งคำถามพูดคุยกับวิศวกรของทางบริษัทอย่างใกล้ชิดให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกบางอย่างด้วย จึงได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่าในข้อมูลการ Live streaming เปิดตัวใน YouTube อีกพอควร
จุดเด่นของปีนี้ นอกจากพระเอกของงานอย่างชิปเซ็ตสมาร์ทโฟนอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 และซีพียู Snapdragon X2 Elite กับ X2 Elite Extreme แล้ว Qualcomm ยังเน้นย้ำเรื่อง “Agentic AI” ปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ซึ่งจะมีผลต่อชีวิตประจำวันในยุคถัดไปอย่างไรและมีผลดีต่อมนุษย์อย่างไรบ้างอีกด้วย เป็นประเด็นหลักของงาน Snapdragon Summit 2025 ปีนี้
Snapdragon Summit 2025 ปีนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
- Qualcomm ประกาศในงาน Snapdragon Summit 2025 ว่าผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไปจะรองรับ 6G ได้ในช่วงต้นปี 2028 เพื่อซัพพอร์ต On-device AI และเชื่อมต่อ Cloud ได้ดียิ่งขึ้น
- Agentic AI เป็นปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ซึ่ง Qualcomm ให้ความสำคัญ วางตัวเป็นผู้ช่วยมนุษย์อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ และทำงานข้ามระหว่างแอพฯ ได้อย่างลื่นไหล
- Qualcomm เน้นหนักเรื่อง Agentic AI ว่ามันสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ดังนั้นบางคำสั่งระบบจะขออนุญาตผู้ใช้ (Permission) เป็นระยะๆ
- วิศวกรของ Qualcomm ที่ทำงานกับ Agentic AI เน้นย้ำว่าปัญญาประดิษฐ์นี้เป็นแบบเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ ถ้าผู้ใช้ป้อนคำสั่งมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง AI จะยิ่งเก่งและช่วยงานเราดีขึ้นเรื่อยๆ
- Qualcomm นำคำว่า Gen 5 มาต่อท้ายชื่อ Snapdragon 8 Elite Gen 5 ทำเพื่อให้ผู้ใช้ไม่สับสนเรื่องปีและการเปิดตัว จึงอนุมานได้ว่า Snapdragon 8 Elite คือ Gen 4 อย่างไม่ต้องสงสัย
- จุดเด่นของ Snapdragon 8 Elite Gen 5 ยังดีไซน์คอร์แบบ Prime-core ประสิทธิภาพสูงสุด 2 คอร์ คู่กับ Performance-core อีก 6 คอร์ ใช้แกนประมวลผล Qualcomm Oryon รุ่น 3
- Qualcomm Hexagon NPU ใน Snapdragon 8 Elite Gen 5 จะทำงานร่วมกับชิปประมวลผลภาพ (ISP – Image Signal Processor) เสมอ ให้ถ่ายภาพได้สวยงามขึ้น
- Snapdragon X2 Elite และ X2 Elite Extreme จะเริ่มติดตั้งมากับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ในปี 2026 เป็นต้นไป
- NPU ของ Snapdragon X2 Elite มีสมรรถนะเพิ่มจาก 45 TOPS เป็น 80 TOPS จึงรัน generative AI ได้ดีกว่าเดิมมาก มีสมรรถนะสูงสุดในปัจจุบันนี้

3 ประเด็นน่าสนใจ งาน Snapdragon Summit 2025
- Agentic AI เมื่อปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดขึ้นและแบ่งเบาภาระของมนุษย์ได้ดีขึ้น
- Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 ชิปเซ็ตใหม่ แรงทรงพลัง ฉลาดกว่าเดิม
- Qualcomm Snapdragon X2 Elite และ Extreme ซีพียูโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่แรงทรงพลัง!!
Agentic AI เมื่อปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดขึ้นและแบ่งเบาภาระของมนุษย์ได้ดีขึ้น

คำว่า AI และปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นคำติดปากได้ยินเป็นประจำไปแล้ว Qualcomm ก็เช่นกัน แต่มองว่าการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพื่อเป็น UI ใหม่ของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ นับเป็นยุคที่ 3 โดยเริ่มต้นจากหน้าต่าง Command-Line Interfaces (CLIs) ในยุคแรกแล้วพัฒนาเป็น GUI (Graphical User Interface) ซึ่งใช้มาจนปัจจุบัน ในยุคหน้าคือการใช้งาน AI เป็นหน้าสั่งการที่ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นและจะเกิดขึ้นในอนาคตเพราะชิปเซ็ตในปัจจุบันทำงานได้ดีขึ้นมาก ด้านบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ก็มุ่งมาสู่แนวทางนี้มากขึ้นเรื่อยๆ








การยกประเด็นว่า AI คือ UI ใหม่ของคอมพิวเตอร์ เกิดจากองค์ประกอบสามอย่างผสานกัน คือ ปัญญาประดิษฐ์ที่รันบนอุปกรณ์และคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายรูปทรง (Form Factors) โดยไม่มีข้อจำกัด มีหน่วยประมวลผล (CPU / Silicon) และซอฟท์แวร์สำหรับ AI โดยเฉพาะ
สังเกตว่าปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นและคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ย่อจากเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ขนาดเท่าห้องมาเหลือ Personal Computer (PC) และยุคสมาร์ทโฟน (Mobile) กับยุค Ubiquitous Computing เมื่อฮาร์ดแวร์, ซอฟท์แวร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์แทรกอยู่ในทุกแห่งทุกเวลาของชีวิตเกิดขึ้นจากการย่อขนาดทรานซิสเตอร์ให้เล็กลง จากกราฟจะเห็นทรานซิสเตอร์มีความหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันเกินหลักหมื่นล้านตัวแล้ว
เมื่อชิปเซ็ตดีขึ้นก็คำนวณสิ่งต่างๆ ได้เร็ว แต่วิธีการคำนวณทำงานรวมถึงการใช้หน่วยความจำในเครื่องก็จะเยอะขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นถ้าจะนำ AI Model ไปใส่ในอุปกรณ์ใดถ้าเป็นโมเดลเต็มแม้จะทำงานได้ดีก็กินพื้นที่มาก จึงต้องย่อด้วยเทคนิค 2-bit Quantization ทำให้โมเดลมีขนาดเล็กจนใส่ในสมาร์ทโฟนได้และยังทำงานรวดเร็วเช่นเดิม ตัวอย่างเช่น โมเดล Phi Silica ขนาด 3.8B Parameters หลังจากย่อจากแบบ 4-bit เหลือ 2-bit จึงทำงานเร็วขึ้น ประหยัดไฟกว่าเดิม เวลารันก็ใช้หน่วยความจำน้อยลงจาก 2.5 GB เหลือ 1.2 GB ลดไปได้ 1.3 GB ทีเดียว ซึ่ง Qualcomm ใช้เทคนิคต่างๆ ทั้งการเทรนนิ่งโมเดลด้วยข้อมูลคุณภาพและใช้ซอฟท์แวร์ต่างๆ เสริม จึงลดขนาดและกินทรัพยากรเครื่องน้อยลงไปมาก

เมื่อโมเดล AI มีความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากการสร้างคำอธิบาย, แปลภาษาและพูดคุยกับมนุษย์ได้อย่างในปัจจุบันแล้ว ก้าวต่อไปของปัญญาประดิษฐ์คือการมีเหตุผลในตัว คิดเองได้ตามตรรกะต่างๆ แล้วพัฒนาไปสู่รูปแบบ Agentic AI ต่อไปในอนาคต ซึ่ง Qualcomm ตั้งเป้าไว้ว่า AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยซัพพอร์ตมนุษย์ให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น จัดการเรื่องยุ่งยากอย่างการจัดการนัดหมายให้ลงตัวโดยอัตโนมัติและขยับตารางนัดหมายเอง, เลือกภาพที่ชอบขึ้นมาแสดงเป็นตัวอย่างแล้วโพสต์ขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คให้, เป็นเพื่อนเดินทางช่วยอ่านและแปลภาษาต่างประเทศที่เราไม่รู้จักและสื่อสารกับคู่สนทนาได้โดยรายลื่น ไม่ต้องสลับแอพฯ ไปมาให้เสียเวลา นั่นหมายความว่านอกจากสมาร์ทโฟนก็ต้องมีอุปกรณ์เสริมชิ้นอื่นช่วยด้วย

จุดสำคัญที่ Qualcomm เน้น คือ AI จะทำงานแบบ Hybrid ประมวลผลในอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต, ประหยัดแบตเตอรี่และรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้และถ้าเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ก็เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดียิ่งขึ้นและลดโหลดการทำงานของสมาร์ทโฟนหรือพีซีของเราลงไปได้
จากการสัมภาษณ์กับวิศวกรของ Qualcomm ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ในงาน Snapdragon Summit 2025 ก็สามารถสรุปประเด็นน่าสนใจได้ดังนี้
- Qualcomm พยายามบีบอัดโมเดล AI ขนาด 3-5 พันล้านพารามิเตอร์ให้มีขนาด 3-4 GB เพื่อประหยัดหน่วยความจำในอุปกรณ์ต่างๆ ใช้เทคนิค Quantization และบีบอัดข้อมูลให้เล็กลงทำให้ใส่โมเดล AI ขนาดใหญ่ลงมาในสมาร์ทโฟนได้
- Hybrid AI ในช่วงแรกใช้งานได้ไม่กี่ภาษา เนื่องจากความหลากหลายทางภาษาในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่อนข้างท้าทายทีมวิศวกรพอสมควร
- Agentic AI เป็น Personalized AI ปรับตัวให้เข้ากับบุคลิคของผู้ใช้แต่ละคนโดยเรียนรู้จากพฤติกรรมการใช้งานและข้อมูลในเครื่องของผู้ใช้ทุกช่องทาง เช่น Screen-Understanding เรียนรู้วิธีการแตะเลือกสิ่งต่างๆ บนหน้าจอของผู้ใช้, ประวัติการค้นหาและเข้าเว็บไซต์ของเจ้าของ, การแชตพูดคุยกับผู้อื่นไปจนถึงการสั่งการของผู้ใช้กับ AI และการเข้าใจทรรศนะการใช้งานของผู้ใช้ผ่านการตอบคำถามของ AI ด้วย
- Hybrid AI ทำการแชร์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ส่งจากสมาร์ทโฟนไปโน๊ตบุ๊คหรือขึ้น Cloud จะใช้โปรโตคอล Handshake เพื่อความปลอดภัย
ประเด็นเรื่องความท้าทาย, การทำและนำ Agentic AI ไปใช้งานจริงในอนาคต
- Agentic AI เป็นโครงสร้างเบื้องหลังซึ่งสามารถนำไปใช้ร่วมกับโมเดลต่างๆ ที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานได้ เช่น Siri, Google Assistant, Gemini, Perplexity ฯลฯ ได้ตามต้องการ
- Agentic AI ปัจจุบันนี้ยังขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure investments) ในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะหน่วยความจำ, พลังงานไฟฟ้าและพลังการประมวลผลก็ตาม
- AI แต่ละโมเดลใช้ API ต่างกันจึงกำหนดมาตรฐานยากจึงอิงตาม Model Context Protocol แทน
- การแชร์ข้อมูลข้าม Ecosystem ของ AI เช่น Google, Microsoft และอื่นๆ ยังมีปัญหาเรื่องข้อบังคับใช้งานอยู่พอสมควร
- การเรียนรู้ของ AI จะประกอบรวมจากการเรียนรู้ข้อมูลเจ้าของเชิงลึกกับการเสนอแนะคำตอบที่ถูกต้องจากผู้ใช้จะทำให้ AI ตอบสนองได้เข้ากับพฤติกรรมการใช้งาน, เข้าใจพฤติกรรมการใช้งานเจ้าของและตอบสนองได้ตรงความต้องการยิ่งขึ้น
- Personalized AI อย่างที่ควรเป็น (Real personalized AI) จะเริ่มใส่มาในสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมตั้งแต่ปีหน้า (2026) เป็นต้นไป
- Qualcomm พยายามผลักดันให้เกิดแผนการทำงานร่วม (common strategy) ระหว่างแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ใช้งานดีที่สุด
- ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถเลี่ยงปัญหา AI Hallucinations (AI การนำเสนอข้อมูลผิดไปจากความจริง) ไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ใช้จำเป็นต้องมีวิจารณญาณเวลาใช้งานเสมอ
Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 ชิปเซ็ตใหม่ แรงทรงพลัง ฉลาดกว่าเดิม




พระเอกของ Snapdragon Summit 2025 คือ Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซึ่ง Qualcomm นำคำว่า Gen 5 มาต่อท้ายเพื่อความต่อเนื่องและเข้าใจง่าย จึงอนุมานได้ว่า 8 Elite ในปีก่อนก็เป็น Gen 4 อย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งไปกว่านั้น Qualcomm แจ้งว่าการเคลมสมรรถนะที่ดีกว่ารุ่นก่อนนั้น ทางบริษัททดสอบโดยนำไปติดตั้งในสมาร์ทโฟนเครื่องทดสอบแล้วรัน Benchmark ตามปกติ ไม่ใช่การทดสอบในแล็บและใช้อุปกรณ์จำเพาะเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดแม้แต่น้อย
คอร์ซีพียูเป็น Qualcomm Oryon รุ่นที่ 3 มีสมรรถนะการทำงานคอร์เดี่ยว (Single-core) ดีขึ้นกว่าเดิม 20% และทำงานร่วมกันหลายคอร์ (Multi-core) ดีขึ้น 17% สามารถเปิดเว็บไซต์ได้เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อน 32% เทียบกับ Qualcomm Oryon รุ่นแรกจะมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น 39% ประหยัดพลังงานกว่าเดิม 43% จึงใช้งานได้นานขึ้น






Qualcomm Adreno GPU แบบ 3 คอร์ ความเร็ว 1.2 GHz มีหน่วยความจำ Adreno High Performance Memory ความจุ 18 MB แบบแชร์ร่วมกัน รองรับ Mesh Shading, Hardware accelerated ray tracing ซึ่งทำงานระดับฮาร์ดแวร์ได้ดีกว่าเดิม เทียบกับชิปรุ่นก่อนจะทำงานดีขึ้น 23% ประหยัดพลังงานขึ้น 20% เน้นการเล่นเกมได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยเฟรมเรทยังเสถียรต่อเนื่องไม่ตกหรือลดวูบวาบจนเสียอรรถรส



ยิ่งไปกว่านั้น Snapdragon 8 Elite Gen 5 ยังรองรับ Unreal Engine 5 เต็มรูปแบบ รวมถึง Lumen, Nanite และ Chaos Physics Engine สามารถเรนเดอร์กราฟิคความซับซ้อนสูงในแต่ละเกมได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันนี้เกมที่ Optimized มาล่วงหน้าให้เข้ากับ Adreno High Performance Memory ได้แก่ Honkai: Star Rail, Wuthering Waves, Infinity Nikki, Arena Breakout ฯลฯ จึงเล่นได้ดีและลื่นไหลกว่าเดิม

หน่วยประมวลผล AI อย่าง Qualcomm Hexagon NPU มีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นก่อน 37% และจัดการพลังงานดีกว่ารุ่นก่อน 16% และมีบทบาทกับการถ่ายภาพยิ่งกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน หากจำกันได้ รุ่นก่อนจะรองรับการทำ Segmentation แยกระดับความตื้นลึกของภาพได้มากถึง 250 เลเยอร์ ซึ่งส่งต่อมายังรุ่นนี้ด้วย





แต่สิ่งที่เหนือกว่าใน Snapdragon 8 Elite Gen 5 คือ Qualcomm Hexagon NPU จะเชื่อมตรงกับ ISP (Image Signal Processor) ทำงานร่วมกันตลอดเวลาและได้ ArcSoft เข้ามาร่วมพัฒนาอัลกอริธึ่มประมวลผลภาพอย่าง “Dragon Fusion” เพื่อช่วยตัดไฮไลต์เกินจำเป็น, แสงพร่าแสงสะท้อนในภาพออกไปโดยอัตโนมัติ เวลาถ่ายภาพจะสวยงามเหมือนตาเห็นยิ่งขึ้นและมีรายละเอียดคมชัดกว่าเดิม


ชิป ISP รุ่นปัจจุบันในชิปเซ็ตนี้จะเป็นแบบ 20-bit ตัวแรก ซึ่งรองรับ Dynamic Range ดีกว่าเดิม 4 เท่า เพิ่มระบบการปรับโทนแสงสีในภาพแบบ real-time, Night Vision 3.0 แบบใหม่ให้ถ่ายภาพเวลากลางคืนหรือแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่ม APV codec ใหม่เข้ามาให้ถ่ายวิดีโอไฟล์ RAW ดีกว่าเดิม เวลาบันทึกไฟล์จะมีขนาดเล็กกว่า ProRes 10% และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทชั้นนำอย่าง Adobe, Android, ArcVideo, Company 3, Blackmagicdesign, Dolby, Samsung และ YouTube แล้ว เพียบพร้อมทุกกระบวนการทำวิดีโอตั้งแต่เริ่มถ่ายไปจนตัดต่อและเผยแพร่
APV Codec ปัจจุบันเป็น Open standard ให้บริษัทต่างๆ นำไปใช้งานได้โดยอิสระ ไม่มีข้อจำกัดและเป็นมาตรฐานกลางร่วมกัน ดังนั้นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ใดจะนำไปใช้ก็ดีหรือจะคงใช้ H.264 / H.265 เช่นเดิมต่อไป หากใครเน้นใช้สมาร์ทโฟนถ่ายงานเพื่อทำคอนเทนต์ก็ควรใส่ใจว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ใดนำ Codec นี้ไปใช้บ้าง









จุดเด่นของชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน คือ
- Truepic C2PA – ฟังก์ชั่นระบบยืนยันทรัพย์สินออนไลน์ส่วนบุคคล ใช้ตรวจสอบว่าภาพนั้นๆ ถูกสร้างด้วย AI หรือเปล่าและรักษาสิทธิ์ของเจ้าของภาพด้วย
- Snapdragon Audio Sense – ระบบ Pipeline เสียง 24-bit คุณภาพสูงระดับสตูดิโอ มีฟีเจอร์ในตัวหลากหลายอย่าง ได้แก่
- ลดการสูญเสียรายละเอียดของเนื้อเสียงเวลาฟังเพลง
- เวลาอัดคลิปจะได้คุณภาพเสียงระดับ HDR มีรายละเอียดมากกว่าเดิม 2 เท่า
- ตัดเสียงลมรบกวนได้มากสุด 20 ไมล์/ชม. (8.9 เมตร/วินาที)
- ระบบ Audio zoom ระบบอัดเสียงคุณภาพสูง ทาง Qualcomm เคลมว่าเทียบเท่าใช้ไมค์ช็อตกัน

แม้จะไม่หวือหวาเท่ากับ Snapdragon 8 Elite รุ่นก่อนหน้านัก แต่จะเห็นว่าองค์ประกอบของชิปเซ็ตตัวนี้น่าสนใจ ไม่ว่าจะระบบถ่ายภาพ, การจัดการพลังงาน, NPU โดยเฉพาะการประกาศรองรับ APV Codec ซึ่งถ้าสมาร์ทโฟนใดนำมันไปใช้ ก็จะได้ไฟล์วิดีโอคุณภาพสูงขึ้นพอให้ใช้ทำงานได้แน่นอน แถมผลทดสอบในอีเว้นท์ Snapdragon Summit 2025 ก็มาจากการทดสอบกับเครื่องจริงไม่ได้จำกัดรูปแบบการทดสอบเพื่อให้ได้ผลทดสอบสูงน่าดึงดูด กรณีนี้ถือว่าน่าสนใจแถมยังมีผู้พัฒนาสมาร์ทโฟนชั้นนำหลายแบรนด์ตัดสินใจนำชิปเซ็ตนี้ไปติดตั้งในสมาร์ทโฟนเรือธงอีกด้วย
Qualcomm Snapdragon X2 Elite และ Extreme ซีพียูโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่แรงทรงพลัง!!



ก่อนจะกล่าวถึงชิป Qualcomm Snapdragon X2 Elite กับ Snapdragon X2 Elite Extreme ในงาน Snapdragon Summit 2025 ต้องเท้าความถึงชิปเซ็ต Snapdragon X series รุ่นแรก ได้แก่ Snapdragon X Elite, Snapdragon X Plus กับ Snapdragon X โดย Qualcomm ติดตั้ง NPU สมรรถนะ 45 TOPS ไว้และได้รับความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คหลากหลายเจ้า ได้แก่ Acer, ASUS, Dell, HP, Lenovo, Microsoft ซึ่งคุ้นเคยกับชาวไทยเป็นอย่างดี รวมถึง Honor และ Samsung ที่ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์กลุ่มโน๊ตบุ๊คจัดจำหน่ายในไทยก็เช่นกัน มีโน๊ตบุ๊คกว่า 150 รุ่นนำชิปเซ็ตนี้ไปใช้และได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้ในระดับดีทีเดียว
Snapdragon Summit 2025 ปีนี้ก็มีรุ่นใหม่เปิดตัวออกมา 2 รุ่น ได้แก่ Snapdragon X2 Elite และ Snapdragon X2 Elite Extreme เป็นชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีก มีคอร์เธรดเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก ทาง Qualcomm เคลมประสิทธิภาพสูงสุดของชิปรุ่นใหม่ดีกว่ารุ่นก่อน 31% และใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม 43%





สเปคชิปเซ็ตทั้ง 3 รุ่นย่อยจากงาน Snapdragon Summit 2025 จะมีรายละเอียดดังนี้
| รุ่น / สเปค | Snapdragon X2 Elite Extreme X2E-96-100 | Snapdragon X2 Elite X2E-88-100 | Snapdragon X2 Elite X2E-80-100 |
| CPU Core “Qualcomm Oryon 3rd generation” | 18 คอร์ Prime core 12 คอร์ Multi-core 4.4 GHz Single-Core boost 5.0 GHz Dual-core boost 5.0 GHz | 18 คอร์ Prime core 12 คอร์ Multi-core 4.0 GHz Single-Core boost 4.7 GHz Dual-core boost 4.7 GHz | 12 คอร์ Prime core 6 คอร์ Multi-core 4.0 GHz Single-Core boost 4.7 GHz Dual-core boost 4.4 GHz |
| GPU Core “Qualcomm Adreno” | Qualcomm Adreno X2-90 ความเร็ว 1.85 GHz DirectX 12.2 Ultimate Vulkan 1.4 OpenCL 3.0 | Qualcomm Adreno X2-90 ความเร็ว 1.7 GHz DirectX 12.2 Ultimate Vulkan 1.4 OpenCL 3.0 | Qualcomm Adreno X2-85 ความเร็ว 1.7 GHz DirectX 12.2 Ultimate Vulkan 1.4 OpenCL 3.0 |
| การต่อหน้าจอ | Qualcomm Adreno DPU รองรับ eDP 1.5 และ Digital Serieal Interface รองรับความละเอียดจอโน๊ตบุ๊ค 4K 144Hz ต่อหน้าจอแยก 4K 144Hz หรือ 5K 60Hz ได้มากสุด 3 จอพร้อมกัน | Qualcomm Adreno DPU รองรับ eDP 1.5 และ Digital Serieal Interface รองรับความละเอียดจอโน๊ตบุ๊ค 4K 144Hz ต่อหน้าจอแยก 4K 144Hz หรือ 5K 60Hz ได้มากสุด 3 จอพร้อมกัน | Qualcomm Adreno DPU รองรับ eDP 1.5 และ Digital Serieal Interface รองรับความละเอียดจอโน๊ตบุ๊ค 4K 144Hz ต่อหน้าจอแยก 4K 144Hz หรือ 5K 60Hz ได้มากสุด 3 จอพร้อมกัน |
| NPU Core “Qualcomm Hexagon” | 80 TOPS Micro NPU คู่ ใน Qualcomm Sensing Hub | 80 TOPS Micro NPU คู่ ใน Qualcomm Sensing Hub | 80 TOPS Micro NPU คู่ ใน Qualcomm Sensing Hub |
| Memory | รองรับความจุมากกว่า 128 GB LPDDR5x บัส 9,523 MT/s Bus Width 192-bit Bandwidth 228 GB/s ความจุบังคับ 48 GB | รองรับความจุ 128 GB LPDDR5x บัส 9,523 MT/s Bus Width 128-bit Bandwidth 152 GB/s ความจุขึ้นอยู่กับแต่ละอุปกรณ์ | รรองรับความจุ 128 GB LPDDR5x บัส 9,523 MT/s Bus Width 128-bit Bandwidth 152 GB/s ความจุขึ้นอยู่กับแต่ละอุปกรณ์ |
| Storage | ผู้ผลิตเลือกได้ 3 แบบ 1. รองรับ M.2 NVMe PCIe 5.0 รวม 2 ช่อง 2. UFS 4.0 3. SDUC แบบ SD Express หรือ SDXC แบบ UHS-I | ผู้ผลิตเลือกได้ 3 แบบ 1. รองรับ M.2 NVMe PCIe 5.0 รวม 2 ช่อง 2. UFS 4.0 3. SDUC แบบ SD Express หรือ SDXC แบบ UHS-I | ผู้ผลิตเลือกได้ 3 แบบ 1. รองรับ M.2 NVMe PCIe 5.0 รวม 2 ช่อง 2. UFS 4.0 3. SDUC แบบ SD Express หรือ SDXC แบบ UHS-I |
| ระบบเสียง | Qualcomm Aqstic Audio Codec Qualcomm aptX Audio Technology | Qualcomm Aqstic Audio Codec Qualcomm aptX Audio Technology | Qualcomm Aqstic Audio Codec Qualcomm aptX Audio Technology |
| ระบบการจัดการเครื่อง | Snapdragon Guardian Technology | Snapdragon Guardian Technology | Snapdragon Guardian Technology |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Qualcomm FastConnect 7800 Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be เชื่อมต่อคลื่น 6 GHz / 5 GHz / 2.4 GHz รองรับ Bluetooth 5.4 | Qualcomm FastConnect 7800 Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be เชื่อมต่อคลื่น 6 GHz / 5 GHz / 2.4 GHz รองรับ Bluetooth 5.4 | Qualcomm FastConnect 7800 Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be เชื่อมต่อคลื่น 6 GHz / 5 GHz / 2.4 GHz รองรับ Bluetooth 5.4 |
| พอร์ต | USB4 (40 Gbps) รองรับ USB-C*3 ช่อง | USB4 (40 Gbps) รองรับ USB-C*3 ช่อง | USB4 (40 Gbps) รองรับ USB-C*3 ช่อง |






จากการทดสอบของ Qualcomm เคลมประสิทธิภาพของ Snapdragon X2 Elite เทียบกับชิปเซ็ตต่างๆ เอาไว้ดังนี้
- มีความเร็วทำงานคอร์เดี่ยว (Single-core) สูงกว่ารุ่นก่อนหน้า 39%
- มีความเร็วทำงานร่วมหลายคอร์ (Multi-core) สูงกว่ารุ่นก่อน 50%
- จีพียูมีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อน 2.3 เท่า
- NPU มีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นก่อนหน้า 78%
- ซีพียูคอร์ของ Snapdragon X2 Elite Extreme เทียบ ISO Power แล้วดีกว่าคู่แข่ง 44~75% ประหยัดพลังงานกว่าคู่แข่ง 144~222%
- จีพียูคอร์ของ Snapdragon X2 Elite Extreme เทียบ ISO Power ดีกว่าคู่แข่ง 52% ประหยัดพลังงานกว่าคู่แข่ง 92%
- ทดสอบด้วย Speedometer เทียบกับ AMD Ryzen AI 9 HX 370 จะเปิดเว็บไซต์ได้เร็วกว่า 53%
- ทดสอบด้วย Procyon Office เทียบกับ Intel Core Ultra 9 288V จะทำงานกับโปรแกรม Microsoft Office ดีกว่า 49% และบีบอัดไฟล์ได้เร็วกว่า 2 เท่า เมื่อทดสอบกับ 7-Zip


กรณีเทียบกับชิปเซ็ตรุ่นก่อนอย่าง Snapdragon X Elite แล้ว X2 Elite จะทำงานกับโปรแกรมสายครีเอเตอร์ได้ดีกว่าเดิมสูงสุด 64% นอกจากใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปแล้วยังใช้แต่งภาพนิ่งและตัดต่อวิดีโอได้ไหลลื่นยิ่งขึ้น ครีเอเตอร์สามารถนำติดตัวไปทำงานนอกสถานที่ได้

นอกจากเรื่องงาน ในอีเว้นท์ Snapdragon Summit 2025 ทาง Qualcomm ก็ประกาศเกมใหม่ที่พอร์ตมาเป็น ARM Native อีกหลายเกม จากภาพนำเสนอจะเห็นว่ามีเกมชั้นนำน่าสนใจให้เลือกมากทีเดียว ตัวอย่างเช่น
- Control – Action-adventure พลังพิเศษ ต่อต้านสิ่งแปลกประหลาดจากต่างมิติ
- The Sims 4 – เกมยอดนิยมของชาวไทย สร้างบ้านจำลองการใช้ชีวิต
- The Witcher 3 Wild Hunt – เกม Action-RPG ยอดนิยมที่พอร์ตไปหลายแพลตฟอร์ม
- Payday 3 – จับทีมกับเพื่อน 4 คน ร่วมกันปล้นธนาคารและสิ่งของมีค่าต่างๆ ได้
- No Man’s Sky – สำรวจอวกาศอันกว้างใหญ่พร้อมคอนเทนต์อัปเดตมหาศาล
- Lies of P – เกม Action RPG สไตล์ Souls เดินทางสำรวจเมืองแคร็ทที่ล่มสลายจากตุ๊กตายนต์
- Alien Rogue Incursion – เกมนี้ Qualcomm ประกาศในอีเว้นท์ Snapdragon Summit 2025 ว่าจะได้รับประสบการณ์โดดเด่นยิ่งกว่าเดิมเพราะใช้ NPU เข้ามาร่วมประมวลผล NPC ในเกม
นอกจากรายชื่อเกมตัวอย่างข้างต้นแล้ว ใน Snapdragon Summit 2025 ยังมีอีกหลายเกมซึ่งน่าสนใจและอาจเป็นเกมขวัญใจของผู้อ่านบางท่านอีกด้วย จึงไม่จำกัดว่าโน๊ตบุ๊ค ARM ต้องใช้ทำงานอย่างเดียว ถ้ามีเกมก็เปิดเล่นได้เช่นกัน




นอกจากเรื่องประสิทธิภาพในแง่ต่างๆ ทาง Qualcomm ได้เปิดตัว Snapdragon Guardian Technology ใน Snapdragon Summit 2025 เพื่อรักษาความปลอดภัยและดูแลจัดการโน๊ตบุ๊คได้สะดวกขึ้น ถ้าถูกโจรกรรมหรือลืมเครื่องไว้ที่ไหนก็สามารถกดตามหา, ล็อคและลบข้อมูลภายในเครื่องได้ทันที หากพีซีทำงานไม่ดีเท่าเดิมก็เปิดระบบ Remote ให้ทีม IT เข้ามาตรวจเช็คเครื่องได้ เพราะตัวชิปเซ็ตยังฝัง Cellular modem ไว้เพื่อเชื่อมต่อ 5G กับ Wi-Fi 7 ยิ่งถ้ามี Ransomware ฝังอยู่ก็จัดการได้
ข้อดีของการเพิ่มระบบป้องกันเฉพาะแบบใหม่เข้ามา นอกจากช่วยเรื่องความปลอดภัยและตามหาเครื่องหายได้ง่ายแล้ว องค์กรก็สามารถมอนิเตอร์และดูแลโน๊ตบุ๊คของพนักงานแต่ละคนได้ง่ายยิ่งขึ้น สามารถตรวจสอบจำนวนและบำรุงรักษาเครื่องได้ง่ายกว่าเดิม

นอกจากชิปเซ็ตแล้วจะเห็นว่าในงาน Snapdragon Summit 2025 ก็มีนวัตกรรมใหม่เปิดตัวเพิ่มอีกหลากหลายอย่าง ซึ่งน่าสนใจและเป็นการยืนยันเพิ่มเติมว่า Qualcomm จริงจังกับชิปเซ็ตฝั่ง Mobile และ PC เป็นอย่างมาก จากนวัตกรรมการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปและระดับองค์กรใช้โน๊ตบุ๊คสะดวกยิ่งขึ้น
เรื่องซอฟท์แวร์ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่าโน๊ตบุ๊ค ARM-based จาก Qualcomm แม้จะจับมือกับ Microsoft แล้วจะใช้งานได้ดีเท่ากับ x86 หรือไม่ ต้องเน้นย้ำเลยว่าโปรแกรมในปัจจุบันก็มี Native application เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หรือบางตัวถ้ายังไม่ได้พอร์ตก็มี Prism Emulator ไว้ช่วยแปลงให้เปิดโปรแกรมในชีวิตประจำวันใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ รบกวนใจ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อมาเสียเงินเปล่าอย่างแน่นอน
บทความที่เกี่ยวข้อง





