Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

AMD

ก้าวสู่ยุคใหม่แห่ง AI กับพลังของโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมระดับองค์กร

AMD EPYC

ข้อมูลล่าสุดโลกธุรกิจกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในศตวรรษที่ 21 จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยประมวลผลในงานเท่านั้น แต่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของนวัตกรรมองค์กร ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม จากรายงานล่าสุดแสดงให้เห็นถึง ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีการลงทุนด้าน AI ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะมากถึง 175.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2028 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) กว่า 33.6% ในช่วงระหว่างปี 2024–2028 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “เทรนด์” เท่านั้น แต่นี่คือ “อนาคตของธุรกิจ” ที่ทุกองค์กรต้องได้สัมผัสทั้งในวันนี้และอนาคตแบบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง และวันนี้กับพลังขับเคลื่อนจากหน่วยประมวลผลแห่งอนาคต AMD EPYC™ 9005 Series จะเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมด้าน AI ให้กับองค์กร


โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ พลังขับเคลื่อน AI นวัตกรรมองค์กรยุคใหม่


AI ผู้ช่วยปฏิวัติการทำงานภายในองค์กร

AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับการทำงานภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดความซับซ้อนของกระบวนการหรือเพิ่มความสามารถให้พนักงาน ที่เห็นได้ชัดคือการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (data analytics) ซึ่งช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น จากการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในเวลาไม่กี่วินาที เช่น การคาดการณ์ยอดขายจากพฤติกรรมลูกค้าหรือการวิเคราะห์ความเสี่ยงในโปรเจกต์ใหญ่ๆ นอกจากนี้ ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Robotic process automation (RPA) ยังช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำๆ อยู่บ่อยๆ อย่างการกรอกข้อมูลหรือจัดการเอกสาร ทำให้พนักงานมีเวลามุ่งเน้นงานสร้างสรรค์ได้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง เช่น ค้าปลีกหรือการเงิน ซึ่งความเร็วและความแม่นยำจาก AI เป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญ

Advertisement
AMD EPYC

AI สร้างธุรกิจใหม่ให้ทรงคุณค่า

AI ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจภายนอก โดยเฉพาะในด้านการสร้างรายได้และพัฒนานวัตกรรม องค์กรที่ใช้ AI สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้น และยังช่วยให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ตัวอย่างเช่น บริษัทประกันภัยที่ใช้ AI ในการประเมินความเสี่ยงแบบ real-time ผ่านข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT หรือแพลตฟอร์ม e-commerce ที่ใช้ AI chatbot เพื่อให้คำแนะนำสินค้าแบบ 24/7 สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

องค์กรที่อยู่ในระดับก้าวหน้าด้านการใช้ AI หรืออยู่ใน Stage 4 และ 5 มักวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนเป็นอันดับแรก พวกเขาจะกำหนดแผนพัฒนาธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ควบคู่กับการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและการกำกับดูแลที่มีมาตรฐาน องค์กรเหล่านี้ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมบุคลากรให้มีทักษะที่เหมาะสม ตลอดจนการสร้างแพลตฟอร์ม ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


AMD ผู้นำด้านประสิทธิภาพการประมวลผลเพื่อขับเคลื่อน AI

และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ AI ประสบความสำเร็จนั่นคือ การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่ทรงพลัง รองรับกับการคำนวณที่มีความซับซ้อนได้ดี และนี่คือบทบาทที่ AMD (Advanced Micro Devices) เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมาก เพื่อประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้

AMD EPYC


สู่พลังประมวลผลแห่งอนาคต AMD EPYC™ 9005 Series – โซลูชันที่สมบูรณ์แบบเพื่อ Cloud, องค์กร และ AI

โดยที่ทาง AMD ได้นำเสนอ โปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง AMD EPYC™ ซึ่งถือเป็นเจนเนอเรชันที่ 5 ในรุ่น 9005 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปริมาณงานด้าน AI, ระบบคลาวด์ และศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center โดยเฉพาะ กับจุดเด่นของ EPYC นั่นคือ การผสมผสานระหว่างพลังการประมวลผล ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน จุดนี้ทำให้องค์กรทั่วโลกไว้วางใจเลือกใช้ เพื่อความก้าวหน้าในธุรกิจ กับคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมายดังต่อไปนี้

1. ประสิทธิภาพด้าน AI ในระดับผู้นำ

สำหรับโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ 9005 ถูกออกแบบมา เพื่อให้รองรับงานด้าน AI โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) การวิเคราะห์ภาพ การตรวจจับความผิดปกติ หรือระบบแนะนำข้อมูล ทั้งหมดนี้จะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นบนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้โปรเซสเซอร์รุ่นนี้ โดยในการทดสอบพบว่า เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 9965 Gen 5 จำนวน 2 ตัว สามารถเร่งความเร็วการประมวลผล AI ได้รวดเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 2 เท่าทีเดียว

AMD EPYC

2. การทำงานร่วมกับ GPU อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำงานร่วมกับ AI ขนาดใหญ่จำเป็นต้องอาศัย GPU ที่มีประสิทธิภาพสูงในการประมวลผล แต่ด้วยโปรเซสเซอร์ของ AMD EPYC™ ก็ทำหน้าที่สนับสนุนงานด้าน AI เหล่านี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น AMD EPYC 9575F สามารถทำงานร่วมกับ GPU พร้อมกันถึง 8 โมดูลได้ และให้ศักยภาพของระบบสูงกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน

3. ลดค่าใช้จ่ายแต่ได้ประสิทธิภาพต่อแพลตฟอร์มแร็คเซิร์ฟเวอร์เพิ่มมากขึ้น

โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ 9005 ใช้กระบวนการผลิตที่เล็กลง จึงทำให้มีขนาดทางกายภาพเล็กลงจากเดิมถึง 86% เมื่อเทียบกับฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า จึงช่วยลดจำนวนแร็ค ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายใบอนุญาตซอฟต์แวร์ลงไปได้มาก จึงช่วยประหยัดต้นทุน สามารถนำทรัพยากรที่เหลือไปใช้กับงาน AI ใหม่ได้ทันที

4. สถาปัตยกรรม “Zen 5” อันทรงพลัง

สำหรับ AMD EPYC™ 9005 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Zen 5 และ Zen 5c ที่มีแกนหลักได้สูงสุดถึง 192 คอร์ พร้อมแบนด์วิทธิ์และความจุหน่วยความจำที่เยอะมากขึ้น ส่งผลให้การคำนวณตัวเลขแบบจำนวนเต็ม (Integer) ทำได้เร็วขึ้นถึง 2.7 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน

5. สนับสนุนระบบ Cloud เต็มรูปแบบ

และในโลกที่มีการแข่งขันสูง และเข้าสู่ยุคสมัยที่การทำงานส่วนใหญ่ถูกย้ายขึ้นระบบ Cloud เกือบทั้งสิ้น ด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ 9965 (192 คอร์) จึงสามารถรองรับ vCPU หรือ Virtual CPU ซึ่งเป็นการสร้างระบบเสมือน กับซีพียูที่มีแกนหลักและประสิทธิภาพที่ดี ก็จะสามารถรันระบบ Virtual ด้วยการจัดสรรพลังของซีพียูได้มากกว่านั่นเอง และยังสูงกว่า Intel Xeon 6E ถึง 33% อีกด้วย

AMD EPYC

6. ความยืดหยุ่นในการปรับเพิ่ม-ลดพลังในการทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของงานเล็กหรืองานใหญ่ ด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ ก็ให้ความยืดหยุ่นในการปรับพลังการใช้งานให้เหมาะสมกับงาน หรือตามที่ต้องการได้ จึงเหมาะอย่างยิ่งทั้งสำหรับการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ งานวิศวกรรม หรือการใช้งานเชิงพาณิชย์ เพราะให้ความยืดหยุ่นในการกำหนดพลังในการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการได้ดี

7. ให้ระบบ Ecosystem ที่กว้างมากขึ้น

AMD ทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและผู้ให้บริการโซลูชันทั่วโลก ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับการสนับสนุนในทุกขั้นตอนของการใช้งาน


AMD Instinct™ MI350X GPU ก้าวใหม่แห่งการประมวลผล AI และ HPC

AMD EPYC

AMD ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการประมวลผล Data Center โดยเปิดตัว AMD Instinct™ MI350X GPU รุ่นล่าสุด ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ AMD Instinct™ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และการประมวลผล HPC หรือ High Performance Computing ที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ซับซ้อน ตั้งแต่การฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ การคาดการณ์ด้วยความเร็วสูง ไปจนถึงการจำลองทางวิทยาศาสตร์และการสร้างแบบจำลองเชิงคำนวณที่ต้องการความแม่นยำสูง

Description
GPU ArchitectureCDNA4
LithographyTSMC 3nm | 6nm FinFET
Stream Processors16,384
Matrix Cores1024
Compute Units256
Peak Engine Clock2200 MHz
Last Level Cache (LLC)256 MB
Dedicated Memory Size288 GB
Dedicated Memory TypeHBM3E
Infinity CacheYes
Memory Interface8192-bit
Memory Clock8 GHz
Peak Memory Bandwidth8 TB/s
Memory ECC SupportYes (Full-Chip)
Bus TypePCIe® 5.0 x16
Infinity Fabric™ Links7
Peak Infinity Fabric™ Link Bandwidth153 GB/s
Scale-up (Peak) AMD Infinity Fabric™ Link Bandwidth128 GB/s
Supported Technologies
4th Gen AMD Infinity Architecture , AMD ROCm™ – Ecosystem without Borders , AMD CDNA™ 4 Architecture

Source: AMD

AMD Instinct™ คือตระกูล GPU (Graphics Processing Unit) ที่ AMD พัฒนาขึ้นสำหรับ Data center และงาน AI โดยเฉพาะ ต่างจาก GPU ทั่วไป ที่เน้นไปในด้านของเกม โดยที่ Instinct ถูกออกแบบมาให้จัดการงาน Parallel computing ขนาดใหญ่ เช่น การฝึกโมเดล machine learning หรือด้าน Simulation ทางวิทยาศาสตร์ ด้วยสถาปัตยกรรม CDNA (Compute DNA) ที่ปรับแต่งสำหรับ AI รองรับ Open-source software ได้อีกด้วย


ประโยชน์ของ AMD Instinct จากประสิทธิภาพสู่การเติบโตทางธุรกิจ

การนำ AMD Instinct มาใช้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประโยชน์หลักคือ ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เหนือชั้น โดยเฉพาะในงาน AI training และ Inference ที่ต้องการ Compute power มหาศาล รุ่น MI350 สามารถเร่ง Generative AI ได้เร็วกว่าเดิม 35 เท่า ทำให้องค์กรอย่างสตาร์ทอัพ AI สามารถฝึกโมเดลได้ในเวลาที่สั้นลง ลดค่าไฟและลดค่าฮาร์ดแวร์ลงไปไม่น้อยกว่า 40%

AMD EPYC

รวมถึงประโยชน์ในเชิงกลยุทธ์ ด้วยการสร้างนวัตกรรม เช่น ใช้ Instinct ใน Data curation เพื่อ บอกรายละเอียดข้อมูล AI ได้เร็วขึ้น ลดเวลาเตรียมข้อมูลจากเดือนเหลือแค่เป็นวัน ทำให้องค์กรตอบสนองตลาดได้ไวขึ้นและเติบโตอย่างยั่งยืน

หัวใจสำคัญของ AMD Instinct™ คือสถาปัตยกรรม AMD CDNA™ ที่ปัจจุบันพัฒนามาถึงรุ่นที่ 4 โดยผสานการทำงานร่วมกับระบบนิเวศซอฟต์แวร์แบบเปิด AMD ROCm™ ซึ่งสนับสนุนเฟรมเวิร์ก AI และ HPC ชั้นนำอย่าง PyTorch, TensorFlow และ JAX ทำให้การปรับใช้และย้ายโมเดลเป็นไปได้อย่างราบรื่น ความก้าวหน้านี้ทำให้ AMD ได้รับความไว้วางใจจากผู้นำระดับโลก เช่น Meta ที่เลือกใช้ GPU ของ AMD เพื่อขับเคลื่อนโมเดลยักษ์ใหญ่อย่าง Llama 405B และ GPT

AMD EPYC

สำหรับ AMD Instinct™ MI350X GPU รุ่นใหม่ ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของวงการ โดยพัฒนาบนสถาปัตยกรรม 4th Gen AMD CDNA™ และใช้กระบวนการผลิตขั้นสูงจาก TSMC ขนาด 3nm/6nm FinFET GPU รุ่นนี้มาพร้อมหน่วยความจำ HBM3E ขนาดใหญ่ถึง 288 GB ต่อการ์ด พร้อมแบนด์วิดท์สูงสุด 8 TB/s และเสริมด้วย AMD Infinity Cache™ ขนาด 256 MB เพื่อรองรับงานที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลความเร็วสูง ภายในประกอบด้วย 256 Compute Units รวมกว่า 16,384 คอร์ ทำงานที่ความเร็วสูงสุด 2.2 GHz และดีไซน์แบบ Multi-chip ที่ใช้ Accelerated Compute Dies (XCDs) จำนวน 8 ตัวต่อโมดูล จุดเด่นอีกด้านคือความสามารถในการรองรับ Datatype ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะ FP6 และ FP4 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการคำนวณ การใช้หน่วยความจำ และการประหยัดพลังงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาการรองรับ FP16, FP8 และ BFLOAT16 ให้ดียิ่งขึ้น


AMD กับความเชื่อมั่นที่องค์กรระดับโลกต่างไว้วางใจ

ด้วยความสำเร็จของ AMD ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านการใช้งานจริงในองค์กรระดับโลก ตัวอย่างเช่น

Meteomatics: ปฏิวัติการพยากรณ์อากาศ

AMD EPYC

บริษัทสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ รุ่นที่ 4 ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการพยากรณ์อากาศได้เร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า บนค่าใช้จ่ายเท่าเดิม และข้อมูลที่แม่นยำนี้ ส่งผลต่ออุตสาหกรรมในหลายๆ ด้าน เช่นพลังงานหมุนเวียน การบิน และการประกันภัยคิดเป็นตัวเลขจำนวนมหาศาล

สวทช. (ประเทศไทย): ก้าวสู่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับโลก

AMD EPYC

ในประเทศไทยมีองค์กรอย่าง สวทช. ที่ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ซึ่งใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ ซีรีส์ 7003 เป็นหัวใจหลัก ซึ่งสามารถทำความเร็วในการจำลองได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ลดเวลาในการคาดการณ์จาก 11 ชั่วโมงเหลือเพียง 45 นาทีเท่านั้น รวมถึงช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 30% ระบบนี้รองรับงานวิจัยที่หลากหลาย ตั้งแต่การแพทย์ที่ต้องการความแม่นยำ ไปจนถึงการวิเคราะห์มลพิษที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Cyllene: ประสิทธิภาพสูงและยั่งยืน

เป็นผู้ให้บริการด้านการจัดการในฝรั่งเศส ซึ่งใช้เซิร์ฟเวอร์ Lenovo ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ ทำให้ได้ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น 40% และลดการใช้พลังงานลงถึง 30% พร้อมทั้งสามารถพัฒนาระบบคลาวด์ ALTER ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย


บทสรุป – AMD EPYC™ คือกุญแจสู่อนาคตของ AI

AI ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรม แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก องค์กรที่มองถึงศักยภาพและความก้าวหน้า ก็จำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีที่ทรงพลัง ให้ความยืดหยุ่น และประหยัดพลังงาน โดยสิ่งเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้ให้ในโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ ที่มอบให้เพื่อตอบโจทย์การใช้งานให้กลุ่มองค์กรได้อย่างตรงจุด โดยมีตัวอย่างการใช้งานจริง จากบริษัทชั้นนำระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Meteomatics ที่พลิกโฉมการพยากรณ์อากาศ หรือจะเป็นทาง สวทช. ที่ยกระดับงานวิจัยไทยสู่เวทีโลก ไปจนถึง Cyllene ที่พัฒนาระบบคลาวด์ที่ยั่งยืน กับเรื่องราวต่างๆ นี้ ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า AMD EPYC™ ไม่ได้เป็นเพียงชิปประมวลผล แต่เป็นหัวใจของนวัตกรรมองค์กรในยุค AI ในโลกที่การแข่งขันไม่เคยหยุดนิ่ง AMD EPYC™ ยังเป็นพันธมิตรที่องค์กรทั่วโลกไว้วางใจ เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในยุคปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเติบโตอย่างมากในปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

ณ งาน CES 2026, AMD (NASDAQ: AMD) เปิดตัวโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดทั้งสำหรับกลุ่มโมบายและเดสก์ท็อป เพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้ด้านการประมวลผล มุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถด้าน AI, ประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับพรีเมียม และฟีเจอร์สำหรับองค์กร ให้ครอบคลุมการใช้งานมากกว่าที่เคยมีมา AMD เปิดตัวโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ AI 400 Series สำหรับคอมพิวเตอร์ Copilot+ PC รวมถึงโปรเซสเซอร์ Ryzen™ AI Max+ 392 และ Ryzen™ AI Max+ 388 สำหรับโน้ตบุ๊กกลุ่มบางเบาระดับพรีเมียมและเดสก์ท็อปขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Ryzen™ AI...

IT NEWS

Qualcomm และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ผ่านการผสานแพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบ AI ของ Google อย่าง Gemini เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ในรูปแบบ Software-Defined Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถูกยกระดับขึ้นจากการเป็นพาร์ตเนอร์ด้าน AI...

IT NEWS

Intel เดินเกมรุกเต็มตัวในงาน CES 2026 ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มชิปยุคใหม่อย่าง Panther Lake พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่าต้องการกลับมาทวงบัลลังก์ในตลาดผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์พกพาและเครื่องเล่นเกมแบบ handheld ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่สร้างกระแสได้แรงกว่าสเปกหรือเดโมเทคโนโลยี ก็คือคำให้สัมภาษณ์ตรงไปตรงมาของผู้บริหาร Intel ที่ออกมาจิกกัด AMD แบบไม่ไว้หน้า โดยระบุว่า AMD กำลังขาย “ซิลิคอนโบราณ” ให้กับตลาดเครื่องเกมพกพาอยู่ในตอนนี้ Advertisement คำพูดดังกล่าวสะท้อนความมั่นใจของ...

IT NEWS

หลังจาก Intel เปิดตัวแพลตฟอร์มซีพียูโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ Panther Lake อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 กระแสความแรงของ iGPU Arc B390 ก็ถูกพูดถึงอย่างหนัก โดยเฉพาะการที่ Intel เคลมว่าประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ GPU แยกระดับ RTX 4050 อย่างไรก็ตาม ฝั่ง AMD ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก