
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Huawei ถือว่ามีบทบาทในตลาดเซมิคอนดักเตอร์อย่างเงียบ ๆ หลังจากที่เคยพึ่งพากระบวนการผลิต 7nm ของ TSMC เป็นหลัก
แต่ล่าสุดสถานการณ์เปลี่ยนไป เมื่อ Huawei ประกาศพัฒนาชิปก้าวหน้าได้ด้วยตัวเอง และยิ่งไปกว่านั้น การที่ NVIDIA ถอนตัวออกจากตลาดจีน ก็ยิ่งเปิดทางให้ Huawei ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักแทนทันที
Huawei เปิดตัวชิปและระบบคอมพิวติ้งใหม่
ตามรายงานของ Reuters, Huawei เตรียมวางจำหน่าย ชิป AI Ascend และ โปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ Kunpeng ภายในตลาดจีน โดย Eric Xu ประธานหมุนเวียนของบริษัท ระบุว่า Huawei ได้พัฒนา หน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) ขึ้นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นตลาดที่ถูกครองโดย SK Hynix และ Samsung
นอกจากนี้ Huawei ยังเปิดตัวระบบคอมพิวติ้งใหม่ 2 รุ่น ได้แก่:
- Atlas 950 SuperCluster: ใช้ชิป Ascend NPU กว่า 500,000 ตัว
- Atlas 960 SuperCluster: ใช้ชิป Ascend มากกว่า 1 ล้านตัว
Huawei เคลมว่า Atlas 950 SuperCluster ซึ่งจะเปิดตัวในปีหน้า ให้พลังประมวลผลมากกว่า Colossus Supercomputer ของ Elon Musk ถึง 1.3 เท่า และยังมีแผนออก ชิป Ascend รุ่นใหม่ 3 เจเนอเรชัน ภายในปี 2028 โดยตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลให้ “มากขึ้นเท่าตัวในทุกปี”
เทียบพลังกับ NVIDIA
แม้ยังไม่แน่ชัดว่าซูเปอร์คลัสเตอร์ของ Huawei จะเทียบกับฮาร์ดแวร์ของ NVIDIA ได้อย่างไร แต่ Huawei ยืนยันว่า Atlas 950 Supernode ที่ติดตั้ง Ascend กว่า 8,192 ตัว สามารถให้พลังประมวลผลมากกว่า ระบบ NVL144 ของ NVIDIA ถึง 6.7 เท่า
ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Huawei ยังเปิดตัว CloudMatrix 384 ซึ่งถูกออกแบบมาแข่งกับ NVIDIA GB200 NVL72 โดยใช้ชิป Ascend 910C จำนวน 384 ตัว ให้ประสิทธิภาพ 300 Petaflops สูงกว่า NVIDIA GB200 NVL72 ที่ทำได้ราว 180 Petaflops
จังหวะเหมาะของ Huawei
สถานการณ์ล่าสุดยิ่งเอื้อให้ Huawei ได้เปรียบ เมื่อสำนักงานกำกับดูแลไซเบอร์ของจีน (CAC) มีคำสั่งห้ามบริษัทท้องถิ่นซื้อชิป AI ของ NVIDIA เนื่องจากข้อกังวลเรื่อง backdoor และระบบ Kill Switch ที่อาจฝังอยู่ในฮาร์ดแวร์ ส่งผลให้ช่องว่างในตลาดยิ่งเปิดกว้างให้ Huawei
บทสรุป
การถอนตัวของ NVIDIA ทำให้ Huawei กลายเป็นความหวังหลักของอุตสาหกรรมชิป AI ภายในจีน ด้วยการพัฒนาชิป Ascend, ระบบ HBM และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมหลายเท่า หาก Huawei สามารถเดินตามแผนเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ต่อเนื่องจนถึงปี 2028 ได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดชิป AI ของจีน และอาจท้าทายผู้เล่นระดับโลกได้ในอนาคต
ที่มา: Neowin





