
Apple เคลมว่า iPhone 17 Pro ได้รับการปรับปรุงด้านความทนทานอย่างชัดเจน โดยหน้าจอและฝาหลังใช้ Ceramic Shield 2 ซึ่งกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่ารุ่นก่อนถึง 3 เท่า พร้อมเคลือบลดแสงสะท้อนที่ช่วยให้ใช้งานกลางแจ้งได้ดีขึ้น
แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงและถูกพูดถึงอย่างมากคือการที่ Apple เลือกใช้ อะลูมิเนียม แทนไทเทเนียมที่เคยใช้ในรุ่น Pro รุ่นก่อนหน้า แม้จะทำให้น้ำหนักเบาและช่วยเรื่องระบายความร้อน แต่ก็มีข้อเสียที่หลายคนกังวล: อะลูมิเนียมมีความแข็งแรงน้อยกว่าไทเทเนียม เมื่อเจอกับแรงตกกระแทกตรงมุมเครื่อง จึงมีโอกาส “บุบหรือถลอก” ได้ง่ายกว่า
จุดที่มักเสียหายเมื่อทำตก
- ขอบเฟรมและมุมเครื่อง – รับแรงกระแทกโดยตรง ทำให้สีถลอกและเนื้ออลูมิเนียมเผยออกมา
- โมดูลกล้องหลัง – ตัวเลนส์และกรอบนูนอาจแตกร้าวได้หากตกในท่าที่กระแทกโดยตรง
- ขอบจอด้านหน้า – Ceramic Shield กันรอยได้ แต่ยังไม่สามารถกันแรงตกที่รุนแรงจนทำให้จอแตกได้
กรณีตัวอย่างการทดสอบ Drop Test
มีคลิปทดสอบจาก YouTube (ลิงก์คลิป) ซึ่งในช่วงนาทีที่ 7:42 แสดงให้เห็นว่าเมื่อ iPhone 17 Pro ถูกทำตกกระแทก เฟรมอะลูมิเนียมเกิดรอยถลอกจนเห็นเนื้อโลหะด้านใน แม้หน้าจอจะไม่แตกก็ตาม
กรณีนี้สะท้อนว่าแม้ Ceramic Shield 2 จะช่วยเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีขึ้น แต่ แรงกระแทกที่ตัวเฟรม ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เครื่องเสียหาย จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ควรระวัง
วิธีป้องกัน iPhone จากการเป็นรอยและบุบ
1. ใช้เคสกันกระแทกคุณภาพสูง
- เลือกเคสที่มี กันชนมุม (air-cushion) และ ขอบยกสูง รอบหน้าจอและเลนส์กล้อง
- หากต้องการกันตกจริงจัง ควรเลือกเคสที่มีมาตรฐาน MIL-STD 810H ที่รับรองการตกจากความสูงระดับหนึ่ง
2. ติดกระจกกันรอยและฟิล์มป้องกัน
- กระจกเทมเปอร์ช่วยกันรอยลึกและแรงเฉือนจากวัตถุมีคม
- ฟิล์ม TPU หรือ PU ยืดหยุ่น ช่วยกันรอยเส้นผมและเพิ่มแรงเสียดทานในการจับเครื่อง
3. ใช้สายคล้องมือหรือสายคล้องคอ
- ลดความเสี่ยงการทำตกจากการใช้งานในที่แออัด
- Apple และผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมหลายเจ้าเริ่มออก เคส MagSafe พร้อม strap ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
4. แยกเก็บ ไม่ปะปนกับของแข็ง
- อย่าใส่มือถือรวมกับ กุญแจ, เหรียญ, หัวซิปโลหะ เพราะสิ่งเหล่านี้สร้าง micro-scratch ได้ง่าย
5. ทำความสะอาดเป็นประจำ
- ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ เช็ดฝุ่นหรือทรายออกก่อนเก็บในกระเป๋า เพราะเม็ดทรายเล็ก ๆ สามารถทำให้เกิดรอยถาวรได้
6. พิจารณา AppleCare+
- สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องอุบัติเหตุ AppleCare+ ช่วยคุ้มครองการซ่อม/เปลี่ยนเครื่องในกรณีทำตกเสียหายได้หลายครั้งต่อปี
บทสรุป
iPhone 17 Series นับเป็นรุ่นที่ ทนต่อรอยขีดข่วนมากที่สุดของ Apple ในปัจจุบัน ด้วย Ceramic Shield 2 ที่ครอบคลุมทั้งด้านหน้าและหลัง แต่เมื่อพูดถึง แรงกระแทกจากการตก เฟรมอะลูมิเนียมยังเป็นจุดอ่อนที่ผู้ใช้ควรระวัง เพราะมีโอกาสบุบหรือถลอกได้ง่ายกว่ารุ่นที่ใช้ไทเทเนียม
ดังนั้น หากคุณต้องการให้ iPhone 17 Pro อยู่สวยเหมือนใหม่ไปนาน ๆ การลงทุนกับ เคสกันกระแทกและกระจกกันรอยคุณภาพดี ถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด และควรใช้งานอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการตกเพียงครั้งเดียว
ที่มา: Youtube @andyto





