
เกมมิ่งเกียร์ชิ้นสำคัญอย่างหูฟังเกมมิ่งไร้สาย นอกจากเรื่องสเปคว่าเชื่อมต่อได้หลากหลายแค่ไหน, ใช้ได้นานกี่ชั่วโมงและหน้าตาเป็นอย่างไรแล้ว เสียงเวลาเพลงก็สำคัญเพราะแต่ละยี่ห้อจะเน้นโทนเสียงต่างกันไปตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ ดีไซน์ก็เช่นกันเพราะในตอนนี้หูฟังเล่นเกมก็มีทั้งแบบเฮดโฟน, สายคล้องคอ และมีแบบ True Wireless ไว้ต่อ Bluetooth กับมือถือและเอา USB RF 2.4 GHz ต่อคอมเพื่อเล่นเกมได้ด้วย ช่วยลดของใช้ซ้ำซ้อนลงไปได้ไม่ต้องซื้อของซ้ำซ้อนมากเกินไปด้วย
ข้อดีของหูฟังเกมมิ่งไร้สายและวิธีใช้งาน
- หูฟังเกมมิ่งไร้สายเวลาต่อพีซีหรือมือถือแนะนำให้โหลดแอพฯ ตั้งค่าอุปกรณ์มาติดตั้งเพิ่มเสมอ
- ฟังก์ชั่น Low latency ลดความหน่วงเสียงในเกมช่วยให้หูฟังเกมมิ่งไร้สายเล่นเกมได้ดีเท่าต่อสาย แต่ใช้แบตเตอรี่มากขึ้น ระยะเวลาใช้งานจะสั้นลงต้องชาร์จบ่อยขึ้น
- ระบบการเชื่อมต่อไร้สายของหูฟังประเภทนี้จะมี USB RF 2.4 GHz ซึ่งรับส่งข้อมูลได้เร็วไม่หน่วงแต่ใช้แบตเตอรี่เยอะกว่า Bluetooth 5.3 ซึ่งหน่วงกว่าเล็กน้อย
- ข้อดีของหูฟังเกมมิ่งไร้สายแบบมี USB RF 2.4 GHz คือ เอาไปต่อเครื่องเกมคอนโซลได้ด้วย

8 หูฟังเกมมิ่งไร้สายตัวเด็ด เล่นเกมเพลิน ฟังเพลงก็เวิร์ค!
- Onikuma T27 Dual Mode Gaming Earbuds (1,140 บาท)
- Edifier HECATE GX05 (1,890 บาท)
- Sony INZONE H5 (3,338 บาท)
- Corsair Void Wireless V2 (3,690 บาท)
- JBL Quantum 610 (4,068 บาท)
- HyperX Cloud III Wireless Gaming Headset (4,191 บาท)
- Sony INZONE H9 (6,390 บาท)
- Steelseries Arctis Nova 7 (7,990 บาท)
1. Onikuma T27 Dual Mode Gaming Earbuds (1,140 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 13 mm. 20Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | USB-C USB RF 2.4GHz Bluetooth 5.3 |
| Battery life | Bluetooth เปิดไฟ RGB ได้ 23 ชม. ปิดไฟ RGB ได้ 48 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Software | – |
| Price | 1,140 บาท (ONIKUMA Shopee Mall) |
Onikuma T27 Dual Mode Gaming Earbuds เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายทรง True Wireless ต่อใช้งานได้หลากหลายอุปกรณ์ไม่ว่าจะพีซี, สมาร์ทโฟนหรือเครื่องคอนโซลได้อีก ตัวหูฟังเชื่อมต่อด้วย USB-C RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth 5.3 เข้ามือถือก็ได้ ไม่ต้องซื้อหูฟังแยกให้ซ้ำซ้อนแถมยังใช้งานได้นานสุด 48 ชม. มีระบบตัดเสียงด้วย AI ในตัว กันเสียงภายนอกออกไปให้เล่นเกมได้อรรถรสยิ่งขึ้น สามารถแตะควบคุมตรงก้านหูฟังเพื่อเล่นหรือหยุดเพลงได้ มีความหน่วงต่ำเพียง 20ms จึงเล่นเกมได้ทุกแบบไม่ว่าจะ RPG หรือ FPS ก็ได้ แต่ไม่มีโปรแกรมหรือแอพฯ ตั้งค่าโดยเฉพาะจึงอิงกับระบบของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไปเลย ถ้าใครอยากได้หูฟังเกมมิ่งไร้สายราคาประหยัดไว้ต่อได้หลายอุปกรณ์จะซื้อตัวนี้ไปใช้ก็เหมาะมาก
ข้อดี
- เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สาย True Wireless ราคาเข้าถึงง่าย ใช้กับพีซี, คอนโซลและสมาร์ทโฟนได้
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 48 ชม. เมื่อปิดไฟ RGB ไม่ต้องชาร์จบ่อย
- มีระบบตัดเสียง ENC ด้วย AI ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้พอควร
- กันน้ำระดับ IPX4 ป้องกันเหงื่อจากร่างกายมนุษย์ได้
- แตะก้านหูฟังเพื่อควบคุมการทำงานได้โดยตรง ไม่ต้องกดบนมือถือ
- มีความหน่วงต่ำ 20ms ใช้เล่นเกม FPS ได้เป็นอย่างดี
ข้อสังเกต
- ถ้าต่อเครื่อง PlayStation 4 หรือ 5 ให้ต่อกับพอร์ตหน้าเครื่องเท่านั้นและห้ามใช้ Bluetooth
- ไม่มีแอพฯ หรือโปรแกรมตั้งค่าหูฟัง ใช้ตามระบบของอุปกรณ์ชิ้นนั้นโดยตรง
2. Edifier HECATE GX05 (1,890 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 10 mm. 20Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | USB-C USB RF 2.4GHz Bluetooth 5.3 |
| Battery life | Bluetooth เปิดไฟ RGB ได้ 4 ชม. ปิดไฟ RGB ได้ 4.5 ชม. ระยะเวลาใช้งานรวม 16 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Software | Hecate Gaming Edifier Connect |
| Price | 1,890 บาท (Edifier Shopee Mall) |
Edifier นอกจากหูฟังสำหรับฟังเพลงโดยเฉพาะแล้วก็มีหูฟังเกมมิ่งไร้สายทรง True Wireless น่าใช้อย่าง Edifier HECATE GX05 ให้เลือก มีข้อสังเกตเดียวว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ไม่นานแม้จะปิดไฟ RGB แล้วก็ตาม แต่ฟีเจอร์ในตัวถือว่าครบเครื่องมากทั้งตั้งค่าผ่านแอพฯ ได้ละเอียด มีระบบตัดเสียง ENC แถมรองรับ Codec อย่าง SBC, LHDC 5.0 ในตัว นอกจากเล่นเกมแล้วยังใช้ฟังเพลงได้ดีมาก จะต่อพีซี, มือถือ, เกมคอนโซล ฯลฯ ที่มีพอร์ต USB-A ก็ใช้ได้ มีระบบ Dual Wireless เชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 กับ USB RF 2.4 GHz แล้วสลับใช้งานโดยอัตโนมัติ มีความหน่วงต่ำ 15ms จึงเล่นเกมได้ดีทุกแนว ถ้าใครเป็นแฟนคลับแบรนด์นี้อยู่แล้วซื้อตัวนี้ไปใช้ไม่ผิดหวังแน่นอน
ข้อดี
- มีฟีเจอร์ Dual Wireless mode เชื่อมต่อพีซีและสมาร์ทโฟนได้พร้อมกัน
- อัตราความหน่วงของเสียงต่ำเพียง 15ms ใช้เล่นเกม FPS จะได้ยินเสียงทันท่วงที
- ตั้งค่าการทำงานผ่านแอพฯ Hecate Gaming และ Edifier Connect ได้
- มีระบบตัดเสียงรบกวน ENC ให้ตัดเสียงรบกวนภายนอกเวลาใช้งาน
- กันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 ใช้ฟังเพลงเวลาออกกำลังกายได้ไม่เสียหายจากความชื้น
- รองรับ Codec SBC กับ LHDC 5.0 ได้เสียงคมชัดใช้เล่นเกมและฟังเพลงได้เยี่ยม
ข้อสังเกต
- ระยะเวลาใช้งานไม่นานมาก สูงสุด 4.5 ชม. จึงต้องชาร์จหูฟังเป็นระยะๆ
3. Sony INZONE H5 (3,338 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 40 mm. 5Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | USB-C to A cable USB RF 2.4GHz Audio jack |
| Battery life | USB RF 2.4GHz ใช้ได้นานสุด 28 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Software | INZONE Hub |
| Price | 3,338 บาท (RTB Shopee Mall) |
Sony INZONE H5 เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายสำหรับคนมีพีซีและเครื่องเกมคอนโซลโดยเฉพาะ ถึงจะเชื่อมต่อด้วย USB RF 2.4 GHz อย่างเดียว แต่ชดเชยด้วยฟีเจอร์เด่นของหูฟังตัวนี้ทั้งใช้ 360 Spatial Sound for Gaming และตั้งค่าโปรไฟล์แยกและเซ็ต EQ ในโปรแกรม INZONE Hub ได้ ถ้าต่อ PlayStation 5 ก็รองรับ Tempest 3D Audio Tech ในตัว ไมโครโฟนมี AI ใช้ตัดเสียงรบกวนตอนคุยกับเพื่อนในทีมแถมยกก้านขึ้นก็จะเป็นปิดเสียงไมค์อัตโนมัติ เกมเมอร์คนไหนเป็นแฟนคลับ Sony แล้วอยากได้หูฟังใหม่อยู่แล้วตัวนี้ก็นับว่าน่าสนใจมาก
ข้อดี
- มีฟังก์ชั่น 360 Spatial Sound for Gaming ระบุตำแหน่งทิศทางเสียงได้แม่นยำ
- เชื่อมต่อกับ PlayStation 5 จะใช้ฟีเจอร์ Tempest 3D Audio Tech ได้ทันที
- ระยะเวลาใช้งานนานสุด 28 ชม. และรองรับการชาร์จเร็ว 10 นาทีใช้ได้ 3 ชม.
- ติดไมโครโฟนพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนด้วย AI มาให้ ใช้สื่อสารกับเพื่อนได้สะดวก
- ตั้งค่าเสียงผ่านทาง INZONE Hub ได้ทั้งแยกโปรไฟล์ใช้งานรวมไปถึง EQ
- มีตัวปรับเน้นเสียงจากเกมหรือเน้นเสียงแชตมากกว่า
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อได้เฉพาะ USB RF 2.4 GHz เท่านั้น ไม่รองรับ Bluetooth
4. Corsair Void Wireless V2 (3,690 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 50 mm. 20Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | USB-C USB RF 2.4GHz Bluetooth 5.3 |
| Battery life | Bluetooth ใช้ได้นานสุด 130 ชม. USB RF 2.4GHz ใช้ได้นานสุด 70 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Software | Corsair iCUE |
| Price | 3,690 บาท (Corsair Shopee Mall) |
Corsair Void Wireless V2 ราคา 3,690 บาท เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายรุ่นใหม่แกะกล่องพร้อมฟีเจอร์ล้นตัว ไม่ว่าจะเชื่อมต่อด้วย USB RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth ก็ได้ ใช้งานได้นานร่วมร้อยชั่วโมงแล้ว ยังรองรับ Dolby Atmos แถมจับเสียงรอบทิศทางให้เล่นเกมแล้วระบุทิศทางของศัตรูได้ง่าย จะใช้กับพีซี, เครื่องเกมคอนโซลหรือ MacBook เพื่อทำงานก็ได้ ถ้ามีเกมมิ่งเกียร์ของ Corsair อยู่แล้วก็เซ็ตไฟ RGB และ EQ ในโปรแกรม Corsair iCUE ได้ทันที เป็นหูฟังเกมมิ่งที่น่าใช้มากรุ่นหนึ่ง
ข้อดี
- ไดรเวอร์เสียงรองรับ Dolby Atmos ใช้ฟังเพลงได้ดี เล่นเกมจับทิศทางเสียง 360 องศา
- ตั้งค่าผ่านซอฟท์แวร์ Corsair iCUE ร่วมกับเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นได้เลย ตั้งค่าได้ละเอียด
- เชื่อมต่อด้วย Bluetooth หรือ USB RF 2.4 GHz ก็ได้ ใช้งานได้หลากหลายอุปกรณ์
- แบตเตอรี่ทนทานใช้งานได้นาน 70~130 ชม. รองรับชาร์จไว 15 นาที ใช้ได้ 6 ชม.
- มีปุ่มสลับรูปแบบการเชื่อมต่อระหว่าง USB กับ Bluetooth ได้ตามสะดวก
- ใช้งานกับพีซี, MacBook, สมาร์ทโฟนและเครื่องเกมคอนโซลได้หมด
ข้อสังเกต
- หูฟังเป็นทรงเฮดโฟน บางคนใส่ใช้งานแล้วอาจรู้สึกอึดอัด
5. JBL Quantum 610 (4,068 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 50 mm. 20Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | USB-C 3.5 mm. Audio jack cable USB RF 2.4GHz |
| Battery life | USB RF 2.4GHz ใช้ได้นานสุด 40 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Software | JBL QuantumENGINE |
| Price | 4,068 บาท (JBL Shopee Mall) |
ถ้าใครเคยฟังเพลงด้วยลำโพง JBL มาแล้วจะรู้ว่าผลิตภัณฑ์จากแบรนด์นี้จะเน้นเบสและแรงปะทะหนักแน่นและถ้าอยากได้หูฟังเกมมิ่งไร้สายไว้เล่นเกมและฟังเพลงได้ดีมี JBL Quantum 610 ให้เลือกซื้อ ซึ่งราคาหลักสี่พันบาทแม้จะเริ่มสูงแล้วและต้องต่อสาย Audio jack หรือ USB RF 2.4 GHz อย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม แต่ฟีเจอร์ติดตัวถือว่าครบเครื่องทั้งตั้งค่าผ่านโปรแกรม QuantumENGINE ได้ ระบบเสียง QuantumSURROUND และ DTS:X v2.0 แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งาน 40 ชม. แถมยังใช้งานและชาร์จไปพร้อมกันได้ไม่ต้งปิดหูฟังก่อนหรือถ้าต่อ DAC Amp เพิ่มก็มีสาย 3.5 mm. Audio jack แถมมาให้ ไมโครโฟนของหูฟังก็มีฟองน้ำกันเสียงลมให้สวมด้วย ถือว่าครบเครื่องใช้งานได้เยี่ยม
ข้อดี
- ตั้งค่าผ่านโปรแกรม JBL QuantumENGINE เซ็ตอัพฟังก์ชั่นการทำงานและ EQ ได้
- ระบบเสียง QuantumSURROUND และ DTS:X v2.0 ใช้เล่นเกมได้ดีมาก
- ใช้งานร่วมกับพีซี, MacBook และเครื่องเกมคอนโซลได้ทันที
- สามารถชาร์จและใช้งานไปพร้อมกันได้ไม่ต้องปิดหูฟังทิ้งก่อน
- ไมโครโฟนหูฟังเป็นไมค์บูมพร้อมฟองน้ำซับเสียงปิดปลายไมค์
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อได้เฉพาะ USB RF 2.4 GHz เท่านั้น ไม่รองรับ Bluetooth
6. HyperX Cloud III Wireless Gaming Headset (4,191 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 53 mm. 10Hz~21kHz |
| Connectivity & Codec | USB-C USB RF 2.4GHz |
| Battery life | USB RF 2.4GHz ใช้งานได้นาน 120 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Software | HyperX NGENUITY |
| Price | 4,191 บาท (HyperX Shopee Mall) |
HyperX Cloud III Wireless Gaming Headset เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายคุณภาพสูง ไดรเวอร์ขนาด 53 มม. รองรับ Frequency reponse ได้กว้าง 10Hz~21kHz ได้มิติเสียงดีกว่าหูฟังไร้สายรุ่นอื่นพอควรแถมแบตเตอรี่ก็ทนทานใช้ได้นาน 120 ชม. ด้วย USB RF 2.4 GHz ซึ่งใช้ต่อกับพีซีแล้วตั้งค่าผ่านโปรแกรมคู่บุญอย่าง NGENUITY หรือใช้กับเครื่องคอนโซลก็ได้ ก้านหูฟังเป็นอลูมิเนียมแข็งแรงให้ตัวได้พอสมควรจึงทนต่อการบิดงอเป็นพิเศษ เวลาเล่นเกมสามารถเปิดใช้ DTS Headphone:X Spatial Audio เพื่อจำลองเสียงรอบทิศทางให้รู้ทิศทางศัตรูได้ หากใครหาหูฟังคุณภาพดีทนทานแนะนำให้ลองดู HyperX ไว้เป็นตัวเลือกรับรองไม่ผิดหวัง
ข้อดี
- ตั้งค่าหูฟังผ่านโปรแกรม HyperX NGENUITY ได้ทันที
- เชื่อมต่อด้วย USB RF 2.4 GHz แล้วใช้งานได้นานถึง 120 ชม.
- หูฟังรองรับฟีเจอร์ DTS Headphone:X Spatial Audio เล่นเสียงได้รอบทิศทาง
- ใช้งานกับพีซี, MacBook รวมถึงเครื่องเกมคอนโซลได้ทันที
- ก้านหูฟังแข็งแรงและยืดหยุ่นเป็นพิเศษ ทนต่อการบิดงอได้ดีมาก
- ไมโครโฟนมีระบบตัดเสียงรบกวนและไฟสีแดงเพื่อบอกสถานะ Mute
ข้อสังเกต
- เชื่อมต่อผ่านทาง USB RF 2.4 GHz เท่านั้น ไม่รองรับ Bluetooth
7. Sony INZONE H9 (6,390 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 40 mm. 5Hz~20kHz |
| Connectivity & Codec | USB-C USB RF 2.4GHz Bluetooth 5.0 |
| Battery life | ใช้งานได้นานสุด 32 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Software | INZONE Hub |
| Price | 6,390 บาท (RTB Shopee Mall) |
หูฟังเกมมิ่งไร้สายรุ่นเรือธงของ Sony ณ ตอนนี้ก็ยังเป็น Sony INZONE H9 ที่ออกแบบมาใช้กับเครื่อง PlayStation 5 โดยเฉพาะและถ้าต่อกับพีซีก็ตั้งค่าผ่านโปรแกรม INZONE Hub ได้ ไม่ว่าจะแยกโปรไฟล์, ปรับ EQ เซ็ตฟีเจอร์ใดๆ เป็นพิเศษก็ได้ แถมมีระบบตัดเสียงรบกวนติดมาให้ตัดเสียงจากภายนอกไม่ให้รบกวนเสียงเกมได้ ด้านไมโครโฟนก็เป็นแบบ Bi-directional จับเสียงได้คมชัดได้รับการรับรองจาก Discord แล้วว่าได้เสียงคมชัดใช้สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมได้ดีแน่นอน แต่ถึงจะดีอย่างไรก็ตาม INZONE H9 ยังราคาค่อนข้างสูงพอควรแม้จะลดราคาแล้วก็ตาม ถ้าต้องการใช้หูฟังคุณภาพดีแนะนำให้ลงทุนกับตัวนี้ก็เหมาะสม
ข้อดี
- ตั้งค่าหูฟังได้โดยละเอียดผ่านโปรแกรม INZONE Hub
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 32 ชม. แบบไร้สาย ชาร์จเร็ว 10 นาที ใช้ได้ 60 นาที
- จำลองการเล่นเสียงรอบทิศทางได้ด้วยเทคโนโลยี 360 Spatial Sound
- ไมโครโฟนดีไซน์แบบรับเสียงสองทิศทาง (Bi-directional) ได้รับการรับรองจาก Discord แล้ว
- เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกันได้ด้วย USB RF 2.4 GHz และ Bluetooth 5.0
- มีปุ่มสลับโหมดการทำงานระหว่างตัดเสียงรบกวนและรับเสียงจากสิ่งแวดล้อม
ข้อสังเกต
- ราคาถึงจะลดจาก 9,990 บาท เหลือ 6,390 บาท ก็ยังสูงพอสมควร
8. Steelseries Arctis Nova 7 (7,990 บาท)

| Drivers & Frequency response | Dynamic Driver 40 mm. 20Hz~22kHz |
| Connectivity & Codec | USB-C USB RF 2.4GHz Bluetooth 3.5 mm. Audio jack cable |
| Battery life | เชื่อมต่อไร้สายได้นาน 38 ชม. ชาร์จด้วย USB-C |
| Software | SteelSeries GG+ Engine |
| Price | 7,990 บาท (SteelSeries Shopee Mall) |
จุดแข็งของ Steelseries Arctis Nova 7 ต้องยกให้เรื่องฟีเจอร์ในซอฟท์แวร์ SteeSeries GG+ Engine สำหรับตั้งค่าเสียงและโปรไฟล์แยกเฉพาะแต่ละเกมได้รวมถึงโปรแกรม Sonar ในตัวสำหรับปรับโทนเสียงให้เป็นแบบต่างๆ ได้ตามต้องการและ Arctis Nova 7 ยังเพิ่ม ClearCast AI เข้ามาตัดเสียงรบกวนด้วย ทำให้ตอนเล่นเกมกับเพื่อนไม่ว่าจะพีซีหรือเครื่องคอนโซลก็ได้ยินเสียงชัดเจน ตัวไดรเวอร์หูฟังมีระบบจำลองเสียง 360 Spatial Audio ให้ผู้ใช้เหมือนอยู่ในสถานการณ์จริง ทั้งสนุกไปกับตัวเกมได้และยังได้ตอบสนองกับเสียงต่างๆ ได้ดีขึ้นมาก แถมถ้าเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟนเอาไว้แล้วมีสายเข้าก็กดรับและคุยธุระได้ทันที ไม่ต้องเอื้อมไปหยิบมือถือเลย
โทนเสียงของหูฟัง SteelSeries จากประสบการณ์ใช้งาน Arctis 7+ มาร่วมสองปี แบรนด์นี้จะเน้นเสียงและ Impact เวลาเล่นเกมเป็นพิเศษให้เกมเมอร์ได้อรรถรสยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถ้าเล่นเกมแนว RPG หรือ FPS จะดีมาก ส่วนเกมแนว Racing simulator ก็ได้เช่นกันแค่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จะไม่เด่นเป็นพิเศษ เสียงเพลงจะเหมาะกับเพลงสมัยใหม่ๆ โดยเฉพาะร็อค, ป็อป, R&B ที่เน้นเบสจะฟังได้กำลังพอดีไม่กลืนเสียงนักร้องนำกับเครื่องดนตรีมาก เสียดายว่าปลายจะไม่สูงแหลมนัก
ข้อดี
- ตั้งค่าหูฟังผ่านทางซอฟท์แวร์ SteelSeries GG+ Engine ได้
- จำลองเสียงรอบทิศทางได้ด้วยฟีเจอร์ 360 Spatial Audio
- มีระบบ Multi-Platform Dual Wireless เชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 ชิ้นพร้อมกันได้
- ใช้งานได้นาน 38 ชม. รองรับการชาร์จเร็ว 15 นาที ใช้ได้ 6 ชม.
- ไมโครโฟนมี ClearCast AI ใช้ตัดเสียงรบกวน เลือกโปรไฟล์เสียงได้ด้วยโปรแกรม Sonar
- ใช้งานได้หลากหลายอุปกรณ์ไม่ว่าจะพีซี, เครื่องเกมคอนโซลและแว่น VR
ข้อสังเกต
- ราคาสูงถึง 7,990 บาท เทียบกับบรุ่นอื่นแล้วถือว่าค่อนข้างแพง
สรุปสเปค 8 หูฟังเกมมิ่งไร้สายน่าใช้ ต่อคอมได้ต่อมือถือดี เล่นเกมเพลิน!


หูฟังเกมมิ่งไร้สายเกิดมาเพื่อแก้ปัญหาเก่าๆ ของสายหูฟังว่ามันสั้นหรือยาวเกินไปจึงใช้งานไม่สะดวกหรือเลื่อนเก้าอี้ทับจนสายขาดไปได้ไม่พอ ถ้าลุกจาเก้าอี้แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าสายจะรั้งแล้วหลุดจากศีรษะตกเสียหายเลย แถมการติดระบบไร้สายเข้ามาทำให้มีฟีเจอร์ใช้งานเพิ่มขึ้นอีก ทั้งเชื่อมต่อคอมและอุปกรณ์ชิ้นอื่นพร้อมกันได้และยังพกติดไปใช้นอกบ้านได้ด้วย ขอแค่ยังมีแบตเตอรี่พอให้ใช้ก็พอแล้ว หรือถ้าใช้ในบ้านอย่างเดียวก็เอาไปต่อใช้งานได้หลายอุปกรณ์แถมระยะใช้งานก็ไกลพอควร สามารถสวมแล้วเดินไปมาในบ้านได้สบายมาก
ถ้าถามว่ารุ่นไหนเหมาะกับใครบ้างก็ให้แยกตามรสนิยมก่อนเป็นอย่างแรก ไม่อยากสวมหัวแล้วอึดอัดก็เลือกแบบ True Wireless อย่าง Onikuma หรือ Edifier ก็ได้ ทั้งสองแบรนด์นี้ถือว่าน่าใช้ทั้งคู่ ส่วนคนมี PlayStation 5 อยากให้โฟกัสหูฟัง INZONE H5, H9 จะได้ซื้อแล้วใช้งานได้ครอบคลุมที่สุด ส่วนชาวพีซีเกมเมอร์จะใช้ตัวไหนก็เหมาะแต่แนะนำให้เลือกรุ่นให้เข้ากับเกมมิ่งเกียร์แบรนด์เดียวกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องแยกโปรแกรมตั้งค่าให้ยุ่งยากและถ้ามีโอกาสได้ลองสวมฟังเพลงดูก็ดีจะได้เลือกหูฟังให้เข้ากับรสนิยมการใช้งานของเรายิ่งขึ้น
Photo credits: SteelSeries, Corsair
บทความที่เกี่ยวข้อง





