
นับจากวันที่ Steam เปิดตัว SteamOS ซึ่งมีพื้นฐานจาก Arch Linux เมื่อปี 2013 ถัดมา 5 ปี ก็มี Proton compatibility layer ในปี 2018 การเล่นเกมบน Linux ก็ง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ประกอบกับเกมในยุคนี้ก็รองรับ Vulkan API แทบทุกเกมแล้วและบางเกมก็เริ่มโหลด API นี้ก่อนเปิดเกมด้วยซ้ำ พอทุกสิ่งพร้อมและใช้ใน Linux ได้หมด OS กินสเปคน้อยไม่มีฟีเจอร์เยอะเกินจำเป็นเช่นนี้จึงเล่นเกมได้ไม่แพ้ Windows 11 แถมถ้าฮาร์ดแวร์ใครเก่าก็ยังไม่ต้องเสียเงินอัปเกรดลากใช้งานต่อไปได้อีกหลายปี แค่ในช่วงแรกต้องปรับตัวเพื่อให้ใช้ OS ที่ห่างไกลจากชีวิตประจำวันได้ถนัดขึ้น จำ Command Line ชุดหลักสักนิดก็เพียงพอแล้ว
ถึงอย่างนั้นเล่นเกมบน Linux ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าอิงจากเว็บไซต์ ProtonDB แล้ว เกมชั้นนำหลายเกมติดตั้งเสร็จต้องปรับแต่งเพิ่มอีกถึงจะเล่นได้ดีเท่า Windows ถ้าใครไม่พร้อมหรือชอบติดตั้งเกมแล้วเปิดเล่นเลยก็ไม่สะดวกสบายนักและยังไม่รวมเรื่องฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำของแต่ละเกมอีกด้วย ถึงจะมีข้อสังเกตตามที่กล่าวไปข้างต้นก็ตาม แต่ถ้าดูใน ProtonDB จะเห็นว่าหลายเกมตอนเปิดตัวก็สามารถเล่นได้ดีจนถูกจัดเข้าสู่ระดับ Native หรือ Platinum เยอะพอควรแล้ว และต่อให้เป็นระดับ Gold ถ้ากดเข้าไปดูคอมเมนต์ก็จะเห็นว่ามี User เข้ามาแชร์วิธีแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องจนเล่นได้ตามปกติอยู่เป็นประจำ การเล่นเกมบน Linux จึงไม่ได้ยากเกินไปยกเว้นว่าทางผู้พัฒนาปรับแต่งตัวเกมมาไม่ดีจริงๆ ก็ว่ากันไปอีกเรื่อง
ทำไมยุคนี้ถึงเล่นเกมบน Linux ได้แล้ว?
- ปัจจุบัน Linux มี Proton Compatibility layer สำหรับเล่นเกมของ Windows ให้ใช้งาน พัฒนาโดย Valve เจ้าของ Steam เปิดตัวเมื่อปี 2018
- ถ้าจะเล่นเกมบน Linux ให้เช็คเกมที่เปิดเล่นได้ในเว็บไซต์ ProtonDB จะมีรายชื่อเกมที่เล่นได้อยู่
- ProtonDB มีระบบ Rank จากเล่นได้ดีมาก Native, Platinum, Gold, Silver, Bronze จนถึง Borked ซึ่งเล่นไม่ได้
- วิธีติดตั้ง Steam ใน Ubuntu จะใช้ Software Center หรือพิมพ์ “sudo apt install steam” ก็ได้
- ถ้าเล่นเกมใน Steam จะใช้จอย Xbox ได้ เพราะตัวโปรแกรมฝังระบบจอยเกมไว้แล้ว
- เว็บ Steam มีเกมหมวดที่เล่นใน SteamOS กับ Linux ได้แยกเป็นพิเศษให้โดยเฉพาะ จะดูบนเว็บไซต์หรือเข้า Store ของโปรแกรม Steam เลือกแถบ Catagories จะมีหัวข้อ SteamOS+Linux อยู่
- Linux เพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะมีหลายตัว เช่น Bazzite, Garuda Linux, Pop!_OS เป็นต้น
- แนะนำให้เปิดระบบ Steam Play เลือก Steam > Settings > Steam Play เลือกในช่อง “Enable Steam Play for all other titles” ระบบจะติดตั้ง Compatibility tools ให้เล่นเกมได้
- ข้อดีของไดรเวอร์ซีพียูและจีพียู AMD คือเป็น Opensource จึงไม่ค่อยมีปัญหากับ Linux นัก
- จากข้อก่อน ไดรเวอร์ AMD จะใช้กับ Fedora 41, Pop!_OS, Linux Mint 22, Arch Linux ไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ (not compatible)

ถ้าจะเล่นเกมบน Linux นอกจาก Linux Distro ต้องรู้จักเรื่องนี้ด้วย!

ถ้าจะใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไรก็ต้องมีโปรแกรมก่อน อย่างจะเล่นเกมบน Linux ก็ต้องมี Steam ติดตั้งไว้ก่อน ซึ่งวิธีดาวน์โหลดโปรแกรมนี้มาไว้ในเครื่องก่อน ไม่ว่าจะเปิด Software Center ของ Ubuntu พิมพ์ตามชื่อโปรแกรมแล้วกดติดตั้งโดยตรงก็ได้ หรือใครชอบวิธีติดตั้งผ่าน Terminal (Console ในบาง Distro) ก็มีคอมมานด์เพียงบรรทัดเดียวและรอให้ระบบประมวลผลอีกสักครู่ก็ติดตั้งเกมเล่นได้แล้ว ให้พิมพ์ว่า
sudo apt install steam



มีโปรแกรมแล้วก็ต่อด้วยเกม ในตอนนี้ Steam จะมีหมวดหมู่เกมของ SteamOS และ Linux โดยเฉพาะทั้งหน้าเว็บไซต์และหน้า Store ให้เอาเมาส์ชี้ตรงหัวข้อ Catagories ตรงมุมซ้ายล่างของ Drop down box จะมีหัวข้อ SteamOS + Linux อยู่ ซึ่งเกมในหมวดนี้ถูกทดสอบแล้วว่าเปิดเล่นใน SteamOS (Steam Deck) และระบบปฏิบัติการ Linux ได้แน่นอน แต่จะเล่นได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคอมแต่ละเครื่องด้วย
พอซื้อมาและเกมถูกเพิ่มเข้าไปใน Library ที่มีเกมร้อยแปดซื้อมาตั้งแต่ก่อนตอนใช้ Windows อยู่ก็ยังมีระบบคัดกรองเกมให้ใช้ โดยกดไอคอนนกเพนกวิ้นเหนือช่อง Search ให้กลายเป็นสีฟ้า จากนั้นระบบจะคัดเฉพาะเกมที่ติดตั้งและเปิดเล่นได้ขึ้นมาให้ จากภาพจะเห็นว่าหลายๆ เกมในตอนนี้เล่นบน Linux ได้แล้ว ก็กดติดตั้งและรอให้ระบบโหลด API กับ compatibility layer สักครู่ก็พร้อมเล่นในทันที



กรณีดูแบบเร็วๆ หน้า Store ว่าเกมไหนเปิดเล่นใน Linux ได้บ้างก็ไม่ยากนัก นอกจากภาพปกเกมแล้ว ให้ดูมุมซ้ายล่างจะเห็นไอคอนของระบบปฏิบัติการอยู่ ให้สังเกตว่าเกมไหนมีไอคอนโลโก้ Steam อยู่ หมายความว่าเกมนั้นเล่นบน SteamOS กับ Linux ได้ เลื่อนลงมาในหน้าเกมนั้นๆ จะมีหัวข้อ System requirements แบบแยกแท็บตามระบบปฏิบัติการว่าเกมนี้ต้องใช้คอมสเปคประมาณไหนถึงจะเล่นได้ ให้ในแท็บ SteamOS + Linux ได้เลย
เรื่องสเปคเกมเดียวกันแต่เปิดใน SteamOS กับ Windows จะมีสเปคขั้นต่ำ (Minimum) และสเปคแนะนำ (Recommended) คล้ายกัน ต่างตรงหัวข้อ OS ถ้าเป็น Linux จะอิงกับเวอร์ชั่นของ Ubuntu ว่าต้องเป็นเวอร์ชั่นใดแล้วนำไปเทียบกับ Distro ที่ใช้งานอยู่ได้เลย

นอกจากเช็คบนหน้าสโตร์ของ Steam แล้ว ให้ดูในหน้าเว็บไซต์ ProtonDB ในแท็บ Explore ว่าเกมนั้นสามารถเล่นได้ดีหรือไม่ สามารถเลือกดูตามการจัดหมวดหมู่หน้าเว็บไซต์หรือพิมพ์หาเกมแต่ละเกมไปเลยก็ได้เช่นกัน ระดับการเล่นได้จากดีสุดไปจนเล่นไม่ได้จะเรียงตามนี้คือ
- Native = มีเวอร์ชั่นของ Linux โดยเฉพาะ
- Platinum = เปิดเกมเล่นได้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น
- Gold = ปรับแต่งระบบปฏิบัติการหรือเกมแล้วเล่นได้ดี
- Silver = เล่นได้แต่มีบั๊กเล็กน้อย
- Bronze = เล่นได้แต่มีปัญหาและบางครั้งเกมปิดตัวกะทันหัน เล่นไม่ได้อรรถรส
- Borked = เปิดเกมไม่ได้หรือมีปัญหาใหญ่จนเล่นไม่ได้
ดังนั้นถ้าใครย้ายจาก Windows มาเป็น Linux แล้วในคลังมีเกมไหนแล้วยังไม่ได้เล่น แนะนำให้เปิดเช็คบนฐานข้อมูลนี้ก่อนว่าเล่นได้ดีไหม แล้วถ้าต้องแก้ปัญหาจะต้องทำยังไงบ้างเพราะในช่องคอมเมนต์ก็มีเกมเมอร์ Linux คนอื่นมาคอยให้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไรบ้างด้วย


เคล็ดลับสำคัญเวลาเล่นเกมบน Linux ให้กดคำว่า Steam > Settings เลือก Steam Play และติ๊กเลือกในช่อง Enable Steam Play for supported titles เพิ่ม ระบบจะดาวน์โหลดและติดตั้ง compatibility tools เพิ่มเพื่อให้เปิดเล่นเกมได้โดยไม่มีปัญหา


นอกจากนี้ถ้าใครมีเกมอยู่ในแพลตฟอร์มอื่นอย่ายง Epic Games Store หรือ GOG Galaxy ก็ยังมี Lutris และ Heroic Games Launcher เป็นแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อมต่อกับคลังเกมอื่นได้ โดยตัว Launcher จะรวมช่องทางล็อคอินเข้าสู่สโตร์และมีตัว Runners ซึ่งเป็นตัวรันเกมติดมาให้ด้วย ซึ่งข้อดีของแต่ละตัวจะเป็นดังนี้
- Lutris – เชื่อมต่อ Epic Games Store, GOG Galaxy, Humble Bundle ทำงานร่วมกับ Battle.net, EA App และ Ubisoft connect ได้ด้วย หน้า UI แยกเกมแต่ละสโตร์ได้ชัดเจน
- Heroic Games Launcher – เชื่อมต่อ Epic Games Store, GOG Galaxy และ Amazon Prime Games มีระบบเลือกแพลตฟอร์มเกมกับระบบ Platform selection เพื่อติดตั้งเกมเวอร์ชั่น Windows แล้วรันผ่าน Wine ได้ด้วย
แนะนำเกมน่าเล่นบน Linux รวม 7 เกมน่าโดน เล่นบน Steam ได้เลย!
- SIGNALIS (289 บาท)
- Unpacking (289 บาท)
- Super Bunny Man (299 บาท)
- Hollow Knight: Silksong (400 บาท)
- Tropico 6 (1,150 บาท)
- The Quarry (1,490 บาท)
- Cronos: The New Dawn (1,599 บาท)
1. SIGNALIS (289 บาท)


| Developer | rose-engine |
| Genre(s) | Survival Horror |
| ProtonDB | Platinum |
| Price | 289 บาท (Steam) |
เริ่มต้นกับเกม Survial Horror มุมมองด้านบนซึ่งเคยได้รับรางวัลจากหลายรายการอย่างเกม SIGNALIS ที่เปิดเล่นเกมบน Linux ได้โดยไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย ตัวเกมได้แรงบันดาลใจกับส่วนผสมจาก Silent Hill และ Resident Evil รวมกัน ผู้เล่นต้องบริหารทรัพยากรอาวุธและยาให้ดีและแก้ปริศนาต่างๆ เพื่อเดินทางไปต่อ พร้อมทั้งต่อสู้กับบรรดามนุษย์โคลนนิ่งเสียสติไปด้วย โทนและบรรยากาศของเกมจะผสมผสานงานศิลปะแขนงต่างๆ เช่น ภาพจากศิลปินชื่อดังอย่าง Eugen Bracht และ Arnold Böcklin เล่าเนื้อเรื่องผ่านทางเอกสารและคัตซีนอันมีเอกลักษณ์ ตัดสลับเล่าเนื้อเรื่องไปตามจังหวะเหมือนดูอนิเมชั่นญี่ปุ่นจากยุคปี 1990 เป็นเอกลักษณ์ซึ่งหาได้ยากในเกมยุคปัจจุบันนี้
โลกของ SIGNALIS จะเป็นโทน Retrofuturistic เทคโนโลยีก้าวล้ำแต่ยังดูเก่าย้อนยุคในระบบสุริยจักรวาลของเราในอนาคตอันไกลโพ้น เมื่อ Eusan Nation (ยูซาน) วิจัยค้นพบเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างการโคลนนิ่งมนุษย์โดยสมบูรณ์แบบอย่าง biosynthetic และ bioresonance หรือการสั่นพ้องชีวภาพ ทำให้ Eusan Nation สามารถส่งเหล่ามนุษย์โคลนนิ่งที่เรียกว่า Replika ออกไปสำรวจอวกาศได้
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ Replika ชื่อ Elster ซึ่งเป็นตัวแทนผู้เล่นในเกมตื่นขึ้นในซากยานของตัวเองโดยจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีแต่ภาพแปลกประหลาดแทรกจิตเข้ามาเป็นระยะๆ และรับรู้ได้ว่าในเหมืองใต้ดินของดาวดวงที่ยานตกน่าจะมีพลังงานลึกลับอยู่ จึงต้องลงไปสำรวจแล้วก็ได้เจอกับเรื่องประหลาดมากมาย เมื่อเดินไปจนถึงปลายทางผู้เล่นจะได้พบฉากจบหลากหลายแบบตามการเลือกและวิธีเล่นของแต่ละคน นับเป็นเกมดีน่าเล่นแถมเนื้อเรื่องน่าติดตามในราคาย่อมเยาว์เกมหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม!
2. Unpacking (289 บาท)


| Developer | Witch Beam |
| Genre(s) | Relaxing, Puzzle |
| ProtonDB | Platinum |
| Price | 289 บาท (Steam) |
มีการวิจัยออกมาว่าการจัดของแต่งห้องช่วยให้ผู้ทำผ่อนคลายและทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าบ้านไม่ค่อยมีอะไรให้จัดหรือคิดไม่ออกว่าจะเล่นเกมอะไรดี Unpacking ก็น่าสนใจ ตัวเกมจะจำลองสถานการณ์ว่าเราค่อยๆ เติบโตขึ้นตั้งแต่ย้ายบ้านมาใหม่ต้องจัดห้องนอนและครัวให้พ่อแม่ พอโตขึ้นก็ย้ายไปอยู่หอพักมหาวิทยาลัยก็ต้องจัดห้อง ฯลฯ ตัวเกมไม่ได้เร่งเร้าให้เรารีบแต่งให้เสร็จหรือทำเวลาแต่ให้ทำไปเรื่อยจนกว่าจะเสร็จถึงจะเปลี่ยนไปด่านต่อไปพร้อมเพลงสบายๆ ฟังไปเรื่อยเปื่อยจนลืมเวลาอย่างแน่นอน
ราคาของ Unpacking ถือว่าถูกและเป็นเกมผ่อนคลายให้คนทำงานแล้วเหนื่อยจากชีวิตประจำวันได้ทำอะไรช้าๆ คิดไปเรื่อยแล้วเอาไอเดียจัดของแต่งบ้านไปใช้ในชีวิตจริงได้ ถ้าใครไม่รู้ว่าจะเล่นเกมบน Linux อันไหนให้ผ่อนคลาย เกมนี้ก็น่าจะเหมาะทีเดียว
3. Super Bunny Man (299 บาท)


| Developer | Catobyte |
| Genre(s) | Co-op, Physics-based, Platformer |
| ProtonDB | Platinum |
| Price | 299 บาท (Steam) |
ถ้าใครดูสตรีมเมอร์ชวนเพื่อนเล่นเกมน่าจะเห็น Super Bunny Man ผ่านตากันบ้าง ซึ่งมันเป็นเกมแบบ Platformer อิงหลักฟิสิกส์โดยตัวเกมจะให้เรากับเพื่อนรวมกัน 3 คน จะคุมมนุษย์ชุดกระต่ายกอดคอรัดตัวจับแขนขาพากันผ่านด่านสุดแปลกไปเรื่อยๆ ช่วยกันตามหาแครอทให้ทันเวลา ความสนุกของเกมนี้ไม่ได้อยู่ตรงระบบฟิสิกส์และการกระโดดพาเพื่อนผ่านด่านเท่านั้น เพราะเราและเพื่อนที่ช่วยกันผ่านด่านจะเจอระบบเล่นงานปั่นหัวไปเรื่อย อาจจะได้เหวี่ยงเพื่อนตกเหวลงกับดักกันบ้างเป็นอันตลกเฮฮากันไป เป็นเกมชวนเพื่อนเล่นควรมีติดไอดีและเล่นเกมบน Linux ได้ไหลลื่นไร้ปัญหากวนใจแน่นอน
4. Hollow Knight: Silksong (400 บาท)




| Developer | Team Cherry |
| Genre(s) | Metroidvania |
| ProtonDB | Platinum ทั้งสองภาค |
| Price | Hollow Knight: Silksong 400 บาท (Steam) Hollow Knight 315 บาท (Steam) |
นับจาก Hollow Knight เกมอินดี้แบบ Metroidvania ขวัญใจเกมเมอร์เปิดตัวเมื่อปี 2017 ผ่านไป 7 ปี ภาคต่ออย่าง Hollow Knight: Silksong ก็เปิดตัวมาให้เล่นกันแล้วและยังคงเอกลักษณ์อย่างฉากหลังใหญ่อันยิ่งใหญ่เดินทางยากแถมมีโอกาสหลงได้ง่ายๆ เหมือนเดิม แถมมีบอสสุดยากรอให้เผชิญหน้าเต็มไปหมด หากใครได้ผจญภัยกับ The Knight ในภาคแรกแล้ว Silksong จะได้เดินทางกับ Hornet แตนสาวชุดแดงในอาณาจักรใหม่พร้อมภารกิจอีกมากมายให้เล่นกัน
อิงจากบทสัมภาษณ์กับ Team Cherry ว่าทำไมภาคต่อถึงต้องรอนานถึง 7 ปี นั่นเพราะทีมงานมีไอเดียเกี่ยวกับตัวเกมเยอะมาก ทั้งเนื้อเรื่อง, ด่านและปริศนาต่างๆ พอทีมไม่ได้กำหนดเส้นตายว่าจะรีบปล่อยเกมเมื่อไหร่ก็เลยพัฒนาใส่ไอเดียไปเรื่อยๆ จนคิดว่ามันนานเกินไปถึงวางจำหน่าย แต่ตัวเกมก็ได้รับการขัดเกลาปรับแก้ไขบั๊กมาอย่างดีแถมตั้งราคาได้ถูกจนกระทบกับวงการเกมอินดี้ในยุคนี้อย่างมาก หากใครต้องการเล่นเกมบน Linux ให้คุ้ม เล่นได้ยาวไม่มีปัญหากวนใจจะซื้อทั้งสองภาคมาเล่นเลยก็คุ้มค่า
5. Tropico 6 (1,150 บาท)


| Developer | Limbic Entertainment |
| Genre(s) | Construction and management simulation Governement simulation |
| ProtonDB | Platinum |
| Price | 1,150 บาท (Steam) |
Tropico 6 เป็นเกมซีรีส์จำลองเล่นเป็นรัฐบาลสร้างบ้านบริหารเมืองซึ่งได้รับความนิยมมากเกมหนึ่ง โดยให้ผู้เล่นรับบทเป็น “El Presidente” หรือ ท่านประธานาธิปดีของประเทศในหมู่เกาะทะเลแคริบเบียน ซึ่งภาคก่อนหน้าจะให้เราบริหารไปเรื่อยๆ ผ่านยุคสมัยตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม, สงครามโลก, สงครามเย็นจนยุคปัจจุบัน แต่ภาคนี้จะให้บริหารดูแลเพียงเกาะทวีปเดียวแล้วสร้างเมืองให้น่าอยู่ ประชาชนมีความสุขแทนแล้วจะชี้หน้าเนรเทศประชาชนกับนักการเมืองขั้วตรงข้ามในสภาก็ว่ากันไป
ข้อดีของเกม Tropico คือการจำลองตัวเองเป็นรัฐบาลดูแลบ้านเมืองในขณะที่เกมประเภทเดียวกันอย่าง Civilization จะเป็นการบริหารอารยธรรมควบคุมนโยบายต่างๆ ถึงจะคล้ายแต่ก็มีรสชาติเวลาเล่นแตกต่างกัน หากใครชอบเกมต้องคิดต้องบริหารก็ขอแนะนำให้มีเกมนี้ไว้ปวดหัวใน Steam ก็น่าจะสนุกไม่น้อย
6. The Quarry (1,490 บาท)


| Developer | Supermassive Games |
| Genre(s) | Survival Horror, Interactive drama |
| ProtonDB | Platinum |
| Price | 1,490 บาท (Steam) |
คอเกมสยองขวัญน่าจะรู้จักเกม The Quarry ที่ให้เราควบคุมกลุ่มนักศึกษาในแคมป์ฤดูร้อนกันอย่างแน่นอน นอกจากเล่นใน Windows ได้เป็นอย่างดีก็เปิดเล่นเกมบน Linux ได้ยอดเยี่ยมไร้บั๊กกวนใจเช่นกัน ตัวเกมมีการเล่าเรื่องผ่านแต่ละตัวละครคอยทำภารกิจไขปริศนาและหนีตายจากเรื่องเหนือธรรมชาติไปเรื่อยๆ แถมทุกคำตอบก็สำคัญและกำหนดฉากจบได้ว่าจะรอดกลับไปหรือได้ลงไปคุยกับรากมะม่วงแทน ฉากกับตัวละครในเกมก็ทำมาได้ยอดเยี่ยมเหมือนกำลังชมภาพยนตร์อยู่ เหมาะกับคอหนังสยองขวัญแต่ไม่พอใจกับการกำกับเนื้อเรื่องก็มากำกับเองในเกมนี้ได้เลย
นอกจาก The Quarry ทาง Supermassive Games ก็พอร์ตผลงานซีรีส์ The Dark Pictures Anthology มาให้เล่นครบทุกภาค อิงจาก ProtonDB ภาค House of Ashes และ Little Hope จะเล่นได้ลื่นไหลระดับ Platinum ส่วน Man of Medan กับ The Devil in Me จะต้องปรับแต่งเพิ่มเล็กน้อยถึงจะเล่นได้
7. Cronos: The New Dawn (1,599 บาท)


| Developer | Bloober Team |
| Genre(s) | Survival Horror |
| ProtonDB | Native / Gold |
| Price | 1,599 บาท (Steam) |
เกมสยองขวัญสั่นประสาทจาก Bloober Team ผู้นำเกม Silent Hill 2 มารีเมคให้เกมเมอร์ยุคใหม่ได้สัมผัสบรรยากาศอันกดดันแถมมีผลงานในอดีตอย่าง Layer of Fear ทั้งสองภาคกับ Blair Witch ก็การันตีได้ว่าเกมเดินหน้าบู๊สู้กับปีศาจในแดนรกร้างหลังจากโลกล่มสลายอย่าง Cronos: The New Dawn ก็คงน่ากลัวไม่แพ้กันแน่นอน เราจะได้รับหน้าที่ลงมาค้นหาความจริงว่าต้นเหตุของการล่มสลายครั้งนี้เกิดจากอะไรแล้วเอาตัวรอดไปให้ได้
ถึงเกมจะเปิดตัวมาใหม่ในปี 2025 ก็จริง แต่ใช้สเปคไม่มากเกินไปซึ่งเกมมิ่งพีซีในปัจจุบันเล่นได้อย่างแน่นอนและถ้าเล่นเกมบน Linux จะเป็นแบบ Native คือ มีเวอร์ชั่นของ Linux โดยเฉพาะ เล่นได้ลื่นไหลแต่ User หลายๆ คนได้แนะนำกันเอาไว้ในระบบของ ProtonDB จนเกมถูกจัดอันดับไว้ใน Gold เพราะมันยังมีปัญหากับ Ray Tracing อยู่และถ้าใช้ HDR จะกินกำลังเครื่องมากเกินไป ถ้าปิดสองอย่างนี้ทิ้งจะเล่นได้แน่นอน

การเล่นเกมบน Linux ในปัจจุบันนับว่าง่ายกว่าอดีตขึ้นหลายเท่า ไม่ต้องลำบากคอยพอร์ตเกมหรือทำอะไรให้วุ่นวายอีกต่อไปเพราะกลุ่มผู้ใช้เริ่มมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ แถมแพลตฟอร์มอย่าง Steam ก็มีระบบกับฟังก์ชั่นต่างๆ คอยซัพพอร์ตมากขึ้น เกมส่วนใหญ่จึงติดตั้งแล้วเปิดเล่นได้ไม่แพ้กับ Windows อย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครคิดว่า Linux เหมาะกับโปรแกรมเมอร์อย่างเดียวก็ไม่จริงอีกต่อไปเพราะนาทีนี้เกมเมอร์และผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้ามาใช้ระบบปฏิบัติการฟรีนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ถ้าจะเริ่ม ณ ตอนนี้ก็เหมาะอย่างแน่นอน
Photo credits: Ubuntu blog
บทความที่เกี่ยวข้อง





