
Microsoft เดินหน้าบังคับใช้ AI ในทีม King
รายงานใหม่จาก Mobilegamer.biz เผยว่า Microsoft กำลังบังคับให้ทีมผู้พัฒนาเกมมือถือชื่อดังอย่าง Candy Crush และ Farm Heroes Saga ที่อยู่ภายใต้บริษัท King ต้องใช้เครื่องมือ AI ในการทำงานประจำวัน หลังจากเลิกจ้างพนักงานไปแล้วกว่า 200 คน
แม้ King จะเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเกมมือถือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แต่บรรยากาศการทำงานภายในกลับตึงเครียด เนื่องจากผู้บริหารมักตัดสินใจโดยไม่อธิบายเหตุผลชัดเจน และในรอบการปลดคนงานล่าสุด ก็มีพนักงานถูกเลิกจ้างโดยไม่คำนึงถึงผลงานที่เคยทำไว้
ความคาดหวัง: ใช้ AI วันละ 70–80%
หนึ่งในแหล่งข่าวเผยว่า Microsoft ต้องการให้พนักงาน Candy Crush ที่เหลืออยู่ใช้ AI ในงานทั่วไปมากถึง 70–80% ของเวลาทำงานในแต่ละวัน ทำให้หลายคนกังวลว่าเครื่องมือเหล่านี้จะเข้ามาแทนที่พนักงานจริงในที่สุด
น่าสนใจคือ เครื่องมือ AI ที่นำมาใช้จำนวนมาก ได้รับการฝึกจากข้อมูลและผลงานของพนักงานที่เพิ่งถูกเลิกจ้างไปเอง ซึ่งสร้างความรู้สึกย้อนแย้งและไม่เป็นธรรมในสายตาของทีมงานที่ยังอยู่
ทำไมคนทำงานและเกมเมอร์ถึงกังวล
นักพัฒนาเกมและศิลปินจำนวนมากไม่มั่นใจในคุณภาพของงานที่สร้างจาก AI เพราะมักจะได้ผลลัพธ์ที่ดูแข็งทื่อ ขาดความคิดสร้างสรรค์ และยังมีความเสี่ยงเรื่อง ลิขสิทธิ์ (Copyright Infringement) เนื่องจาก AI ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว
ในมุมของผู้เล่น เกมเมอร์จำนวนไม่น้อยกังวลว่าประสบการณ์การเล่นเกมจะถูกลดทอนลง หาก Microsoft ใช้ เครื่องมืออย่างโครงการ Muse ที่สร้างเกมด้วย Generative AI แทนทีมงานนักพัฒนามืออาชีพ
ความหมายต่ออนาคตของวงการเกม
หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า Microsoft ต้องการลดค่าใช้จ่ายและในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเหตุผลในการสนับสนุนอุตสาหกรรม AI ที่บริษัทลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าบังคับใช้ AI โดยไม่สนใจเสียงสะท้อนจากทีมงานและผู้เล่น อาจทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหายในระยะยาว
แม้ว่า AI อย่าง ChatGPT อาจมีประโยชน์ในการช่วยงานสำนักงานทั่วไป แต่ในโลกของการสร้างสรรค์เกม ซึ่งต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และประสบการณ์เฉพาะตัวของคนจริง ๆ การแทนที่ด้วย AI แบบเต็มรูปแบบยังเป็นสิ่งที่ทั้งนักพัฒนาและผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่พร้อมยอมรับ
สถานการณ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า การผลักดัน AI ในอุตสาหกรรมบันเทิงและเกมยังเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่าง “ความคุ้มค่าทางธุรกิจ” และ “คุณค่าของมนุษย์”
ที่มา: Notebookcheck





