Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

NVIDIA เตรียมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Rubin ชิป AI รุ่นใหม่ ผลิตโดย TSMC นับเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท

NVIDIA Rubin

วงการชิป AI กำลังจะสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้ยืนยันว่าบริษัทกำลังพัฒนาสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ชื่อ Rubin ซึ่งจะเป็นโครงสร้างที่ “ก้าวหน้าที่สุด” ของบริษัทจนถึงตอนนี้ โดยงานผลิตจะดำเนินการในโรงงานของ TSMC ประเทศไต้หวัน

Advertisement

Rubin คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Rubin ถือเป็นสถาปัตยกรรม AI รุ่นถัดไปที่ NVIDIA มองว่าจะ “ปฏิวัติ” ตลาดการประมวลผลครั้งใหญ่ จากข้อมูลล่าสุด Jensen เผยว่าบริษัทได้ เทปเอาต์ (Tape-out) ชิป Rubin แล้วกว่า 6 รุ่น ส่งมอบไปยัง TSMC เพื่อเตรียมทดลองผลิต

ชิปเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ CPU, GPU, NVLink Switch รุ่นใหม่ ไปจนถึง Silicon Photonics Processor ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทั้งสแต็กเทคโนโลยีของ NVIDIA จะถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเล็กน้อย


เทคโนโลยีใหม่ใน Rubin

Rubin จะมาพร้อมนวัตกรรมหลักหลายด้าน ได้แก่

  • HBM4: หน่วยความจำความเร็วสูงรุ่นใหม่ที่จะใช้กับ GPU ตระกูล R100 ทรงพลังยิ่งกว่า HBM3E ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน
  • กระบวนการผลิต 3nm (N3P) จาก TSMC: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดขนาดชิป
  • CoWoS-L Packaging: เทคโนโลยีการแพ็กเกจที่รองรับการประมวลผลระดับสูง
  • Chiplet Design: ครั้งแรกที่ NVIDIA ใช้การออกแบบแบบชิปเล็ต เพื่อให้สามารถปรับขยายและเพิ่มประสิทธิภาพได้มากกว่าเดิม
  • 4x Reticle Design: จากรุ่นก่อน Blackwell ที่ใช้ 3.3x ครั้งนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 4x เพื่อรองรับการประมวลผลที่ใหญ่และซับซ้อนกว่า

หากย้อนมองไปที่สถาปัตยกรรม Hopper ซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาด GPU AI เมื่อไม่กี่ปีก่อน Rubin ก็จะเป็นการ “ก้าวกระโดด” ในลักษณะเดียวกัน แต่ยิ่งใหญ่กว่ามาก


แผนการเปิดตัวของ Rubin

แม้ NVIDIA ยังไม่ประกาศวันเปิดตัวที่ชัดเจน แต่คาดว่า Rubin จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วง ปี 2026-2027 ขึ้นอยู่กับผลการทดลองผลิตในโรงงาน TSMC ที่กำลังดำเนินการอยู่

ด้วยการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานของชิปไปจนถึงหน่วยความจำและการผลิต Rubin จึงถูกจับตามองว่าจะเป็นหนึ่งในการเปิดตัวครั้งใหญ่ที่สุดของ NVIDIA ที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนเหมือนครั้งที่ Hopper เคยทำมาแล้ว


มุมมองต่ออนาคตของ NVIDIA

การมาของ Rubin สะท้อนว่า NVIDIA กำลังเร่งเดินเกมอย่างหนัก หลังเพิ่งเปิดตัว Blackwell Ultra (GB300) ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ก็เดินหน้าพัฒนารุ่นถัดไปทันที

สิ่งนี้ทำให้เห็นว่า NVIDIA ไม่ได้มองเพียงการรักษาส่วนแบ่งตลาด แต่กำลังผลักดันให้ตนเองเป็นผู้นำอย่างแท้จริงในยุค AI ที่การแข่งขันดุเดือดทั้งจาก AMD และ Intel รวมถึงผู้พัฒนาชิป AI เฉพาะทางรายใหม่ ๆ


สรุป

Rubin ไม่ใช่เพียงการอัปเกรด GPU อีกหนึ่งรุ่น แต่คือ “สถาปัตยกรรมใหม่ทั้งระบบ” ที่ NVIDIA วางแผนจะใช้ปฏิวัติการประมวลผล AI ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยเทคโนโลยีใหม่ตั้งแต่ HBM4, 3nm, Chiplet Design จนถึง Photonics Processor ทำให้ Rubin ถูกมองว่าจะเป็นก้าวยิ่งใหญ่ที่สุดของ NVIDIA จนถึงตอนนี้ และตลาดกำลังจับตารอคอยอย่างใกล้ชิด

ที่มา: wccftech

Click to comment

บทความน่าสนใจ

Special Story

ชิปเซ็ต NVIDIA RTX Spark ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ยุคที่ผู้คนหันมาใช้ AI Model ต่างๆ เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานยุ่งยากและเรื่งจิปาถะในชีวิตประจำวันลงไป ไม่ว่าจะเป็น Chatbot หรือ Agent Model ก็ตาม ให้ผู้ใช้ได้โฟกัสกับงานและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ได้มากขึ้น แถมลดชั่วโมงการทำงานจากหลักร้อยหรือพันชั่วโมงให้เหลือไม่กี่สิบชั่วโมงโดยไม่ต้องรอรีเซ็ต Token ให้งานสะดุดอีกด้วย ซึ่งชิปเซ็ตตัวนี้ NVIDIA เคลมว่ามันรองรับโมเดลขนาดใหญ่ถึง 120B (120...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

รีวิว Asus

ASUS TUF Gaming A16 FA608UHI จ่ายไม่แพง แรงพร้อมลุยทุกเกม ใช้งานดีรอบด้าน ASUS TUF Gaming A16 FA608UHI รหัสนี้เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรหัสฝาแฝดกับ TUF Gaming F16 ซึ่งได้รีวิวไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นทั้งสองรุ่นนี้จึงแชร์องค์ประกอบร่วมกันหลายอย่างตั้งแต่ดีไซน์เรียบง่ายน่าใช้, คีย์บอร์ดเกมมิ่งพร้อมไฟ 1-Zone RGB มีปุ่ม WASD...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก