
Microsoft รับทราบปัญหา SSD/HDD หลังอัปเดต Windows 11
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา Microsoft ออกมายืนยันว่าบริษัทกำลังตรวจสอบปัญหาที่ผู้ใช้บางรายรายงานว่า SSD และ HDD เกิดความเสียหายหรือข้อมูลสูญหาย หลังติดตั้งอัปเดตความปลอดภัย KB5063878 บน Windows 11 รุ่น 24H2
จากรายงานที่เผยแพร่โดย BleepingComputer พบว่า Microsoft เองยังไม่สามารถทำให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำได้ในระบบทดสอบที่เป็น Windows 11 รุ่นล่าสุด แต่บริษัทกำลังเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ใช้ที่พบปัญหา เพื่อหาสาเหตุร่วมกับพันธมิตรด้านอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
ปัญหาที่ผู้ใช้พบ
ผู้ใช้หลายรายเริ่มรายงานตั้งแต่สัปดาห์ก่อน โดยกรณีแรกมาจากผู้ประกอบพีซีในญี่ปุ่นที่สังเกตเห็นว่า SSD หายไปจากระบบ ระหว่างที่ทำการเขียนข้อมูลปริมาณมาก โดยเฉพาะเมื่อดิสก์มีการใช้งานพื้นที่เกิน 60% ขึ้นไป
ปัญหานี้เกิดขึ้นทั้งในอัปเดตความปลอดภัย KB5063878 และตัวพรีวิว KB5062660 บน Windows 11 24H2
ผู้ใช้บางรายยังพบอาการเดียวกันกับ SSD/HDD หลายรุ่น เช่น
- Corsair Force MP600
- Maxio SSD
- SanDisk Extreme Pro
- Kioxia Exceria Plus G4
- Kioxia M.2
รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้คอนโทรลเลอร์จาก Phison และ InnoGrit
ความร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์
Phison หนึ่งในผู้ผลิตคอนโทรลเลอร์ SSD รายใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าทราบถึงปัญหาแล้ว และกำลังร่วมมือกับ Microsoft รวมถึงพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อหาทางแก้ไข โดยปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบว่าคอนโทรลเลอร์รุ่นใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจริง
Microsoft เองก็ระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานจากการทดสอบภายในหรือจากข้อมูล telemetry ที่ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของอัตราความล้มเหลวของดิสก์ แต่เพื่อความปลอดภัย หากผู้ใช้พบปัญหานี้ สามารถติดต่อทีมสนับสนุนของ Microsoft หรือส่งรายงานผ่าน Feedback Hub ได้โดยตรง
คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ Windows
จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นทางการ Microsoft แนะนำให้ผู้ใช้ หลีกเลี่ยงการเขียนไฟล์ขนาดใหญ่จำนวนมากในครั้งเดียว เช่น ไฟล์ขนาดหลาย 10 GB หรือการแตกไฟล์บีบอัดที่มีไฟล์ย่อยจำนวนมาก (เช่น 200 ไฟล์ ขนาด 200 MB ต่อไฟล์) ควรแบ่งการทำงานออกเป็นหลายรอบเพื่อลดความเสี่ยง
บทสรุป
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้การอัปเดต Windows จะออกมาเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย แต่ก็อาจมีผลกระทบที่ไม่คาดคิดต่อผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งาน SSD/HDD จากหลากหลายแบรนด์ Microsoft จึงกำลังรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้ทั่วโลก เพื่อหาสาเหตุและออกแพตช์แก้ไขให้เร็วที่สุด
ผู้ใช้ Windows 11 ที่พึ่งติดตั้งอัปเดต KB5063878 จึงควรระมัดระวังการใช้งานดิสก์ และติดตามประกาศอัปเดตจาก Microsoft อย่างใกล้ชิด
ที่มา: bleepingcomputer





