Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

AMD เตรียมเผยโรดแมปใหม่ Zen 6, RDNA, CDNA และ UDNA กลางพฤศจิกายนนี้

AMD Roadmap

AMD เตรียมจัดงานใหญ่ Financial Analyst Day 2025

AMD ยืนยันแล้วว่าจะจัดงาน Financial Analyst Day (FAD) 2025 ในวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2025 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยงานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทจะเผยกลยุทธ์ระยะยาวและโรดแมปผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุกกลุ่มธุรกิจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดข้อมูลบางส่วนในงาน Advancing AI เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

Advertisement

ในงานลักษณะนี้ AMD มักจะเปิดเผยแผนระยะยาวของ CPU, GPU, FPGA และ DPU รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะถูกพัฒนาและนำมาใช้ในอีกหลายปีข้างหน้า จึงทำให้งานครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากนักลงทุนและผู้ที่ติดตามวงการไอที


ฝั่ง CPU: Zen 6, Zen 7 และ Zen 8

AMD ยืนยันแล้วว่า EPYC Venice ซึ่งจะเปิดตัวในปี 2026 จะใช้สถาปัตยกรรม Zen 6 พร้อมจำนวนคอร์สูงสุดถึง 256 คอร์ แต่ในส่วนของ CPU สำหรับผู้ใช้ทั่วไป (Client CPU) ที่ใช้ Zen 6 ยังไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดมาก่อน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกเปิดเผยในงานครั้งนี้

อีกประเด็นสำคัญคือ EPYC Verano ที่วางกำหนดไว้สำหรับปี 2027 ว่าจะใช้ Zen 6 หรือ Zen 7 กันแน่ AMD อาจเลือกเฉลยภายในงาน รวมถึงการพูดถึงแผนการต่อยอดไปถึง Zen 7 และ Zen 8 แม้จะไม่เปิดรายละเอียดลึกนักก็ตาม


ฝั่ง AI และ HPC: CDNA สู่ UDNA

ในสายการประมวลผล AI และ HPC, AMD ได้เปิดตัว Instinct MI400 ไปแล้วซึ่งใช้สถาปัตยกรรม CDNA Next (CDNA 5) ดังนั้นสิ่งที่คาดว่าจะตามมาคือการเปิดเผยข้อมูลของ Instinct MI500 ซึ่งมีแนวโน้มจะเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรม UDNA 6

มีการคาดการณ์ว่า UDNA จะเป็นจุดที่สถาปัตยกรรม RDNA (GPU สำหรับผู้ใช้ทั่วไป/เกม) และ CDNA (GPU สำหรับงาน AI/HPC) จะมาบรรจบกัน ทำให้ AMD สามารถใช้เทคโนโลยีร่วมกันได้มากขึ้น

นอกจากนี้ AMD อาจพูดถึงโซลูชันขนาดแร็กที่สานต่อจาก Helios โดยใช้เทคโนโลยี UALink interconnect สำหรับการเชื่อมต่อในระดับดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Vulcano 800 GbE การ์ดเครือข่ายที่รองรับมาตรฐาน UEC 1.0 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI และ HPC ในอนาคต


Radeon, RDNA 5 และตลาดเกมคอนโซล

ในฝั่งผู้ใช้ทั่วไป คาดว่า AMD จะอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับการ์ดจอ Radeon RDNA 5 และ UDNA 6 ที่จะทยอยเปิดตัวในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือกับผู้ผลิตเกมคอนโซลรายใหญ่ ซึ่งถือเป็นตลาดที่ AMD มีส่วนแบ่งสูงอยู่แล้ว


แผนระยะยาวและเป้าหมายทางการเงิน

นอกจากโรดแมปทางเทคโนโลยีแล้ว AMD ยังเตรียมพูดถึง แผนการเงินระยะยาว โดยคาดว่าจะเน้นไปที่การเติบโตในธุรกิจหลัก ได้แก่

  • พีซีและโน้ตบุ๊ก
  • เกมมิ่ง
  • ดาต้าเซ็นเตอร์
  • ชิปโปรแกรมได้ (FPGA)
  • อุปกรณ์ฝังตัว (Embedded)

สิ่งที่นักลงทุนจับตามองมากที่สุดคือ กลยุทธ์การขยายส่วนแบ่งในตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ปัจจุบัน NVIDIA ครองความเป็นผู้นำอยู่ ขณะเดียวกัน AMD ยังต้องแข่งขันกับชิป Custom จากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ และ AI Accelerator เจ้าใหม่ ๆ ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด


สรุป

งาน AMD Financial Analyst Day 2025 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2025 จะเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ CPU Zen 6 – Zen 8, GPU RDNA 5 – UDNA 6 และ Instinct MI500 แล้ว ยังเป็นเวทีที่ AMD จะชี้ให้เห็นถึงทิศทางในตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังแข่งขันอย่างดุเดือดอีกด้วย

ที่มา: tomshardware

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ตลาดเครื่องเล่นเกมพกพา (Handheld Gaming Console) กำลังร้อนระอุ และมีข่าวการแข่งขันออกมาอย่างต่อเนื่อง และแฟนๆ ต่างเฝ้ารอคอยการมาของ Steam Deck 2 จากทาง Valve อย่างใจจดใจจ่อ ล่าสุดมีข้อมูลหลุดที่น่าสนใจอย่างมากจากฐานข้อมูลผลทดสอบประสิทธิภาพ OpenBenchmarking ปรากฏชื่อชิปประมวลผล Engineering Sample รุ่นใหม่ภายใต้รหัสพัฒนาของ AMD ซึ่งถูกคาดหมายว่าอาจเป็นชิป APU ขุมพลังหลักที่จะนำมาใช้ในเครื่องเกมรุ่นถัดไป...

Special Story

ชิปเซ็ต NVIDIA RTX Spark ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ยุคที่ผู้คนหันมาใช้ AI Model ต่างๆ เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานยุ่งยากและเรื่งจิปาถะในชีวิตประจำวันลงไป ไม่ว่าจะเป็น Chatbot หรือ Agent Model ก็ตาม ให้ผู้ใช้ได้โฟกัสกับงานและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ได้มากขึ้น แถมลดชั่วโมงการทำงานจากหลักร้อยหรือพันชั่วโมงให้เหลือไม่กี่สิบชั่วโมงโดยไม่ต้องรอรีเซ็ต Token ให้งานสะดุดอีกด้วย ซึ่งชิปเซ็ตตัวนี้ NVIDIA เคลมว่ามันรองรับโมเดลขนาดใหญ่ถึง 120B (120...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก